บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 4

กรุงงานเขียนเก่า 1
กรุงงานเขียนเก่า 2
กรุงงานเขียนเก่า 3
กรุงงานเขียนเก่า 4
กรุงงานเขียนเก่า 5
<

>> มนตรา (บทที่5)

เรื่อง : มนตรา (บทที่5)

เวลาผ่านไปนานร่วมชั่วโมงเศษ หน้ากากสองอันยิ้มเข้าหากัน ใบหน้าของสุริเยนยังปกปิดหัวใจของตัวเองไว้ได้แนบเนียนสนิทยิ่ง ผิดกับใบหน้าของฝ่ายหญิง รอยบึ้งตึงบนใบหน้าจางหาย เหลือแต่หน้าแท้ๆที่ตรงกับใจ
สุริเยนเบาใจไปได้มาก ชายหนุ่มเอ่ยปากขอตัวไปเข้าห้องน้ำ ดาวดาราค่อยพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้ สุริเยนเดินเลี่ยงเพื่อไปทำกิจธุระส่วนตัวให้เรียบร้อย ก่อนที่เขาจะกลับมาสานความสัมพันธ์ต่อ
น้ำจากก๊อกน้ำไหลพุ่งกระฉูด สุริเยนใช้มือรองน้ำวักน้ำล้างหน้าล้างตา ให้หน้าตาสะอาดหมดจดเพื่อเรียกความสดชื่นกลับคืนมา ขณะที่ชายหนุ่มกำลังสำรวจตรวจตราตัวเอง ทันใดนั้นไฟในห้องน้ำก็ดับสนิท สุริเยนมองฝ่าความมืดเข้าไปในกระจก เขามองเห็นใบหน้าของใครบางคน ซึ่งไม่ใช่ตัวเองลอยเด่นออกมา เมื่อสุริเยนมองดูชัดๆ ชายหนุ่มแหกปากตะโกน เมื่อเห็นชัดแล้วว่าหน้าปริศนาที่เห็นอยู่ในนั้นเป็นใบหน้าของทิพย์นารี
ทิพย์นารียิ้มใส่เขาเหมือนผีปัญญาอ่อน ริมฝีปากสีแดงสดเปื้อนเปรอะไปด้วยเลือดไหลย้อยแหมะๆตาจ้องเขม็งมายังเขา
เสียงแหกปากของสุริเยนดังไปจนถึงหน้าบ้าน ดาวดาราและคนในครอบครัว รวมทั้งเด็กรับใช้ต่างรีบวิ่งไปยังต้นเสียงนั้น
“ผีหลอก” สุริเยนแหกปาก
“คุณสุริเยนเป็นอะไรไปเด้อ” เด็กรับใช้ภายในบ้าน ที่วิ่งมาพร้อมทุกคนในบ้านส่งเสียงเรียก
ชายหนุ่มทะเร่อทะร่าวิ่งออกมานอกห้องน้ำ ปากก็ยังพูดเพ้อเจ้อ น้ำเสียงสั่นพร่าระล่ำระลัก
“ผีหลอก ผีทิพย์นารีหลอกผม”
เขาพูดเพียงเท่านี้ ทุกคนในบ้านสะดุ้ง โดยเฉพาะดาวดารา ในเวลาติดๆกัน ทุกคนที่อยู่ในที่นั้นก็ได้ยินเสียงหญิงสาวดังลอยมาจากในห้องน้ำ น้ำเสียงฟังดูโหยหวนชวนขนลุก
“คิดถึงเหลือเกินพี่เติ้ลขาาา ทิพย์คิดถึงพี่เติ้ลขาม๊ากมาก อยากชวนพี่เติ้ลขาาาไปอยู่ด้วยกันที่ยมโลก”
เสียงดาวดารากรีดร้อง ระดังเสียงสูง สูงพอๆกับเสียงโอเปร่า เป็นระดับเสียงสูงที่เต็มไปด้วยคุณภาพจริงๆ พ่อ-แม่ของดาวดาราเพิ่งจะเคยได้ยินเสียงกรีดร้องแนวใหม่ของลูกสาวตัวเองครั้งนี้เป็นครั้งแรก แล้วดาวดาราก็สลบไป
ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา ชีวิตของคนกลุ่มหนึ่งก็เปลี่ยนแปลงไป อย่างไม่หวนกลับมาเป็นอย่างเดิมได้ตลอด แต่…ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้น ไม่เคยมีใครสักคน ฉุกใจคิดถึงบาปของตัวเอง มารที่สิงอยู่ในจิตใจของมนุษย์บางครั้งมันก็มากเกินไป
ความสัมพันธ์ของคนทั้งสอง ที่ทำท่าว่าจะกลับมาดีได้ใหม่อีกครั้ง ก็เป็นอันฝันสลาย จากเหตุการณ์เลวร้ายครั้งนั้น มันทำให้ผู้ใหญ่ทางฝ่ายหญิงตั้งแง่เอากับสุริเยน และกล่าวหาว่าความผิดทั้งหมดมาจากสุริเยน แน่นอนผู้ชายอย่างเขาต้องเถียงคอเป็นเอ็นอยู่แล้ว และเพราะเหตุนี้นี่เอง เรื่องราวที่เล็กน้อยจึงได้ลุกลามไปใหญ่โต
ภายหลังต่อมา เขาเพิ่งนึกได้ว่าเขาไม่สมควรที่จะปล่อยให้เรื่องราวเหล่านี้เกิดขึ้นและเป็นปมค้างคาอยู่ สุริเยนจึงคิดหาหนทางแก้ไข ชายหนุ่มวางแผนการทุกอย่างเอาไว้ในใจ ถึงแม้ตัวเขาเองไม่แน่ใจในสิ่งที่ตนคิดได้นั้น ชายหนุ่มจึงแบกหน้ากลับไปรื้อฟื้นความสัมพันธ์ระหว่างตนกับดาวดาราใหม่
ดาวดาราไม่อยากคบกับอดีตแฟนเก่าอีก เธอบอกกับอดีตคนรักของเธอไปว่า เธอมีผู้ชายคนใหม่และคำพูดเหล่านั้นก็เป็นความจริง คำพูดเพียงไม่กี่ประโยคของหญิงสาว กลับสามารถสร้างความเคียดแค้นให้กับคนฟังได้เป็นอย่างมาก แผนการชั่วของสุริเยนจึงได้อุบัตินับตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา
คนชั่วก็คิดได้แต่เรื่องชั่ว เทวะน้อยคิดจะยื่นมือเข้าไปขัดขวางทุกสิ่งทุกอย่างระหว่างชาย-หญิงคู่นี้ เพราะผู้ที่อยู่เบื้องหลังการตายของทิพย์นารีมีดาวดาราอยู่ด้วย
หลังจากที่ดาวดาราเพิ่งจะวางสายโทรศัพท์กับกมลธร หญิงสาวทอดตัวลงนอนกับเตียงนอนเพื่อเข้านอน เก็บแรงไว้สำหรับวันพรุ่งนี้เช้าที่สุดแสนจะน่าเบื่อหน่าย ตาทั้งสองข้างเริ่มหรี่หลับลง แต่แล้วภาพของทิพย์นารีก็ฉายแวบเข้ามาในหัวสมอง ทำเอาตคนกำลังจะนอนสะดุ้งยวบจนสุดตัว ดาวดาราลุกพรวดขึ้นนั่ง หญิงสาวอดคิดไปถึงผู้หญิงที่เธอกับสุริเยนร่วมมือกันฆ่าให้ตายผ่อนส่งไม่ได้ ขณะที่ดาวดารากำลังคิดเตียงนอนที่รองรับตัวของเธออยู่ เริ่มสั่นและสั่นแรงมากขึ้นเรื่อยๆ เสียงหวีดร้องเพราะความกลัวอยู่สุดขีดดังขึ้น จะเรียงทุกคนที่อยู่ในบ้านใหญ่หลังนั้นได้
หลังจากผ่านพ้นเหตุการณ์ร้ายครั้งนั้นมาได้อย่างสดๆร้อนๆ ภาพของทิพย์นารีตามมาหลอกหลอนและนับวัน มันยิ่งถี่มากขึ้นเรื่อยๆ

ตั้งแต่ยุคต้นโลกก่อนกำเนิดมนุษย์ชาติ เทวะได้ทำสงครามกันเอง หลังจากนั้นเป็นต้นมา เทพได้ถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน แสงสว่างและความมืดมิดเป็นผลลัพธ์ที่ติดตามมาภายหลัง ต่อมาอีกช้านานนับพันปี ลูกหลานของมารเริ่มแพร่เผ่าพันธุ์ มนุษย์ผู้เป็นบรรพบุรุษของมนุษย์ชาติทั้งหลาย เผ่าพันธุ์แรกกำเนิดจากเทพแห่งแสง
ต่อมาอีกช้านาน มนุษย์เริ่มห่างไกลศีลธรรม ความมืดมิดเข้าครอบงำจิตใจ ฝังรากหยั่งลึก นับตั้งแต่นั้น


โดย : เชอรี่
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 1 ก.ย. ปี 2006 [ เวลา 21 : 58 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook