บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 4

กรุงงานเขียนเก่า 1
กรุงงานเขียนเก่า 2
กรุงงานเขียนเก่า 3
กรุงงานเขียนเก่า 4
กรุงงานเขียนเก่า 5
<

>> ปริญญาชีวิต

เรื่อง : ปริญญาชีวิต

เรื่อง ปริญญาชีวิต
ชีวิตของข้าพเจ้าเกิดมาในครอบครัวที่ค่อนข้างจะยากจน ตอนที่ข้าพเจ้าจำความได้นั้น ข้าพเจ้าเรียนอยู่ชั้น ป.1 ตอนนั้นบ้านของข้าพเจ้ายังเป็นบ้านไม้หลังเก่า ๆ มีห้องนอนแค่ห้องเดียว และคนที่ได้นอนในห้องนั้น ก็เป็นแม่และน้องสาวของข้าพเจ้าเอง ส่วนข้าพเจ้าและย่านอนข้างนอก โดยที่ ที่ข้าพเจ้านอนกับย่านั้น เวลาตอนกลางคืนลมพัดทำให้หนาวมาก ข้าพเจ้าจะชอบนอนกอดย่า และตอนกลางคืนเวลาที่ข้าพเจ้านอน ข้าพเจ้าชอบยันผ้าห่มออก แล้วย่าก็ลุกมาห่มผ้าให้ข้าพเจ้าตอนกลางคืน ข้าพเจ้าจะสนิทกับย่ามากกว่าแม่ ตอนนั้นพ่อของข้าพเจ้าไม่ได้อยู่ที่บ้านเลย สองสามปีข้าพเจ้าถึงจะเห็นหน้าพ่อครั้งหนึ่ง เพราะพ่อของข้าพเจ้าไปทำงานก่อสร้างที่ประเทศสิงคโปร์ มีอยู่วันหนึ่งที่ข้าพเจ้ากลับไปกินข้าวที่บ้าน แล้วข้าพเจ้าก็กำลังจะมาโรงเรียนในตอนบ่าย พอข้าพเจ้าเดินมาถึงหน้าประตูทางเข้าโรงเรียน ข้าพเจ้าก็หันไปเจอรถสามล้อและมีผู้ชายคนหนึ่งนั่งมา ตอนแรกข้าพเจ้าก็มองดูว่าหน้าตาผู้ชายคนนั้นเหมือนข้าพเจ้าเคยเห็นที่ไหน แต่พอรถสามล้อแล่นมาตรงที่ข้าพเจ้ายืนอยู่ พ่อก็ตะโกนเรียกข้าพเจ้าว่า "อีหล้า" (คำนี้ภาษาอีสานแปลว่าลูกสาว) ข้าพเจ้าก็หันไปแล้วก็จำได้ว่าเป็นพ่อของข้าพเจ้านั้นเอง พ่อของข้าพเจ้าก็ให้ข้าพเจ้าขึ้นรถสามล้อไปบ้านด้วย ข้าพเจ้าดีใจมากจนร้องไห้กอดพ่อเลย และวันนั้นข้าพเจ้าก็ไม่ได้ไปเรียนหนังสือ ครึ่งวัน พ่อซื้อของมาฝากข้าพเจ้าเป็นปากกาด้ามสีดำมีแถบสีทอง ใส่กล่องสีแดง ข้าพเจ้าชอบมากเลย แล้วพ่อก็ซื้อตุ๊กตาให้น้องสาวของข้าพเจ้า พอรุ่งเช้าพ่อกับแม่ก็ไปตลาดไปซื้อทีวีสี 14 นิ้ว ข้าพเจ้าและน้องของข้าพเจ้าดีใจมาก ๆ เลย เพราะทีบ้านของข้าพเจ้าไม่มีทีวี อยากดูละครก็ไปดูที่บ้านของคนอื่น พอพ่อของข้าพเจ้ามาอยู่บ้านได้ไม่นานสักเท่าไหร่ พ่อกับแม่ของข้าพเจ้าก็ไปตัดอ้อยที่จ.เพชรบุรี โดยให้ข้าพเจ้าและน้องข้าพเจ้าอยู่บ้านกับย่าแต่ย่าของข้าพเจ้าก็แก่มากแล้วแหละ เดินก็ไม่ค่อยจะไหว ต้องคอยพยุง แต่ย่าของข้าพเจ้าเป็นคนที่ใจดีมาก ๆ ไม่เคยดุข้าพเจ้าเลย พ่อกับแม่ของข้าพเจ้าไปตั้งแต่เดือนตุลาคม - เดือนเมษายน พอพ่อกับแม่กลับมาได้ไม่นานสักเท่าไหร่ ก็มีคนผู้หญิงคนหนึ่งที่มีแฟนเป็นชาวต่างชาติ มาชวนพ่อไปทำงานที่ประเทศญี่ปุ่นพ่อก็ตกลงไปเพราะที่บ้านก็มีคนไปสามคนด้วยกัน พอไปแล้วก็ไม่ได้ทำงาน ประเทศญี่ปุ่นเขาหาว่าพ่อเข้ามาทำงานแบบผิดกฏหมาย พ่อก็เลยได้กลับมาบ้านกับเพื่อนอีกสองคน แล้วจากนั้นมาครอบครัวของข้าพเจ้าก็ได้เป็นหนี้สิน 50,000 บาท แล้วดอกก็เพิ่มขึ้นทุกวัน ๆ ตอนนั้นข้าพเจ้าก็เรียนจบ ป.6 แล้ว และกำลังจะขึ้น ม.1 ตอนแรกข้าพเจ้าบอกกับพ่อแม่ว่าจะไม่เรียนต่อแล้ว จะออกมาช่วยพ่อกับแม่ทำงานหาเงินไปใช้หนี้เขา แต่พ่อกับแม่ก็ไม่ยอม พ่อกับแม่ตัดสินใจขายควายที่เป็นสมบัติชิ้นสำคัญมากเลยทีเดียว ก็เลยได้ขายไปทั้งหมด 5 ตัว แล้วก็ได้เงินมา 20,000 บาท แต่ก็ไม่พอใช้หนี้อยู่ดี พอดีมีเพื่อนพ่อคนหนึ่งมาชวนพ่อไปทำงานที่ประเทศไต้หวัน พ่อก็เลยลองเสี่ยงดวงดูอีกครั้ง พอพ่อไปก็โชคดีจริง ๆ ด้วย เพราะพ่อได้ส่งเงินมาทุกเดือน เดือนละ 15,000 ก็พอใช้หนี้และดอกที่เพิ่มขึ้นมาจนหมด แล้วก็มีเงินเก็บ และตอนนั้นข้าพเจ้าก็กำลังจะเรียนจบ ม.3 แล้วก็กำลังจะขึ้น ม.4 แล้วพ่อของข้าพเจ้าก็ได้เดินทางกลับมา แล้วพ่อกับแม่ก็ตกลงสร้างบ้านใหม่ หลังใหญ่กว่าเดิมมากและบังแดดบังฝนได้ดีกว่าบ้านหลังเก่าหลายเท่า พอสร้างบ้านเสร็จแล้วพ่อแม่ของข้าพเจ้าก็ให้ข้าพเจ้าเลือกเรียนสายพาณิชย์ หรือเรียกว่า ปวช. นั่นเอง พอข้าพเจ้าเปิดเทอมเป็นวันแรก ย่าของข้าพเจ้าก็เสียชีวิตเพราะโรคชรานั่นเอง ข้าพเจ้าเสียใจมาก เพราะข้าพเจ้ารักย่ามากสุดชีวิต พ่อกับแม่ของข้าพเจ้าสอนให้ข้าพเจ้าเป็นคนดีเป็นคนอดทนเป็นคนที่มีความพยายามอยู่เสมอ อย่าพึ่งท้อแท้ แม้ผิดหวัง เมื่อเราล้มแล้วให้รีบลุก ข้าพเจ้าก็ได้เรียนรู้หลาย ๆ สิ่งหลาย ๆ อย่างและนำสิ่งที่ดี ๆ ที่พ่อแม่มีให้ข้าพเจ้ามาใช้ในชีวตประจำวันตั้งแต่เป็นเด็กจนถึงปัจจุบันที่ข้าพเจ้ามีครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ ถึงข้าพเจ้าจะจบแค่ ปวช. แต่ข้าพเจ้าก็ไม่ได้น้อยเนื้อต่ำใจ ถึงไม่ได้จบปริญญาเหมือนเพื่อน ๆ แต่ข้าพเจ้าก็ได้ปริญญาชีวิตที่ดีที่สุดมา และปริญญาฉบับนี้ที่พ่อแม่ให้ข้าพเจ้ามา จะอยู่กับตัวของข้าพเจ้าไปตราบจนสิ้นลมหายใจชั่วนิรันดร์กาล
ขอให้ทุกคนที่ได้อ่านมีความสุขและนำสิ่งดี ๆ ไปใช้ให้เกิดประโยชน์นะคะ นาม ดอกไม้ใต้แสงเทียน

โดย : รัตนาพร สงฆ์คำหงษ์
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 2 ก.ย. ปี 2006 [ เวลา 14 : 46 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook