บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 4

กรุงงานเขียนเก่า 1
กรุงงานเขียนเก่า 2
กรุงงานเขียนเก่า 3
กรุงงานเขียนเก่า 4
กรุงงานเขียนเก่า 5


>>  ยายเมี่ยงผู้อารี

เรื่อง : ยายเมี่ยงผู้อารี

แสงอาทิตย์ยามเช้า ผู้คนในตลาดทั้งหลายออกมาจับจ่ายใช้สอย รวมทั้งยืนรอพระสงฆ์เพื่อจะรอถวายบาตรในตอนเช้า ยายเมี่ยงก็เป็นหนึ่งในนั้นซึ่งยายเมี่ยงจะใส่บาตรเป็นประจำทุกๆวัน
วันนี้ก็เช่นเดียวกับทุกวัน ที่ยายเมื่องใส่บาตรเสร็จก็จะไปซี้อหมูย่างเจ้าประจำ พร้อมกับข้าวถ้วย ที่เขาขายกันที่ตลาด และแกก็จะถือหนังสื่อพิมพ์หรือไม่ก็ใบโฆษณาสินค้าและก็จะข้ามถนนไปฝั่งตรงข้ามตลาด ซึ่งเป็นลักษณะกึ่งสวนสาธารณะ พอแกเดินข้ามฝั่งไปถึง ยายเมี่องก็ส่งเสียงเรียก เจ้าขาว เจ้าดาบ นังแต้ม และทั้ง 3 ตัวก็จะเดินเรียงกันออกมา ที่ยายเมี่องเรียก เจ้าขาว เพราะตัวของมันเป็นสีขาวขุ่น เพราะไม่ได้อาบน้ำมาเป็นเวลานานมากนั่งเอง ส่วนเจ้าดาบจริงๆแล้วตัวของมันเป็นสีดำ แต่ว่าหางของมันเป็นสีขาวตรงปลาย ยายเมื่องก็เลยเรียกว่าเจ้าดาบ ส่วนนังแต้มตัวของมันเป็นลายจุดๆ สีดำ น้ำตาล ซึ่งนังแต้มมันมีเชื้อสายของหมาดัลเมเชียน แต่แม่ของมันเป็นหมาที่สวนสาธารณะแห่งนี้ ทั้ง 3 ตัว เป็นพี่น้องกันทั้งหมด ยายเมี่องเห็นพวกมันมาตั้งแต่เด็ก ด้วยความผูกพันยังไงก็ไม่ทราบทำให้ยายเมี่องรักทั้ง 3 ตัวมาก ก็เลี้ยงดูกันมาตลอด
ยายเมี่องบ้านเป็นเพิงเล็กๆที่ชาวบ้านช่วยกันก่อขึ้นมาเพื่อให้ได้อาศัยอยู่ซึ่งทำให้ยายเมี่องเอาพวกมันทั้ง 3 ไปอยู่ด้วยกันได้ ยายเมื่องคุยกับพวกมันทั้ง 3 ตัวว่าพวกเรามีชีวิตเหมือนกัน เราต่างก็โดนทิ้ง พวกเจ้าก็เหมือนกันอยู่กันตามลำพังมาตั้งแต่เด็กแม่ก็มาตายไปซะตั้งแต่ยังเล็กอยู่ ยายเมี่องมีอาชีพรับจ้างอยู่ภายในวัด จะเรียกว่าช่วยทำความสะอาดวัดดีกว่า และพวกหลวงพ่อ หลวงพี่ ก็เอาเงินไว้ให้จับจ่ายใช้สอย พอที่จะอยู่ได้
ยายเมื่องเจอพวกมันทั้ง 3 ตัวตอนที่ยายเมื่องข้ามถนนไปเก็บกระป๋อง เก็บขวดตรงสวนสาธารณะ ตอนนั้นพวกมันทั้ง 3 ตัวยังเด็ก ตอนยายเจอพวกมันๆก็ไม่มีแม่แล้วอยู่กันตามลำพัง 3 ตัวพี่น้อง ยายเมื่องเจอพวกมันก็รัก และเอ็นดู ก็ตั้งชื่อตามลักษณะของมัน พวกมันตั้งแต่วันนั้นก็ได้ยายเมี่องเป็นเหมือนแม่ของพวกมัน เจ้าขาว เจ้าดาบ และนังแต้ม ชอบให้ยายเมี่องเอามือลูบหัว ลูบท้อง ในชีวิตของพวกมันทั้ง 3 ก็ไม่ได้หวังอะไรอีกแล้ว สีหน้าแววตาของพวกมัน ทำให้คนละแวกนั้นรู้ได้เป็นอย่างดี ว่ามีความสุขมากแค่ไหน
มีชาวบ้านเคยถามยายเมี่ยง ว่าเอาข้าวให้พวกมันกินแล้วตัวเองจะกินอะไร ยายเมี่ยงตอบกลับไปว่า ฉันมันท้องเดียว เพราะอยู่คนเดียว แต่พวกมันตั้ง 3 ตัว 3 ท้องและมันพูดไม่ได้ว่ามันหิว ตัวยายเวลาหิวก็บอกได้ว่าหิว และตัวยายก็แก่มากแล้ว กินอะไรก็กินได้นิดเดียว แต่พวกมันทั้ง 3 กำลังโตก็เหมือนกับเด็กซึ่งยังอยู่ในวัยเจริญอาหารก็ต้องกินมากเป็นของธรรมดา ทุกคนก็ได้แต่ส่ายหัวและก็ไม่เคยมีใครว่าอะไรแกอีกเลย
วัดที่ยายเมี่ยงอาศัยอยู่หลวงพ่อท่านก็ใจดี มีอะไรก็เอาให้ยายเมี่ยงกิน เป็นข้าวก้นบาตรพอเหลือจากที่แจกจ่ายแล้วยายเมี่ยงก็จะเก็บเอาไว้ให้กับลูกๆทั้ง 3 ตัว ในตอนเช้า วันนี้หลวงพ่อไปรับบิณฑบาตได้ไก่ย่างมา หลวงพ่อท่านฉันท์นิดเดียวที่เหลือก็ให้ยายเมี่ยงๆ ดีใจมาก ไม่ใช่เพราะตัวแกได้กินหรอก แกดีใจที่วันพรุ่งนี้จะได้มีอาหารดีสักครั้งเป็นไก่ย่างตั้งครึ่งตัว นานๆถึงจะมีแบบนี้สักที ยายเมี่ยงนอนหลับมีความสุข ที่จะได้ให้ลูกๆของแกได้กินกันอย่างอร่อย
วันนี้ในตอนเช้ายายเมี่ยงตื่นแต่เช้าเช่นเดิม แกหยิบเงินมาจากตรงหน้าอกของแก เอาเงินมาซื้อของใส่บาตรและก็ตั้งจิตอธิฐานต่างๆ เมื่อวานเป็นวันฝนตกพวกลูกของยายก็ออกมายืนรอยายตรงข้างหน้าสวนสาธารณะพวกมันคิดว่าไม่ได้เจอยายมา 1 วันแล้ว ฝั่งตรงข้ามยายเมี่ยงกำลังเดินมาอย่างช้าๆเพราะถนนค่อนข้างลื่น ยายเมี่ยงมองดูข้างหน้าเห็นทั้ง 3 กำลังยืนรออยู่ ยายเมี่ยงตะโกน รอก่อนนะเดี๋ยวจะข้ามไปหา วันนี้มีไก่ย่างตั้งครึ่งตัวเอามาให้พวกเจ้ากินด้วยนะ รอก่อนนะ เจ้าขาว เจ้าดาบ นังแต้ม กระดิกหางอย่างมีความสุขไม่พวกมันไม่ได้สนใจกับอาหารที่ยายเมี่ยงเอามาให้หรอก พวกมันดีใจที่ยายเมี่ยงแม่ที่พวกมันรักกำลังมาหาพวกมันแล้วหลังจากที่ไม่ได้เห็นหน้ายายเมี่ยงมา 1 วันเต็ม ยายเมียงเดินข้ามถนนไป รถกระบะมาจากทางไหนไม่รู้พุ่งมาด้วยความเร็ว ครั้นเห็นยายเมี่ยงกำลังข้ามถนนเสียงเหยียบเบรก ดังเอี๊ยดดดดดดดดดด ปัง กระแทรกร่างของยายเมี่ยงผู้ใจดีกระเด็นไปใกล้ๆกับสวนสาธารณะที่มีพวกลูกทั้ง 3 ตัวของยายเมี่ยงรอยายเมี่ยงอยู่ ชาวบ้านในตลาดต่างร้องตะโกน กันออกไปว่ายายเมี่ยงโดนรถชน ทุกคนรีบวิ่งออกมาดู รวมทั้งคนในสวนสาธารณะด้วย พวกมันทั้ง 3 ต่างวิ่งกันไปหายายเมี่ยง และยายเมี่ยงก็หันมามองพวกมันทั้ง 3 ตัว และบอกว่าวันนี้แม่เอาไก่ย่างของหลวงพ่อมาให้ด้วย วันนี้พวกแกจะได้กินอร่อยเลยนะ และยายเมี่ยงก็ค่อยๆหลับตาลงอย่างช้าๆ พวกมันทั้ง 3 ตัวต่างร้องโหยหวน เจ้าขาวเข้าไปเลียหน้าและส่งเสียงร้องหวังจะให้ยายเมี่ยงฟื้นขึ้นมา เจ้าดาบและนังแต้มก็เลียตามตัวและเอาขาของมันแตะที่ตัวยายเมี่ยงพร้อมทั้งส่งเสียงร้องกันอย่างโหยหวน ชาวบ้านละแวกนั้นไม่สามารถกลั้นน้ำตาไว้ได้ต่างสะเทือนใจต่ออาการของพวกมันทั้งหลายที่มีต่อยายเมี่ยง และพวกมันก็ไม่ยอมไปไหนห่างตัวยายเมี่ยงจนกระทั้งเจ้าหน้าที่มารับศพของยายเมี่ยงไป.....
นับตั้งแต่วันนั้นที่ยายเมี่ยงเสียชีวิตลงไป ชาวบ้านต่างก็ได้นำอาหารมาให้ เจ้าขาว เจ้าดาบ และนังแต้ม เวลาผ่านไป 1 อาทิตย์กว่าแล้ว พวกมันไม่ยอมแตะอาหารและไม่ยอมไปไหน ยังคงนั้งรอยายเมี่ยงผู้ใจดี จากวันนั้นจากที่พวกมันนั้งรอก็กลายเป็นนอนรอ ร่างกายของพวกมันผอมโซ ชาวบ้านต่างหดหู่ที่พวกมันยังไม่ลืมยายเมี่ยงชาวบ้านต่างคิดไม่ถึงว่าหมาข้างถนนจะมีความผูกพันกับยายเมี่ยงมากมายถึงขนาดนี้ พวกมันทั้ง 3 ต่างคิดถึงเวลาที่ยายเมี่ยงลูบหัว ลูบท้องและพูดกับพวกมันอย่างอ่อนโยนว่าวันนี้เป็นยังไงบ้าง ร้อนกันไหม หนาวกันไหม มีกันอยู่ 3 ตัวก็ต้องรักกันมากๆนะ อย่าทะเลาะกัน อย่าไปขู่หรือว่ากัดชาวบ้านแถวนี้ ไม่อย่างนั้นแม่จะไม่รักนะ รู้ไหม แต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว ไม่มีเสียงที่อ่อนโยน มือที่อบอุ่นที่คอยลูบไล้อีกต่อไปแล้ว พวกมันร้องเสียงครวงครางออกมาอย่างเบาๆ ตอนนี้พวกมันไม่มีเสียงอีกต่อไปแล้ว นังแต้มเป็นตัวแรกที่ค่อยๆหลับตาลงอย่างช้าๆ เจ้าขาวก็คลานเข้าไปใกล้ๆ เจ้าดาบก็ค่อยๆพยุงร่างกายและล้มตัวลงข้างพวก เจ้าขาว และนังแต้ม และหลับตาลงอย่างช้า พร้อมกับภาพของยายเมี่ยงที่เดินมาหาในช่วงตอนเช้าแบบทุกวัน พวกมันทั้ง 3 ตัวหลับตาลงอย่างสงบและช้าๆพวกมันได้ตามยายเมี่ยงผู้ใจดีไปแล้ว ไปหาความสุขที่พวกมันได้รับในตอนที่มีชีวิตอยู่ พวกมันซื่อสัตย์จนวินาทีสุดท้ายของพวกมันทั้งหมด.....

...ดอกไม้ที่เหี่ยวเฉา....


โดย : ดอกไม้ที่เหี่ยวเฉา
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 2 พ.ย. ปี 2006 [ เวลา 12 : 53 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook