บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 4

กรุงงานเขียนเก่า 1
กรุงงานเขียนเก่า 2
กรุงงานเขียนเก่า 3
กรุงงานเขียนเก่า 4
กรุงงานเขียนเก่า 5


>> กลอนหวานๆ เศร้าๆ ที่สะสมเอาไว้

เรื่อง : กลอนหวานๆ เศร้าๆ ที่สะสมเอาไว้

เ จ้ า ปี ก บ า ง
-ร้อยแปดพันเก้า-

ปีกบางบางระยับสีคือชีวิต
ธรรมชาติวาดประดิษฐ์วิจิตรศิลป์
บินกรีดกรายรื่นรมย์จนสมจินต์
ร่อนชีวินระเริงร่ายล้อสายลม

บินสุดปีกด้วยใจและไฟฝัน
พบสวรรค์พลันชื่นสร่างขื่นขม
บุปผชาติงามตาน่าชื่นชม
ฟ้าดินลมห่มหัวใจด้วยไยดี

สู่โค้งคุ้งมุ่งฟ้าเบื้องหน้าโพ้น
แดดอ่อนโยนทอระยับสลับสี
ได้ยินไหมแดดบรรเลงเพลงดนตรี
เติมฝันที่เว้าแหว่งได้แต่งปรุง

ฝนปรอยปรอยโปรยมาบินฝ่าฝน
ติดลมบนฝนซ่ายังฝ่าทุ่ง
บินพลัดหลงมาไกลใจกลางกรุง
ควันลอยคลุ้งฟ้าสีดำคำรามคราง

ม่านหมอกมืดราตรีคลี่คลุมหล้า
แสนอ่อนล้าวิ่นปีกราวฉีกร่าง
ฝนสาดสายไฟแสนสีทุกที่ทาง
ใจเคว้งคว้างร้างขวัญลบฝันเลือน

เจ้าปีกบางซ่อนน้ำใสในใจโศก
ซึมซบโลกเวิ้งว้างไกลห่างเพื่อน
แล้งเยื่อใยแปลกหน้ามาแชเชือน
ถูกเท้าเถื่อนทับร่างกลางนคร
-----------------------------------------------------------------
เพียงแค่นั้น
หยกสีหม่น

เมื่อเดินมาจนถึงซึ่งสุดทาง
มิเป็นอย่างที่จิตเคยคิดหวัง
ปราสาททรายที่ก่อพอมันพัง
เกินกำลังรั้งไว้ให้เหมือนเดิม

พยายามกอบก่อมิท้อแท้
ยังคิดแก้หาหนทางเพื่อสร้างเสริม
โกยเม็ดทรายรายรอบกอบมาเติม
แรงฮึกเหิมด้วยพลังความตั้งใจ

คลื่นยังโถมโหมซัดดังอัดอั้น
คงดื้อรั้นต้านทานประสานใหม่
แม้เหน็ดเหนื่อยเมื่อยหนักสักเพียงใด
เราจะไม่ปล่อยมันพังทลาย

ปราสาทสวยงาม ..
เสร็จสิ้นตามลิขิตดั่งคิดหมาย
พลันคลื่นซัดสาดใส่ให้มลาย
เหลือเพียงทราย .. เศษซากแค่กากเดน ..
---------------------------------------------------------------------
ดอกหญ้า
ร้อยฝัน

ยามสายลมหลงทางพัดผ่านมา
เหล่าดอกหญ้าข้างทางก็หวิวไหว
เมื่อหยาดฝนหล่นละอองมาต้องใบ
ก็แกว่งไกวลู่ตามยามฝนพรำ

ครามวลหมู่แมลงมาหยอกเย้า
ดอกหญ้าขี้เหงาก็ยอมถลำ
หลงระเริงฟ้อนส่ายเหมือนร่ายรำ
มิกลัวเจ็บกลัวช้ำยามเขาจร

เพียงวูบไหวความสุขก็พลันหาย
สายลมเดียวดายไม่พัดเหมือนก่อน
หมู่แมลงก็บินลับกลับรังนอน
สายฝนจรจากไปไม่หวนคืน

เศร้าโศกเพียงลำพังหนอดอกหญ้า
จะเอื้อมคว้าสิ่งใดก็สุดฝืน
จะเจ็บช้ำเพียงใดต้องกล้ำกลืน
มิอาจคืนสิ่งหวังดังตั้งใจ

มองสิ่งใดในโลกล้วนโศกเศร้า
เห็นเพียงเงาก็เอื้อมมาคว้าเอาไว้
รอฝนซาฟ้าสว่างขึ้นกลางใจ
จะเริ่มต้นสู้ใหม่ด้วยใจเดิม
---------------------------------------------------------------------
มิอาจเก็บไว้
ดาริกา

ความรู้สึกสับสนมันล้นปรี่
ไม่มีที่เก็บกักรักเอาไว้
เกินซุกซ่อนรับรู้อยู่ข้างใน
เกินหวั่นไหวสุดทนแล้วคนดี

ต้องร้อนรุ่มดวงใจดุจไฟเผา
มันรุมเร้าใจแทบขาดมิอาจหนี
อยากจะขอเวลาสักนาที
ขอวันนี้ได้เอ่ยเผยออกมา

เพราะเธอมีความหมายกว่าใครอื่น
ทุกวันคืนใจเหงาเฝ้าโหยหา
คิดถึงเธอทุกทีที่หลับตา
อยากบอกว่าทุกวัน.....ฉันรักเธอ
-----------------------------------------------------------------
... เล่ห์ลมลวง ...
คนบ้านบัว

รักในสายลมชื่นไม่คืนหวน
แม้นคร่ำครวญร่ำไรไร้ความหมาย
ปล่อยอารมณ์ให้คมคำมาทำลาย
สุดเสียดายสิ่งดีดีเคยมีมา


คืนฝนดึกดาวเดือนเลื่อนลาลับ
รักก็ดับไม่สมมาดปรารถนา
เหลือเพียงลมแผ่วผ่านรานอุรา
รู้สึกล้าไม่รู้ใจคนไกลเลย

เพียงคำไหวทิ้งไว้ถามความรู้สึก
ฝากให้นึกรอยคำใครพร่ำเอ่ย
ไม่มีแล้วไออุ่นคนคุ้นเคย
เจ็บจนเผยว่าเจ็บหนักยามรักจาง

รักนั้นหรือคือของเล่นเซ่นลมหลอน
มาให้อ้อนจนเพลินแล้วเมินหมาง
เอาความห่วงลวงใจให้หลงทาง
แล้วลาร้างไม่จริงจังดั่งคารม

ขาดสิ้นแล้วแผ่วสายลมลมเคยพรมอุ่น
ความละมุนสิ้นเยื่อเหลือความขม
รวยระรินกลิ่นโมกเคล้าโศกตรม
เจ็บเกินข่มอาการหนักรักลาไกล

ลมล่องบรรเลงเพลงผิวผ่าน
ลมลวงหวานจนใจพลิ้วปลิวคำไหว
ลมหลอนฝากเสน่หามาลวงใจ
ลมหลอกใครหลายคนจนชินชา.......
-----------------------------------------------------------------
..ส่งใจอยู่ใกล้เธอ..
แม่จิตร

สัมผัสรักอบอุ่นละมุนหอม
ละลายหลอมอยู่ในหัวใจฉัน
เพียงคิดถึงรักหวานครั้งวารวัน
ราวกับได้ขึ้นสวรรค์ในทันที

จึงประดิษฐ์คิดคำลำนำรัก
เสกรุ้งถักเรียงร้อยสร้อยศัพท์ศรี
เจือแม่น้ำทั้งห้าในวารี
แทนวจีมอบให้คนไกลตา

คือความนัยจากจิตมากคิดถึง
ส่งคำนึงจิตหวามความห่วงหา
พร้อมฝากรอยจุมพิตติดตรึงมา
ให้กานดาหอมชื่นระรื่นทรวง

อาจลายมืออ่านยากลำบากนิด
ซึ่งตอนเขียนมีจิตตะขิดตะขวง
และบางวรรครินร่ำน้ำผึ้งรวง
ต่างแดดวงกมลมาปรนเปรอ

เมื่อใจคิดถึงมากอยากอิงแอบ
จำต้องแนบภาษามาเสนอ
คล้ายว่าเราได้พบประสบเจอ
ด้วยพร่ำเพ้อรักท้น..คนห่วงใย

วอนเธอเก็บสารนี้ที่ข้างหมอน
เตือนยามนอนยามฝันหากหวั่นไหว
ตราบมีสารรักวางเคียงข้างใจ
คล้ายฉันไปหลับลงตรงข้างเธอ
--------------------------------------------------------------------
ฝาก..
หมอกจาง

ฝากฝนทุกเม็ดฝนที่หล่นพื้น
ทุกน้ำค้างกลางคืนของค่ำหนาว
ฝากกับพลิ้วลมไหวในทุกคราว
ฝากกับนกในทุกเช้าของทุกวัน

ฝากใบไม้ทุกใบที่ปลิดร่วง
ฝากทุกช่วงลมหายใจแม้ในฝัน
ฝากกับทุกรูปเสี้ยวของเรียวจันทร์
ฝากไปกับถ้อยจำนรรจ์แห่งทะเล

อยากฝากกอดพอให้ใกล้ได้ไออุ่น
อยากฝากแขนแทนหมอนหนุนแล้วกล่อมเห่
ฝากถ้อยคำอ่อนไหวไกวเป็นเปล
ว่าเห่เอยเห่ช้าเห่..ฉันรักเธอ

ฝากฝนทุกเม็ดฝนที่หล่นพราว
ฝากลมหนาวไปบอกรักสม่ำเสมอ
ฝากทะเลเอ่ยพร่ำเป็นคำเพ้อ
คิดถึงและอยากเจอ.. คนอยู่ไกล
--------------------------------------------------------------------
แพ้น้ำตา
เรไร

มองเห็นเธอเงียบเหงาดูเศร้าสร้อย
น้ำตาปรอยคิดคำนึงถึงความหลัง
เจ็บทั้งกายหัวใจไร้พลัง
สิ้นความหวังรักพรากจากอุรา

เฝ้ารอคอยคืนวันเหมือนฝันค้าง
รักเลือนลางห่างหายใจโหยหา
พบเพียงความหม่นคว้างทางน้ำตา
เจ็บปวดปร่าเท่าใดใจกลับจำ

อยากจะลืมใจเจ้ากรรมกลับจำได้
ณ ห้วงในความรู้สึกลึกถลำ
ต้องเคว้งคว้างเงียบเหงาใครเขาทำ
เก็บความช้ำหดหู่เพียงผู้เดียว

อยากขอร้องสักหนให้ทนหน่อย
ลืมเศร้าสร้อยท้อแท้อย่าแลเหลียว
ทุกสิ่งย่อมผันแปรแน่นักเทียว
จะยึดเหนี่ยวสิ่งใดทำไมกัน

เพียงยินยอมพร้อมเจ็บอีกสักหน
จงอดทนวิปโยคที่โศกศัลย์
อย่าจมกับความทุกข์อยู่ทุกวัน
จงหวาดหวั่นครั้งสุดท้ายในชีวี

ปล่อยน้ำตาเพื่อชะชำระล้าง
ความอ้างว้างข้างในให้หน่ายหนี
เปิดหัวใจเพื่อรักอีกสักที
อาจจะมีบางใครได้เข้ามา
--------------------------------------------------------------------
แค่หวัง..
กุ้งหนามแดง

แค่รักเธอพอไหมตอบใจนิด
แค่ลิขิตเอาไว้หทัยฉัน
แค่คิดถึงอยากเห็นไม่เว้นวัน
แค่โศกศัลย์อาลัยยามไกลเธอ

แค่เรียงร้อยถ้อยความตามรู้สึก
แค่ส่วนลึกแอบฝันมีกันเสมอ
แค่หักห้ามความคิดเพียงมิตรเกลอ
แค่เสนอให้ทราบภาพในทรวง

แค่รอยยิ้มแย้มเผยอันเคยคุ้น
แค่มีลุ้นสักยามฤาห้ามหวง
แค่อยากฝากหัวใจใครสักดวง
แค่ตามทวงความหมายในสายตา

แค่ทบทวนครวญใคร่ยามใกล้ชิด
แค่สนิท-ว้าเหว่-เสน่หา
แค่เปิดเผยท่าทีเคยมีมา
แค่หวังว่าเหมือนกันเท่านั้นเอง..
--------------------------------------------------------------------
..๏ คืนหมอง๚ะ๛
บินเดี่ยวหมื่นลี้

๏ ลมแผ่วแผ่วพลิ้วไหวใบไม้ร่วง
หมู่ดาวดวงเร้นตนอยู่หนไหน
ปราศโสมส่องล่องเลื่อนเป็นเพื่อนใจ
เคยอำไพประกายแจ่มกลับแรมลา

ห้วงราตรีที่เหงาเข้าซ้อนทับ
ด้วยเดือนดับลับตนเกินค้นหา
ฤๅอาลัยกลายแล้วในแววตา
ที่ผ่านมาเพียงหยอกเอินให้เพลินชม

มองใบไม้ปลิดปลงหล่นลงพื้น
แอบสะอื้นทรวงในคล้ายขื่นขม
ยิ่งดึกดื่นรื้นน้ำค้างที่พร่างพรม
ทุกข์โศกตรมพลันโถมทับจับหัวใจ

ลมแผ่วแผ่วพลิ้วไหวใบไม้ร่วง
ทุกห้องห้วงร้าวรานเกินทานไหว
ปราศคำปลอบมอบหวังร้างเยื่อใย
โอบลูบไล้เพียงน้ำตาท่วมราตรี๚ะ๛
--------------------------------------------------------------------
ดอกไม้ สายลม แสงดาว
OO_Paracetamol

กุหลาบขาว แหงนมองดาว ที่ปลายฟ้า
ระยับตา ดูสวยงาม ดังภาพฝัน
หวังเชยชม สมใจ ในสักวัน
อยากเกี่ยวดาว ดวงนั้น มาแนบใจ

ลองไขว่คว้า เอื้อมเท่าไร ไม่เคยถึง
คิดรำพึง ดาวช่างสูง เกินเอื้อมไหว
แอบละเมอ เพ้อฝัน อยู่ไกลไกล
สัมผัสเพียง แสงรำไร จากดวงดาว

ทรมาน สักเพียงใด ต้องทนฝืน
ทุกค่ำคืน ยังกระซิบ ผ่านลมหนาว
ฝากบอกไป ที่ปลายฟ้า ถึงเรื่องราว
ตั้งใจฟัง นะดวงดาว "ฉันรักเธอ"
--------------------------------------------------------------------
อินเลิฟ
แดดเช้า

แปลกจริงจริงอาการไยพล่านหนัก
อยากจะชัก อยากจะคลั่ง อยากหวังหวาน
ใจลอยลอย นั่งหงอยหงอย คอยพบพาน
ไม่ได้เจอกันนานแทบขาดใจ

จะเศร้าเศร้าเหงาเหงาบางคราวครั้ง
เหมือนจริงจัง เหมือนอาทรเหมือนอ่อนไหว
พอจะหลับ ก็กระสับกระส่าย คล้ายคิดไป
อยากอยู่ใกล้อยากพูดจาอยากเหลือเกิน

แอบยิ้มยิ้มอิ่มใจในบางหน
เมื่อใจวนคิดถึงซึ้งคำเกริ่น
จดจำถ้อยร้อยพันเอามาเพลิน
ไม่อยากให้เขาเมินหมางจากกัน

มองหาเขาทุกคราวหนาวใจนัก
หรือเรียกว่า "ตกหลุมรัก" ปลักจมฝัน
ถูกโจรกรรมหัวใจไหวกดดัน
ผวาหวั่นอยากซบอกเอาใจคืน

แปลกจริงจริงอาการไยซ่านซึ้ง
และคิดถึงทุกเวลาแทบสะอื้น
เห็นลอยมานั่นหน้าเขา ... เรากล้ำกลืน
จะขัดขืนไม่รัก จะหักใจ

ทำยากนักศรรักเข้าปักอก
น้ำตาตกหลอมละลายคล้ายอ่อนไหว
ใจถูกโจรจี้ขโมย ... ยากโวยใคร
มีคนใดจะฉุดฉันจากหลุมรัก

แปลกจริงจริงอาการเริ่มหวานไหว
หรือหัวใจละลายคล้ายจมปลัก
ในห้วงห้องของน้ำผึ้งซึ้งซ่านนัก
ช่างหน่วงหนักหนอหัวใจ ... ใครขโมย.
--------------------------------------------------------------------
ฉันจะนำฝันไปให้
แทนคุณแทนไท

...๑...
“ดอกเอยเจ้าดอก “ฐนิตา ”
รักจะริดปลิดลา แม้ว่าเศร้า
อย่าด่วนดิ่ง ทิ้งร่าง ลงหว่างเงา
ของความ ปวดร้าว ผะผ่าวนั้น”
...๒...
แล้วฉัน จะข้ามฝัน ไปหาเธอ
นำวัน โลกละเมอ เคยเพ้อฝัน
ร้อยมวล ดอกไม้ ไปกำนัล
กระซิบมอบ ปลอบขวัญ วันรักลา
...๓...
สงวนศักดิ์ รักศรี นะที่รัก
ฉันก็เคย รู้จัก ความปวดปร่า
ก้าวข้าม มาแล้วหละ ทรมา
รอหน่อยนะ จะไปหา อีกไม่นาน
...๔...
นำถ้อย อักษร อันอ่อนหวาน
ไปบรรณาการ คนสานฝัน-
จะทอดาว วาวฟ้า เป็นผ้าพัน
ให้อุ่นชิด สนิทพลัน ในวันเจอ
...๕...
ฉันจะข้ามฝัน ไปหานะ
พร้อมสัมภาระ คนเพ้อเจ้อ
เต็มไปด้วยหวัง ละไมละเมอ
ว่ามีวิธีช่วยเธอได้หายดี

สำหรับเธอ ฐนิตา บุญสิน
--------------------------------------------------------------------
::ฝันนี้..ไม่มีเรา::
นางสาวใบไม้


อ า จ ถ้ อ ย คำ พั น ธ น า ก า ร เ พื่ อ ร า น ร้ า ว
เ พี ย ง ชั่ ว ค ร า ว ยิ้ ม เ ค ย ชื่ น จึ ง ขื่ น ข ม
ฝั น ม า ร้ า ง จ า ง ห า ย ใ น ส า ย ล ม
น้ำ ค้ า ง พ ร ม พ ร่ า ง ชื้ น รื้ น ข อ บ ต า

อี ก ฝั่ ง ฟ้ า . . ค น ร อ ค ง ท้ อ ถ อ ย
เ มื่ อ ไ ม่ มี แ ม้ รู ป ร อ ย ที่ ค อ ย ห า
ห นึ่ ง น้ำ คำ ริ น ร่ำ พ ร่ำ สั ญ ญ า
แ ท้ ม า ย า . . ป ล อ บ ข วั ญ วั น เ ดี ย ว ด า ย

พ ร า ว ฝ น โ ป ร ย ส า ย ต ร ง ป ล า ย ฟ้ า
แ ส ง พ ร ะ จั น ท ร์ โ รย ร า แ ล้ ว เลื อ น ห า ย
ลั บ แ ส ง ด า ว เ ค ย เ ป ล่ ง ล้ อ ท อ ป ร ะ ก า ย
ห า ก ภ า พ เ ธ อ ยั ง ฉ า ย ชั ด เ จ น ใ จ

. . . ค น ข อ ง ค ว า ม คิ ด ถึ ง . . .
ทุ ก บ ท เ พ ล ง ยั ง ต ร า ต รึ ง ค น อ่ อ น ไ ห ว
เ ธ อ ป ว ด ร้ า ว . . ฉั น ก็ เ จ็ บ ห น า ว เ ห น็ บ ใ จ
น้ำ ต า ไ ห ล . . . คื น นี้ ไ ม่ มี " เ ร า "
--------------------------------------------------------------------
.....ฝากหัวใจ..ให้เธอฝัน...... .
เพียงพลิ้ว

เขียนบทกลอนฝากหัวใจให้เธอฝัน
ร้อยรำพันรสเล่ห์เสน่หา
รจนาหว่านหวานซึ้งตรึงอุรา
โปรดรู้ค่ารักจากห้วงดวงฤดี

ข้ามโค้งฟ้ากว้างไกลฝากใจถึง
นวลคำนึงมิตรเรือนใจไม่หน่ายหนี
พี่เมินรักมอบไว้ในท่าที
น้องยังมีรักมากอยากไปเจอ

พูดตอกย้ำคำรัก...อย่าหนักจิต
อยากอยู่ชิดมิห่างเคียงข้างเสมอ
รักบริสุทธิ์จากใจใช่ละเมอ
อาจเหมือนเพ้อแต่จริงจังหวังชิดเชย

คำว่ารักบอกไปไม่เคยเบื่อ
รักทุกเมื่อทุกนาทีคนดีเอ๋ย
ดวงใจนวลมิทิ้งขว้างร้างรักเลย
แม้นมิเคยรู้ใจคนไกลจริง

อยากตะโกนก้องฟ้าว่ารักมาก
เปล่งเสียงจากใจที่ตรองของน้องหญิง
เพียงพี่ชายรับรักไว้ไม่ประวิง
จะไม่นิ่งรีบข้ามฟ้าไปหาเธอ
--------------------------------------------------------------------
..เพลงใบไม้..
เนยบิน

พลิ้วไหวเถิดใบพฤกษ์
ซับรู้สึกจากสายลม
น้ำค้างยังพร่างพรม
เพียงเติมชื่นสู่คืนวัน

รอยยิ้มคลี่กลีบแย้ม
แซมบุปผานานาพรรณ
รุ้งสวยช่วยรังสรรค์
ปันความสุขปลุกปลอบใจ

ประโลมโลกคลายร้อนรุ่ม
ด้วยชอุ่มแห่งพุ่มใบ
ปกแผ่เป็นผืนไพร
เพื่อฝนผ่านลำธารริน

ช่อช้อยทุกช่วงชั้น
ที่ธรรมชาติวาดเหนือดิน
อาจเคยต้องราคิน
แค่คราบคลุมจากผงคลี

ฤๅใครถูกลดค่า
เพราะรอยตราของรตี
ตราบงามด้วยความดี
บันดาลให้หัวใจทะนง

บรรเลงเพลงใบไม้
คลอเพลงไพรขับกล่อมพง
ยืนหยัดย่อมยืนยง
เตรียมยิ้มย่องฉลองชัย
--------------------------------------------------------------------
รอยยิ้มเถื่อน
นัทนิตย์

เติมแย้มแต้มยิ้มคล้ายอิ่มรัก
ที่แท้กระอักเลือดคั่งอก
จุกเจ็บสะท้านนานสะทก
บัวบกหมดกระสอบแค่ปลอบโยน

พ่ายแพ้แก่โลกความโศกเศร้า
สดุดีความเหงาเท่าโลดโผน
คะนองกว่าคะนึงจึงเพลิดเพลิน
ก้าวเกินความจริงสิ่งพบพา

ในห้องรกเรื้อเหลือเศษซาก-
ความฝันอันมากปรารถนา
ความหวังเกินเสี้ยวเส้นเยียวยา
โอ่งรับน้ำตาจึงล้นรอง

ใบหน้าเปื้อนยิ้มเหมือนอิ่มรส
แท้โลกกำหนดตอบสนอง
ไม่พอ...จึงแพ้แก่ครรลอง
กลืนความหม่นหมองเลี้ยงชีวิต.
--------------------------------------------------------------------
๐ ห้วงคำนึง ๐
สดายุ
แปลจาก The Thought
ของ คาร์ล มารกซ์ ....ค.ศ. 1836

๐ จักรภพเคลื่อนผ่านสู่ด้านไหน
เธอยังคงวาบไหวกลางใจฉัน
ดุจลำแสงแกร่งกล้าดวงตาวัน
แทรกช่วงขวัญโชนอยู่อย่างคู่ควร

๐ แม้นโลกหล้าเย้ยหยามคุกคามใส่
จักโต้ให้ชอกช้ำชีพกำสรวล
จักโรมรันบั่นคอด้วย..ขอ-ทวน
ขอเพียงนวลหยัดร่าง..อยู่ข้างเคียง

๐ ยิ่งใหญ่เกินวาระจักรวาล
ท่วมเพดานสวรรค์ต้องผันเบี่ยง
งามยิ่งแดนนิรมิตสุดคิดเมียง
ลึกยิ่งเยี่ยงพื้นมหาชลาลัย

๐ สิ้นมาตราค่าใดจักใช้วัด
พ้นขนาดจำกัดเกินวัดได้
ล่วงขอบเขตนิรมิตของจิตใด
รวมแล้วไซร้ไม่ถึงคำนึงนวล

๐ เลิศพิสุทธิ์ฉุดย้ำมาทำถ้อย
ไพจิตรรอยเปรียบตามงดงามถ้วน
เปล่งประกายฉายฉานสะคราญควร
คือไฟผวนโพลงช่วงกลางห้วงใจ
--------------------------------------------------------------------
๏ ๏ ๏ มีความจริงหรือไม่ในรักเรา ๏ ๏ ๏
ศาลาไทย

หัวใจ...ตอบหัวใจในคำถาม
ถึงเธอในนามของความฝัน
ร่องรอยร้าวรานผ่านคืนวัน
เธอหมายเช่นนั้น...ฤๅคนดี

กี่คว้างคว้าคว้างระหว่างคิด
เคยชิดเคียงใกล้ไยเลี่ยงหนี
ฟันฝ่าสารพันวันเดือนปี
ศักดิ์ศรีวางลงตรงเท้าเธอ

กี่เจ็บซ้ำเจ็บจนปวดปร่า
คุณค่ากลับกลายเพียงกล่าวเก้อ
ขื่นคำพูดพล่อยลอยละเมอ
แผ่วเพ้อน้ำตาจึงพร่าพราย

กี่ร้าวยิ่งร้าวทุกคราวครั้ง
เย็นชาคล้ายชังชั่งความหมาย
ฤๅเพียงหยุดพักเพื่อทักทาย
ผ่อนเหงาเปล่าดายแล้วทอดทิ้ง

หัวใจ...ถามหัวใจใครยินเสียง
ไร้สำเนียงตอบรับสรรพสิ่ง
หนึ่งคำก่อนไปใช่ท้วงติง
มีฉันจริงหรือไม่ในใจเธอ...

...มีความจริงหรือไม่ในรักเรา...
--------------------------------------------------------------------
..๏ แม้นเพียง..เศษเสี้ยว
บินเดี่ยวหมื่นลี้

๏ แม้นเพียงเศษความฝันที่ปันเผื่อ
แค่เสี้ยวรักจุนเจือโอบเอื้อหวัง
แค่หนึ่งน้อยห่วงหามาประทัง
แต่ก็ยังใหญ่ยิ่งกว่าสิ่งใด

เธอ..ดุจแสงทองส่องหล้าครารุ่งเริ่ม
ทาบแต่งเติมความฝันวันสดใส
คืนเหน็บหนาวโศกศัลย์ก็ผันไกล
ทุกห้องใจอบอุ่นไร้ขุ่นตรม

เธอ..ดุจสายน้ำฉ่ำเย็นร้อนเร้นหาย
คราทุกข์กรายคอนหามยามขื่นขม
ก็พัดพาคราบเศร้าร้าวระทม
ให้ลับล่มลอยหายในสายชล

เธอ..ดุจสายลมล่องลอยคอยพริ้วพัด
แผ่วสัมผัสอ่อนนุ่มทั่วขุมขน
แม้นไร้รูปร้างรอยให้คอยยล
แต่กมลสัมผัสได้ในอณู

แม้นเพียงเสี้ยวความฝันที่ปันเผื่อ
เศษรักเจือจารจุนหนุนมาสู่
เพียงหนึ่งน้อยห่วงหามาแลดู
โปรดรับรู้ว่ายิ่งใหญ่กว่าใครปวง๚ะ๛
--------------------------------------------------------------------
..... เพลงคิดถึง .....
ลี่...ชวนมาเยือน

๏ บรรจงสานส่งจิตความคิดถึง
เป็นความหนึ่งฝากรอยกับปรอยฝน
เหมือนสายใยยามห่างใครบางคน
ผูกสายมนสองไว้เคียงใกล้กัน

๏ กระซิบผ่านหนาวลมที่พรมพร่าง
เชื่อมระหว่างทางไว้เหมือนในฝัน
กล่อมคืนเหงากลายค่าราวตาวัน
โอบแสงปันจนกรุ่นอุ่นหัวใจ

๏ ประกายเก็จแพรดาวที่พราวผืน
ระดาษดื่นลำดับเกินนับไหว
เก็บมาร้อยแทนคำจำนรรจ์นัย
อาจจักได้หนึ่งเดียวของเสี้ยวความ

๏ กลั่นวจีลอยมาในอากาศ
อักษรวาดเรียงไว้ด้วยใจหวาม
ผูกทำนองบทเพลงบรรเลงตาม
ฝากฟ้ายามไกลห่าง..ว่านางคอย..
--------------------------------------------------------------------
น้ำตาแมลงปอ
ทัดหทัย

เพียงแผ่วพรมลมเอยรำเพยผ่าน
อ้อไกวก้านโบกกอล้อแดดสาย
แมลงปอตัวหนึ่งซึ่งเดียวดาย
เกาะบนปลายกลีบสล้างบัวกลางบึง

จมว้าเหว่วาดฝันคอยวันหวาน
วันบัวบานต่อหน้าคงมาถึง
แล้ว ณ ห้วงเสน่หาอันตราตรึง
จะเป็นผึ้งเพียรเคล้าเฝ้าเคลียคลอ

แต่สำหรับตอนนี้ที่ทำได้
เพียงแลลมลูบไล้เรียวใบอ้อ
ทุกนาทีที่ผ่านกับการรอ
ทำไมหนอเนิ่นนานเกินทานทน

ยังผ่านพรมลมเอยรำเพยแผ่ว
พัดวี่แววความรักมาสักหน
ขาดไออุ่นอ้อมใจใครเปรอปรน
อ้างว้างจนต้องสะอื้นกลืนน้ำตา
--------------------------------------------------------------------
เพลงลมหนาว
นัทนิตย์

เพลงลมพรมพร่ำทำนองหนาว
จังหวะนานยาว-รักร้าวหนึ่ง
พัดจากฤดีที่คำนึง
รำพึงผ่านการเห่ของเวลา

เพลงนั้นบอกเล่าความเศร้าสร้อย
สำออยสะอื้นคืนปวดปร่า
สำลักความช้ำบ่อน้ำตา
ไหลหลั่งถั่งมาปานฝนเท

เพลงนั้นได้รู้-ผู้เสียสละ
ถึงแพ้แต่ชนะลมหักเห
หนาวกาย-อุ่นใจ ใครรวนเร
ลมเร่-รักร้าง ระหว่างใด

เพลงลมพรมหนาวพัดคราวหนึ่ง
โศก-ซึ้ง ทำนองร่องหวั่นไหว
หนาวนี้-เพลงนั้น แม้วันไกล
เพลงเธออยู่ในใจ...ตลอดกาล
--------------------------------------------------------------------
ค่ำคืนแห่งความเศร้า
แอ็ปเปิ้ล

...คืนเศร้า...
ฟ้ามุมเก่าไร้ดาวให้มองหา
หัวใจว่างเปล่าใต้แสงจันทรา
น้ำค้างอ่อนล้า ทิ้งตัวกลางสายลม

...คืนเศร้า...
ฉันเหน็บหนาวในความขื่นขม
รักเคว้งคว้างบนโลกดวงกลม
แบกความระทมปะปนน้ำตา

...คืนเศร้า...
บอกรักเธอเบา เบา ไปกับขอบฟ้า
บันทึกความคิดถึงลงไดอารี่กาลเวลา
มองเหม่อตามหาหัวใจที่หายไป

...คืนเศร้า...
คำว่า "เรา" ลบเลือนไปแห่งไหน
รอบข้าง เหลือเพียงฉัน ไม่มีใคร
เธออยู่ที่ใด ลืมหรือไร คำสัญญา

...คืนเศร้า...
โลกสีเทา เงียบเหงา เหว่ว้า
ดนตรีบรรเลง เป็นบทเพลงหยดน้ำตา
ทุกนาทีที่ผ่านไป คล้ายดั่งว่า จะขาดใจ

...คืนเศร้า...
เพราะเธอหรือเปล่า ทำฉันหวั่นไหว
เรื่องราวที่ผ่านมาฉันคงฝันไป
คิดว่า...รัก...ที่เธอให้นั้นมีอยู่จริง
--------------------------------------------------------------------
เพียงความคิดถึง
ผู้หญิงช่างฝัน

ความโอบเอื้ออบอุ่นที่คุณมอบ
แม้เพียงขอบคะนึงหวามความคิดถึง
ก็พริ้มพรมห่มใจให้คำนึง
ปานน้ำผึ้งรินหยดรดกลับคืน

เพียงเนื้อความส่งผ่านมาว่าคิดถึง
ก็อุ่นซึ้งวาบหวามเกินห้ามฝืน
คลายเงียบเหงาเกาะกุมใจในค่ำคืน
คลายขมขื่นที่ซ่อนตัวข้างหัวใจ

ทุกทิวาราตรีที่พ้นผ่าน
ช่างเนิ่นนานเหลือทนจนหวั่นไหว
ความคิดถึงเร้ารุมอยู่ภายใน
จึงฝากใจกับสายลม... ไปห่มกาย

ความคิดถึงคือนิยามความสุขล้น
ให้ชีวิตบางคนมีความหมาย
บนเส้นทางคดเคี้ยวและเปลี่ยวดาย
ยังแอบหมายมีใครหนึ่งให้ซึ้งทรวง...
--------------------------------------------------------------------
หมอกหนา..ลมหนาว..กับเช้านี้
ทัดหทัย

เช้าวันที่มีหมอกเคลียดอกไม้
ทุกลมไล้ราวมีดมากรีดผิว
ต้นลมแล้งระย้าช่อล้อลมปลิว
เรียงเป็นทิวทักทายริมรายทาง

คือว้าเหว่แห่งวันอันเหน็บหนาว
บนช่วงก้าวที่ไร้ใครเคียงข้าง
คิดถึงคนเคยปลอบใจบอบบาง
บัดนี้ห่างเกินหวงแม้ห่วงใย

น้ำค้างพรมลมพลิ้วก็หวิวหวาด
จนมิอาจสะกดกลั้นความหวั่นไหว
อยู่ปลายโลกโศกรุมสุมหัวใจ
สะอื้นไห้ทุกคราวลมหนาวเยือน

กี่ปีแล้วหนอเราต้องเหงาหงอย
น้ำตาปรอยมาแต้มจนแก้มเปื้อน
กับคืนวันอ้างว้างรักลางเลือน
ฝันก็เฝื่อนยิ้มก็ฝืนกล้ำกลืนทน

เช้าวันนี้หมอกหนากว่าวันอื่น
น้ำค้างชื้นจนฉ่ำเหมือนน้ำฝน
เป็นเช้าที่หัวใจใครหนึ่งคน
ทั้งมืดมนทุกข์ตรมจมน้ำตา
--------------------------------------------------------------------
โอบอรุณ
เรไร

โอบคืนโอบวันอันแสนหวาน
เนิ่นนานเกินใจเกินใฝ่ฝัน
อ้อมอกโอบไว้เอื้อไอกัน
ผ่านผันราตรีมีเพียงเรา

บนภูสูงเสียดขึ้นเบียดฟ้า
ดารากระจ่างอยู่กลางเขา
สายลมพัดผ่านผะแผ่วเบา
ใต้เงาเมฆานภาลัย

หนาวลมห่มผ้าเขาว่าอุ่น
เพียงหนุนตักนอนจะตอนไหน
หนาวเนื้อห่มเนื้อเติมเชื้อไฟ
หวามไหวเชยชิดแนบนิทรา

เก็บฟืนก่อเพลิงให้เริงร้อน
สุมขอนโหมไฟเสน่หา
อิงรักอุ่นไอในแววตา
กระทั่งฟ้าสีทองผ่องอำไพ

เรืองอรุณรุ่งสางสว่างแล้ว
วาวแวววับวามความสดใส
น้ำค้างพราวพร่างกลางฤทัย
วันใหม่วันนี้มีเพียงเรา
--------------------------------------------------------------------
๐ ความรัก ๐
สดายุ

๑. อันใดเล่างดงามเท่าความรัก
ดังรุ้งถักทอลงที่ตรงหน้า
เมื่ออ่อนหวานซ่านแล้วในแววตา
ที่เหว่ว้าย่อมเร้นไม่เห็นเงา

๒. ไม่เห็นกันเพียงนิดเฝ้าคิดถึง
ห่างเพียงชั่วยามหนึ่งก็ถึงเศร้า
ข่มอาลัยยากครันจักบันเทา
แต่หงอยเหงาถวิลเห็นไม่เว้นวาย

๓. ปรารถนาอ้อมใจของใครหนึ่ง
ซบหน้าซึ้งอุ่นอยู่อย่ารู้หาย
สองแขนหวังโอบตอบอยู่รอบกาย
อย่าได้คลายห่างตัวแม้นชั่วยาม..!
--------------------------------------------------------------------
รัก..ที่ไม่มีเงื่อนไข
ทัดหทัย

หยิบเคียวรุ้งเกี่ยวรักมาถักฝัน
ทอผูกพันอบอุ่นเติมคุณค่า
แต่งแต้มแววหวามหวานเต็มม่านตา
ให้เหมือนฟ้าพร่างพราวแสงดาวพราย

อยากบอกให้รับรู้อยู่เสมอ
เพียงมีเธอทุกนาทีมีความหมาย
หอมแห่งรักอบร่ำกรุ่นกำจาย
หัวใจคล้ายคับพองเต็มห้องทรวง

รักที่สุด..สุดที่รัก..ปักใจมั่น
เธอคือขวัญชีวีที่แสนหวง
ส่องแสงแก้วแววฟ้าสุดาดวง
มาโชติช่วงฉานฉายเป็นสายใจ

“สิ่งที่เธอปรารถนา” คือหน้าที่
เคยหรือมีการอิดเอื้อนสร้างเงื่อนไข
ฝากสัญญายืนยันนิรันดร์ไป
“รักเพื่อให้” วางแนบแทบเท้าเธอ
--------------------------------------------------------------------
เพียงความห่วงใย
ผู้หญิงช่างฝัน

ห่วงใย...
แม้จะรู้ว่าเป็นอะไรที่ไร้ค่า
แม้ไม่เคยเห็นแววซาบซึ้งในดวงตา
แม้ไม่ใช่สิ่งที่ปรารถนาสำหรับคุณ

แต่ความห่วงใย..
ที่เก็บซ่อนอยู่ภายในยังคุกรุ่น
ทุกยามเมื่อความเศร้ารุมเร้าคุณ
หัวใจจึงว้าวุ่นเกินปล่อยวาง

อาทร...
ต่อทุกห้วงร้าวรอนแม้ไกลห่าง
ขอความทุกข์รุกเร้าจงเบาบาง
ที่ส่งมาเคียงข้าง.. นั่น.. กำลังใจ...

คำว่า.. อาทร..
ให้ความรู้สึกละมุนอ่อนคุณว่าไหม
แทนรู้สึกจากฟากฝั่งทะเลไกล
มามอบในวันฟ้าหม่น...คนทอดาว...
--------------------------------------------------------------------
...ลมร้าง...
เพียงพลิ้ว

สายลมร้อนตอนมีนาน้ำตาชื้น
อกสะอื้นรักราโรยยิ่งโหยหา
สายลมแล้งแกล้งพัดใครไกลอุรา
น้ำนองหน้าคนคิดห่างร้างลืมกัน

ความรู้สึกลึกลึกบอกช้ำชอกแน่
รักงามแท้ยากปลูกไว้ในมิ่งขวัญ
หัวใจตื้อมือเย็นเฉียบนิ่งเงียบงัน
สายสัมพันธ์หมดสิ้นเกินดิ้นรน

ความแตกต่างระหว่างกันกั้นด้วยฟ้า
จำต้องลายากปฏิเสธในเหตุผล
เจ็บต้องรับความจริงนิ่งอดทน
รักร่วงหล่นจากฟ้าพาใจตรม

สิ้นสายใจให้มาข้ามฟ้ากว้าง
สายสวาทจางเกิดเหงาเข้าทับถม
กอดความหลังครั้งเก่านั่งเจ่าจม
เคยเคียงสมครั้งหนึ่งแค่ครึ่งทาง


สายลมร้างกลางมีนามาไถ่ถาม
รักเคยงามพันผูกถูกเมินหมาง
แม้แต่ความเป็นเพื่อนยังเลือนลาง
สายลมร้างพัดรักไกล....ไร้สิ้นรอย...
--------------------------------------------------------------------
.. ค่ำแล้ว ..
keekie

พระจันทร์แต้มแตะกรอบตรงขอบฟ้า
ความมืดเคลื่อนเข้ามาพาใจเหงา
ดาวกระพริบวิบวับยิ้มกับเรา
หนึ่งคนนี้มีหนึ่งเงาที่เฝ้าคอย

กำมะหยี่สีดำคลี่ค้ำฟ้า
คว้าดวงดาวแซมมาลาเป็นสายสร้อย
แสงกระพริบวิบวับเพียงน้อยน้อย
ดั่งกระซิบคำค่อยค่อยว่าคิดถึง ..

คิดถึงกันบ้างไหมคนตรงนั้น
คนตรงนี้ไหวหวั่นและฝันถึง
ถ้อยจำนรรอยู่ในห้วงแห่งคำนึง
อยากขอเพียงน้อยหนึ่งคิดถึงกัน

พระจันทร์แต้มแตะกรอบตรงขอบฟ้า
มีความสุขทุกเวลาครานั่งฝัน
ออดอ้อนวอนขอจากเจ้าพระจันทร์
ฝากบอกใครคนนั้น .. ฉันคิดถึง ..
--------------------------------------------------------------------
..๏ แสนคำนึง
บินเดี่ยวหมื่นลี้

๏ ทิวาวารเคลื่อนคล้อยดูอ้อยอิ่ง
ดั่งหยุดนิ่งมิผ่านให้กาลผัน
กาลเวลายาวนานเกินจำนรร
ดุจแกล้งคนไกลกันให้ฝันคอย

ยามราตรีมองเดือนเด่นเพ็ญนภา
มองดาราแล้วเราก็เหงาหงอย
ยิ่งดึกดื่นน้ำค้างพร่างพรมดอย
แสนเศร้าสร้อยละห้อยหายอดยาใจ

แต่ละคืนผันผ่านวันวารล่วง
ทุกห้องห้วงความฝันสะท้านไหว
เกรงความต่างซ้อนทับจับทรวงใน
เพาะบ่มใยเหินห่างอย่างเยือกเย็น

ร้อยทิวาพันราตรีที่ลาลับ
กี่จันทร์ดับสุรีย์หายยังใคร่เห็น
จะยาวนานเพียงใดไม่ลำเค็ญ
มิว่างเว้นความคำนึงถึงคนไกล ๚ะ๛
--------------------------------------------------------------------

โดย : ปู่เก่ง
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 1 ต.ค. ปี 2006 [ เวลา 16 : 50 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook