บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 4

กรุงงานเขียนเก่า 1
กรุงงานเขียนเก่า 2
กรุงงานเขียนเก่า 3
กรุงงานเขียนเก่า 4
กรุงงานเขียนเก่า 5


>> มนตรา (บทที่2)

เรื่อง : มนตรา (บทที่2)

ชีวิตยามอยู่อาจให้ความแตกต่าง แต่ยามตาย ช่องว่างระหว่างความแตกต่างเหล่านั้น มลายสูญ
มายา เทวะน้อยเห็นสัจธรรมเหล่านี้จนชิน ธรรมะของเทวะน้อย ต้องอยู่สูงกว่าระดับธรรมของปุถุชนทั่วไป เป็นธรรมะระดับได้ทิพย์อำนาจ และปัญญาก็เช่นเดียวกัน ต้องเป็นพุทธิปัญญา เป็นปัญญาที่เกิดจากการขัดเกลาจิตใจด้วยผลแห่งการปฏิบัติธรรม ปัญญาภายในอยู่ยงมั่นคง เช่นเดียวกับ คำกล่าวของผู้ที่ใช้เวทมนตร์ที่ว่า
“มนตราจะใช้ได้ผลสูงสุดเพียงใดนั้น ขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้ใช้”
ศพๆหนึ่งทิ้งความอาลัยอาวรณ์กับสิ่งที่รักไว้ทางเบื้องหลัง แม้ยามจะตาย…ก็ยังรัก
ที่โลกมนุษย์ยามเวลาโพล้เพล้ใกล้ค่ำ ถนนหนทางทุกเส้นทุกสายคลาคล่ำไปด้วยความจอแจวุ่นวาย ผู้คนมากมายต่างรีบเร่งเดินทางไปยังจุดหมายปลายทาง ยิ่งใจร้อนมากเท่าไหร่ ยิ่งเป็นบ่อเกิดแห่งปัญญาและความยุ่งยาก การจราจรแออัด สถิติการเกิดอุบัติเหตุก็สูง
ศพๆหนึ่งที่ทิ้งไว้เพียงอาลัยรัก กับคนที่ตนรักแม้ยามมัจจุราชมาเยือน ศพๆนั้นบอกให้เธอหรือเขาเดินทางมายังสถานที่แห่งนี้
ถ้าวิญญาณดวงนั้นรู้ว่า บุรุษที่ตนรักจะใจคออำมหิตเยียบเย็น แม้แต่กับความรักครั้งสุดท้ายของเธอ วิญญาณดวงนั้นจะทุกข์โทมนัสหรือเฉยชาราวศิลาน้ำแข็ง
แต่งานใดๆที่เทวะน้อยยื่นมือเข้าไปทำแล้วต้องเกิดเรื่องยุ่งทุกทีซิน่า
มารดาของเทวะน้อยคือตะวันอธิราช เธอคือเทพแห่งความรักและการทำศึกสงคราม อดีตกาลครั้งโน้น โลกเคยให้กำเนิดเทพแห่งสงครามผู้จุติมาจากความรัก เป็นความรักต่อมวลมนุษย์ที่หลุดพ้นหมดแล้วจากจิตวิญญาณ เป็นเจโตวิมุติที่อยู่เหนือเจโตวิมุติใดๆ เป็นเทพที่มีความปราณีและกล้าหาญยิ่ง ตะวันอธิราชคือตำนานบนโลกมนุษย์ที่สั่นสะท้านถึงสรวงสวรรค์
ต้นไม้ใหญ่เป็นโพธิร่มโพธิ์ร่มไทรของสรรพชีวิต เมื่อผลิดอกออกผลให้ต้นไม้เล็ก มีฤาจะกลายเป็นเพียง เถาวัลย์ไม้เลื้อยเท่านั้น
มายาเดินทางมายังโลกมนุษย์ เพื่อตามหาบุรุษหนุ่มผู้หนึ่งซี่งเคยเป็นความรักของซากศพ ที่เหล่ามารแอบนำเอาซากนั้นไปไว้ที่ป่าช้าคนตายของอีกโลก ผู้มีอำนาจนึกอยากล่วงรู้สิ่งใดบนพื้นพิภพก็จะล่วงรู้ได้ไม่ยากนัก ชายผู้นั้นมีชื่อว่าสุริเยน
งานเลี้ยงแต่งงานของโรงแรมหรูระดับห้าดาว เต็มไปด้วยแขกเหรื่อมากหน้าหลายตารวมทั้งบรรดาสื่อมวลชน ที่ฝ่ายเจ้าบ่าวและเจ้าสาวเป็นคนแจกบัตรเชิญไปให้
หลังจากที่ทิพย์นารีภรรยาสาวคนเก่าได้เสียชีวิตลง สุริเยนก็เริ่มทำตัวสนิทสนมกับดาวดาราลูกสาวคนเล็กของบริษัทธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ทันที ทิพย์นารีอดีตภรรยาได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์สินทั้งหมดให้บรรดาพ่อ แม่ ญาติพี่น้อง ลูกสาวเพียงคนเดียวที่มีและสามี ที่จริงทรัพย์มรดกของทิพย์นารีไม่เป็นปัญหา เพราะผู้ตายก่อนเสียชีวิตได้ทำพินัยกรรมและประกาศให้รู้ทั่วกันล่วงหน้าก่อนความตายจะมาถึง
ทิพย์นารีป่วยเรื้อรังด้วยโรคมะเร็งตั้งแต่อายุยังไม่มากและมีโรคแทรกซ้อนอีกหลายโรค เธอรู้อาการของตัวเองดี ดังนั้นเธอจึงทำพินัยกรรมยกทรัพย์สินให้คนข้างหลังตั้งแต่ตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ กับบุรุษผู้เป็นสามีนั้น ไม่มีใครรู้ว่าทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะน้ำมือของชายโฉดผู้นี้ สุริเยนอยู่เบื้องหลังการตายของทิพย์นารี และเกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงเงินในบริษัทที่มีตระกูลของฝ่ายภรรยาตนเป็นหุ้นส่วนอีกด้วย สุริเยนมั่นใจในทุกๆการกระทำของตัวเอง และยอมทำทุๆอย่างเพื่อให้ตนเป็น”ผู้ได้”
ผู้ที่ก้าวเท้าเข้ามาใหม่ แต่งกายด้วยชุดสุภาพ เสื้อผ้าที่สวมใส่ถูกดีไซน์มาในลักษณะใส่ไปได้ทุกงาน เรียบร้อยและช่วยเสริมลักษณะของผู้สวมใส่ให้ดูดีแบบสุภาพ ผิวที่ขาวเนียน หน้าตาที่คมคาย ดวงตาโต ยาวรี จมูกโด่งจนเป็นสัน ริมฝีปากได้รูปหยักสวย รูปหน้าสะดุดตาผู้ที่ได้พบเห็นทุกคน แต่ดูดุแบบแปลกๆ เพียงแค่เธอหรือเขาผู้นั้นมาในงานไม่ทันไร ก็ตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของผู้ที่อยู่ในงานเลี้ยงก่อนหน้านี้ทันที
“สวัสดี” คำพูดปราศจากหางเสียง
สุริเยนผู้เป็นเจ้าบ่าว ยืนเผชิญหน้ากับบุคคลนิรนาม ซึ่งตัวเขาก็ไม่แน่ใจว่า ผู้ที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขา เป็นแขกของใครกันแน่ แต่ที่แน่ๆไม่ใช่แขกของสุริเยนแน่นอน
“สวัสดีครับ” เขาพูดตามมารยาท “คุณ…” ยังไม่ทันไรสุริเยนก็ได้ยินอีกฝ่ายหนึ่งสวนกลับมา
“คุณกำลังคิดว่า คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าคุณเป็นใครใช่ไหม เป็นเพื่อนเก่าของทิพย์นารี” น้ำเสียงที่พูดตวัดห้วนสั้น
“อ๋อ! ยัยทิพย์นารี เอ๊ย! เพื่อนเก่าของทิพย์นารีนะเอง แล้วคุณ โทษทีเถอะนะน้อง พี่ดูไม่ออกว่าน้องเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง นี่ไม่ได้พูดยียวนกวนประสาทอะไรเลยจริงๆนะ”
“ไม่มีเพศ จะเป็นชายหรือหญิงก็ได้”
“งั้นพี่ของรู้เพศจริงๆตอนที่น้องคลานออกมาจากท้องแม่น้องก็ได้”
มายารู้ว่าในความคิดของชายโฉดผู้นี้ คิดว่ามายาเป็นเพศที่สามของโลกมนุษย์
“ไม่มีเพศ ตั้งนานมากแล้ว”
“นี่น้อง” สุริเยนทำท่าขึ้นเสียงนิดๆ “ไม่รู้หรอกนะ ว่าน้องมีปัญหาอะไรกับเพศกำเนิดของตัวเองตั้งแต่เมื่อไหร่ ว่าแต่ ถ้าไม่มีใครเชิญแล้วมางานนี้หาอะไรไม่ทราบครับ”
“ผู้หญิงที่ชื่อทิพย์นารีฝากให้มาดูแลแก” มายาเมคเรื่อง เทวะน้อยชอบหาเรื่องกับพวกมนุษย์อยู่แล้ว “วันนี้ฉันจะมาดูแกแฉยๆเท่านั้นแหละ แล้วก็จะกลับบ้านของฉัน”


โดย : เชอรี่
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 16 ส.ค. ปี 2006 [ เวลา 17 : 18 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook