บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 4

กรุงงานเขียนเก่า 1
กรุงงานเขียนเก่า 2
กรุงงานเขียนเก่า 3
กรุงงานเขียนเก่า 4
กรุงงานเขียนเก่า 5


>> รองเท้าที่กลับข้าง

เรื่อง : .รองเท้าที่กลับข้าง

เมื่อตอนฉันยังเด็ก ฉันจำได้ฉันโดนตีไม่รู้หรอกว่าเจ็บมั้ยฉันจำไม่ได้แต่ฉันร้องไห้ แม่ตีฉันบอกว่าสอนเท่าไหร่ทำใมไม่จำ ว่าข้างนี้ข้างซ้าย ต้องอยู่เท้าซ้าย ข้างนี้ข้างขวาตอ้งใส่ข้างขวา ฉันไม่เข้าใจเวลาแม่ไม่อยู่ฉันใส่เองฉันก็ใส่แบบนี้ฉันยังไปเดินเล่น หรือไปกระโดดที่ไหนต่อที่ไหนได้ ไม่เห็นจำเป็นต้องกลับข้างรองเท้าเลย เวลาแม่เห็นฉันใส่แบบนี้ทีไร เป็นบังคับให้ฉันเปลี่ยนทุกที ในตอนนั้นฉันมีความรู้สึกว่า แม่เจอฉันทีไรเป็นต้องมองที่รองเท้าฉันก่อนทุกทึซิเล่าและทุกครั้งฉันก็ยังใส่มันผิดเหมือนเดิม เวลานี้ฉันมานั่งคิดถึงวันก่อน ๆ ฉันถามตัวเอง ฉันโง่ หรือฉันรั้นกันแน่ จำไม่ได้เหมือนกันว่าฉันใส่ ถูกเมื่อตอนอายุเท่าไรหรือนานแค่ไหนแค่รองเท้ามันช่างเป็นปัญหาใหญ่สำหรับฉันเสียเหลือเกินในเวลาที่ฉันเป็นเด็ก ฉันเคยอ่านคำคมของใครฉันจำไม่ได้ รู้แต่ว่าคนเขียนทำใมเข้าใจชีวิตคนเราได้มากมายขนาดนั้น คนเขียน บอกว่า ความเป็นเด็ก ทำให้เราใส่รองเท้าผิดข้าง จริงใช่มั้ยกับคำเขียนนี้ เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาฉันไม่เคยเห็นผู้ใหญ่คนไหนใส่ผิดข้างเลย คนเขียนคำคมนี้ไม่ได้เขียนเพื่อสอนเด็กที่ยังใส่รองเท้าไม่ถูกหรอก ฉันมั่นใจ และเชื่อมาตลอด ว่าคำคมนี้สอนผู้ใหญ่ ที่กำลังจะทำอะไรที่ผิดพลาด เพราะอะไรนะหรือ คิดดูซิ ผู้ใหญ่คนไหนใส่รองเท้าผิดข้าง ก็แสดงว่าผู้ใหญ่คนนั้นขาดสติ ใช่มั้ย บางครังฉันเห็นคนสติไม่ดียังใส่ถูกเลย และบางครั้งความไม่มีสติทำให้เค้าไม่ต้องใส่อะไรเลยเดินบนถนนที่ก้วางใหญ่ร้อนแสนร้อนเค้าก็ยังเดินโดยไม่รู้ สึกอะไร ฉันไม่ได้คิดจะเปรียบขีวิตคนเหมือนรองเท้านะ ขอโทษด้วยหากใครคิดจะโกธรฉันเมื่ออ่านจบ ทำไงได้ล่ะปัญหาที่ฉันเจอมันทำให้ฉันนึกถึงคำสอนของแม่ตลอด หลายเรื่อง แต่ฉันเพิ่งจะมานึกถึงก็ตอนนี้แหละ ที่หลายคนพูดว่าเวลาทุกข์ คนแรกที่เราจะนึกถึงคือแม่ แต่ถ้าเวลาสุข แม่จะเป็นคนสุดท้ายที่เรานึกถึง (ลูกที่แย่ แบบฉันนะ คงมีไม่มากนักหรอก) ก่อนหน้านี้ฉันไม่เคยนึกถึงแม่หรือใครนอกจากตัวฉันเองและคนที่ฉันรัก รักซ้อนไง ฉันมีขีวิตคู่เป็นตัวเป็นตนอยู่แล้วก็ยัง ไปรักคนที่เค้ามีเจ้าของแล้วเหมือนกัน ณ เวลานั้นฉันไม่รู้หรอกว่าเจ้าของเค้าจะรู้สึกยังไง ทำไงได้ฉันมีความสุขนี่น่า คนอื่นช่างซิ เวลาฉันทุกข์หลายคนปลอบฉันพอปลอบเสร็จคนปลอบยังหัวเราะได้เมื่อไปจากฉัน แต่ฉันยังร้องไห้อยู่แต่พอเวลา ฉันเวลาที่ฉันกำลังจะมีความสุขฉันหัวเราะอยู่ ยิ้มกับความสุข ปล่อยฉันได้มั้ย ให้ฉันได้หัวเราะ ได้ยิ้มรับความสุขนาน ๆ ได้มั้ย คนอื่นจะทุกข์บนความสุขฉัน ฉันไม่สนใจ ในเวลานั้น เห็นแก่ตัวชมัดฉันนี่เพิ่งจะรุ้ตัวเองตอนนั้น ฉันรักเค้าเค้ามีเครื่องแบบ คนของเค้าเคยบอกฉันถ้าเค้าไม่มีเครื่องแบบฉันจะสนใจคน ของเค้ามั้ย สนค่ะ ไม่ต้องถามฉันแบบนี้หรอก ฉันอยากให้เค้าไม่มีเครื่องแบบหรอก ฉันกับเค้าจะได้ทำชั่วถนัดกว่านี้ และอีกอย่างเครื่องแบบเค้าใส่อยู่น่ะยศ น้อยกว่าหลายคนที่ฉันคบอีก ลืมคำว่าเครื่องแบบไปได้เลย ฉันคบเพราะเค้าเป็นเค้า ฉันไม่ได้บอกนะ ว่าเค้าเป็นคนดี เพราะตั้งแต่ที่ฉันคบกับเค้ามา ฉัน ฉันไม่เห็นความดีเค้ามีมาให้ฉันเห็น นอกจากคำพูดเท่านั้น ไม่งั้นผู้หญิงฉลาดอย่างฉันจะหลงคนโง่กว่าได้ยังไง เค้าโง่กว่าฉันนะ ถ้าเค้าไม่โง่กว่าฉัน เค้าคงไม่มาเสียเวลากับผู้หญิงอย่างฉันหรอกจริงมั้ย ฉีนจะบอกอะไรให้คนที่เป็น ที่หนึ่งทราบไว้เถอะ คนที่คนที่สอง ไม่ใช่จะสุขมากมายอย่างที่หลายคนมอง ตอนนี้ฉันอยู่ในมุมมองของคนที่เป็นที่สองอยู่การที่เราต้องรอใครสักคนเพื่อให้เค้าแบ่งเวลาที่เค้ามีอยู่อย่างจำกัดมาให้กับเราที่เป็นที่สอง มันไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับเค้าหรอกนะ เวลาที่มีให้เรานิดหน่อยก็พอทนได้แต่เวลาที่มีให้ต้องซ่อนเร้นต้องปิดบัง ใหม่ ๆ อาจจะรู้สึกสนุกเหมือนเล่นซ่อนแอบกันอยู่ แต่ นานวันเข้าชักเหนื่อยล้าแล้วซิ เพราะไม่มีที่จะให้เราแอบแล้ว และอีอย่างคนที่เราแอบด้วยเริ่มไม่สนุกแล้ว ไม่ใช่ว่าเหนือ่ยหรอกนะ เบื่อเสียมากกว่าคราวนี้นี่แหละที่ฉันเพิ่งมานึกถึงคำของแม่ที่บอกเราข้างซ้ายต้องใส่เท้าซ้าย ข้างขวาต้องใส่ข้างขวาซิ ตอนเด็กฉันอาจไม่รู้ก็ได้ เท้าไหนกันแน่ซ้าย เท้าไหนกันแน่ขวา แต่เวลานี้ฉันโตแล้วฉันไม่น่าที่จะใส่รองเท้าผิดข้างเลย รู้นะว่าผิด ผิดทุกอย่าง ก็ยังทำ ทำเพื่อสนองความต้องการของตัวเอง ปัญหาทุกอย่างที่เกิดขี้น เป็นเพราะตัวเราตามใจตัวเองมากเกินไป ไม่ใช่เราไม่รู้ซ้าย ไม่รู้ขวา เรารู้เราไม่ใช่เด็ก เราจึงไม่ควรใส่ผิด ฉันบอกกับตัวเอง ความเป็นเด็กทำให้เราใส่รองเท้าผิดข้าง แต่. . .วันวาน..ฉันจงใจ..ที่ ...จะไม่ใส่รองเท้าเดิน เพราะฉันไม่ใช่เด็ก ฉันยังใส่ผิดอีก ก็สมควรแล้วที่ฉันต้องเจ็บเท้า เพราะหินบาด....ฉันเจ็บ...เจ็บมาก ทำไงได้ล่ะ....เมื่อตอนเป็นเด็กแม่เคยสอนแล้ว จำได้และใส่ถูกมาตลอด ทำใมล่ะ เวลานี้ฉันถึงใส่ผิดข้างอยู่ล่ะ ฉันบอกแล้วไงล่ะ ผู้ใหญ่ที่ยังใส่รองเท้าผิดข้างอยู่ จะอยู่ในพวก ไม่มีสติไง

โดย : น้อง
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 7 ก.ย. ปี 2006 [ เวลา 21 : 36 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook