บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 4

กรุงงานเขียนเก่า 1
กรุงงานเขียนเก่า 2
กรุงงานเขียนเก่า 3
กรุงงานเขียนเก่า 4
กรุงงานเขียนเก่า 5
<

>> ยายมารับ

เรื่อง : ~ยายมารับ~

ดึกสงัดทุกหนทุกแห่ง เต็มไปด้วยความเงียบ กระท้อนขยับตัวอยู่ในความมืดสลัวของห้องนอน นัยน์ตาของเธอปิดสนิท แต่หัวคิ้วที่ขมวดเข้าหากัน และเสียงหายใจแรงๆ พร้อมกับขยับร่างกระสับกระส่าย แสดงว่า เธอกำลังตกอยู่ในห้วงฝันร้ายที่ น่ากลัว

อากาศโดยรอบเย็นชื่นฉ่ำ พัดลมที่เปิดไว้ เครื่องเดินเงียบสนิทแทบไม่ได้ยิน แต่กระท้อนยังขยับตัวไปมา สีหน้าหมกมุ่น ราวกับมีเรื่องทุรนทุรายอยู่ในใจ ศีรษะส่ายไปมาบนหมอน ริมฝีปากขมุบขมิบ เหมือนกำลังคุยกับใครบางคน แต่ไร้เสียงลอดออกมา นอกจากเสียงครางเบาๆ

เธอขยับตัวแรง และทุรนทุรายยิ่งขึ้น หน้านิ่วคิ้วขมวด จนดูเหยเก ก่อนดิ้นรนราวกับพยายามปลดอะไรบางอย่าง ที่รัดแน่น จนต้องใช้สองมือมือยกขึ้น แกะวุ่นวายตรงรอบคอตัวเอง

และแล้วในที่สุด เสียงของเธอก็เปล่งลอดออกมาได้ ฟังราวกับตะโกน “ช่วยด้วย!!” จากนั้นร่างทั้งร่างกระตุกพรืด ลืมตากว้าง สะดุ้งตื่นจากฝันร้ายนั้น

เธอยกมือขึ้นลูบหน้า ความชื้นจากเหงื่อซึมทั่ว ทั้งๆที่อากาศกำลังเย็นสบาย ใจเต้นสั่นระริก ราวกับจะทะลุออกมานอกอก แต่ทั้งๆที่เหงื่อซึมเต็มหน้า อากาศแค่เย็นๆ แต่ตัวกระท้อนกลับ สั่นสะท้าน ราวแช่ร่างในถังน้ำแข็งก็ไม่ปาน

เธอก้มมองดู มือเท้าที่ซีดขาวโพลน ราวคนตายของตัวเอง อย่างเกรงกลัว สักครู่จึงตัดสินใจ ออกแรงใช้มือยันกับที่นอน พยุงตัวลุกขึ้นนั่งอย่างยากเย็น จากนั้นเอื้อมมือไปเปิด สวิทซ์ไฟที่หัวเตียง ความสว่างนวลตา ช่วยขับไล่ความมืดสลัว ออกไปทันที

กระท้อนเหลียวมองรอบห้อง ก่อนหายใจยาวอย่างโล่งอก รอยอุ่นๆเริ่มซึมทั่ว กายอีกครั้ง หน้าเริ่มมีเลือดฝาดตามเดิม เธอลุกขึ้น เดินไปรินน้ำเย็น ที่เหยือกน้ำ ใบย่อมบนโต๊ะเครื่องแป้ง ยกดื่มอย่างกระหาย พร้อมกับครุ่นคิดไปถึงฝันร้ายเมื่อครู่

ภาพในความฝัน ไม่ใช่เหตุการณ์แปลกใหม่ สำหรับสาวอาชีพนักข่าวอย่างเธออีกอย่างคนประสาทแข็งอย่างเธอ ทำไมถึงเกิดความหวาดกลัว เหตุการณ์ในฝันครั้งนี้ กลัวชนิดจับจิตจับใจ กลัวจนรูขุมขนทุกเส้น ตั้งชันโดยพร้อมเพรียงกันนะ

ฝันนั้นเกิดขึ้นมาจาก เหตุการณ์หนึ่ง เมื่อเธอต้องไปทำข่าวสัมภาษณ์บุคคลดัง ผู้นั้น กับนพดล ช่างภาพประจำของนิตยสารโลกก้าวหน้า ที่เธอกับเขาเป็นทั้งคู่รัก และเพื่อนร่วมงานกันมานาน ถึง สามปีแล้ว

บ้านส่วนตัวของคนที่ไปสัมภาษณ์ อยู่ในซอยส่วนบุคคล ที่หน้าปากซอยมี คอนโดฯ สร้างใหม่ที่หรูหรา และมีเครื่องอำนวยความสดวกสบายกับคนทำงานมาก
มายหลายอย่าง ไม่ว่าจะอาหารการกิน หรือการคมนาคมติดต่อ มีรถรับจ้างตลอดทั้ง 24ชั่วโมง มียามดูแลอย่างแข็งขัน และที่สำคัญ นพดลคนรักของเธอ ก็เคยมีห้องพักอยู่ที่นี่กับวิวรรณ ภรรยาเก่า ซึ่งตอนนี้แค่แยกกันอยู่ แต่ยังไม่ได้หย่าร้าง

ห้องชุดราคาแพงห้องนั้น เป็นของขวัญวันแต่งงาน ที่พ่อกับแม่ออกเงินซื้อให้เขา ปัจจุบันยังเป็นที่พักของวิวรรณกับลูกสองคน รวมทั้งยายจันคนนั้นด้วย ยายจันมา อยู่ที่คอนโดฯนั่น หลังจากที่นพดล เจรจาอย่างเด็ดขาด เรื่องขอหย่ากับวิวรรณ จาก นั้นก็ เก็บข้าวของย้ายออกมาอยู่ที่คอนโดฯของ กระท้อนได้ราวสองอาทิตย์

ยายจันมาจากไหน คุณยายของวิวรรณอาจจะรู้ เพราะคุณยายให้อยู่ร่วมบ้าน เพื่อเลี้ยงดูแม่ของวิวรรณมาแต่เด็ก เมื่อแม่แต่งงานกับพ่อ ยายจันก็ขอลา เพื่อ กลับบ้าน ซึ่งอยู่ในป่าลึก แม้ว่าแม่จะชวนไปอยู่ด้วยกัน ที่บ้านของพ่อก็ตาม

และในวันที่ แม่เจ็บท้องคลอดวิวรรณ พ่อได้รีบนำแม่ไปส่งที่โรงพยาบาล ซึ่งก็ยังช้ากว่า ยายจันที่ได้เดินทาง มารอเป็นกำลังใจ ให้แม่ที่ห้องคลอดแล้ว และอีกครั้ง วันที่แม่ตาย ยายจันก็เดินทางมารอที่วัด เพื่อเผาศพแม่

หลังจากนั้นยายจันก็หายไปนาน ไปอยู่ที่ไหน วิวรรณไม่เคยรู้ และไม่เคยมีโอกาส ได้ส่งข่าวเรื่องราวทางบ้าน ให้ยายจันรับรู้มาก่อน ทั้งที่ตอนแม่ป่วยหนักเฝ้าแต่เรียกร้องหายายจัน แต่ยายจันก็ไม่ยอมมา จนแม่ตาย แต่เมื่อเธอกับสามี กำลังจะหย่าร้างกัน ยายจันกลับปรากฎตัวออกมาห้าม และมาอยู่เป็นเพื่อน

วันนั้น เมื่อเธอกลับจากรับลูกที่โรงเรียน ก็พบยายจันยืนรออยู่แล้วที่หน้าคอนโดฯ วิวรรณไม่คิดสงสัยต่อไปอีกแล้ว ว่าทำไมยายจันรู้ว่าเธออยู่ที่ไหนและ แต่งงานเมื่อไร แต่สิ่งที่เธอพบทุกครั้งคือ เมื่อใดที่เธอมีความทุกข์ ยายจันจะมาหาเอง มาเพื่อดูแลเธอ ให้ผ่านพ้นความทุกข์เหล่านั้น ก่อนจะจากไปอีก

ยายจันอายุเท่าไร วิวรรณก็ไม่แน่ใจ เพราะทุกครั้งที่วิวรรณพบยายจันจะพบ ก็แต่ หญิงชราในวัยราว 70 เหมือนที่พบเห็นทั่วๆไป มีผมสีเทาเงิน ที่ตัดสั้นแค่หู เรือนร่างผอมบาง เดินเหิน กระฉับกระเฉง คล่องแคล่วแข็งแรง หลังตรงไม่งอค่อมส่วนที่สะดุดตาคนมากที่สุด อยู่ที่ดวงตาที่คมกริบ มีประกายวาวประหลาด ไม่ขุ่นมัว อ่อนล้า เหมือนตาคนชราทั่วๆไป พูดเสียงแหลมเล็กราวเสียงเด็กๆ

“วรรณ เชื่อยายน่ะ อย่าไปหย่า อีกไม่นานเขาต้องกลับมา”

นั่นคือสิ่งแรกที่ยายจันบอกวิวรรณ เมื่อพบกันวันนั้น วิวรรณเชื่อยายจันทันที วิวรรณยังจำคำสอนแม่ได้เสมอ ในทุกครั้งที่เกิด มีปัญหาใหญ่หลวงขึ้น แม่จะเฝ้า เพ้อบ่นราวคนเสียสติ และไม่นานยายจันก็จะเดินทางมาช่วย แม่คลี่คลายปัญหา
เหล่านั้นทุกครั้งไป

และก่อนแม่ตาย แม่ให้แหวนไว้วงหนึ่ง บอกให้วิวรรณเก็บไว้ อย่าให้ห่างตัว เมื่อมีเรื่องเดือดร้อนใจ ให้ระลึกถึงยายจันบ่อยๆ ยายจันจะเดินทางมาหาเอง และ และให้เชื่อยายจันทุกเรื่อง ทำตามยายจันบอกทุกครั้งไป วิวรรณจึงสร้างความ หงุดหงิดใจอย่างที่สุด ให้กับนพดล เมื่อเธอคืนคำ ไม่ยอมเดินทางไปเซ็นหย่าตามหมายกำหนดการ จนเป็นเหตุให้ เขาไม่สามารถไปสู่ขอ กระท้อนกับพ่อแม่
ของเธอได้สักที

กระท้อนเห็นยายจันครั้งแรก ในวันที่ไปสัมภาษณ์นายบรรจบ คนดังของสังคมพร้อมนพดล เมื่อเสร็จสิ้นงานสัมภาษณ์ ในบ่ายวันนั้น นพดลเกิดนึกอยากกลับไป เอาอุปกรณ์กล้องบางชิ้น ที่เก็บไว้ที่ห้องเก็บของที่ คอนโดฯเก่าของเขา ซึ่งเขารู้ดีว่าบ่ายๆเช่นนั้น ไม่มีคนอยู่ เพราะลูกชายเขาเรียนประจำทั้งคู่ จะกลับบ้านเฉพาะ ใน วันหยุด ส่วนวิวรรณทำงานที่กรมที่ดินแห่งหนึ่ง จึงชวนกระท้อนขึ้นไปด้วย

แต่เมื่อเปิดห้องเข้าไป ทั้งเธอและนพดล ต้องตกใจเป็นอย่างยิ่ง ที่ยายจันทักทายเธอกับนพดลได้ถูกต้อง ทั้งชื่อและนามสกุล ทั้งๆที่เธอและนพดล มั่นใจอย่างยิ่งว่าไม่เคยพบคนแก่คนนี้มาก่อนแน่ๆ และที่แปลกแถมน่ากลัวยิ่งขึ้น ตรงที่ยายจันเดินมาเอ่ยเบาๆที่ข้างตัวเธอว่า

“คุณกระท้อน อีกสามวัน ที่คุณจะไปบ้านนายบรรจบอีกครั้ง เอาหมวกกันน็อต ติดมือเข้าไปด้วยน่ะค่ะะ”

กระท้อนอึ้งไปนาน จนนพดลเดินออกมาจากห้อง พร้อมอุปกรณ์กล้องสามชิ้นนั้น“อีกสามวันเป็นความลับ” ที่ทางนิตยสารสั่งให้เธอกับนพดล แอบปีนเข้าไปหลบที่ สวน ของนายบรรจบคนนั้น ในยามราตรี เพื่อจับ สังเกตความเคลื่อนไหวบางอย่าง ที่เป็น ข่าวลือเกี่ยวกับการคอรัปชั่นของนายบรรจบ ซึ่งข่าวนี้รู้กันเพียง 3คน คือเธอนพดล และบรรณาธิการ แต่ทำไมยายจันมารับรู้ได้?

แต่กระท้อนก็นำหมวกกันน็อต ที่เธอใช้สวมตอนขับ มอเตอร์ไซด์ ติดมือเข้า ไปด้วย ในคืนนั้นกระท้อนแอบจอดรถไว้ ตรงข้างรั้วบ้าน ฝั่งตรงข้ามบ้านนายบรรจบก่อนอาศัย ความมืดสลัวของพุ่มไม้ ลัดเลาะเข้าไปที่รั้วบ้านนายบรรจบ ซึ่งนพดลทำเครื่องหมายแอบเก็บบันไดซ่อนไว้ให้ ส่วนเขาจะขับรถตู้ย้อนอ้อมไปอีกด้านหนึ่ง ซึ่ง อยู่ติดกับ แม่น้ำ จากจุดตรงนั้น เขาจะแอบถ่ายภาพได้สดวก และปลอดภัย จาก สายตาคนพบเห็นมากที่สุด

คืนนั้นกระท้อน มีหน้าที่เข้าไป ใกล้คนทั้งสามให้มากที่สุด เพื่ออัดเสียงทั้งสส.ทวี สส.อรอนงค์ รวมทั้งตัวนายบรรจบด้วย จะนำเครื่องเล่นอัดเสียง เข้าไปใกล้คนเหล่านั้นให้มากที่สุด เนื่องจากคราวก่อน สัญญาณที่ติดไว้ระยะไกล ได้รับคลื่นมารบกวนจากรถมอเตอร์ไซด์ ที่ วิ่งรับส่งคนเข้าออกตลอดเวลา จนจับความไม่ได้

กระท้อนไม่เคยกลัว เพราะการทำงานแบบนี้ เธอทำมานับครั้งไม่ถ้วน นพดลและวัท บรรณาธิการหนุ่มใหญ่ เชื่อใจในฝีมือเธอเสมอมา คืนนั้นจึงวางใจให้เธอเข้าไปคนเดียว เช่นเดิม แต่คืนนั้นเป็นคืนแรก ที่สามารถทำให้เธอฝันร้ายไปทุกคืน..จนยายจันมารับเธอไป!!

คืนนั้นเธอได้พบเห็น การฆ่าคนเพื่อปิดปาก อย่างอำมหิตเลือดเย็นที่สุดมือปืนกระหน่ำกระสุนนัดแล้วนัดเล่า เลือดแดงฉาน พุ่งกระจาดกระจายและ เสียงร้องโหยหวน ของสส.ทั้งคู่ ก่อนศพจะถูกเก็บลงกระสอบ เพื่อนำไปถ่วงลงแม่น้ำแต่ ขณะที่ปีนบันไดกลับออกมา กระท้อนยังขวัญผวา กับเหตุการณ์นั้นไม่หาย ทำ ให้เธอก้าวพลาด ร่วงหล่นก่อนถึงพื้น เกิดเสียงดังขึ้น ทำให้สมุนของนายบรรจบ วิ่ง ออกมาตามหาทันที

และด้วยหมวกกันน็อตใบนั้น กับรถมอเตอร์ไซด์เก่าๆ เธอจึงรอดผ่านการสกัด ทางของคนเหล่านั้น กลับมาที่ห้องพักได้อีกครั้ง แต่จากคืนนั้นมา กระท้อนเริ่มฝันฝันถึงการตายของเธอเอง ฝันว่าเธอถูกฆ่ารัดคอ จากมือปืนปริศนา??นับวันฝันก็ยิ่งชัดเจนละเอียดมาก ขึ้นทุกที จนเธอเริ่มหวาดกลัวราวกับเป็นลางสังหรณ์ เพื่อบอกเหตุอะไรสักอย่าง หรือเธออาจเป็นคนต่อไป ที่ถูกสั่งเก็บ?


การที่นายบรรจบกำลังถูกจับตามอง จากหลายฝ่าย นิตยสารโลกก้าวหน้า กับ หนังสือพิมพ์ข่าวเท็จจริง ที่ปองพลเป็นเจ้าของ ก็มีส่วนนำเสนอ ขุดคุ้ยออกมาตีแผ่ นี่นา หรือเขาเริ่มรู้ว่า เธอกับนพดลเข้าไปร่วมด้วย กับการขุดค้นเรื่องราวของเขา

กระท้อนสลัดหัวไปมา เพื่อขับไล่ความมึนงง แม้ตอนนี้ บรรณาธิการ จะสั่ง ให้เธอพัก ร้อนได้ 2 อาทิตย์ก็ตาม แต่เธอก็ไม่รู้จะเดินทางไปไหนดี ในเมื่อเธอมัวแต่กังวล ในเรื่องนั้นจนฝันร้ายอยู่ทุกคืน เฮ้อ..รึไปหายายจันอีกครั้ง?

“ท้อนครับ รีบมาที่บ้านพี่วัทด่วนน่ะจ๊ะ เราได้หลักฐาน ที่มั่นใจจะลากไอ้บรรจบ เข้าคุกอีกชิ้นแล้วจ๊ะ”

กระท้อนจึงต้องเก็บ ความคิดเรื่องส่วนตัวลงอีกครั้ง จัดแจงคว้ากุญแจแล้ว ล็อกห้อง นพดลไม่ได้กลับมานอนที่คอนโดฯเธอ นานนับอาทิตย์แล้ว เนื่องจากงานมากมายที่ต้องติดตาม เขาจึงย้ายไปพักกับวัท บรรณาธิการหนุ่มใหญ่ไฟแรงคนนั้น ที่ห้องชั้นบนของที่ทำงานนั่นเอง ทั้งคู่ทำงานหามรุ่งหามค่ำ ซึ่งก่อนหน้านั้น เธอจะ เข้าไปร่วมด้วยอย่างกระตือรือร้น มีแต่อาทิตย์ที่ผ่านมา นับแต่เกิดเรื่องขึ้น วัทเห็นอาการหน้าซีดเซียว มักเหม่อลอยของเธอ จึงสั่งให้พักร้อน

“เอ็งแน่ใจน่ะ ไอ้เป๋”

ชายขาพิการคนนั้นพยักหน้า สมศักดิ์ควักแบ็งค์ร้อย สามใบส่งให้ ชายคนนั้นเดินห่างไปแล้ว สมศักดิ์จึงกดมือถือ คุยกับนายบรรจบสักครู่ ก่อนเดินเตร่ไปมาตรง แถวนั้น เหลือบไปเห็นแม่ค้าหาบข้าวแกง เขาก็เรียกแม่ค้าแวะแล้วสั่งข้าว ลาดแกง เนื้อสองจาน

แม้ยามนี้สมศักดิ์ไม่เดือดร้อนเรื่องเงินทอง เหมือนตอนที่อยู่บ้านที่ อีสาน แล้วก็ตามที แต่บางครั้งเขาก็อยากกินอยากนอน ง่ายๆเหมือนสมัยก่อนบ้าง เป็นเรื่องธรรมดา ตามความเคยชินของมนุษย์ ที่มักผูกพัน กับสิ่งที่จำเจมานานวัน แม้ได้ไปพบเจอะเจอ สิ่งที่คิดว่าดีเลิศกว่าแล้ว แต่ส่วนลึกๆในใจ ก็ยังหวนอาลัยคิดย้อนกลับสู่จุดเดิม ในบางเวลา

สมศักดิ์รู้ตั้งแต่คืนนั้น กระท้อนคือคนที่แอบเข้าไปสืบเรื่องที่บ้านของบรรจบแต่เขาก็ยังเป็นมือปืนไม่นาน ยังไม่ละสิ้นจิตใจเมตตา เยี่ยงมนุษย์ทั่วๆไป แต่คืนนี้สายรายงานให้นายบรรจบรู้แล้ว และเขาได้รับคำสั่ง..ต้องทำงานอีกครั้ง!! สมศักดิ์เริ่มเบื่องานนี้ แต่เขาก็ถอยหลังกลับไปไม่ได้แล้ว ไม่งั้นเขานั่นแหละ จะต้องไปรายงานตัวที่ยมโลกแทน

ห้าทุ่มนพดลลงมาส่งกระท้อนที่รถ เมื่อรถเธอแล่นออกไป สมศักดิ์ก็ขับตามไปเรื่อยๆ เมื่อกระท้อนดับไฟที่ห้อง สมศักดิ์ก็เริ่มลงมือทำงาน เขาตรงไปที่ด้านหลังคอนโดฯ อาศัยความมืดและช่วงเวลาที่ คนเก็บขยะกำลังง่วนกับงาน เล็ดลอดเข้าประตู ตรงไปที่ห้องของกระท้อนทันที เขาใช้ผ้าชุบน้ำใสๆ ก่อนคาดปิดปากตัวเองก่อนจุดวัตถุอีกชิ้นขึ้น สักพักทั่วทางเดิน เต็มไปด้วยหมอกควัน

แปลกยิ่งนัก เมื่อสมศักดิ์เจาะกลอนหน้าห้อง ของกระท้อนด้วย ที่เจาะไฟฟ้า กระทัดรัดอันนั้น แม้เกิดเสียงไม่ดังกึกก้อง แต่ยามดึกสงัดเช่นนี้ มันก็ดังชัดเจนทั่วชั้น..แต่ไม่มีใครตื่นเยี่ยมหน้าออกมาดูสักคนเดียว!!

กระท้อนเริ่มฝันอีกแล้ว ชายร่างหนา มือเท้าโตหยาบหนา อย่างคนทำงานหนัก เดินไปหยิบเสื้อคลุมเนื้อเนียนบางของเธอ ที่แขวนอยู่ข้างๆโต๊ะเครื่องแป้ง เขาจับเสื้อนั้นบิดเป็นเกลียว ก่อนนำมาคล้องรอบคอกระท้อน มัดเสื้อเข้าหากัน ค่อยๆรัดจนเริ่มติดรอบลำคอระหงนั้น

จากนั้นเขาถอดรองเท้า เหลือเพียงถุงเท้า ยกขาข้างหนึ่งกดยันไว้ ตรงปลาย คางของกระท้อน สองมือจับชายเสื้อที่มัดรอบคอเธอ..กระชากสุดแรงเกิด กระท้อนสะดุ้งเฮือก ก่อนดิ้นรนกระเสือกกระสนยิ่งขึ้น หน้านิ่วคิ้วขมวดจนดูเหยเก พร้อมกันนั้น เธอก็ยกสองมือขึ้น พยายามแกะวุ่นวายตรงรอบคอตัวเอง แต่เธอรู้สึกว่ายามนี้ ทั่วร่าง เหมือนไร้สิ้นเรี่ยวแรง มือไม้อ่อนปวกเปียก..และแล้วเธอก็ สะดุ้งเฮือกอีกครั้ง
ก่อนแน่นิ่งไป

สมศักดิ์ปลด เสื้อออกจากคอกระท้อน ม้วนเป็นก้อน สอดเข้าถุงกระดาษที่หยิบมาจากบนโต๊ะเครื่องแป้ง เปิดประตู หิ้วถุงเสื้อกับกระเป๋าใส่เครื่องเจาะไฟฟ้า ที่ทิ้งไว้ตรงหน้าห้อง เดินกลับลงไปที่ทางเดิม เมื่อผ่านทีวีวงจร ตรงมุมประตู เขาก็ขยับคอ เสื้อขึ้นปิดแนบหน้า ดึงหมวกให้กดต่ำลง ก้มหน้าเปิดประตู กลับขึ้นรถขับออกไป

“คุณกระท้อนคะ ลุกขึ้นเถิด ยายมารับคุณแล้วค่ะ อย่าให้ท่านทูตรอนานน่ะ”

กระท้อนค่อยๆลืมตาขึ้น ตัวเบาหวิว ร่างลอยไปมาได้?? กระท้อนตาตื่น เหลียวมองยายจัน ยายจันไม่ได้ตอบอะไร นอกจากชี้มือไปที่เตียง กระท้อนหันไปมองตามร่างที่หลับแน่นิ่งไม่ไหวติง ช่างเหมือนเธอราวกับแฝด ยายจันตอบคำถามนั้นทันที

“ใช่ค่ะยายมารับวิญญาณคุณ ยายมาจากแผนกเสริมบุญ ปลดทุกข์ค่ะ มาเพื่อรับคุณไปเป็นเจ้าสาวของท่านยมทูต คุณนับว่าโชคดีน่ะ ที่คราวก่อน คุณไปบ้านนายบรรจบ เผอิญท่านยมทูตประจำการพอดี ท่านไปรับวิญญาณของ สส. 2 คนนั้นแล้วถูกชะตา กับคุณ หลังส่งภรรยาเก่า ไปเกิดแล้ว มีตำแหน่งว่างเลยติดต่อไปที่แผนกของยาย ให้ยายมารับคุณ ไปเป็นเจ้าสาวคนต่อไปของท่าน เรารีบไปเถิดค่ะ ช่างตัดเสื้อมารอ วัดตัวแล้วน่ะค่ะ”

“ท้อนยังไม่อยากตาย ท้อนอยากอยู่กับนพดล ยายช่วยท้อนด้วย”

“ยายช่วยคุณไม่ได้ค่ะ ที่จริงคุณอาจจะแค่อาการสาหัส ถ้าคุณไม่ได้แย่งคนรักใคร แต่นี่เคราะห์กรรมเจอกำลังบวก จึงหนักมาก กลายเป็นสองเท่า เพราะคุณแย่งคนรักของคนอื่น เขาสาปแช่งคุณ อยู่ในใจบ่อยๆ แรงแค้นที่มุ่งมั่น จึงเดินทางลัดสายด่วน มาบวกกับดวง เคราะห์เก่าของคุณ ทำให้คุณต้องตายก่อนเวลา ถึง25 ปีแต่คุณไม่ต้องกลัวเหงา นะค่ะเพราะท่านยมทูตชอบคุณ ใน 25ปีมนุษย์ คุณจะได้ ไปเสวยสุขกับท่าน ยมทูต ก่อนไปเกิดใหม่ค่ะ”

ยายจันจูงมือกระท้อน ที่น้ำตาอาบหน้า เดินไปเรื่อยๆทางหน้าต่างก่อนจะเลือน ลับหายไปในราตรีนั้น.....


โดย : ยามี่จัง
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 22 ส.ค. ปี 2006 [ เวลา 23 : 25 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook