บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 4

กรุงงานเขียนเก่า 1
กรุงงานเขียนเก่า 2
กรุงงานเขียนเก่า 3
กรุงงานเขียนเก่า 4
กรุงงานเขียนเก่า 5
<

>> เพียงเรา

เรื่อง : เพียงเรา


เพียงเรา
Author : แก้มนางฟ้า
From : http://www.baadara.com


..............................................................................................................................................................................................




[1]





ไม่น่าเชื่อ .. สายตาของฉันจับจ้องอยู่ที่ร่างสูงตรงหน้า

ทำไมนะ .. ทำไมฉันถึงละสายตาไปจากเขาไปไม่ได้

นับตั้งแต่วินาทีที่ฉันได้จ้องมองเข้าไปในดวงตาสีน้ำเงินของเขา

.. ฉันคงตกหลุมรักเขาเข้าแล้ว





-------------------------------------------------------------------------







เปรมศิณีทอดสายตามองออกไปภายนอกร้านกระจกอันสวยหรู

.. โลกอันสับสนวุ่นวาย .. เธอคิดในใจพลางหายใจอย่างเอือมระอา นี่ฉันต้องทนทุกข์ในเมืองแห่งแสงสีอันจอมปลอมนี่อีกนานเท่าไหร่นะ

ฉันไม่เข้าใจตัวเองจริงๆ ทำไมถึงมาเลือกเรียนมหาลัยในกรุงเทพได้ ทั้งๆที่ฉันเองก็ปฏิเสธมาตลอดว่าไม่ชอบเอาเสียเลยกับความสับสนวุ่นวายในเมืองกรุงอย่างนี้

แต่เมื่อฉันนึกย้อนถึงสาเหตุจริงๆที่ทำให้ฉันตัดสินใจเรียนที่กรุงเทพ และเรียนที่มหาลัยแห่งนี้ ก็มีเพียงสาเหตุเดียว เพียงเพราะฉันอยากอยู่ใกล้ๆเขา





" ..รีม .. ครีม .. ครีม .. นังครีม .. ครีมโว้ย!! "

" โอ๊ย..อะไรเล่า นั่งอยู่ใกล้แค่เนี้ย เรียกซะดัง มีอะไรฮะฝน " เปรมศิณีบ่นกระปอดกระแปดพลางทำเป็นนวดหูแกล้งเพื่อนของตน

" นี่ครีม ใจลอยไปถึงไหนยะ เอาแต่นั่งเหม่อ ดูสิ ไอติมละลายหมดแล้ว "

" ฉันก็คิดอะไรของฉันเรื่อยเปื่อย .. เอาเถอะๆ รีบกินเข้า เดี๋ยวเข้าเรียนของท่านพระอาจารย์ศรไม่ทัน เดี๋ยวก็ซวยกันพอดี "

เปรมศิณีรีบเสริมอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นว่าเพื่อนของตนกำลังขยับปากเตรียมซักถามเรื่องที่ปากของเธอนั้นบอกว่า "คิดอะไรเรื่อยเปื่อย"







เสียงพึมพำต่ำๆของอาจารย์ศรผ่านหูของฉันไปเรื่อยๆ ในขณะที่เพื่อนคนอื่นๆนั่งนิ่งเหมือนรูปปั้นไม่กล้ากระดุกกระดิกเพราะกลัว "โดนฤทธิ์" ของอาจารย์ศร

ใจของฉันกลับกระวนกระวายตรงกันข้ามกับท่าทีที่สงบ พลางเหลือบสายตาไปโต๊ะริมหน้าต่าง ที่ประจำของเขา โดยอัตโนมัติ .. ทำไมเขายังไม่มาอีกนะ เลยมาเกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว เดี๋ยวก็โดนอาจารย์ศร เล่นงานพอดี ดั่งใจคิด เสียงประตูถูกกระชากออกอย่างแรง พร้อมเสียงหอบจากการวิ่งมาอย่างเร็วของชายหนุ่มร่างสูง

ภานุวรรตใช้มือเท้าขอบประตูพลางพูดเสียงละล้ำลำลัก

"อา..อาจารย์ครับ ขอ..ขออนุญาตครับ"

อาจารย์ศรเหลือบมองภานุวรรตด้วยหางตา ก่อนจะพูดเสียงต่ำ

"นี่มันเลยมากี่นาทีแล้ว เธอมีนาฬิกามั้ย ทำไมถึงได้ไม่รู้ว่าคาบของฉันเข้าเรียนมาตั้งนานแล้ว"

"เอ่อ..คือ ผม..เอ่อ ผมวาดรูปเพลินไปหน่อยน่ะครับ เอ่อ..ขอโทษจริงๆครับ"

"นี่ถือว่าเป็นครั้งแรกของเธอ แต่จำไว้มีครั้งที่สองเมื่อไหร่..."

"ครับ ผมจะไม่มาเข้าเรียนสายอีกแล้วครับ"

"ดี" อาจารย์ศรรับคำสั้นๆ ก่อนจำหันไปกล่าวเสียงเรียบเรื่องประวัติศาสตร์กรุงศรีอยุธยาตอนปลายต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น





"วรรต แกโชคดีเป็นบ้าเลย อาจารย์ศรกินอะไรผิดสำแดงเข้าไปวะ"

"เฮ้ย..สงสัยไอ้วรรตมันมีหลวงปู่ช่วยว่ะ เอ็งไปขอมาจากวัดไหนวะ"

"แม่ง สงสัยอาจารย์ทะเลาะกับเมียแหง ไม่ออกลายเหมือนทุกวันว่ะ"

"เออ...มั้ง"

"..."

"เฮ้ย..เป็นไรวะ ล้อนิดล้อหน่อยทำมาเป็นอารมณ์เสีย"

"ข้าอารมณ์ไม่ดีว่ะ วันนี้ข้ากลับก่อนแล้วกัน พวกแกไปต่อกันเองเถอะ"

"เอางั้นแน่หรอวะ เออ..ตามใจ แล้วยังมานั่งร้องไห้เสียดายนะโว้ย"

"เออๆๆ พวกแกรีบไปกันเถอะ เดี๋ยวรถจะติด" ภานุวรรตไล่เพื่อนเสียงเข้มเมื่อเห็นว่าเพื่อนฝูงมีทีท่าว่าจะไม่ยอมให้ตนพลาดไปร่วมฉลองเนื่องในโอกาส "อาจารย์ศรไม่แผลงฤทธิ์"

เมื่อเหล่าทโมนทั้งหลายลับตาไป ภานุวรรตรีบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาทันที ก่อนจะลังเลค้างอยู่ที่ปุ่มโทรออก ซึ่งขึ้นค้างคำว่า "ครีม" อยู่





"วรรต เพื่อนๆหายไปไหนกันหมดหรอ อ้าว..โทษทีคุยโทรศัพท์อยู่ งั้นครีมไม่กวนนะ"

ภานุวรรตหันไปตามเสียงใสๆของสาวน้อยที่ตนคิดถึง ก่อนจะยิ้มออกมา พลางคิดในใจว่าเขากำลังจะโทรให้หา เจ้าตัวก็มาพอดี

"อ๋อ..ครีม ไม่มีอะไรหรอก อ้อ..ไอ้พวกนั้นมันไปเที่ยวต่อกันแล้วล่ะ"

"แล้ววรรตไม่ไปกับพวกเค้าหรอ"

"วรรตกะว่าจะวาดรูปต่อให้เสร็จน่ะ แล้วครีมมีธุระที่ไหนรึเปล่า"

"เปล่าจ้ะ ครีมก็กะจะมาคุยกับวรรตนี่แหละ" หญิงสาวตอบพร้อมระบายยิ้มอันเป็นเอกลักษณ์ของเธอ

"งั้นเราไปที่นั่งคุยที่เดิมกันดีกว่า วรรตจะได้วาดรูปไปด้วย"





สองหนุ่มสาวนั่งใต้ต้นประดูแดงต้นเดิม ภานุวรรตหยิบภาพที่วาดค้างไว้ออกมา ก่อนจะเริ่มบทสนทนากับเปรมศิณี

"วาดรูปอะไรอยู่หรอวรรต"

"ต้นลำพูที่หลังมหาลัยเรานี่แหละ .. ครีมเคยได้ยินมั้ยที่เค้าบอกว่าจะมีหิ่งห้อยอยู่ที่ต้นลำพูน่ะ"

"อ๋อ..เคยได้ยินสิ ครีมยังเคยคิดเลยนะว่าถ้าเรามีต้นลำพูของเราเอง แล้วนั่งดูหิ่งห้อยกับคนรักเนี่ย คงโรแมนติกไม่เบาเลยเนอะ"



ภานุวรรตอดอมยิ้มกับความช่างฝันของหญิงสาวตรงหน้าไม่ได้ หากชีวิตของเขาขาดรอยยิ้มของเปรมศิณีคงเหมือนหิ่งห้อยขาดแสงเลยทีเดียว







..............................................................................................................................................................................................





[2]





"ขอโทษนะครับ เอ่อ...ที่นั่งตรงนี้ว่างมั้ยครับ"

"อ้อ.." ฉันตอบได้เพียงเท่านั้นก็ต้องเงียบไป สายตาฉันจับจ้องอยู่ที่ร่างสูงตรงหน้า ไม่สามารถบังคับให้สายตาละไปจากเขาได้เลย

"เอ่อ..ไม่ว่างหรอครับ งั้น.. ไม่เป็นไรครับ"

"ว่าง..ว่างค่ะว่าง" ฉันรีบละล้ำละลักตอบกลัวเขาจะเดินจากไป

"อ้อ..ขอบคุณมากครับ"



นับตั้งแต่วันแรกที่ฉันได้รู้จักเขา จนถึงวันนี้เขาจะรู้บ้างมั้ยนะว่าเขาทำให้ชีวิตของฉันเปลี่ยนไปได้ถึงเพียงนี้





-------------------------------------------------------------------------





"นี่เจี๊ยบ หมู่นี่นังครีมมันเป็นอะไรของมันน่ะ เอาแต่นั่งเหม่อ"

"สงสัยคิดถึงวรรตล่ะมั้ง"



"นี่!! .. จะนินทาอะไรก็ให้มันเบาๆหน่อยได้มั้ย แล้วอีกอย่าง..ฉันไม่ได้คิดถึงวรรตด้วย"

"อ๋อ..หรอจ๊ะ แหม..ลืมไปว่าครีมเค้ามีวรรตอยู่ในใจอยู่แล้ว อิๆๆๆ"

"นี่นังฝน ฉันบอกกี่ทีแล้วฮะ ว่าฉันกับวรรตเป็นแค่เพื่อนกัน"

"จ้าๆ แม่ผู้ร้ายปากแข็ง"

เปรมศิณีเบื่อหน่ายที่จะต้องมานั่งเถียงกับเพื่อนรักทั้งสองของตน จึงเงียบไปและกลับมาจมอยู่ให้ห้วงความคิดของตนเองครั้ง



ห้าปีแล้วสินะที่เราได้เฝ้ามองเขาอยู่อย่างนี้ เปรมศิณีคิดอย่างน้อยใจ .. เขาจะรู้บ้างมั้ยนะว่าฉันคิดยังไงกับเขา

ถึงเราจะไม่เคยพูด แต่การกระทำของเราก็น่าจะบอกอะไรกับเขาได้บ้าง

"เขาไม่รู้หรอก" .. ในที่สุดเปรมศิณีก็ได้ข้อสรุปในใจ หรือไม่ก็ ... เธอไม่อยากให้ความคิดนี้เป็นจริงเลย เขาคงไม่ได้คิดอะไรกับเราเลย ..





ในชั้นเรียนวิชาเศรษฐศาสตร์ เปรมศิณีนั่งหมุนปากกาอย่างใจลอย

ปล่อยให้เสียงอาจารย์และเสียงคุยของเพื่อนๆผ่านหูไปเรื่อยๆ รอคอยให้ถึงเวลาเลิกเรียน

แต่แล้วก็มีใครคนหนึ่งสะกิดเรียกเธอให้พ้นจากห้วงคำนึง

"ครีมๆ เค้าส่งต่อมาน่ะ บอกว่าให้เธอ"

เปรมศิณีรับกระดาษแผ่นเล็กที่ถูกพับลวกๆสองสามทบมาเปิดอ่าน





ครีม .. เลิกเรียนแล้วรอที่หน้าห้องก่อนนะ มีอะไรจะให้ดู

วรรต





เปรมศิณีมองแผ่นกระดาษนั้นอย่างงงๆ ก่อนจะเก็บใส่กระเป๋าพร้อมกับรอยยิ้ม





"นึกว่าครีมจะไปก่อนซะแล้ว นี่..วรรตมีอะไรจะให้ดู แต่น แตน แต๊น.."

เปรมศิณีมองตามมือของชายหนุ่มตรงที่หน้าที่กำลังล้วงเข้าไปหยิบสิ่งของในย่ามคู่ใจด้วยท่าทีตื่นเต้น

"นี่..วรรตเพิ่งวาดเสร็จเมื่อคืนล่ะ เป็นไง"

"โอ้โห!! วรรต...สวย สวยมากเลย เหมือนของจริงเลยล่ะ"

เปรมศิณีจ้องมองภาพตรงหน้าเหมือนถูกสะกด ต้นลำพูต้นใหญ่ โดดเด่นกลางท้องฟ้าที่มืดสนิท ระยิบระยับไปด้วยแสงของหิ่งห้อยนับพันตัว

เธอจ้องมองภาพนั้นอยู่นาน ก่อนที่จะมีเสียงเรียกให้ตื่นจากภวังค์

"เป็นไงครีม ชอบมั้ย"

"ชอบ..ชอบจ้ะ ชอบมาก" เปรมศิณีตอบพร้อมรอยยิ้มที่ทำให้ชายหนุ่มตรงหน้ารู้สึกอบอุ่นในใจทุกครั้ง

"งั้น..วรรตให้ครีมนะ"

"วรรต เอ่อ..แต่มันสวยมากเลยนะ แล้วท่าทางจะวาดยากมากเลยด้วย"

"ก็ครีมชอบมากนี่นา อีกอย่างครีมอยากมีต้นลำพูใช่มั้ยล่ะ แต่สมัยนี้แล้วมันก็หายากแล้วยังปลูกยากอีก เถอะน่า..วรรตให้นะ"

ภานุวรรตนำรูปภาพใส่มือของเปรมศิณีพร้อมกุมไว้แน่น

"เวลาครีมเห็นภาพนี้ก็จะเหมือนกับว่าครีมกำลังนั่งอยู่ใต้ต้นลำพูต้นนี้ไง"





เปรมศิณีจ้องมองภาพที่ภานุวรรตมอบให้ไม่วางตา เธอนำภาพนั้นไปใส่กรอบในเย็นวันนั้นทันที และแขวนไว้ที่ผนังห้องนอนของเธอ

เธอจ้องมองภาพต้นลำพูกลางคืนเดือนมืดที่ประดับไปด้วยหิ่งห้อย พร้อมคิดถึงผู้ที่วาดภาพนี้ วรรตจะจำได้มั้ยนะว่าเธอเคยพูดไว้ว่า

ถ้าได้นั่งดูหิ่งห้อยกับคนรักใต้ต้นลำพูแล้วคงจะโรแมนติกมาก เขาจะรู้มั้ยนะว่าฉันอยากให้เขามานั่งดูหิ่งห้อยกับฉัน

เปรมศิณีคิด พร้อมส่ายหัวน้อยๆ ก่อนจะหลับไปด้วยความหวังในใจที่งอกงามขึ้นที่ละน้อย







..............................................................................................................................................................................................





[3]





"เอ่อ..คุณเปรมศิณีใช่มั้ยครับ"

"อ้อ..เอ่อ..ใช่ค่ะ" ฉันตอบกลับไปด้วยอาการตกใจ นี่..นี่เขามาทักฉันหรือนี่

"บังเอิญจังเลยครับ เราได้อยู่ห้องเดียวกันด้วยครับ เอ่อ..คุณจำผมได้มั้ยครับ ผมนั่งข้างๆคุณตอนที่ฟังประชุมน่ะครับ"

"จำ..จำได้ค่ะ"

"เอ้อ..เลยลืมแนะนำตัวไปเลยครับ ผมภานุวรรตนะครับ เรียกผมว่าวรรตก็ได้ครับ"

"ฉัน..ฉันเปรมศิณี เอ๊ะ ว่าแต่..คุณรู้ชื่อฉันได้ยังไงล่ะครับ"

"อ๋อ..ผมเห็นชื่อตรงหน้าปกสมุดตอนที่คุณถือเขาไปในห้องประชุมน่ะครับ" เขาตอบพร้อมระบายยิ้มน้อยๆ นี่เขาจำชื่อเราได้ด้วยหรือนี่

"เอ..แล้วชื่อเล่นล่ะครับ"

"เอ่อ..ครีมค่ะ"

"ครีม..ชื่อน่ารักจังเลยนะครับ"



วันแรกที่คุยกับเขา ฉันรู้สึกคุ้นเคย เหมือนเราเคยรู้จักกันมานาน เขาจะรู้สึกเหมือนฉันรึเปล่านะ





-------------------------------------------------------------------------





ตี๊ด .. ตี๊ด .. ตี๊ด เสียงโทรศัพท์มือถือบนหัวเตียงปลุกเปรมศิณีให้ตื่นจากห้วงนิทราอันแสนสุข

"ตีหนึ่ง เฮ้อ..ใครกันนะ" เธอกล่าวน้ำเสียงงัวเงียพลางเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วกดปุ่มรับสาย

"สวัสดีค่ะ"

"ครีม..ครีมใช่มั้ย นี่อุ้มเองนะ"

"อุ้มหรอ" เปรมศิณีตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงงุนงง

"อุ้มที่อยู่นครปฐมไง นี่อุ้มจะย้ายบ้านมาอยู่ที่กรุงเทพล่ะครีม"

"จริงหรออุ้ม" ข่าวดีจากเพื่อนรักที่ไม่ได้พบกันนานแรมปี ทำให้เธอต่างสว่าง หลุดพ้นจากความง่วงทันที

"อืม..พ่อเค้าจะย้ายไปทำงานในกรุงเทพน่ะ อุ้มเลยต้องตามไปด้วย"

"ดีจังเลยอุ้ม อุ้มจะมาเรียนที่เดียวกับครีมรึเปล่า"

"อืม..เราโทรมาก็เพราะจะปรึกษาครีมเรื่องนี้แหละ"

"ดีเลยอุ้ม อุ้มมาพักที่เดียวกับเราได้เลย ตอนนี้เราเช่าหออยู่คนเดียว"

"จริงหรอ ดีจังเลย เราคิดถึงครีมมากๆเลยนะ"

"เราก็คิดถึงอุ้มมากเหมือนกัน"

"งั้น..เดี๋ยวพรุ่งนี้เราไปหาครีมนะ ไปเจอกันที่ไหนดีล่ะ"

"อืม..มาหาเราที่หน้ามหาลัยแล้วกัน ประมาณสามโมงนะ เราเลิกเรียนพอดี"

"จ้ะ พรุ่งนี้เจอกันนะครีม ขอโทษที่โทรมากวนกลางดึก"

"อืม..ไม่เป็นไร แล้วเจอกันนะ บายจ้ะ"

"บายจ้ะครีม"



เปรมศิณีกดปุ่มวางสาย พร้อมกับอมยิ้ม ..อยากให้ถึงพรุ่งนี้เร็วๆจัง.. เปรมศิณีคิดด้วยความสุขใจ

ก่อนจะกลับเข้าสู่ห้วงนิทรา โดยไม่รู้ตัวเลยว่า .. ในอนาคตอันใกล้จะเกิดสิ่งไม่คาดฝันขึ้นกับเธอ







"อุ้ม..อุ้ม ทางนี้จ้ะ ทางนี้"

"ครีม.." อุ้มตะโกนเสียงดังพลางวิ่งเข้ามาสวมกอดเพื่อนรักด้วยความคิดถึง

"เบาๆก็ได้ ยัยอุ้ม เดี๋ยวฉันก็แบนพอดี"

"โทษที แห่ะๆ" อุ้มยิมแหยๆ ก่อนจะปล่อยเปรมศิณีให้เป็นอิสระ



"อ้าว..วรรตมาพอดี วรรต..วรรต ทางนี้จ้ะ ทางนี้"

"อ้อ..ครีม อ้าว..แล้วนี่.." ภานุวรรตถามเมื่อมองเห็นหญิงสาวยืนอยู่ข้างๆเปรมศิณี

"อ๋อ..นี่อุ้มนะวรรต เป็นเพื่อนครีมเอง เค้าจะย้ายมาอยู่หมาลัยเดียวกับพวกเราล่ะ"

"สวัสดีครับอุ้ม ผมวรรตครับ" ภานุวรรตทักทายพร้อมยิ้มน้อยๆ แบบที่เขาชอบทำประจำ

"ส..สวัสดีค่ะ" สวลีตอบตะกุกตะกัก พลางจ้องมองชายหนุ่มตรงหน้าไม่วางตา

ทว่าเปรมศิณีและภานุวรรตไม่ได้สังเกตเห็นสายตาของสวลีเลย ทั้งสองกำลังคุยถึงร้านขนมเค้กที่คิดว่าน่าจะชวนอุ้มไปนั่งคุยกันที่ร้านนั้น





"ว่าไงอุ้ม ไปกันมั้ย"

"อ้อ..ไป..ไปจ้ะไป"

"งั้นดีครับ พวกเราไปกันเลย"



ภานุวรรตคุยเรื่องการแผลงฤทธิ์ของอาจารย์ศรในห้องเรียนวันนี้อย่างสนุกสนาน ในขณะที่เปรมศิณีนั่งจิบโกโก้

พร้อมกับอมยิ้ม นึกขำชายหนุ่มตรงหน้า ที่เล่าเรื่องได้อย่างสนุกสนานกว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงๆเสียอีก

ส่วนสวลีนั้นได้แต่นั่งเหม่อ มองแต่หน้าของภานุวรรต ด้วยแววตาเคลิ้มฝัน ไม่ได้แตะขนมเค้กในจานเลยแม้แต่น้อย

ภานุวรรตเหลือบไปมอง ก็เห็นว่าขนมเค้กในจานของสวลีไม่ได้พร่องไปเลย จึงเอ่ยปากถามหญิงสาวตรงหน้า

"อุ้มครับ ไม่หิวหรอครับ หรือว่าไม่ชอบทานขนมเค้ก"

"เอ้อ..คือ..ปล่าวค่ะ ชอบสิคะ"

เสียงของภานุวรรตปลุกสวลีให้ตื่นจากภวังค์ เธอมองภานุวรรตและเปรมศิณี เมื่อเห็นว่าทั้งคู่ยังคงจ้องมองเธออยู่ด้วยความสงสัย

เธอจึงตักขนมเค้กเข้าปากไปคำใหญ่...

"ทานช้าๆก็ได้ครับ รู้แล้วล่ะครับว่าชอบขนมเค้กจริงๆ"

ภานุวรรตแซว พร้อมรอยยิ้มที่ทำให้สวลีก้มหน้าหลบสายตาของเขาพร้อมใบหน้าที่แต้มสีแดงระเรื่อ

เปรมศิณีมองเพื่อนรักของต้นด้วยความงุนงง พร้อมกับภาวนาให้สิ่งที่ตนคิดอยู่ในใจนั้น..ไม่ได้เกิดขึ้นจริงกับสวลี







..............................................................................................................................................................................................





[4]





"เฮ้ย...ข้าถามเอ็งจริงๆเหอะว่ะ ไม่เหงามั่งหรอวะ อยู่คนเดียวมาจนป่านนี้แล้วน่ะไอ้วรรต ไม่คิดจะหาเด็กมาควงซักคนสองคนสองวะ"

"ข้าไม่ได้จีบทิ้งจีบขว้างแบบพวกแกนี่หว่า อย่างข้าน่ะรักเดียวใจเดียวโว้ย"

"จุ๊ๆๆๆ ดูมันพูดเข้า อย่างนี้แสดงว่าต้องแอบรักใครอยู่แน่เลยว่ะ กิ้วๆๆๆ ใช่ป่าววะ"

"...."

"ฮั่นแน่...ทำเงียบ เฮ้ย..บอกหน่อยสิวะ เด็กปีไหนวะ แหม่..แกนี่ซุ่มเงียบจริงๆ"

"โอ๊ย...ข้าหิวแล้ว รีบไปหาอะไรกินกันเถอะ เดี๋ยวข้าวหมดอดกินกันไม่รู้ด้วยเว้ย" ไม่พูดเปล่า ภานุวรรตรีบเดินนำเพื่อนๆไปทันที

"เฮ้ย..คบกันมาตั้งหลายปี เพิ่งจะเคยเห็นไอ้วรรตมันอายว่ะ"

กลุ่มเพื่อนซี้ที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังพากันเฮลั่นก่อนจะตามภานุวรรตที่เดินตัวแข็งนำลิ่วไปหลายเมตรแล้ว



หารู้ไม่ว่ามีหญิงสาวคนหนึ่งที่แอบฟังเรื่องราวตั้งแต่ต้น ได้แต่ยืนนิ่งอยู่กับที่ สายตาจ้องมองตามชายหนุ่มที่เดินลิ่วไปแล้ว



.. เขามีคนที่รักอยู่แล้ว ฉันคงไม่มีวันได้บอกความในใจออกไป แต่ขอให้ฉันอยู่ใกล้ๆเขา .. ก็พอ





-------------------------------------------------------------------------





"อุ้ม...อุ้มจ๊ะ อุ้ม...อุ้มมมมมมมมมมม"

"โอ๊ย...อ๋อ ครีม มีอะไรหรอ"

"ก็เธอน่ะนั่งเหม่อตั้งนานแล้ว ฉันถามอะไรก็ไม่เห็นตอบมาซักที" เปรมศิณีมองเพื่อนรักด้วยสายตางุนงง

"อ๋อ..ก็..คิดอะไรเรื่อยเปื่อยน่ะ" เปรมศิณีได้ยินคำตอบนั้นก็ชะงัก พลันหวนคิดถึงครั้งที่ตัวเองเคยพูดคำๆนี้ออกมาเหมือนกัน

เพียงแต่ขอให้คำว่า "คิดอะไรเรื่อยเปื่อย" ของสวลี ไม่เหมือน "คิดอะไรเรื่อยเปื่อย" ที่เธอเคยพูดออกไป



"อื้ม..เมื่อกี้ครีมถามอุ้มว่าอะไรนะจ๊ะ"

"เสาร์นี้เพื่อนครีมเค้าชวนไปดูหนังล่ะ อุ้มจะไปมั้ย"

"อืม..เสาร์นี้หรอ" สวลีพูดพลางเปิดสมุดบันทึกของเธอดูวันเวลา

"นี่อุ้ม..อุ้มจำวรรตได้มั้ย วรรตกับเพื่อนๆเค้าก็จะไปกันด้วยล่ะ" เปรมศิณีเอ่ยพลางชูนิ้วนับจำนวนคนที่จะไปในวันเสาร์นี้

"วรรต...วรรตไปด้วยหรอครีม งั้นอุ้มไปๆ อุ้มว่างล่ะ แล้วกี่โมงล่ะครีม อ้อ..ที่ไหนด้วย" สวลีกล่าวอย่างรวดเร็วด้วยแววตาเป็นประกาย

เมื่อได้ยินน้ำเสียงที่กระตือรือร้นของสวลี .. เปรมศิณีชักหวั่นๆ ว่าสิ่งที่ตนเองภาวนานั้น คงไม่สำฤทธิ์ผลเสียแล้ว เธอได้แต่นิ่งอึ้งด้วยความกลัว



"...."

"ครีม ว่าไงล่ะจ๊ะ ไปที่ไหน กี่โมง"

"เอ่อ..ประมาณเก้าโมงเช้านะ อุ้มมาหาครีมที่หอก่อนดีกว่า แล้วเดี๋ยวเราไปพร้อมกัน"

"จ้ะ อยากให้ถึงพรุ่งนี้เร็วๆจังเลยล่ะครีม"

เปรมศิณีได้แต่เฝ้ามองเพื่อนรักตรงหน้าที่กำลังตื่นเต้นดีใจ ด้วยความกังวล

สวลีเป็นเพื่อนรัก เป็นเพื่อนตั้งแต่สมัยเด็กของเธอ .. แล้วเธอจะทำอย่างไรดี







"วรรต วรรตว่าอุ้มเค้าเป็นไงมั่ง"

"หืม..เป็นยังไง ... ยังไงล่ะครีม เค้าก็เป็นเพื่อนครีมไง"

"ไม่ใช่ ครีมหมายถึง อืม..อุ้มเค้าน่ารักมั้ย นิสัยเป็นยังไง อะไรทำนองเนี้ย"

"อ๋อ..อืม เค้าก็ดีอ่ะนะ แหม..ถ้าไม่ดีจะมาเป็นเพื่อนครีมได้ยังไงล่ะ จริงมั้ย"

ภานุวรรตตอบไปตามที่ตนรู้สึก ไม่ได้ลังเลถึงความนัยที่แฝงอยู่ในคำถามนั้นเลย



"เออ..นี่แล้วพรุ่งนี้อย่ามาสายล่ะครีม เก้าโมงนะ"

"จ้า แหม..เดี๋ยวครีมก็ไปซะตั้งแต่เจ็ดโมงเลย" เปรมศิณีตอบชายหนุ่มอย่างค้อนๆ

"โธ่..ครีมอย่างอนสิ วรรตก็แค่กลัวจะลืมน่ะ ครีมไม่ไปก็ไม่สนุกน่ะสิ" ภานุวรรตตอบพร้อมยิ้มกว้าง

"งั้นเดี๋ยววรรตไปเตือนพวกลิงทั้งหลายนั่นก่อนนะ แล้วพรุ่งนี้เจอกัน"

"จ้ะ พรุ่งนี้เจอกัน"



นี่ฉันไม่ได้คิดไปเองใช่มั้ย เขาพูดแบบนี้เหมือนให้ความหวัง เขาแคร์ฉันใช่มั้ย

วรรต..วรรตอย่าปล่อยให้ครีมคิดไปเองฝ่ายเดียวนะ







"เป็นไง หนังสนุกมั้ย" ภานุวรรตถามหญิงสาวน้ำเสียงตื่นเต้น หลังจากปลีกตัวแยกออกมาจากกลุ่มเพื่อนๆที่ต่างก็พูดคุยถึงภาพยนตร์สยองขวัญที่เพิ่งดูจบกันไป

"โอ๊ย..วรรต พวกนายเนี่ย หนังมีตั้งเยอะตั้งแยะ ทำไมต้องไปเลือกดูหนังผีด้วยก็ไม่รู้ น่ากลัวจะตาย"

"ฮ่าๆๆ น่ากลัวนี่สิยิ่งดี ไม่งั้นจะเข้ามาดูกันทำไมล่ะ"

เปรมศิณีมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความขบขัน นี่เขาทำให้เรื่องน่ากลัวเป็นเรื่องสนุกได้ยังไงนะ



"เอ่อ...ครีม ครีมถามเรื่องนั้นให้อุ้มหน่อยสิ" สวลีแอบเดินเข้ามากระซิบเตือนเพื่อนรักด้วยความที่กลัวจะลืม

"อ๋อ...จ้ะอุ้ม นี่..วรรต อุ้มเค้าชอบวาดรูปล่ะ เค้าจะขอเข้าชมรมด้วยได้มั้ย"

"อ้อ...ได้สิครับ ดีจังครับ ชมรมเราจะได้คนมีฝีมือเพิ่มเข้ามาอีกคนนึง"

"ขอบคุณมากค่ะ แต่..อุ้มเพิ่งเริ่มหัดน่ะค่ะ อาจจะยังไม่ค่อยดีเท่าไหร่"

"ไม่เป็นไรหรอกครับ ขอแค่มีใจรัก รูปที่วาดออกมาต้องสวยแน่นอนครับ"



ภานุวรรตและสวลีคุยกันถึงเรื่องการวาดรูปอย่างถูกคอ โดยไม่ได้สังเกตเลยว่าเปรมศิณีนั้น จ้องมองคนทั้งคู่ด้วยแววตาที่เศร้าสร้อย





"ใช่ครับ ช่วงนี้เทรนสีเข้มกำลังมาแรงครับ ยิ่งถ้าวาดแนวลึกลับ ขรึมๆ สีหนักๆ นี่กำลังเป็นที่นิยมเลยล่ะครับ"

"หรอคะ เอ..แต่อุ้มชอบแนวสดใสมากกว่า"

"ก็ดีนะครับ แนวสดใส .. วรรตว่าเหมาะกับอุ้มดีนะครับ ครีมว่ามั้ย"

"...."

"ครีมจ๊ะ ครีมว่าเหมาะมั้ย"

"เอ้อ..จ้ะๆ เหมาะจ้ะ" เปรมศิณีตอบพร้อมกับฝืนยิ้มออกมาเล็กน้อย

"เอ..ดูท่าทางครีมจะเพลียๆแล้วนะครับ วรรตว่าครีมกลับไปพักผ่อนก่อนดีมั้ย"

"ใช่จ้ะ อื้ม..งั้นเดี๋ยวอุ้มไปเอาของที่บ้านพ่อมาก่อน แล้วค่อยจะไปหาครีมที่หอนะ"

"อืม...ได้จ้ะ รีบหน่อยนะอุ้ม เดี๋ยวจะมืดซะก่อน"

"จ้า" สวลีรับคำก่อนจะรีบวิ่งออกไป เพราะบ้านพ่อที่เธอพักอยู่นั้นไกลจากมหาวิทยาลัยที่เรียนมาก

เธอจึงต้องย้ายมาอยู่หอพักเดียวกับเปรมศิณีและเปรมศิณีก็เป็นคนออกปากชวนเธอเอง





"ครีมท่าทางไม่ค่อยดีเลยนะครับ ให้วรรตไปส่งที่หอดีมั้ย"

"ไม่เป็นไรหรอกวรรต ใกล้แค่นี้เอง ครีมเดินไปแป๊บเดียวก็ถึง"

"เถอะน่าครีม ให้วรรตไปส่งเถอะ วรรตเป็นห่วงนะ"



เปรมศิณีมองชายหนุ่มตรงหน้าที่กำลังหลบสายตาของเธอด้วยความงงงวย ก่อนจะอมยิ้มและเดินนำออกไปอย่างสุขใจ





..............................................................................................................................................................................................





[5]





"สวัสดีจ้ะครีม เธอจำเราได้มั้ย เราเรียนอยู่ห้องเดียวกับเธอนะ บ้านเราอยู่ตรงหัวมุมนี้เอง"

"อ้อ..สวัสดีจ้ะ จำได้สิจ๊ะ อุ้มใช่มั้ย"

"ใช่จ้ะ งั้นเราไปโรงเรียนด้วยกันทุกวันเลยนะ"

"อื้ม..ไปสิ"



พวกเราเดินไปโรงเรียนด้วยกันทุกวัน ตั้งแต่อนุบาลหนึ่ง .. จนถึงทุกวันนี้

สิบห้าปีแล้วสินะ ความเป็นเพื่อนระหว่างเราไม่เคยจางหายไปเลย





-------------------------------------------------------------------------





"สวัสดีค่ะ"

"เอ่อ..สวัสดีครับ ขอสายครีมหน่อยครับ" ชายหนุ่มเอ่ยตอบกลับไปด้วยความแปลกใจ...ปกติครีมมารับโทรศัพท์เองทุกครั้งนี่นา แล้วนี่ใครมารับสายแทนกัน

"อ้อ..รอสักครู่นะคะ ไม่ทราบว่าใครต้องการพูดด้วยคะ"

"วรรตครับ" หญิงสาวชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

"วรรต...วรรตหรอคะ นี่อุ้มเองนะคะ จำอุ้มได้มั้ยคะ"

"อ้อ..ครับ อุ้ม..จำได้ครับ อุ้มมาหาครีมที่หอหรอครับ"

"อ๋อ..อุ้มมาพักอยู่กับครีมด้วยน่ะค่ะ บ้านพ่อไกลจากมหาลัยมากน่ะค่ะ เดินทางไม่สะดวก ครีมเค้าก็เลยชวนให้ย้ายมาพักที่หอกับเค้าน่ะค่ะ"

"เอ่อ..อุ้มครับ ผมขอพูดกับครีมหน่อยครับ"

"อ้อ..เอ่อ..ได้ค่ะ" สวลีกล่าวน้ำเสียงน้อยใจ .. นี่เขาไม่อยากพูดกับเราบ้างเลยหรือ ไอ้เราล่ะตื่นเต้นแทบตาย เฮ้อ...

สวลีได้แต่แอบรำพึงรำพันในใจ ก่อนจะตะโกนเรียกเพื่อนรักของตน

"ครีม..ครีมจ๊ะ โทรศัพท์จ้ะ"

"จ้าๆ มาแล้วจ้ะ"



"สวัสดีค่ะ ครีมพูดค่ะ"

"สวัสดีครับครีม วรรตเองนะ"

"อ้อ..วรรตเองหรอ มีอะไรหรอจ๊ะ"

"อืม..วรรตมีเรื่องอยากจะจะคุยกับครีมน่ะ วรรตมารออยู่ข้างล่างแล้วล่ะ ครีมลงมาหน่อยได้มั้ย"

"อ้อ..ได้สิ รอแป๊บนึงนะวรรต ครีมจะรีบลงไป"

เปรมศิณีวางสายก่อนจะคว้าเสื้อคลุมสวมทับและรีบวิ่งลงไปข้างล่างทันที





หญิงสาวมองร่างสูงตรงหน้าที่กำลังส่งยิ้มกว้างมาให้เธอ

นี่เขามีเรื่องอะไรจะมาคุยกับเรานะ..เปรมศิณีคิดหัวข้อสนทนามากมายที่คาดว่าชายหนุ่มน่าจะยิบยกขึ้นมาพูดคุยด้วย

เฮ้อ..คิดไปก็เหนื่อยเปล่า ถามเขาให้รู้เรื่องไปเลยดีกว่า...ไว้ดั่งใจคิดเปรมศิณีเอ่ยปากถามชายหนุ่มตรงหน้าทันที



"มีอะไรจ๊ะหรอวรรต"

"เอ่อ..คือ นั่งก่อนสิครีม" ชายหนุ่มพูดตะกุกกักพลางเชื้อเชิญให้หญิงสาวตรงหน้านั่งลงก่อน



นี่เขาจะพูดอย่างไรดีล่ะ ใครต่อใครคงคิดว่าเขาน่ะเชี่ยวชาญเรื่องผู้หญิงดีนัก

แต่ความเป็นจริงแล้วตั้งแต่เกิดมาเขาไม่เคยชวนผู้หญิงออกเดทเลยด้วยซ้ำไป

ชายหนุ่มมองร่างบางตรงหน้า หญิงสาวคนแรกที่เขาจะขอออกเดทด้วย ..

หญิงสาวมองเขาอย่างุนงง แต่ก็ส่งยิ้มละไมมาให้ ภานุวรรตได้แต่ด่าตัวเองในใจ..

โธ่..เตรียมคำพูดมาซะดิบดี ทำไมมันต้องมาลืมเอาตอนนี้ด้วยนะ



"หือ..วรรต มีอะไรจะคุยกับครีมหรอจ๊ะ"



รอยยิ้มของหญิงสาวยิ่งทำให้คำพูดของเขากลืนหายเข้าไปอีก ชายหนุ่มพยายามเรียบเรียงคำพูดอย่างรวดเร็ว



"คือว่า..คือ พรุ่งนี้ครีมว่างมั้ย เอ่อ..ผม..ผม..ผมจะชวนครีม เอ่อ..ไปดูหนังน่ะครับ"

"อ๋อ..ว่างสิ" เปรมศิณีตอบอบย่างงุนงง นี่หรือคือเรื่องที่เขาต้องการจะมาคุยด้วย

"เอ่อ..งั้นบ่ายโมงผมจะมารอครีมที่หน้าหอนะครับ"

"อ้อ..ได้จ้ะ เอ้อ..วรรต แล้วมีใครไปบ้างล่ะ"



เอาล่ะสิ..เขาจะบอกเธอว่ายังไงดีล่ะทีนี้ ชายหนุ่มระดมสมองคิดอย่างรวดเร็ว



"หือ..วรรต ตกลงมีใครไปบ้างหรอจ๊ะ"



ภานุวรรตรวบรวมความกล้าอยู่นานกว่าจะพูดออกไปอย่างตะกุกตะกัก



"ผม..คือ..ผมอยากไปกับครีมแค่สองคนน่ะครับ"

"อ้อ.." เปรมศิณีมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความตกใจระคนดีใจ

นี่เราไม่ได้หูฝาดไปใช่มั้ย...เรา...เราไม่ได้ฝันไปนะ เรื่องจริงใช่มั้ย

วรรต..วรรตชวนเราไปดูหนัง แค่..แค่สองคน



ชายหนุ่มและหญิงสาวได้แต่หลบสายตากัน ต่างคนก็ต่างเงียบกันไปนาน

ภานุวรรตจึงตัดสินใจเป็นผู้ทำลายความเงียบนั้นก่อน



"เอ่อ..นี่ก็ดึกแล้ว งั้นวรรตไปก่อนนะครับ เอ่อ..หลับฝันดีนะครับ ราตรีสวัสดิ์ครับ"

"อ้อ..จ้ะ พรุ่งนี้เจอกันนะ"

"ครับ พรุ่งนี้เจอกัน"



ทั้งคู่หันหลังให้กัน และต่างคนต่างก็เดินจากไป โดยที่ทั้งคู่ไม่ทันเห็นรอยยิ้มกว้างที่ระบายอยู่บนใบหน้าของอีกคน





..............................................................................................................................................................................................





[6]





"ครีม เธออย่าลืมฉันนะ ฉันจะเขียนจดหมายหาเธอบ่อยๆ ฉันจะโทรศัพท์หาเธอด้วย ครีม..ฉัน..ฉัน"

"โธ่..อุ้มอย่าร้องไห้สิ เราต้องได้เจอกันอีกแน่นอน" เปรมศิณีไม่รู้จะทำอย่างไรดี ได้แต่ปลอบคนข้างหน้าทั้งๆที่น้ำตาของตัวเองก็ปริ่มขอบตาแล้ว

"ครีม..สัญญานะ เราจะเป็นเพื่อนกันตลอดไป สัญญานะครีม"

"จ้ะ ครีมสัญญา ไม่มีทางที่จะมีอะไรแยกเราสองคนจากกันได้"

"จ้ะ" สวลียิ้มรับทั้งน้ำตาก่อนจะโผเข้ากอดเพื่อนรัก



เพื่อนที่เธอร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมานานกว่าสิบห้าปี เธอไม่อยากจะเชื่อว่าวันที่เธอทั้งสองจะต้องแยกจากกันจะมาถึงแล้ว

แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม ไม่มีวันที่มิตรภาพระหว่างเพื่อนระหว่างทั้งสองจะสั่นคลอนลงได้ .. ไม่มีวัน





-------------------------------------------------------------------------





"นี่ครีม อุ้มว่าจะถามตั้งหลายทีแล้วล่ะ รูปนี้รูปต้นลำพูใช่มั้ย ใครเป็นคนวาดน่ะ สวยจัง"

สวลีจ้องมองภาพต้นลำพูกลางเดือนมืดที่ประดับไปด้วยหิ่งห้อยระยิบระยับด้วยแววตาเคลิ้มฝัน

"อ๋อ.." เปรมศิณีตอบพลางยิ้มกว้าง "วรรตเค้าให้มาน่ะ"

"วรรต..วรรตให้มาหรอ" เปรมศิณีจับได้ว่าน้ำเสียงนั้นสั่นเล็กน้อย





เธอรู้...รู้ตั้งแต่วันแรกที่เพื่อนรักของเธอได้เจอกับชายหนุ่ม สวลีตกหลุมรักภานุวรรตตั้งแต่แรกพบ

เธอรู้ดี...แต่ที่เธอหนักใจคือ เธอไม่รู้จะทำอย่างไรดีต่างหาก เพราะเธอก็รักภานุวรรตตั้งแต่แรกพบเช่นเดียวกัน

และทุกวันนี้เธอก็ยิ่งรักเขามากขึ้นทุกวันๆ โดยที่เธอไม่เคยคิดจะบอกให้เขาได้รับรู้ความรู้สึกของเธอเลย

แต่..สวลีล่ะ สวลีเป็นเพื่อนรัก เพื่อนที่เธอรักมาก ทั้งสองคนเป็นคนที่เธอรัก ..เปรมศิณีรู้สึกสับสน

ปัญหานี้จะมีทางออกให้เธอไหม พอจะมีหนทางบ้างไหมที่จะทำให้เธอไม่ต้องเสียใครคนใดคนหนึ่งไป .. จะมีบ้างไหม





"เอ่อ...คือ อุ้มจ๊ะ เดี๋ยวครีมจะออกไปข้างนอกหน่อยน่ะ คือ..เอ่อ..ครีมกลัวอุ้มจะเหงาน่ะ ครีมจะบอกให้ฝนกับเจี๊ยบมาอยู่เป็นเพื่อนอุ้มนะ"

"อ้อ...อืม ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ เดี๋ยวอุ้มออกไปหาพวกเค้าเองดีกว่า ว่าแต่..ครีมจะไปไหนหรอ"

"เอ่อ...พอดีมีเพื่อนเค้านัดครีมเอาไว้น่ะจ้ะ งั้น..ครีมไปก่อนนะ บายจ้ะ"

"บาย"





"ขอโทษจ้ะวรรต รอนานมั้ย"

"วรรตก็เพิ่งมาไม่นานครับครีม อืม..เราไปกันเลยดีกว่าครับ"



หนุ่มสาวทั้งสองเดินอมยิ้มเคียงข้างกันไป โดยไม่ทันสังเกตว่ามีสายตาคู่หนึ่งจับจ้องที่ทั้งสองจากชั้นสองของหอพักนักศึกษา





"สวัสดีจ้ะฝน สวัสดีจ้ะเจี๊ยบ"

"อ้อ..อุ้มมาแล้ว มาๆๆ นั่งก่อนๆ"

"ขอบใจจ้ะ"



หลังจากสั่งเครื่องดื่มเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สวลีก็กล่าวถึงจุดประสงค์ที่เธอมาที่นี่ทันที



"เอ่อ..ฝน เจี๊ยบ อุ้มขอถามอะไรอย่างนึงนะ ฝนกับเจี๊ยบต้องตอบตามความจริงนะ"

"อืม..ได้สิ"

"คือ..ครีมกับวรรตเค้าเป็นแฟนกันอยู่รึเปล่า"

"ก็...อาจจะยังไม่เรียกว่าแฟนหรอกนะ เค้ายังไม่ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ"

"อืม..หรอ" สวลีกล่าวน้ำเสียงเรียบเฉย

"แต่แหม..ใครๆเค้าก็รู้เนอะว่าครีมกับวรรตน่ะเค้าชอบกัน ก็ดูวรรตซะสิเค้าแคร์ยัยครีมซะขนาดนั้น"

"ไม่รู้เมื่อไหร่คู่นี้จะลงเอยกันซะทีเนอะ"

"คู่นี้เนี่ยเหมาะสมกันอย่างกิ่งทองใบหยก ห่อหมกกับใบยอเลยล่ะ จริงมั้ยอุ้ม"

"......."

"อุ้ม...อุ้ม เป็นอะไรไปน่ะอุ้ม"

"หือ..อ๋อ...เอ่อ...ไม่มีอะไรจ้ะ"



สวลีตอบพลางฝืนยิ้มออกมาให้เพื่อนสาวทั้งสองสบายใจ เธอรักเปรมศิณีมาก

แต่..ตั้งแต่เกิดมาเธอไม่เคยรู้สึกกับใครเหมือนที่รู้สึกกับภานุวรรตมาก่อนเลย





"เอ่อ..ครีมครับ คือ..เอ่อ...วรรต...คือ..."

"หือ..มีอะไรหรอจ๊ะ"



เอาอีกแล้ว!! ผมเห็นรอยยิ้มนี้ทีไรเป็นต้องกลืนคำพูดกลับเข้าไปทุกที เหมือนสมองมันหยุดทำงานไปเลย



"เอ่อ..ครีม" ชายหนุ่มกล่าวตะกุกตะกักพลางยื่นมือมากุมมือของหญิงสาวเอาไว้

สัมผัสอบอุ่นจากมือนั้นเล่นเอาเปรมศิณียืนตัวแข็งทำอะไรไม่ถูกไปเลย

"คือ..วรรตของอยู่อย่างนี้ซักพักนะครีม"



หญิงสาวไม่ได้ตอบอะไร เพียงแต่พยักหน้าเล็กน้อย แล้วก้มหน้าอมยิ้มก่อนจะเดินเคียงคู่ชายหนุ่มไปตลอดทาง







"กลับมาแล้วจ้า"

"เป็นยังไงบ้าง สนุกมั้ยจ๊ะครีม ไปเที่ยวกับวรรตมา"

หญิงสาวชะงักค้างอยู่ที่ประตูห้องนั่นเอง ถึงแม้ใบหน้าของสวลีจะยิ้มแย้มแจ่มใส แต่หากน้ำเสียงนั่นแฝงความประชดประชันเอาไว้

อุ้มรู้ได้ยังไงว่าเธอไปเที่ยวกับวรรต .. เปรมศิณีได้คิดในใจอย่างเป็นกังวล



"เอ่อ..คือ ก็..ก็ดีจ้ะ"

"หรอจ๊ะ แหม..จะไม่สนุกได้ยังไง ไปเดทกับวรรตทั้งทีนี่เนอะ"

"เอ่อ..อุ้ม คือ..ครีมขอโทษ ครีมไม่ได้บอกอุ้มไว้ก่อน"



"ครีม..." น้ำเสียงของสวลีเริ่มอ่อนลง จนเปรมศิณีรู้สึกแปลกใจ

"ครีม...ครีมก็รู้ว่าอุ้มก็ชอบวรรตเหมือนกัน เราเป็นเพื่อนกันไม่ใช่หรอครีม"



เปรมศิณีรู้สึกมีลางสังหรณ์แปลกๆ เธอชักหวั่นๆกับน้ำเสียงของสวลี



"งั้น..ครีมปล่อยวรรตซะเถอะนะ ผู้ชายคนนี้อุ้มขอเถอะ"





..............................................................................................................................................................................................





[7]





"อุ้ม...อุ้มอธิฐานว่าอะไรหรอ"

"อ๋อ...อุ้มก็อธิฐานว่าขอให้ชาติหน้าเกิดมาได้เป็นเพื่อนกับครีมตลอดไป ส้าธุ้.."

"อุ๊ย..อุ้มขอเหมือนครีมเลย" ทั้งสองมองหน้ากันก่อนจะหัวเราะออกมา



หญิงสาวทั้งสองฝากคำอธิฐานไปกับฝนดาวตกที่ร่วงลงมาเป็นสายจากฟากฟ้าในคืนเดือนมืด





-------------------------------------------------------------------------





หญิงสาวยืนค้างอยู่หน้ากระจกในห้องน้ำอยู่นาน สมองของเธอว่างเปล่า

เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้นนะ .. เธอพยายามเรียบเรียงความคิดอย่างสับสน

ในสมองมีแต่คำพูดของเพื่อนรักที่วนเวียนไปมาตลอดเวลา



"ครีมปล่อยวรรตซะเถอะนะ ผู้ชายคนนี้อุ้มขอเถอะ"



"ครีมปล่อยวรรตซะเถอะนะ ผู้ชายคนนี้อุ้มขอเถอะ"



"ครีมปล่อยวรรตซะเถอะนะ ผู้ชายคนนี้อุ้มขอเถอะ"





เปรมศิณีทรุดกายลงข้างอ่างล้างหน้า ตอนนี้เธอไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะทรงตัวให้ยืนอยู่อยู่ได้

นี่เป็นความจริงหรือ .. หรือว่านี่เธอกำลังฝันร้ายอยู่ .. ไม่แน่นะ พอตื่นขึ้นมาทุกอย่างก็จะกลับเป็นเหมือนเดิม

มันไม่ได้เกิดขึ้นจริงใช่มั้ย .. อุ้มบอกครีมสิ .. นี่เป็นความฝันใช่มั้ย





"เราเป็นเพื่อนกันไม่ใช่หรอครีม งั้น..ครีมปล่อยวรรตซะเถอะนะ ผู้ชายคนนี้อุ้มขอเถอะ"

"อุ้ม...ใช่จ้ะ...เราเป็นเพื่อนกัน...แต่..."

"หรือว่าครีมเห็นผู้ชายดีกว่าอุ้ม"

"ไม่ใช่นะอุ้ม แต่ว่า..."

"งั้นตกลงนะ ขอบใจมากจ้ะครีม อุ้มรักครีมมากที่สุดเลย" สวลีโผเข้ากอดเพื่อนรัก

"ครีมก็รักอุ้มนะ" เปรมศิณีกอดเพื่อนรักของตนตอบพร้อมหยดน้ำตาที่พรั่งพรูออกมา





ถูกแล้ว...นี่แหละ ถูกต้องที่สุดแล้ว ไม่มีทางไหนที่จะดีไปกว่านี้



.....................

.................

.............

.........

......

....



"สวัสดีจ้ะวรรต"

"อ้าว..อุ้มเองหรอ สวัสดีครับ" ชายหนุ่มตอบพร้อมชะเง้อมองหาเพื่อนสนิทของหญิงสาว

"ครีมล่ะครับ"

"อ๋อ...ครีมเค้าฝากมาบอกน่ะค่ะว่าเขาไม่อยากให้วรรตไปยุ่งกับเค้าอีกแล้ว"

"อะไรนะครับ ครีม...ครีมพูดอย่างั้นหรอครับ"

"ค่ะ ไม่เชื่อวรรตจะไปถามครีมดูก็ได้นะคะ"



ถึงแม้หญิงสาวจะกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย แต่ภายในใจของเธอกลับเหมือนกับถูกบีบอยู่

ชายหนุ่มเป็นห่วงแต่เพื่อนสนิทของเธอ ไม่ได้สนใจเธอเลยแม้แต่น้อย...สวลีได้แต่คิดอย่างน้อยใจ





"ครีม...ครีม...ครีมรอวรรตก่อนสิ" ชายหนุ่มวิ่งตามหญิงสาวซึ่งไม่มีทีท่าว่าจะชะลอความเร็วเลย



ทำไมเขาต้องตามมาด้วยนะ...โธ่...วรรต วรรตทำให้ครีมลำบากใจนะ

หญิงสาวยิ่งเร่งฝีเท้าขึ้นโดยไม่ฟังเสียงร้องของชายหนุ่มเลย

เปรมศิณีคิดจะหลบให้พ้นชายหนุ่ม จึงรีบวิ่งเข้าไปในมุมหนึ่งของอาคารเรียน

แต่แล้วหญิงสาวก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อมีมือใหญ่มาคว้าแขนของเธอไว้แล้วกระชากตัวเธอเข้าไปหาตัวของเขา



หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมามอง จึงทำให้ประสานสายตากับชายหนุ่มพอดี



"วรรต..."





ชายหนุ่มไม่พูดอะไร กลับยิ่งจับแขนทั้งสองข้างของเปรมศิณีให้แน่นขึ้น แล้วจ้องมองเข้าไปในดวงตาของเธอราวกับจะค้นหาความจริงบางอย่าง

หญิงสาวได้แต่ก้มหน้าหลบสายตาของชายหนุ่ม พร้อมกับพยายามสะบัดตัวให้หลุดพ้นจากพันธนาการ



"ครีม...ครีมบอกวรรตมาสิครับ ว่าที่อุ้มพูดมาน่ะมันไม่เป็นความจริง"



หญิงสาวเงยหน้ามาประสานสายตาของชายหนุ่ม ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ซึ่งทรมานจิตใจของเธอเหลือเกิน



"จริงค่ะ ที่อุ้มพูดไป...เป็นความจริงทุกอย่างค่ะ"

"ครีม...ทำไมล่ะครับ" ชายหนุ่มถามน้ำเสียงสั่นเครือ เขาไม่อยากจะเชื่อว่าหญิงสาวตรงหน้าจะยอมรับว่าทุกอย่างเป็นความจริง

"อุ้มมาบอกครีมค่ะว่าอุ้มเค้าชอบวรรต วรรต..อุ้มเค้ารักวรรตมากนะ อุ้มเค้ากล้ามาพูดกับครีม แสดงว่าเค้ารักวรรตมากจริงๆ"

"แล้วครีมล่ะครับ ครีมไม่สนใจความรู้ของตัวเองบ้างเลยหรอครับ"



หญิงสาวได้แต่นิ่งเงียบ ไม่รู้จะตอบคำถามของชายหนุ่มอย่างไรดี



"แล้ววรรตล่ะ ครีมไม่สนใจความรู้สึกของวรรตบ้างเลยหรอ จะทิ้งวรรต จะโยนวรรตให้ใครอย่างนั้นก็ได้หรอครับ"



ชายหนุ่มกระชากเสียงหนัก เปรมศิณีได้แต่จ้องมองภาพของชายหนุ่มที่พร่ามัวไปด้วยน้ำตา



"วรรต..."



"ครีมรักแต่เพื่อน แล้วครีมรักตัวเองบ้างมั้ย" ชายหนุ่มพูดเสียงดังขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับแรงกดที่แขนของเธอที่เพิ่มมากขึ้นเช่นกัน

แต่หญิงสาวตรงหน้าเอาแต่นิ่งเงียบ ทำให้ชายหนุ่มเริ่มหมดความอดทน



"ทำไมครีมไม่ตอบล่ะครับ ครีมรักตัวเองบ้างมั้ย ... ครีมรักผมบ้างมั้ย"



หญิงสาวนิ่งอิ้งกับคำถามสุดท้าย และก่อนที่สมองของเธอจะทันคิดหาคำตอบให้กับคำถามนั้น

ใบหน้าของเธอก็กระทบกับแผ่นอกกว้างของชายหนุ่ม เปรมศิณีตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกระทันหัน

ภานุวรรตโอบกอดเธอไว้ ราวกับกลัวว่าจะถ้าไม่จับเธอไว้ให้แน่นๆ เธออาจจะหลุดลอยหายไป เขาจะไม่ยอมปล่อยให้เธอหนีเขาไปไหนอีกแล้ว



หญิงสาวลังเลและรู้สึกประหลาดกับความรู้สึกอันอบอุ่นที่แผ่จากตัวของชายหนุ่มตรงหน้า

ก่อนจะค่อยๆเลื่อนมือทั้งสองออกไปและโอบกอดชายหนุ่มเช่นกัน





..............................................................................................................................................................................................





[8]





ถ้าเรารู้สึกอ้างว้าง เราต้องกอดใครสักคน

แล้วถ้าเขากอดเราตอบ อ้อมแขนจึงจะสมบูรณ์





-------------------------------------------------------------------------





สวลีตกตะลึงไปกับภาพตรงหน้า ก่อนจะตัดสินใจอย่างแน่วแน่ ... เธอจะต้องพูดกับเปรมศิณีให้ได้



"ครีม...วันนี้ที่ครีมอยู่กับวรรตน่ะ อุ้มเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดแล้ว"

"อุ้ม...คือ ครีมไม่ได้ตั้งใจนะอุ้ม ครีม..."

"ไม่เป็นไรหรอกครีม อุ้มรู้ตลอดเวลาว่าในใจของวรรตน่ะ เค้ามีแต่ครีมคนเดียว"

"อุ้ม..."

"อุ้มแค่ไม่ยอมรับความจริง แต่ตอนนี้อุ้มรู้แล้วว่าการที่เรารักใครสักคน เราต้องการให้เค้ามีความสุข แม้ว่าความสุขนั้นจะหมายถึงความสุขที่เราไม่ได้ครอบครองก็ตาม"

"อุ้ม..." เปรมศิณีไม่สามารถกลั่นกรองคำพูดใดๆออกมาได้เลย

หญิงสาวทั้งสองได้แต่โอบกอดกัน น้ำตาพรั่งพรูออกมาจากดวงตาของทั้งสอง ไม่ต้องมีคำพูดใดๆ ทั้งสองก็สามารถสื่อถึงมิตรภาพของความเป็นเพื่อนได้เป็นอย่างดี



มิตรภาพระหว่างเพื่อนเป็นสิ่งที่สวยงามและมั่นคง แม้จะผ่านช่วงเวลาเลวร้ายมาสักเพียงใด ก็ไม่สามารถทำให้มิตรภาพระหว่างเพื่อนนั้นสั่นคลอนได้เลย





เปรมศิณีมองนาฬิกาข้อมือที่ตอนนี้บอกเวลาว่าสองทุ่มครึ่งแล้ว นี่เธอช้าไปครึ่งชั่วโมงแล้วนะ

เธอคิดพลางชะเง้อมองไปข้างหน้า หวังให้คนขับแท็กซี่เร่งความเร็วขึ้นอีก



"วรรต...โทษที...ครีมมาสายอีกแล้ว" หญิงสาวตอบพลางหยุดพักหายใจอย่างเหนื่อยหอบ

"ไม่เป็นไรครับ ให้รอครีมทั้งวันวรรตก็รอได้ครับ" หญิงสาวได้แต่ยิ้มอายๆกับคำตอบของชายหนุ่ม

ภานุวรรตไม่รอช้ารีบคว้าข้อมือของหญิงสาวและพาไปยังสถานที่แห่งหนึ่งทันที





"นี่..วรรต จะรีบไปไหนน่ะ ช้าๆหน่อยก็ได้" เปรมศิณีกล่าวพลางยิ้มน้อยๆกับการกระทำของชายหนุ่ม

"เดี๋ยวไปถึงล่ะครีมต้องบอกว่าให้วรรตรีบไปเร็วกว่านี้แน่ๆเลย"

"วรรตจะพาครีมไปไหนล่ะเนี่ย" หญิงสาวถามพลางเอียงคอมองหน้าชายหนุ่มอย่างงุนนงง

ภานุวรรตได้แต่อมยิ้มกับความน่ารักของหญิงสาวข้างกายตน โดยไม่ได้ตอบคำถามของหญิงสาว





"อุ๊ย.." เปรมศิณีสะดุดพื้นตรงหน้า ชะงักกับการหยุดเดินอย่างกระทันหันของชายหนุ่ม

"มีอะไรหรอวรรต"

"เอ่อ...คือว่าใกล้จะถึงแล้วล่ะ" ภานุวรรตไม่พูดเปล่าแต่กลับนำผ้าเช็ดหน้าผืนใหญ่มาผูกตาหญิงสาวไว้ด้วย

"อ๊ะ...วรรต ทำไมต้องปิดตาด้วยล่ะ ครีมมองไม่เห็นอะไรเลย"

"แป๊บเดียวล่ะครับครีม เดี๋ยวก็จะถึงแล้วล่ะ"



เปรมศิณีได้แต่เดินไปตามการประคองของชายหนุ่มอย่างงงงวย แต่ก่อนที่สมองเธอจะทันได้คิดเหตุผลอะไรไปมากกว่านั้น

มือของชายหนุ่มก็รั้งร่างของเธอให้หยุดเดิน เธอรู้สึกถึงมือที่แก้ปมผูกผ้าที่ปิดตาของเธอ

แต่แล้วเธอก็ก้ต้องตกตะลึงเมื่อได้เผชิญกับสิ่งที่ปรากฎหลังจากผ้าผืนบางได้หลุดพ้นจากสายตา





ท่ามกลางท้องฟ้าอันมืดมิด ต้นลำพูต้นใหญ่ตั้งอยู่โดดเด่นเป็นสง่า แผ่กิ่งก้านสาขากว้างไกล

ระยับระยับไปด้วยหิ่งห้อยนับพันตัว เธอตกอยู่ในวังวนแห่งความฝัน พลันหวนรำลึกถึงภาพวาดที่ชายหนุ่มเคยมอบให้ตน



"ชอบมั้ยครับครีม"

ชายหนุ่มถามพลางเอื้อมมือมากุมมือของหญิงสาวเอาไว้

"ชอบค่ะ สวยมากค่ะวรรต เหมือนรูปที่วรรตวาดให้ครีมเลย"

"ครีมเคยพูดใช่มั้ยครับว่าถ้าได้มานั่งดูหิ่งห้อยใต้ต้นลำพูกับคนรักเนี่ยคงจะโรแมนติกน่าดู"

"เอ่อ...ค่ะ"



ชายหนุ่มเว้นจังหวะเล็กน้อยและสูดลมหายใจลึกๆเพื่อรวบรวมความกล้า



"ถ้าผม..อยากมานั่งดูหิ่งห้อยกับครีมล่ะครับ จะได้มั้ยครับ"

"เอ่อ.." หญิงสาวหน้าแดงพลางหลบสายตาของชายหนุ่มที่จ้องมองมาที่เธอ



ตาบ้า...จ้องอยู่นั่นแหละ จะให้ตอบได้ยังไงเล่า เปรมศิณีได้แต่บ่นขมุบขมิบในใจ



"ครีมเคยได้ยินวรรตพูดว่าวรรตแอบรักคนๆนึงอยู่แล้ว" หญิงสาวตอบเสียงค่อย

แม้เปรมศิณีจะพอรู้ถึงความรู้สึกของชายหนุ่มตรงหน้าอยู่บ้างจากการกระทำ แต่เธอก็ไม่เคยได้ยินเขาพูดคำว่ารักกับเธอเลยสักครั้งเดียว



ชายหนุ่มกระชับมือที่จับมือของหญิงสาวให้แน่นขึ้น ทำให้เปรมศิณีเงยหน้าขึ้นมาและประสานสายตากับชายหนุ่ม



"คนที่ผมแอบรักคือคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าผมตอนนี้ล่ะครับ วรรตรักครีมนะครับ แล้วครีมล่ะครับรักวรรตบ้างรึเปล่า"



ภานุวรรตไม่รอให้หญิงสาวได้ตอบคำถามของตน สองมือใหญ่รวบร่างบางให้เข้ามาอยู่ในอ้อมอก ก่อนจะกอดกระชับแน่น

เปรมศิณีได้แต่หน้าแดงและซบอยู่กับอกกว้างของชายหนุ่ม เธอไม่อยากจะเชื่อว่าเธอจะได้ยินคำๆนี้จากปากของเขา

คำที่เธอรอมาตลอด ตลอดเจ็ดปี ตอนนี้คำนี้ได้ออกจากปากของผู้ชายที่เธอรัก รักมากอย่างที่เธอก็ไม่อยากจะเชื่อว่าเธอจะมีความรู้สึกอันยิ่งใหญ่ให้กับผู้ชายคนนี้ได้



"ว่ายังไงล่ะครับครีม" ชายหนุ่มเร่งด้วยความร้อนใจ ถึงแม้เขาจะรู้ว่าหญิงสาวรู้สึกอย่างไร แต่เขาก็ต้องการคำตอบจากปากขอหญิงสาวเพื่อความแน่ใจ

เปรมศิณีผละจากอ้อมอกของชายหนุ่มเล็กน้อย เพื่อที่จะได้ประสานสายตากับเขา ก่อนจะส่งยิ้มกว้างและกล่าวความรู้สึกของตนออกไปพร้อมน้ำตาที่พรั่งพรูออกมา



"ครีมก็รักวรรตค่ะ"





เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่หนุ่มสาวทั้งสองไม่อาจรู้ ทั้งสองรู้เพียงว่าตอนนี้หัวใจของทั้งสองได้เดินทางมาบรรจบกันเสียที

ท่ามกลางความมืดมิด แสงสว่างระยิบระยับของหิ่งห้อยโอบล้อมกายของทั้งสองเอาไว้ ดั่งเป็นสักขีพยานแห่งรักแท้ที่ทั้งสองมอบให้แก่กัน







..............................................................................................................................................................................................





จากผู้แต่ง :



ขอบคุณทุกคนมากๆที่ค่ะที่ (อดทน) อ่านมาจนถึงตอนสุดท้ายนี้ ขอบคุณมากๆค่ะที่เป็นกำลังใจให้แก้ม

ชอบก็เมนต์ให้ด้วยนะคะ ไม่ชอบก็เมนต์ให้ด้วยนะคะ Yo!!


หลายคนอาจจะไม่โชคดีเหมือนเปรมศิณี หลายคนที่หัวใจของคนที่เรารักไม่ได้เดินทางมาบรรจบกับหัวใจของเรา ขอให้ยึดคตินี้ไว้ ...

"การที่เรารักใครสักคน เราต้องการให้เค้ามีความสุข แม้ว่าความสุขนั้นจะหมายถึงความสุขที่เราไม่ได้ครอบครองก็ตาม"

... มันจะทำให้เธอมีความสุขกับความรักแม้ว่ารักนั้นจะไม่สมหวังก็ตาม



ขอบคุณทุกคนมากๆอีกครั้งนะคะ แล้วพบกันใหม่กับการเดินทางของความรักในครั้งต่อไป ขอบคุณมากค่ะ \[^_^]/



..............................................................................................................................................................................................



โดย : แก้มนางฟ้า
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 21 ส.ค. ปี 2006 [ เวลา 20 : 2 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook