บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 4

กรุงงานเขียนเก่า 1
กรุงงานเขียนเก่า 2
กรุงงานเขียนเก่า 3
กรุงงานเขียนเก่า 4
กรุงงานเขียนเก่า 5


>> ทะเลชีวิต

เรื่อง : ทะเลชีวิต

ทะเลชีวิต
ตอนที่ 1
แรงเสน่หา


เสียงนาฬิกาปลุกดังกึกก้องกวนประสาทจนต้องเอื้อมมือไปกดสวิทช์ให้หยุด วันนี้วันอาทิตย์แต่ไม่มีเวลานอนแล้วต้องรีบลุกขึ้นจากเตียงเพราะเดี๋ยวเจ้าทะโมนไพร สร้างเมือง ก็คงวิ่งวนรอบเตียง นั่นไงเสียง วิ่งมาแต่ไกล

"แม่ครับ แม่ วิทยุบอกว่าอากาศที่ฝรั่งเศสหนาวมากเลยครับ....ขอโทรหาพ่อได้ไหม"

ทรายทอง ไม่ตอบเพราะรู้ว่าเด็กชายร้องขอไปอย่างนั้นแต่ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เดือนนี้คงลำบากหน่อยเพราะเมื่อเดือนที่แล้วค่าโทรศัพท์ทางไกล หลายบาท ทรายทองไม่อยากประหยัดกับลูกเรื่องการติดต่อกับพ่อ แต่บางทีก็รู้สึกสงสัยว่าทำไม ตนถึงต้องมารับผิดชอบรับภาระตรงนี้ทั้งที่อดีตสามีของเธอเองไม่เคยสนใจที่จะโทรมาถามข่าว ของ สร้างเมือง แม้แต่น้อย

"เอางี้ดีไหม พอหิมะตกแล้วค่อยโทรหาพ่อ แม่สัญญา" ทรายทองบอกลูก

"ซะวาปะ อิล แนชปะตุเลซันเน่ มาม็อง" สร้างเมืองพูดเร็วปรือเป็นภาษาฝรั่งเศสว่า หิมะไม่ตกทุกปีนะแม่

ทรายทองอมยิ้มกับอาการรู้ทันของลูกชาย สร้างเมืองอายุแค่ 8 ขวบ แต่ด้วยเติบโตที่เมืองนอกทำให้เด็กชายตัวใหญ่และมีวุฒิภาวะแปลกจากเด็กไทยปกติ หน้าตาของเด็กชายหล่อเหลาตามแบบลูกครึ่งตะวันตก พ่อของเด็กชายเป็นลูกครึ่งฝรั่งเศสเวียตนาม หล่อไม่แพ้สร้างเมือง ทรายทองหวนนึกถึงภาพที่เจอกับ กามี เมื่อ 10 ปีที่แล้ว เมื่อเจอกันครั้งแรก กามีเป็นอาสาสมัครขององค์การฝรั่งเศส เพื่อมาทำงานในศูนย์อพยพ ที่ค่ายอพยพในเมืองไทย ส่วนทรายทอง เป็นครูสอนภาษาฝรั่งเศส อยู่ในค่าย การสานสัมพันธ์ของทั้ง 2 คนดำเนินไปอย่างรวดเร็ว เพราะต่างฝ่ายต่างอกหักรักคุด และกำลังว้าเหว่ไม่มีใคร สำหรับทรายทองแล้วรักนี้เป็นรักที่ตรึงใจยิ่งเพราะ กามี ทั้งหล่อทั้งมีเสน่ห์ เหมือนชายในฝันที่เฝ้ารอมาแสนนาน เธอไม่เคยจินตนาการว่า รักของเธอครั้งนี้จะต้องบูชาด้วย น้ำตาและพันธนาการด้วยลูกน้อย "สร้างเมือง"

ทรายทองจำการออกเดทครั้งแรกของเธอและกามีได้ดี เพราะเป็นครั้งแรกที่เธอได้สัมผัส กับ ความอบอุ่น ของความเป็นชาย
“คุณสวยเหลือเกินทรายทอง มีเสน่ห์จริงๆ”
“คุณ ก็เหมือนกัน กามี”
ทรายทองไม่ใช่สาวน้อยไร้เดียงสา จนไม่เคยพานพบกับการสัมผัสของชายใดมาก่อน เธอเคยมีแฟนมาแล้ว เคยเดทกับเพื่อนชายมาบ้างสัมผัสภายนอกดูเหมือนเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับทุกครั้งที่มีการเดท แต่ก็จบลงโดยไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น แต่กับกามีไม่ใช่ เขาเอาใจใส่ดูแล เธอมากมาย เป็นสุภาพบุรุษ จริงใจ มีสัมผัส โอบกอด อย่างเป็นธรรมชาติ เขาจะสัมผัสตัวเธอมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ทำให้ทรายทองรู้สึกถึงค่าของความเป็นหญิงของ เธออย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ทุกครั้งที่ออกเดทกัน กามีจะกระตือรือล้นที่จะปรณบัติเธอ เขาผิดจากผู้ชายที่เธอรู้จักมาทุกคน กามีไม่ใช่ผู้ชายมักง่ายที่มีนิสัยชอบลวนลามผู้หญิงแต่สัมผัสที่เขามอบให้เธออบอุ่นนุ่มนวล ไม่กักขฬะหยาบคายและแล้วในที่สุดเธอก็ยอมเป็นของเขา ความรู้สึกซาบซ่านดื่มด่ำในคืนนั้นยังตราตรึงซึ้งใจอยู่มิคลาย แม้ว่าจะเนิ่นนานมาหลายปี แล้วก็ตาม เธอจำเสียงกระซิบข้างหูที่เขาพร่ำบอกพร่ำถามความรู้สึกของเธอได้เป็นอย่างดี
“เป็นไงบ้างที่รัก ดีไหม”
“ดีค่ะ”
“ผมอยากให้คุณมีความสุขมากๆ เหมือนผม คุณวิเศษจริงๆ ทรายทอง”


ทรายทองเลิกลากับสามี 1 ปีเต็มๆ เธอหอบลูกมาอยู่เมืองไทย เพราะคิดว่าด้วยวิชาความรู้ที่มีคงพอทำมาหากินเลี้ยงตัวเองได้ดีกว่าอยู่ที่ฝรั่งเศส เธอเบื่อที่จะรับจ้างทำงานนอกระบบ หรือที่เรียกจนติดปากว่า ทราวายโอนัวร์ (Travail au noir) เพราะค่าแรงต่ำ และงานหนัก เธอรับจ้างทำงานในร้านอาหารเวียตนามถูกใช้จนคุ้มเกินคุ้ม ทั้งเตรียมของ ยันล้างจาน เลยทีเดียว สวัสดิการอะไรก็ไม่มี การทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมายสำหรับคนต่างชาติไม่ใช่เรื่องง่ายในประเทศฝรั่งเศส ดังนั้นเพื่อปากท้องและความอยู่รอดเธอจึงต้องทนทำงานทุกอย่างตลอดระยะเวลา 10 ปีที่นั้น
“แม่ครับ ผมหิว” สร้างเมือง เอาหน้ามากระซิบที่ข้างหูแม่
“งั้นลูกตั้งโต๊ะนะแม่จะไปจัดการตัวเองสักหน่อย”
“ดั๊กกอร์ วิท มาม็อง” (D’accord…. vite maman) สร้างเมืองเร่งแม่ด้วยน้ำเสียงสูง
เด็กน้อย ลงมือจัดโต๊ะอาหารตามที่บิดาเคยสอน เอาที่รองจาน ถ้วยนม และมีดทาเนยออกวางทั้งของตนเองและของแม่ ทั้งแม่และเขาพอใจที่จะมีชีวิตอยู่แบบฝรั่งเศสดังนั้นอาหารเช้าของเขาจึงเป็นขนมปังปิ้งเนยแยม และนมร้อน หรือ ช๊อกโกแลต
เมื่อทรายทองออกมาจากห้องน้ำโต๊ะอาหารเช้าก็พร้อมสำหรับเธอและลูกชาย เงินที่ได้จากการหย่ากับกามีและจากที่เธอสะสมอีกทั้งสมบัติเก่าที่บิดามารดาทิ้งไว้ให้ทำให้เธอพอมีเงินที่จะเลี้ยงลูกชายได้อย่างไม่ลำบาก ทรายทองพอใจที่จะให้ลูกชายยังคงรักษาวัฒนธรรมฝรั่งเศสควบคู่กับการเรียนรู้วัฒนธรรมไทยไปพร้อมๆกัน เธอไม่เคยกีดกันในเรื่องของการเรียนรู้ของ สร้างเมือง เพราะรู้ว่าเด็กชายรักประเทศฝรั่งเศสมาก กามีรักสร้างเมืองมาก เธอยังจำวันที่ออกจาก สนามบิน ครัวซี (Roissy) ได้ สองพ่อลูกกอดกันกลมร้องห่มร้องไห้ จนเธอเองก็อดร้องไห้ไม่ได้ แต่ก็แปลกที่กามีไม่โทรหาลูกชายเลยหลังจากนั้น มีแต่ สร้างเมือง ที่ร่ำร้องที่จะโทรหาพ่อเป็นประจำ ทรายทองได้รับเงินจากรัฐบาลฝรั่งเศสเป็นเงินประจำทุกเดือนเพื่อเลี้ยงดูสร้างเมืองในฐานะคนฝรั่งเศส ดังนั้นเธอจึงมีเงินซ่อมแซมตกแต่งบ้านเก่าของบิดามารดา บนเกาะแห่งนี้เพื่ออยู่กับลูกชาย โต๊ะทรงกลมหันหน้าลงทะเลปูด้วยผ้าสีเขียวอ่อน มีอุปกรณ์อาหารเช้า ถ้วยทรงสูงสีเขียวใบเล็กตั้งอยู่ ในบ้านหลังนี้ ของหลายชิ้นเป็นสีเขียวก้านมะลิเพราะมารดาของเธอชอบสีนี้เป็นชีวิตจิตใจ แม้แต่ตัวบ้านก็เช่นกัน
“แม่ครับ ผมไปเล่นน้ำได้ไหม” เสียงสร้างเมืองพูดขึ้น
“ได้ซิลูก แต่ห้ามไปไกลและห้ามเข้าไปในเขต บังกะโลด้วย ดั๊กกอร์ (D’accord)?”
“วุย มาม็อง” (Oui, Maman) เด็กชายรับคำอย่างดีใจ รีบวิ่งลงไปยังชายหาดอย่างไม่รีรอ
อันที่จริงเขตบังกะโลข้างๆ ก็เป็นคนในพื้นที่เป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดี ครอบครัวฉัตรสุภางค์เป็นตระกูลเก่าแก่ของเกาะนี้เป็นที่รู้จักนับหน้าถือตา เพราะคนในครอบครัวถึงสองคนเป็นผู้ปกครองเกาะ เธอเองก็สนิทสนมกับทั้งผู้เป็นบิดามารดาและลูกๆทั้ง 3 คน ของฉัตรสุภางค์ แต่เธอโชคร้ายที่ทั้งบิดามารดาของเธอด่วนจากไปเสียก่อน คงมีแต่ครอบครัวของ อาทอง ที่คอยเกื้อหนุนเธอตลอดมา เสียงสร้างเมืองคุยกับใครบางคนแว่วๆ เธอจึงหันไปมองทางต้นเสียง ชายหนุ่ม ร่างใหญ่ สวมกางเกงยีนส์สีจางๆเสื้อคอโปโลสีเหลือง เดินตามหลังเด็กชายมาอย่างว่องไว เห็นแต่ไกลเธอก็จำได้ว่าเขาคือ ชลทิตย์ ฉัตรสุภางค์ ลูกชายคนสุดท้องของตระกูล ทรายทองรีบรุกขึ้นไปหยิบเสื้อคลุมอาบน้ำมาสวมใส่ 10 ปีที่ฝรั่งเศสทำให้เธอรับวัฒนธรรมตะวันตกมามากมาย แต่ก็ยังอายที่จะอวดโฉมต่อหน้า ชายไทยที่ชื่อชลทิตย์
“อิลเวอเตอวัว มาม็อง” (IL veut te voir maman.) สร้างเมืองตะโกนก่อนเดินมาถึง
“สวัสดีค่ะ พี่ทิตย์ ไม่ได้เจอกันเสียนาน เป็นไงบ้างค่ะ”
“สบายดีครับ ว่า แต่ทองเถอะ เป็นไงบ้าง นี้ขนาดมีเรือพ่วงยังสวยไม่สร่าง”
“พี่ทิตย์ก็ยัง หล่อเฟี้ยว เลยนะค่ะ เชิญนั่งก่อนค่ะ กาแฟไหมค่ะ” ทรายทองถามตามประสาเจ้าของบ้านที่ดีและคนคุ้นเคย
“ไม่ละ ขอบคุณ ทองไม่ต้องพูดกับพี่แบบนี้ก็ได้ พี่อยากให้ทองเป็นทองของพี่เหมือนเดิม” ชลทิตย์พูดพร้อม ก้มหน้าลงมาต่ำกว่าเดิม
“เซะ กี มาม็อง” (C’est qui maman?) เสียงสร้างเมืองแหวกอากาศมา ทรายทองหันไปมองลูกชาย
“สร้างเมือง สวัสดี คุณลุงเสียซิลูก พี่ทิตย์คะ นี้สร้างเมือง ลูกทองค่ะ”
สร้างเมืองยกมือไหว้ ชลทิตย์ หนุ่มใหญ่รับไหว้อย่างเป็นทางการ
“ว่าไงเราหล่อเอาเรื่อง นะ”
“พ่อเขาหล่อมากๆค่ะ” ทรายทองอดชมกามีไม่ได้ เพราะเธอรู้สึกเช่นนั้น จริงๆ เขาเหมือนภาพแกะสลัก ใบหน้ายุโรปแต่ตา-ผมสีดำแบบเอเชีย ผิดกับชลทิตย์ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ต่อหน้าเธอร่างสูงใหญ่ดูแข็งแรงผิวสีแทนทำให้ดูบึกบึนน่าเกรงขาม
“ครับผม ไม่งั้นคุณทรายทองคงไม่หนีตามไปอยู่ด้วยหรอก” ชลทิตย์พูดสัพยอกแต่กลับจี้ใจดำหญิงสาวจังเบ้อเร้อ
ทรายทองหลุบตาลงต่ำเอามีดเขี่ยขนมปังไปมา
ชลทิตย์รู้ตัวรีบออกตัวว่า “พี่ล้อเล่นนะทอง แล้วตอนนี้อยู่ไหนละพระเอก” ชลทิตย์แกล้งซ้อมค้าง หญิงสาว ทั้งที่พอรู้มาเลาๆว่า ทรายทองหย่าขาดกับสามีฝรั่งเรียบร้อยแล้วก่อนจะเดินทางกลับมาเมืองไทย ก็อาสะใภ้ของทรายทองเองนะแหละที่เอาไปคุยเสียฟุ้งทั่วตลาด ตามประสาคนปากอยู่ไม่สุข
ทรายทองเงยหน้าขึ้นมองชลทิตย์ด้วยสายตาขอร้อง และหันไปมองสร้างเมืองที่ทำท่าไม่สบอารมณ์
“ ตูวาชูเอ้ เชครี” (Tu vas jouer chéri?)
“ผมอยากไปหา เพื่อนที่ตลาดได้ไหม” สร้างเมืองถามขึ้น
“ได้ครับ แต่ต้องกลับมาก่อนเที่ยงนะ”
“วุย ม็อง”(Oui man.ครับแม่) สร้างเมืองวิ่งลงบันไดไปอย่างไม่รอช้า คว้ารถจักรยานคู่ชีพออกไปอย่างรวดเร็วโอกาสแบบนี้มีไม่ค่อยมากนักเพราะทรายทองชอบให้ลูกอยู่ในสายตาตลอดเวลาที่สำคัญเธอจะหมดสิทธิเลี้ยงดูสร้างเมืองทันที หากเขาได้รับอันตราย กฎหมายฝรั่งเศสเข้มงวดเรื่องการเลี้ยงดูเด็ก นี้เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เธอได้รับสิทธิอย่างเต็มที่จาก กามี ในเรื่องนี้
กามีเป็นอาจารย์สอนหนังสือ เขาไม่มีเวลาที่จะให้กับลูกมากนักที่สำคัญเขาต้องเดินทางไปสอนอีกเมืองหนึ่ง ขับรถไปกลับวันละเกือบ สองร้อยโลและในที่สุดเขาเลยหาที่พักในเมืองที่สอนหนังสือ บ้านพักของสามีสวยกว่าแฟลตที่เธออยู่มากนัก เธอนึกตัดพ้อในใจว่าเขาน่าจะพาเธอมาอยู่ด้วย แต่ก็อย่างที่เขาบอกนั้นแหละว่าเกรงจะสูญสิทธิในแฟลตที่พัก จึงขอให้เธออดทนอยู่ที่แฟลตไปก่อน จนกว่าเขาจะขอย้ายมาทำงานที่มาร์ซาย(Marseille)ได้
“เราต้องอดทนนะที่รัก แฟลตดีๆราคาถูกใกล้ทะเลไม่ใช่หาง่ายๆนะ”
กามีชอบทะเลเขาอยากอยู่ใกล้ทะเล เธอเอง ก็เหมือนกัน ดังนั้น มาร์ซาย(Marseille) จึงเป็นสถานที่ที่สองสามีภรรยาเลือกอยู่ ส่วนเอกซองโพรวองซ์(Ex en provence) เป็นเมืองที่ไม่มีอะไรน่าดึงดูดใจ ในที่สุดเขาก็ทิ้งเธอกับลูกให้อยู่บ้านเพียงลำพัง และนั้นคือจุดเริ่มต้นของความร้าวฉานในครอบครัว ใหม่ๆเขากลับบ้านดีแต่หนักเขาก็หายไปโทรหาก็ไม่ยอมรับสาย
“กามีทำไมอาทิตย์นี้ไม่กลับบ้าน ที่รัก”
“ผมงานยุ่งมากๆเลยแล้วก็เหนื่อยมากด้วย ฝากลูกด้วยนะหรือว่าคุณจะมาหาผม”
“ไม่ดีกว่า เจอกันอาทิตย์หน้าก็ได้”
จนกระทั่งวันหนึ่งในฤดูที่หนาวเหน็บตอนนั้น สร้างเมืองอายุได้ 3 ปี เธอก็ขับรถฝ่าหิมะไปยังบ้านพักของเขา พร้อมลูกน้อย เธอยังจำได้ดีว่า เมื่อไปถึงประตูบ้านพัก เธอเห็นไฟหริบหรี่ที่เตาผิง ทรายทองจำได้ว่า เธอเดินไปที่ประตู ประตูไม่ได้ลงกลอน แถมเปิดแง้มไว้ เธอจึงผลักประตูเข้าไป ในห้องโถงไม่มีใคร มีแต่ไฟในเตาผิงที่ใกล้จะมอด เธอได้ยินเสียงคนพูดกันในห้องนอน เสียงไม่ใช่การพูดคุยธรรมดา เธอวางลูกน้อยลงบนโซฟาพร้อมหาผ้ามาห่มทับไม่ให้ลูกหนาว แล้ววิ่งไปหยุดที่หน้าประตูห้องนอนที่มีกระจกติดอยู่ที่บานประตูทำให้มองเห็นข้างในจากบานกระจก เพราะประตูเปิดแง้มไว้ เสียงครวญครางที่เล็ดลอดออกมาและเสียงเตียงที่ลั่นสนั่นดังบอกให้รู้ถึงกิจกรรมที่ดำเนินอยู่ภายในห้อง ทรายทองเอื้อมมือไปผลักประตูให้เปิดออกกว้างพอที่ทุกฝ่ายจะมองเห็นกัน แต่ดูเหมือนทั้งคู่จะหยุดไม่ได้หรือมองไม่เห็นเธอ จนทั้งคู่กรีดร้องอย่างสุขสมโดยมีเธอ ยืนเป็นพยานอยู่ตรงนั้น กามีตกใจมากที่เห็นทรายทอง เขาหน้าซีดเผือด พูดไม่ออก เธอจำอะไรไม่ได้ รู้แต่ว่าหญิงสาวยังเด็กมาก อายุคงซัก 17-18 ไม่เกินและคืนนั้น เธอได้แต่ร้องไห้ และร้องไห้ กามีปลอบโอบกอดเธอไว้ในวงแขน พร่ำพรรณาถึงแต่ความรักที่เขามีต่อเธอและสาวน้อยคนนั้นเป็นเพียงแค่ทางผ่าน ทรายทองหัวใจแตกสลายย่อยยับ ไม่ว่ากามีจะเริงรักกับเธอด้วยกลเม็ดเด็ดพรายเพียงใดในคืนนั้น เธอก็คือซากศพดีๆนี้เอง


“ทอง ครับ ทอง” ชลทิตย์ปลุกเธอจากภวังค์เพราะเห็นอาการที่สั่นเทิ้มของเธอ
“ขอโทษ ค่ะพี่ทิตย์ ทองเผลอตัวไปหน่อย”
“ไม่เป็นไร ว่าแต่ยังไม่ตอบเลยว่า สามีทองไปไหน”
“เราเลิกกันแล้วค่ะ ปีหนึ่งแล้วค่ะพี่ทิตย์” ทรายทองตอบด้วยเสียงสั่นๆ
“โอ้.....ขอโทษนะถ้าทำให้ทองไม่สบายใจ พี่ไม่ได้ตั้งใจ”
“ไม่เป็นไรค่ะ”ทรายทองกล่าวพร้อมกับหลบตาต่ำลง เพราะสายตาของชลทิตย์ที่มองเธอนั้นมีแววเห็นใจแฝงไปด้วยความยินดีอย่างออกนอกหน้า เธอรู้ว่า ชลทิตย์คิดอย่างไรกับเธอ เธอไม่เคยลืมเหตุการณ์ใต้ต้นก้ามปูที่ริมหาดคืนนั้นก่อนที่ชลทิตย์จะเดินทางไปเรียนต่อที่อเมริกา
“พี่ต้องไปหลายปีนะทอง ทองรอพี่ได้ไหม”
ทรายทองพยักหน้ารับ พร้อมซุกตัวเข้าหาอ้อมกอดของชลทิตย์ ตอนนั้น เธอยังเด็กมาก อายุแค่ 17 ปี ยังเรียนอยู่ชั้นมัธยมปลาย ส่วนชลทิตย์จบวิศวกรรมศาสตร์ แก่กว่าเธอ 5 ปี เธอจำอะไรไม่ได้มากไปกว่าอาการเจ็บปวดรวดร้าวจากอาการจับต้องของชลทิตย์ไปทั่วตัว แต่เขาเป็นสุภาพบุรุษที่จะไม่ล่วงเกินเธอมากไปกว่านั้น ชลทิตย์จากไป ส่วนเธอก็เรียนจนจบและเดินทางเข้ามาเรียนต่อในกรุงเทพ ระยะปีแรกเขาเขียนถึงเธอทุกอาทิตย์ เล่าถึงแต่ความเหงาเปล่าเปลี่ยวที่เขามีในต่างประเทศ แล้วอยู่ดีๆจดหมายก็เงียบหายไป จนกระทั่งเมื่อตอนเธอเข้าเรียนปีหนึ่ง กลางๆปี ชลทิตย์เขียนมาให้เธอลืมเขาเสียเพราะตอนนี้เขาอยู่กินกับแหม่มและไม่คิดกลับมาเมืองไทย
ทรายทองยอมรับว่าเธอเสียใจมากๆ จนในที่สุด เธอก็ได้คิดว่า ชีวิตต้องก้าวเดินต่อไป


“แล้วพี่ทิตย์ละค่ะ สบายดีหรือเปล่า”
“ก็เรื่อยๆนะทอง ตามประสาคนแก่ พี่มีลูก 3 คน โตๆหมดแล้ว ส่วนแฟนพี่เป็นพยาบาลอยู่ที่อเมริกา”
“ยินดีด้วยค่ะ”
“หมายความว่ายังไง ยินดีด้วย”
“ก็ยินดีด้วยที่ไม่หย่าร้างและมีครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ”
“จริงใจหรือประชด” ชลทิตย์หยั่งน้ำเสียงของทรายทอง เขารู้ว่าทำให้เธอเจ็บช้ำ แต่ทรายทองตอนนั้นกับตอนนี้ไม่เหมือนกันตอนนั้นเธอดู สวยใส สมวัยแรกแย้ม ไม่ประสีประสากับโลก ไม่ว่าเขาจะว่าอย่างไร เธอก็ยอมเขาทุกอย่าง ตอนนี้เธอดูแกร่ง เข้มแข็ง สวยเซ็กซี่ กว่าเดิมมากมาย ผิวสีแทนกับผมที่เหยียดตรงและร่างที่บอบบางทำให้ภาพของแคทเธอรีน กลายเป็นยายแก่ไปในทันทีทันใด
ชลทิตย์รู้จักกับ แคทเธอรีนที่อเมริกา แคธี่เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดที่เขามีอยู่ในขณะนั้น เธอช่วยเขาทุกเรื่อง รวมถึงเรื่องบนเตียง การอยู่ไกลบ้านทำให้คนเราสามารถทำอะไรหลายๆอย่างที่ผิดแผกจากเดิม เรื่องลงเอยด้วยแคธี่ท้อง และเด็กเป็นลูกเขา ความที่เขาเป็นคนต่างชาติทำให้เขากลัวและคิดหลายเรื่อง เขาจึงตอบตกลงอยู่กินกับแคธี่ แคธี่แก่กว่าเขาหลายปี มีงานทำช่วยเหลือเขาด้านการเงิน จนเขาเรียนจบ เขาไม่เคยมีใครนอกจากแคธี่ จนกลับมาเที่ยวบ้านคราวนี้ เรื่องราวของทรายทอง หวนกลับมาในชีวิตอีกครั้ง เขารู้ดีว่าเขาอยากโอบกอดเธอในวงแขนเหมือนเดิม
“พี่ทิตย์ค่ะ” เสียงทรายทองทำลายความเงียบ “ทองดีใจกับพี่จริงๆค่ะ ทองอยากให้พี่มีความสุขในชีวิตครอบครัว ไม่ใช่เหมือนทอง พี่มีความสุขไหมค่ะ” โง่จริงๆทรายทองเอ๋ยไปถามเขาทำไม ถ้าเขามีความสุขเธอต้องอิจฉาตามประสามนุษย์ ปถุชน และถ้าเขาทุกข์ละ................... เธอยังไม่ทันพูดอะไร สร้างเมืองก็ขี่รถมาพร้อมกับเพื่อน
“แม่ครับ นพขอมาเล่นเกมด้วย”
“ได้ลูก”
สร้างเมืองพาเพื่อนเดินเขาไปอีกห้องหนึ่งพร้อมปิดประตูตามหลัง
“พี่ทิตย์มาคนเดียวหรือมากับครอบครัวคะ”
“คนดียว กะจะมาดูลาดเลาทำธุรกิจ”
“แล้วงานที่อเมริกา........”
“พี่เบื่ออเมริกาทอง อยากกลับมาอยู่บ้านเรา หลังถล่ม เวิลด์เทรด เศรษฐกิจทรุดสุดๆ อาชีพที่ดีที่สุดคือเป็นทหาร ขอไปรบ”
“แล้วแฟนพี่เขาจะยอมไหมคะ”
ชลทิตย์เงียบไปเขาไม่แน่ใจว่าแคธี่จะเห็นด้วยกับเขา เธอยินดีให้เขากลับมาเยี่ยมบ้านแต่ไม่เคยปล่อยลูกมากับเขาหรือเดินทางมาด้วย เธอไม่สนใจบ้านเกิดของเขา เธอไม่สนใจวิถีชีวิตชาวเกาะ คนอเมริกันส่วนใหญ่ชอบดินทางแต่แคธี่ไม่ใช่ เธอชอบทำงาน อ่านหนังสือและใช้ชีวิตหรูๆ ผิดกับชลทิตย์เขารักครอบครัวและอยากมีชีวิตง่ายๆกับครอบครัวมากกว่า แคธี่ไม่รู้จักคำว่าเรียบง่าย ทุกอย่างของเธอต้องเลิศหรูอลังการ แต่โทษเธอไม่ได้ เพราะทั้งบิดามารดาเธอเป็นหมอ ดังนั้นเรื่องเงินทองไม่ต้องเป็นห่วง เพราะเธอมีน้องชายอีกคนเท่านั้น พ่อแม่ของแคธี่มิได้รังเกียจชลทิตย์ แต่มักมองด้วยแววตาสงสัยว่า เขามาอยู่กับแคธี่เพราะอะไร จนเมื่อแคธี่มีลูก แม่ยายก็เริ่มแนะนำให้เขารู้จักกับคนรอบข้างและนำมาซึ่งตำแหน่งหน้าที่การงาน ในปัจจุบัน ชลทิตย์พรั่งพร้อมทุกอย่าง ยกเว้นกลิ่นไอของแผ่นดินที่มีน้ำทะเลล้อมรอบ แผ่นดินแม่ที่เขายืนอยู่ตรงนี้ เขาผูกพันกับเกาะแห่งนี้มาก ยิ่งตอนนี้ มีทรายทองหวนกลับมาเขายิ่งมีความรู้สึกว่า เกาะนี้เพิ่มสีสรรเร้าใจยิ่งขึ้น
“ว่าไงคะพี่ทิตย์ แฟนพี่เขาจะยอมมั้ย”
“ไม่รู้ยังไม่เคยคุยกันแต่คิดว่าคงยอมเพราะเขารักพี่มาก” ชลทิตย์เชื่ออย่างนั้นจริงๆ ความรักของแคธี่เป็นรักที่เขาเชื่อมั่นว่ากุมบังเหียนทุกอย่างในชีวิตของเธอ
“ก็ดีค่ะ จะได้ไม่ทะเลาะกันทีหลัง ว่าแต่ว่าครั้งนี้จะมาอยู่นานแค่ไหนคะ”
“อาทิตย์เดียว”
ทรายทองพยักหน้ารับ พร้อมลุกขึ้นยืน แต่เจ้ากรรมเข่าไปกระแทกของบนโต๊ะหล่นพื้น ชลทิตย์รีบเข้ามาช่วยเก็บมือของชายหนุ่มโดนมือทรายทองอย่างตั้งใจ และเหมือนมีคลื่นไฟฟ้า ทรายทองชงักอยู่กับที่ ไม่นะต้องไม่ใช่แบบนี้ เขามีภรรยาอยู่แล้ว เธอร่ำร้องบอกตัวเอง แต่ไม่ปลดมือจากการถูกเกาะกุม ชลทิตย์ดูเหมือนจะเดาความรู้สึกของเธอได้ เขาเลื่อนจากการกุมมือ มาช้อนใบหน้าของเธอขึ้นมองเขา สายตาที่เขามองเธอไม่ปิดบังความต้องการแม้แต่น้อยนิด ทรายทองได้แต่เบือนหน้านี้ มารู้ตัวอีกทีริมฝีปากของชลทิตย์ก็ประกบกับริมฝีปากของเธอแนบแน่น ทรายทองปราศจากการควบคุมตนเอง รสจูบที่แสนหวานหวนคืนมาเหมือนฝัน นานเหลือเกินแต่เธอก็ไม่เคยลืมเลือนรสชาติของมัน หอมหวาน ชวนให้คนึงหา นี้แหละหนอที่เขาว่า จูบแรกนั้นสำคัญฉไน ผู้หญิงมักไม่ลืมรักครั้งแรกและจูบแรกที่ได้รับ เธอเพิ่งตระหนักเดี๋ยวนี้เอง ชลทิตย์พรมจูบไปทั่วใบหน้าของทรายทองพร้อมซุกไซ้ซอกคอ เขาดึงเธอเข้าไปกอดแน่น ทั้งคู่เนื้อตัวสั่นเทาด้วยแรงเสน่หา
“ทองจ๋า พี่ขอโทษ ยกโทษให้พี่นะ” ชลทิตย์กระซิบข้างหู
ทรายทองพูดไม่ออก ยกโทษเรื่องอะไร เรื่องที่เขาทิ้งเธอไปอยู่กับผู้หญิงคนอื่นหรือ เธอลืมหมดแล้ว เรื่องที่เขาจูบเธอขณะนี้หรือ เธอโหยหามันด้วยซ้ำ


หลังจากคืนนั้นที่ Ex en Provence เธอก็ปฏิเสธ กามีมาตลอด ทุกครั้งที่กามีหลับนอนกับเธอ กลายเป็นการข่มขืน มากกว่าร่วมรัก ดูเหมือน กามีจะไม่งอนง้อเธอในเรื่องนี้เพราะเขามีสาวๆมาประเคนให้ไม่เว้นแต่ละวัน แต่ที่พยายามยัดเยียด ความเป็นสามีให้กับเธอก็เพราะไม่ต้องการให้เธอนำเรื่องนี้มาเป็นข้อกล่าวหา ในทุกกรณี โดยเฉพาะการขอเลิกจากเขาไป แต่กามี ลืมไปว่า คนไม่ใช่สิ่งของ มีชีวิต มีวิญญาณ เลือดเนื้อ ทรายทองกลายเป็นคนเก็บตัวไม่คบค้าสมาคมกับใคร ชีวิตเธอมีแต่ลูก งานและบ้านเท่านั้น ในที่สุดวันหนึ่ง เธอก็ทนต่อไปไม่ได้
“กามี ฉันอยากกลับเมืองไทย” เธอบอกเขาในคืนวันหนึ่งขณะนั่งรับประทานอาหารด้วยกัน
“อะไรนะ ไม่เอาน่าทอง ผมรักคุณนะแล้วลูกจะทำอย่างไร”
“ฉันจะเอาลูกไปด้วย และดูแลจนกว่าจะอายุ 18 หลังจากนั้นลูกจะตัดสินใจเองว่าจะอยู่กับใคร”
กามีนิ่งไปพักหนึ่ง แล้วพูดขึ้นว่า
“ทำไมคุณถึงรังเกียจผมนัก คุณให้อภัยผมไม่ได้หรือ”
“ฉันควรให้อภัยคุณสักกี่ครั้งดีละ กามี”
“หมายความว่าอย่างไร สักกี่ครั้ง ผมไม่เคยมีใครอีกเลยหลังจากคืนนั้น”
ทรายทองเดินไปที่มุมห้องพร้อมหยิบกล่องเล็กๆออกมาน้ำตาคลอเบ้า
“งั้นช่วยตอบหน่อยซิว่าของพวกเนี่ยะมันมาอยู่ใต้เบาะรถ ในกระเป๋าเดินทาง และที่อื่นๆที่เกี่ยวข้องกับคุณได้อย่างไร”
กามีเอื้อมมือมาหยิบของในกล่องพลิกดู มีทั้งกางเกงในเสื้อชั้นในและของอื่นๆของผู้หญิง เขามักร่วมหลับนอนกับผู้หญิงในรถ แต่ไม่เคยคิดว่าพวกหล่อนจะลืมของพวกเนี่ยะเอาไว้ สาวน้อยบางคนต้องการให้เขาถวิลหาก็จะมอบกางเกงในให้ก่อนจาก บ่อยครั้งเขาจะเก็บไว้เป็นที่ระลึก ให้ตายเถอะทรายทองไปเอามาได้อย่างไร
“กามี ฉันรู้มานานแล้วว่า คุณมีอะไรกับใครตลอดเวลา” เธอโยนภาพถ่ายระหว่างเขากับสาวน้อยคนหนึ่งให้ วันที่ในภาพฟ้องว่าเพิ่งสดๆร้อนๆเมื่อ 2 วันที่แล้ว
“คุณตามผมเหรอ”
“ไม่ใช่ฉันแต่เป็นช่างมือสมัครเล่น”
“กามี ฉันไม่รักคุณอีกต่อไปแล้ว เราจากกันด้วยดีเถอะ อย่าต้องขึ้นศาลเลย สงสารลูก”
“คุณจะไม่เรียกร้องอะไรจากผม ใช่มั้ย”
“ไม่ กามี”
คืนนั้น กามีพยายามใช่ความเป็นชายเปลี่ยนความรู้สึกของเธอ เขายังรักเธออยู่แต่ทรายทองหมดศรัทธาที่จะอยู่กับเขาต่อไป เธอไม่ได้ยินดีกับสิ่งที่เขามอบให้ และนั้นเป็นครั้งสุดท้ายที่กามี นอนข้างกายเธอ เธอแยกกันอยู่กับสามีอีก 6-7เดือนตามกฎหมายและทั้งคู่ก็จูงมือกันไปหย่าอย่างเป็นทางการ กามีแสดงความเป็นสุภาพบุรุษมากมาย เขายินดีจ่ายให้เธอทุกสิ่งทุกอย่างโดยไม่คัดค้าน เสียเวลาไม่นาน เธอกลายเป็นแม่ม่ายเรือพ่วงและเศรษฐินีรายย่อยในพริบตา กฎหมายฝรั่งเศสคุ้มครองสิทธิผู้หญิงในเรื่องการหย่าร้างและสิทธิของความเป็นแม่เป็นอย่างดี วันนั้นเธอบอกกับตัวเองว่า สวรรค์มีตาจริงๆเงินไม่ใช่สิ่งที่เธอต้องการ แต่ความยุติธรรม ศักดิ์ศรีลูกผู้หญิง และอิสระภาพต่างหากคือสิ่งที่เธอโหยหา

“พี่ทิตย์คะ ปล่อยทองก่อนเถอะค่ะ เดี๋ยว สร้างเมืองมาเห็นเข้า”
ชลทิตย์เรียกสติคืนมาตามคำขอของหญิงสาว
“พี่หวังว่าทองจะยังรู้สึกดีๆกับพี่เหมือนเดิม”
“มันสำคัญนักหรือคะว่าทองจะรู้สึกอย่างไรกับพี่ พี่ทิตย์แคร์ทองมากมายขนาดนั้นหรือค่ะ”
“ถ้าไม่รับปากพี่จะไม่ปล่อยทองนะ”
“ก็ได้ค่ะ ปล่อยทองได้หรือยัง”
“ได้ซิจ๊ะ สาวน้อย”
เสียงประตูห้องเปิดทำให้ทั้งสองผละออกจากกันโดยอัตโนมัติ สร้างเมืองวิ่งออกมาพร้อมเพื่อน เด็กชายมองชลทิตย์เป็นเชิงถามว่า ยังอยู่อีกหรือ ชลทิตย์เข้าใจสายตา เลยรีบกล่าวลาเจ้าของบ้านน้อยก่อนถูกไล่
“ลุงกำลังจะกลับพอดี ขอมาเยี่ยมเรากับแม่อีกได้มั้ย” ชายหนุ่มหันไปมองสร้างเมือง
“ได้แต่ต้องเวลาที่ผมอยู่เท่านั้น”
“อ้อ.....ฉลาดเป็นกรด งั้นเอาอย่างนี้มั้ย ลุงอยู่ที่นี้แค่อาทิตย์เดียวคืนรับคำเราก็คงไม่ได้คุยกับแม่เราแน่เป็นว่าลุงขอมากินข้าวเย็นด้วยทุกวันได้ไหม จะได้มีเวลาเพิ่มอีกหน่อย”
“โอเค งั้นผมขอไปส่งเพื่อนก่อน แม่ต้องการอะไรที่ตลาดมั้ยครับ” เด็กชายหันมาถามทรายทอง
“ไปตลาดทำไมละลูกนพกลับเองก็ได้” ทรายทองกลัวใจตัวเองที่จะอยู่กับชลทิตย์สองต่อสองพยายามยึดลูกไว้
ชลทิตย์มองออกจึงรีบบอกว่า “เอาอย่างนี้ พอดีลุงกำลังจะไปตลาดพอดีเดี๋ยวลุงพาเพื่อนไปส่งให้ สร้างเมืองอยู่กับแม่เถอะ แม่เขากลัวผี”
ทรายทอง นึกในใจว่า ใช่ซิผีตัวนี้น่ากลัวจะตาย เพราะเป็นผีเสน่หา








โดย : ปลิวลม
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 4 ก.ย. ปี 2006 [ เวลา 9 : 3 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook