บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 4

กรุงงานเขียนเก่า 1
กรุงงานเขียนเก่า 2
กรุงงานเขียนเก่า 3
กรุงงานเขียนเก่า 4
กรุงงานเขียนเก่า 5


>> โชคดีที่ยังไม่ได้ทำ

เรื่อง : โชคดีที่ยังไม่ได้ทำ


แท้ง................

ประสบการณ์ "ทำแท้ง" บทเรียนราคาแพงของคนโง่
พอดีว่าไปอ่านเจอเลยเอามาลงไว้ เพื่อเป็น อุทาหร สอนหญิง
อุทาหร เขียนงี้ปะ ไม่แน่ใจ

ก่อนอื่นเราต้องของบอกก่อนนะว่านี่คือ"เรื่องจริง" และ"เกิดขึ้นกับเราโดยตรง" และที่เราอยากจะมาเล่าให้ฟังเนี่ย ก็เพราะว่าเราไม่อยากเห็นใครโดนเหมือนเราอีก "เราโดนหลอกฟัน" แล้ว"ท้อง" แล้วเราก็ไม่แน่ใจว่าเราท้องจริงป่าว เพราะเราไม่มีอาการแพ้เลย เราไม่สามารถบอกครอบครัวได้ เพราะคงไม่มีพ่อแม่คนไหนรับได้ แล้วเราเป็นลูกสาวคนเดียวของที่บ้าน แล้วเราก็ไม่สามารถที่จะเก็บลูกเอาไว้ได้เหมือนกัน เพราะว่าเราไม่ต้องการให้ลูกของเราเป็นลูกที่ไม่มีพ่อ ตอนแรกเราจะไปทำที่คลีนิคหมอมีชัย(อยู่ที่สุขุมวิท 12) แต่เค้าไม่รับทำแล้ว เพราะเราหลายเดือนแล้ว (ที่เราปล่อยไว้หลายเดือนเพราะว่าเราต้องเก็บเงินทำแท้งเอง) เค้าแนะนำให้ไปที่โรงพยาบาลคลองตัน ที่โรงพยาบาลคลองตันเค้าต้องให้ผู้ปกครองรู้เรื่อง เราไม่สามารถให้ที่บ้านรับรู้ได้ เราก็เลยปรึกษาเพื่อนเราที่เคยทำเหมือนกัน เพื่อนแนะนำให้ไปที่คลีนิคแถวจรัญ 68 เราก็ไป พอตรวจ เค้าบอกราคาและวิธีทำเส็ด เค้านัดเราอีกทีวันจันทร์ (เราไปวันเสาร์) แต่ก่อนกลับเค้าให้กินยาเร่งคลอดแล้ว พอวันจันทร์ เค้านัดประมาณแปดโมงครึ่ง พอไปถึงเค้าให้เปลี่ยนชุดเป็นชุดคนไข้อ่ะ แต่ไม่ให้ใส่กางเกงใน แล้วเค้าก้อเรียกให้เราไปในห้องทำแท้ง ในห้องนั้นก้อมีอุปกรณ์ มีเตียงขาหยั่ง เค้าให้เราขึ้นไปนั่งบนเตียง เส็ดเค้าก้อเอาสำลีชุบน้ำอะไรไม่รู้อ่ะ ทำความสะอาดช่องคลอดเรา พอทำความสะอาดเส็ด ก้อเอายาเม็ดสีขาวๆผสมน้ำนิดหน่อย มาสอดเข้าไปในช่องคลอด เค้าสอดลึกมากอ่ะ เจ็บมาก พอสอดเส็ดเค้าก้อให้เราไปนอน แล้วก้อทำอย่างนี้ทุกๆ 4 ชั่วโมง แต่ว่ายาอ่ะสอดไปครั้งแรกก้อออกริดแล้ว ท้องมันจะตึงๆ ปวดท้อง นอนก้อนอนไม่หลับ เค้าไม่ให้นอนตะแคงด้วย เพราะยามันจะออกริดไม่เต็มที่ แต่เราเปนคนติดนอนตะแคงอ่ะ เราก้อเลยนอนตะแคงบ้าง ผลข้างเคียงของยาที่สอดไปก็จะมี คันมืออ่ะ มันจะคันแบบยิบๆเลย แต่สักพักก็จะหาย แล้วก็เปนไข้ แบบสั่นเลยอ่ะ ตอนกลางคืน เราไม่ได้นอนเลย เพราะเราปวดท้องตลอดจนนอนไม่ได้ หิวน้ำตลอดเลยด้วย อ่อลืมบอกไป ก็จะมีคนคอยดูแลอยู่ตลอดอ่ะ แต่อย่าคิดนะว่าเค้าจะดูแลเราดี เค้าก้อดีๆร้ายๆตามอารมณ์เค้าอ่ะ นึกเอานะ เราปวดท้องตั้งแต่สอดยาอ่ะ แล้วมันจะปวดขึ้นเรื่อยๆ พอตอนเที่ยงคืนมันก้อเริ่มปวดมากขึ้นแล้วอ่ะ เราต้องทนอย่างนั้นเพราะว่าคนดูแลเค้าก้อนอน เราเกรงใจเค้า ตั้งแต่ระหว่างเที่ยงคืนถึงตีห้าอ่ะ เราไมได้นอนเลย เราคิดถึงแม่เราตลอด เพราะเราไม่รู้เรื่อง แล้วเราสงสารเค้าที่เค้าต้องมีลูกอย่างเรา ตอนแรกเราตัดสินใจจะบอกแล้ว แต่ว่าเพื่อนเราบอกว่าเค้าจะรับได้เหรอ เราก็ไม่รู้เหมือนกัน เราก็ได้แต่สวดมนต์ แผ่เมตตา และก็บอกลูกเราว่าขอโทษที่ต้องทำอย่างนี้ และก็ขอว่าอย่าได้โกรธในสิ่งที่เราทำไป ถึงเราท้อง 5 เดือน แล้วลูกเราก็ไม่มีสิทธิ์คลอดออกมา แต่เชื่อไม๊ ว่ามันมีความผูกพันธ์กันนะ ตั้งแต่เราท้อง เรารักแม่เรามากขึ้นเยอะเลยอ่ะ มันเปนความผูกพันธ์ที่เกิดขึ้นมาเองเลย อยู่ดีๆเราก้อรักสิ่งมีชีวิตที่มาอยู่ในท้องเราโดยที่เรายังไม่รู้ว่าหน้าตาเค้าเปนยังไง จนประมาณตีห้าสี่สิบห้าเราไปบอกเค้าว่าทนไม่ไหวแล้ว เค้าบอกให้ไปนอนก่อน เด๋วตอนเช้าเค้าตรวจให้ เราก้อไปนอน ทั้งๆที่เราจะตายอยู่แล้ว พอหกโมงเช้าอ่ะเราทนไม่ไหวเราร้องเลยเค้าก้อเลยตื่น เค้าตรวจช่องคลอดเราดู ช่องคลอดมันขยายได้ที่แล้ว เค้าก้อพาเราไปขึ้นเตียงข่าหยั่งอ่ะ แล้วเค้าทำอะไรเราก็ไม่รู้รู้แต่ว่าเจ็บมาก แล้วเรารู้สึกอีกทีก็คือ เลือดไหลจากช่องคลอดเราแบบเป็นแกลอนๆ เหมอืนเปิดก๊อกเลยอ่ะ สักพักเค้าก้อให้เราเบ่ง (ของเราเด็กเป็นตัวแล้ว) สักพักก็ออก เค้าก้อกดหน้าท้องเราอีกครั้ง เหมือนเอาออกมาให้หมดอะไรอย่างนี้อ่ะ พอเส็ดเค้าก้อให้เราไปนอนพัก ตอนนั้นเราสลบเลย ตื่นอีกทีเค้าก้อให้เราไปล้างช่องคลอด ตอนนี้ไม่ค่อยเจ็บเท่าไหร่แล้ว เพราะมันชินกับความเจ็บแล้ว พอล้างเส็ดเราก้อมานอนพัก เค้าก้อให้เราอาบน้ำ แล้วก้อกลับบ้านได้ พอกลับมาบ้านน้ำหนักเราหายไป 3 โล แต่หน้าอกยังไม่หายไป หน้าตาก็ซีดเหมือนคนเสียเลือด (ซึ่งเราก้อเสียเลือดจริงๆ)
...."เราอยากจะบอกกับผู้หญิงทุกคนว่า อย่าเสียตัวให้ใครง่ายๆ แต่ถ้าพลาดเสียตัวไปแล้ว ลงทุนแค่ไม่ถึงร้อย ไปซื้อยาคุมกำเนิดมากินซะ แต่ถ้าผู้ชายเปนคนดีพอก็ขอให้ใส่ถุงยางตลอด มันไม่คุ้มกันเลยกับการที่ต้องมาเสียเงินเป็นหมื่นๆ (ค่าทำแท้งเราหมื่นห้า) แถมเสียใจเป็นตราบาปไปตลอดชีวิต เราอยากให้เราเป็นคนสุดท้ายที่ต้องทำสิ่งที่ผิดพลาดที่สุดในชีวิต ถึงคนที่อ่านเรื่องของเราไป พวกคุณมีสิทธิ์ที่จะว่าเรา เพราะเรารู้ดีว่าเราผิด แต่นี่คือบทเรียนที่มีค่าที่สุดของชีวิตเรา....
จาก : คนโง่ [ IP : 203.113.38.7, 203.151.140.115 ]
http://board.narak.com/topic.php?No=45573

http://board.narak.com/topic.php?No=45573
ในทางพุทธศาสนาท่านถือว่าการฆ่ามนุษย์นั้นบาปหนักกว่าการฆ่าสัตว์ดิรัจฉาน เพราะภาวะของมนุษย์ท่านถือว่าเป็นชีวิตอันประเสริฐที่ต่างจากสัตว์ดิรัจฉานทั่วไป เหตุผลคือชีวิตมนุษย์เป็นชีวิตที่มีโอกาสสามารถพัฒนาตนให้เจริญงอกงามได้อย่างไม่มีขอบเขตจำกัด ยกตัวอย่างเช่น คนธรรมดาอย่างเจ้าชายสิทธัตถะยังสามารถพัฒนาตนจนอุบัติเป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เป็นต้น ดังนั้นการฆ่ามนุษย์แม้ตั้งแต่อยู่ในครรภ์จึงเท่ากับการตัดโอกาสของชีวิตที่จะได้พัฒนาตนต่อไป
ในเมื่อพุทธศาสนามองว่าบุตรในครรภ์แม้วันแรกก็ถือว่าเป็นมนุษย์แล้วเช่นนี้ ในการตัดสินใจว่าการทำแท้ง สมควรหรือไม่สมควร จึงเป็นเรื่องที่ต้องวินิจฉัยเป็น กรณี ๆ ไป ไม่มีคำตอบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด คือต้องใช้ปัญญาพิจารณาไตร่ตรองอย่างรอบคอบก่อนที่จะตัดสินใจอะไรลงไป แต่สิ่งควรจะต้องตระหนักรู้ไว้อยู่ตลอดเวลาในการที่จะตัดสินใจว่าควรหรือไม่ควรทำแท้ง คือ ชีวิตเล็ก ๆ ในครรภ์นั้นได้มีภาวะของความเป็นมนุษย์เกิดขึ้นแล้ว หาใช่แค่เซลล์เล็ก ๆ หรือก้อนเนื้อก้อนเล็ก ๆ อย่างที่เคยเข้าใจแต่อย่างใด
ตามหลักฐานที่ปรากฏอยู่ในพระไตรปิฎก ซึ่งวินิจฉัยว่า การทำแท้งเท่ากับการฆ่ามนุษย์คนหนึ่งเลยทีเดียว เพราะพุทธศาสนาถือหลักว่าการปฏิสนธิว่าคือจุดเริ่มต้นของการเกิดเป็นมนุษย์ คือมีจิตใจของมนุษย์เกิดขึ้นอยู่ในเซลล์ชีวิตเล็ก ๆ ที่ปฏิสนธินั้นแล้ว และ ภาวะแห่งความเป็นมนุษย์นี้จะสิ้นสุดก็ต่อเมื่อตายลง
อรรถกถาจารย์ได้อธิบายไว้ว่า ปฐมจิตเกิดขึ้นครั้งแรกพร้อมกับ อรูปขันธ์๓ และ กลลรูป ดังนั้นตามหลักพุทธศาสนาชีวิตจึงมีองค์ประกอบขันธ์ ๕ ครบสมบูรณ์ ณ วันที่เริ่มปฏิสนธินั่นเอง

..............ขออภัยที่ล่วงเกิน...




โดย : กระบี่ไล่ล่า ////
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 27 ก.ย. ปี 2006 [ เวลา 12 : 5 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook