บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 4

กรุงงานเขียนเก่า 1
กรุงงานเขียนเก่า 2
กรุงงานเขียนเก่า 3
กรุงงานเขียนเก่า 4
กรุงงานเขียนเก่า 5


>>  ยังคงรู้เห็น ในความเป็นไป

เรื่อง : ยังคงรู้เห็น ในความเป็นไป…

ยังคงรู้เห็น ในความเป็นไป…


มลภาวะยังปกคลุมเหนือน่านฟ้ามหานคร สีอันหม่นมัวของมันทำให้เช้านี้รวมถึงที่ผ่านมาดูอึมครึมไม่สดใส ฉันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนระบายมันออกมาอย่างแผ่วเบา นานเท่าไหร่แล้วที่ไม่ได้ตื่นมาดูแสงตะวันกระทบผนังตึก มันอาจจะสวย แต่ยังเทียบไม่ได้กับภาพที่ติดตรึงอยู่ในหัวใจ ยามเช้าที่เราสองคนเคยตะลีตะลานตื่นไปเฝ้าดูพระอาทิตย์ และทิ้งเวลาให้ไหลเรื่อยจนกระทั่งลำแสงสีทองชำแรกผ่านขอบฟ้า เป็นเสี้ยวนาทีที่เนิ่นนานราวกับช่วงเวลาศักดิ์สิทธิ์ที่พระเจ้าประทานให้กับมวลมนุษย์
สะดุ้งตื่นจากภวังค์ก็ตอนที่ยาสีฟันไหลย้อยลงมาเปรอะเสื้อ ความจริงน่าจะเรียกมันว่า ฟองยาสีฟันอันเกิดจากการแปรงอย่างไม่ลืมหูลืมตา แต่ก็นั่นแหล่ะ ใครจะสนใจว่ามันควรถูกเรียกยังไง การแปรงฟันจบลงแล้ว และกิจกรรมถัดไปก็ยังต้องดำเนินต่อ ทั้งอาบน้ำ แต่งตัว แต่งหน้า เมื่อดูว่าออกมาเรียบร้อยดีแล้ว การเดินทางของคนเมืองจึงจะเริ่มต้น เริ่มต้นทั้งๆ ที่หัวใจยังหงอยเหงา...
ความเป็นคนขี้เซาอาจทำให้ห่างเหินจากการตื่นเช้ามาพอสมควร แต่ก็น่าแปลกที่ความทรงจำเกี่ยวกับยามเช้าในหลากหลายสถานที่ กลับคมชัดในความรู้สึก แน่นอนว่าทั้งหมดนั้นย่อมไม่นับ การแหกตาตื่นมาทำงาน ในสภาพเช่นนี้... วัสดุทรงกลมบนผนังบอกเวลา เจ็ดโมงห้านาที คงไม่สายเกินไปนักที่จะหวังถึงช่องว่างน้อยๆ บนกระป๋องติดล้อ ความที่คนกรุงนั้นแสนขยัน และชื่นชอบการดิ้นรนเป็นที่สุด ทำให้ทุกวันเหมือนอยู่ในสงครามย่อมๆ ไม่ว่าจะเป็นบนท้องถนน ในที่ทำงาน ร้านอาหาร บนรถไฟฟ้า และอีกนานาสถานที่ ท่ามกลางฝูงชนที่เดินหน้าสู่จุดหมายปลายทางอย่างเร่งรีบ น่าแปลกที่ฉันมองความเป็นไปนั้นอย่างฉงน เรารีบทำสิ่งหนึ่ง เพื่อที่จะได้รีบไปทำอีกสิ่งหนึ่ง และอีกสิ่งหนึ่ง ต่อเนื่องกันไปเรื่อยๆ พอลองใช้สมองน้อยๆ คิดดูว่าวันนึงเราต้องรีบทำสิ่งใดบ้าง กลับพบคำตอบที่น่าตกใจ..ก็คือเกือบทุกอย่างนั่นแหล่ะ ซึ่งก็หมายความว่า เราเผาผลาญพลังงานชีวิต ความคิด และความรู้สึก อย่างรีบเร่งในทุกๆ วินาทีที่หายใจ หรือไม่ก็อาจจะทุกนาที ทุกชั่วโมง ทุกวัน (ตามแต่ความถี่ของใครของมัน) จึงไม่น่าแปลกใจที่จะได้ยินเสียงโหยหาแต่เวลาแห่งการหยุดพัก ทว่าทั้งที่ใจร่ำร้อง พวกเราก็ยังคงเฆี่ยนตี เหยียบย่ำความรู้สึกของตัวเองให้จมดิ่งลงไปทุกวันๆ อย่างนี้ไม่เท่ากับเป็นการฆ่า ใจ ตาย หรอกหรือ?
รถแล่นไปพลางกระตุกไปพลาง แถมยังส่ายซ้ายป่ายขวาน่าเสียวไส้ ดูๆ ไปก็คล้ายคนเมาเดินสะอึก พาลให้นึกถึงใครบางคนที่คุ้นเคย นี่ถ้าได้มาอยู่ใต้ชายคารถคันเดียวกันคงจะรู้สึกเหงาน้อยกว่านี้ เวลาที่ต้องอยู่คนเดียวทีไรโลกมันใหญ่ขึ้นทุกที เหมือนอาณาเขตของการรับรู้มันกว้างขึ้น มีสิ่งเข้ามากระทบมากขึ้น ง่ายขึ้น และคงอยู่นานขึ้น ซึ่งไม่ดีเลย...เพราะทำให้เป็นบ้าได้ง่ายมาก บางครั้งไม่อยากรับรู้ ไม่อยากได้ยิน แต่กระแสเสียงที่ลอยมาตามอากาศนั้นมีอานุภาพยิ่ง โดยเฉพาะบทสนทนาในเชิงลบที่หูมันคอยจะรับมาแปรผลอยู่เนืองๆ ทั้งๆ ที่ใจไม่ต้อนรับ เพราะไม่นำพาประโยชน์อันใด เป็น ขยะอารมณ์ ดีดีนี่เอง แต่ในเมื่อปฏิเสธไม่ได้ ก็ต้องหาทางเผาทำลายเอาเอง
ก้าวลงจากรถกระป๋อง เดินขึ้นบันได สอดบัตร หยิบบัตร เดินขึ้นบันไดเลื่อน ยืนรอ พยายามแทรกกายเข้าไปในช่องระหว่างคนด้วยกัน หาจุดพักสายตา(ที่ไม่ใช่ใบหน้าใดใบหน้าหนึ่ง) หายใจให้เบาที่สุด รักษาสมดุลร่างกาย ระวังรองเท้าส้นแหลม เดินออกจากตู้ไฟฟ้า ลงบันได เอาบัตรเสียบเข้าไปในช่องทางออก ดึงบัตรขึ้น จ้ำพรวดลงบันไดตึก เดินผ่านร้านน้ำเต้าหู้ (ไม่ใส่เครื่องถุงนึง) เดินเข้าซอยลัด ขึ้นลิฟท์ กดชั้น 25 เปิดประตูออฟฟิศ ตอกบัตร...
เรื่องราวของเช้านี้เลื่อนผ่านไปคล้ายเฟรมภาพบนจอหนัง ที่ฉายซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนกว่าจะหมดรอบหรือวาระของมัน ทุกอย่างเป็นไปโดยอัตโนมัติ...ไม่ต้องใช้ความคิด หรือความรู้สึกให้เปลืองเปล่า แค่ทำๆ ให้ผ่านพ้นไปเพื่อไม่ให้มาสาย เพราะการมาสายสร้างความรู้สึกไม่ปลอดภัยในการทำงาน และอาจส่งผลกระทบเป็นวงกว้างไปยังเรื่องอื่นๆ

(..................................................................................................................................................)

17.50 น. อีกแค่ 10 นาที โปรแกรมการทำงานในวันนี้ก็จะสิ้นสุดลง ฉันละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ (มันบอกเวลาได้ดีเท่าๆ กับนาฬิกาเลยทีเดียว) แล้วสะบัดคอแรงๆ หนึ่งที ก่อนจะค้นพบว่านอกจากโลกจะหมุนรอบตัวเองได้แล้ว คอของเรายังสามารถหมุนรอบตัวเราได้อีกด้วย เพียงแค่ปล่อยกระดูกก้านคอให้เป็นอิสระเสียก่อนเท่านั้น วันนึงฉันอาจจะลองทำดูก็ได้ ถ้ามันจะทำให้อะไรที่อยู่รอบตัวเปลี่ยนแปลงไปบ้าง การเดินทางกลับที่พักกาย ไม่ได้มีอะไรผิดแผกหรือแตกต่าง ก็แค่ตั้งโปรแกรมย้อนกลับการกระทำเมื่อตอนเช้า ก็จะได้สูตรสำเร็จของการเดินทางกลับในตอนเย็น และเช่นเคย คือไม่ต้องคิด หรือใช้ความรู้สึก…
ช่างเป็นเรื่องที่น่าสมเพชจริงๆ ...
เมื่อหยดน้ำสีใสเย็นฉ่ำสัมผัสเนื้อผิว ความเย็นของมันกระตุ้นให้เส้นขนเล็กๆ ที่อยู่โดยรอบลุกขึ้นต่อต้าน ...ฝนตกลงมาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ มารู้ก็ตอนที่มันผ่านมาทักทายแบบถึงเนื้อถึงตัวนี่แหล่ะ ทั้งๆ ที่เป็นปรากฏการณ์พื้นๆ ที่พักหลังๆ กลายเป็นที่รังเกียจของคนเมือง แต่ฉันกลับมอบรอยยิ้มให้มันอย่างไม่เขินอาย โดนฝนแล้วขนลุก ...แสดงว่าเรายังเป็นมนุษย์อยู่ใช่ไหม? มีความรู้สึก ร้อน หนาว ดีใจ เสียใจ “ฉันยังไม่ได้เป็นหุ่นยนต์เต็มขั้น เลยยังรู้สึกรู้สาอยู่” ซึ่งมันทำให้หัวใจเต็มตื้นได้อย่างน่าประหลาด
แปลกไหม? ที่ฉันคิดว่าตัวเองมีสิ่งที่เรียกว่า “เส้นทาง” บางๆ กำกับชีวิตอยู่ และฉันก็ยินดีที่จะเดินตามทางนั้นไปอย่างไม่ลดละ บางคนอาจคิดว่ามันเป็นเรื่องโง่ๆ ที่ปล่อยให้จิตสำนึกของเราเชื่อมั่นในสิ่งอื่นที่ไม่ใช่ตัวของเราเอง แต่สำหรับฉันแล้ว มันเป็นเรื่องวิเศษสุดที่จะสามารถทำได้เลยล่ะ เพราะอะไรน่ะหรือ ก็เพราะว่าฉันเชื่อถือในเส้นทางนั้น เชื่อในคนที่ขีดมันขึ้นมา และอยากจะเดินไปให้ถึงปลายทาง ฉันอยากรู้เหลือเกินว่าที่สุดแห่งย่างก้าวนั้นจะมีสิ่งใดรออยู่
ตอนนี้รู้สึกว่าจะเดินต่อไปได้อีกหน่อยแล้วล่ะ...


โดย : นั่งนิ่ง
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 3 พ.ย. ปี 2006 [ เวลา 17 : 21 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook