บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 4

กรุงงานเขียนเก่า 1
กรุงงานเขียนเก่า 2
กรุงงานเขียนเก่า 3
กรุงงานเขียนเก่า 4
กรุงงานเขียนเก่า 5


>>  เพิ่งรู้ว่ารัก( Just Realize ) บทที่ 1

เรื่อง : เพิ่งรู้ว่ารัก( Just Realize ) บทที่ 1

เพิ่งรู้ว่ารัก( Just Realize )

เนื้อเรื่องโดยย่อ

เมื่อเขา ‘ เรือเอกชานนท์ กิตติพงษ์ขจร’ ทหารเรือประจำฐานทัพเรือสัตหีบ จังหวัดชลบุรี จู่ ๆ ก็ได้รับจดหมายจากเพื่อนสาวของตนในสมัยมัธยมต้น พร้อมกันนั้นในจดหมายได้ได้ขอร้อง(บังคับชัด ๆ) ให้เขาหาแฟนให้กับเจ้าหล่อนตามที่สัญญาไว้อีกต่างหาก! โอ้ย…ให้ตายห่าเถอะ ! เขาแค่ดันปากพล่อยล้อเจ้าหล่อนเล่น ๆ เฉย ๆ คิดเป็นจริงเป็นจังไปได้ แถมมีการว่าถ้าเขาหาแฟนให้หล่อนไม่ได้ตามสัญญาตัวเขาต้องรับผิดชอบ เชื่อเลย ! ทำไมเขาต้องหาแฟนให้ยายหน้ากระธิดาคชสารน้ำหนักร่วมร้อยกิโลนั่นด้วยล่ะ !!
เมื่อเธอแพทย์สาวสุดสวย (อดีต)เจ้าของฉายา ‘ ยายหน้ากระ ธิดาคชสาร ’ นามว่า ‘ พิชามญชุ์ นิติยชาญชัย ’ ที่แอบรัก(ข้างเดียว)ให้แก่นายชานนท์มาอย่างไม่เสื่อมคลาย ผู้ชายที่กวนประสาทเธอตลอดเวลาด้วยการหยอกเล่น ๆ ทำเอาเธอใจสั่นทุกครั้งที่เจอว่า “เธอเป็นของฉัน” ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่เต็มอกว่าคนที่ชานนท์รักมาตลอดนั่นก็คือ ‘ ฝัน’ หรือ ‘นริศรา ธีรพลากร ’ ดารานางแบบสาวชื่อดังที่ป๊อปปูล่าร์มากที่สุดในเมืองไทยตอนนี้
ความรักครั้งนี้จะเป็นไปได้หรือไม่ ? เธอจะสามารถเอาชนะใจเอาได้อย่างไรในเมื่อเขาเห็นเธอเป็นแค่ “ที่ปรึกษา” มาโดยตลอด แถมยังมีพี่ชายสุดหวงน้องสาวและเพื่อนรุ่นพี่ตัวแสบแถมเจ้าชู้เป็นที่หนึ่งที่หวังจะชิงหัวใจของวลัญภรณ์มาให้ได้


บทที่ 1 ในความทรงจำ

เริ่มต้น..ที่ไหน ? ศรัทธาในความรักงั้นหรือ ?
…เพื่ออะไรกัน ?

บ้านพักทหารเรือ ประจำฐานทัพเรือสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

ในยามเช้าวันที่อากาศแสนสดใส ท้องฟ้าโปร่งเผยให้เห็นถึงแสงที่ทองออกมาขับไล่ความมืดของรัตติกาลให้ออกไป วันนี้ลมทะเลค่อนข้างแรงไปสักนิดสำหรับเขา ชายหนุ่มร่างสูงเสยผมของตนอย่างลวก ๆ เขาชอบมาเดินเล่นที่ริมทะเลแห่งนี้ เสมือนกับว่าทะเลนี้จะช่วยพัดพาเอาความทุกข์ ความเครียดจากหน้าที่การงานออกไปจากใจของเขาได้ และทะเลนี้เองที่ทำให้เขาจากผู้ชายธรรมดา ๆ อย่าง “นายชานนท์ กิตติพงษ์ขจร” กลายมาเป็น “เรือเอกชานนท์ กิตติพงษ์ขจร” ประจำที่อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี แต่อย่างไรก็ตามสิ่งหนึ่งเขาไม่มีทางลืมไปได้ออกจากใจเลยแม้ว่าจะพยายามลบมันออกไปสักเท่าไหร่ก็ตาม แม้ว่าหล่อนจะเข้าสู่วงการบันเทิง เป็นดวงตาราประดับฟากฟ้าไปแล้วก็ตาม เขาหลงรักหล่อนตั้งแต่สมัยมัธยมต้น หล่อนสุภาพ อ่อนหวาน และมีแววตาที่พราวพรายซุกซนเหมือนลูกแมวตัวน้อย ๆ เขามักอยากได้ลูกแมวน้อย ๆ ตัวนี้ไว้ในอ้อมกอดเสมอ แต่ทว่าแม้หล่อนจะสุภาพและอ่อนหวานกับเขาก็จริง แต่หล่อนก็สุภาพกับและหวานกับคนอื่นด้วยเช่นกัน ‘ฝัน’ หล่อนให้ความหวังแก่เขาและทุก ๆ คนรวมถึงปฏิเสธทุก ๆ คนที่หล่อนให้ความหวังอย่างพังทลายเช่นเดียวกัน ครั้งหนึ่งที่เขาเคยทำความพยายามแทบตายเข้าไปสารภาพรักหล่อน และนั่นเองคำตอบที่ได้รับมันก็ไม่สวยหรูเท่าไหร่นักหรอก ไม่ล่ะนนท์..ฝันยังไม่คิดที่จะผูกมัดกับใคร และหลังจากวันนั้นไปแทบทุก ๆ วันมักจะมีข้อความของหล่อนมาถึงเขาเสมอ ซึ่งเขาก็ยังคงเก็บไว้มาโดยตลอดราวกับเป็นสมบัติล้ำค่า…อย่างน้อย…ฝันก็ยังเห็นเขาอยู่ในสายตาบ้างเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น miss you หรือ ฝันดีนะ คิดถึงนะ ก็ตาม

“มันก็แค่เรื่องเก่า ๆ เอามาคิดมากทำไมวะกู” ชานนท์กล่าวพลางถอนหายใจให้กับภาพชายทะเลสีครามยามเช้าตรงหน้าที่บัดนี้แดดค่อนข้างจะเริ่มเปลี่ยนเป็นยามสาย แต่นั่นก็ไม่ยี่หระอะไรสำหรับเขา ริมฝีปากได้รูปคลี่ยิ้มให้กับท้องทะเลตรงหน้าอย่างแกน ๆ ทว่าแววตาคมกล้ากลับแลดูว่างเปล่าปนเศร้า


ทะเล……เป็นสิ่งที่เขาชอบ

ทะเล.……เป็นสิ่งที่เขารัก

ทะเล…….เป็นเหมือนเพื่อนของเขา

ทะเล…….เป็นเหมือนแม่ของเขาที่คอยพัดพาความทุกข์ออกจากใจ

แต่ทว่า…เวลาผ่านไปนานเพียงไร ทะเลก็ไม่เคยเปลี่ยน

เหมือนกับเขา…ไม่อาจลบภาพเธอออกไปจากใจได้เลย

“นริศรา ธีรพลากร”

ชานนท์ถอนหายใจอีกครั้งพลางเสยผมอย่างลวก ๆ เดินจากไป



ฐานทัพเรือสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
สำนักงานอำนวยการสัตหีบ

เรือเอกชานนท์ กิตติพงษ์ขจร เดินเข้าไปในตัวตึกหกชั้นรูปทรงสี่เหลี่ยม โครงสร้างอาคารค่อนข้างใหม่กลางเก่าประกอบด้วยเหล็กกับกระจกใสส่องให้แสงแดดส่องลอดผ่านได้อย่างโปร่งสบาย ภายในตัวอาคารมีเจ้าหน้าที่แผนกต่าง ๆ หลายสิบชีวิตซึ่งกำลังรุดรีบเข้าไปทำงานในเวลาเช้าวันจันทร์ที่เป็นกิจวัตรอย่างเคย แสงแดดแผดจ้าแต่พองามในเดือนกันยายน ต้นไม้โดยรอบที่ตกแต่งรอบตัวอาคารพากันแข่งขันออกผลิตผลที่เรียกว่า ‘ดอกไม้’ ทำให้อาคารที่ค่อนข้างใหม่กลางเก่านี้แลดูอ่อนโยนมากขึ้นช่วยลดความเคร่งขรึมของตัวอาคารลงไปได้บ้างพอตัว
ห้องทำงานของชานนท์ตั้งอยู่ชั้นสี่ของตึกอำนวยการสำนักงานทั้งหกชั้น โดยตัวอาคารเชื่อมต่อกับตึกใหม่ด้านหน้าทางทิศตะวันตก รวมไปถึงยังชั้นที่สองของตึกเช่นเดียวกันที่มีทางเดินระจกทึบสะท้อนแสงแดดไปเชื่อมต่อกับตึกเก่าที่สร้างมาตั้งแต่ปีสามศูนย์ ที่ผ่านการกระเทาะสีและทาสีใหม่มานับครั้งได้

ชานนท์เดินเข้าไปในห้องสี่เหลี่ยมแคบ ๆ สีเงินที่คนเรียกง่าย ๆ ว่าลิฟต์พร้อมเพื่อนทหารเรือคนอื่น ๆ ทั้งที่ยศสูงและต่ำกว่าเขาร่วมห้าคน ร่างสูงโปร่งทว่าแลดูสง่ากำยำแบบทหารมองไปยังภาพเงาสะท้อนของตนในตึก ถ้าให้คิดถึงเรื่องการแปรผันในวิชาคณิตศาสตร์ในสมันมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่เขาเคยเรียนกับอาจารย์(ด้วยความไม่ใส่ใจเท่าไหร่นัก) การแปรผันนี้คงได้ชื่อว่าเป็นการแปรผันตรงแน่ ๆ เพราะด้วยความสูงเกือบ 187 ซม. ของเขาเวลาไปที่ไหนบวกกับหน้าตาคมเข้มซึ่งมักจะเรียกสายตาได้จากหญิงสาวทั้งที่เป็นสาวมากและสาว(เหลือ)น้อยให้เหลียวกลับไปมองได้เป็นตาม ๆ กัน แต่ทว่าในสองสิ่งนี้ก็เป็นสิ่งที่เขาไม่ได้ใคร่ดีที่จะไปใส่ใจกับมันสักเท่าไหร่นักหนาแม้ในตอนแรกออกจะไม่พอใจเสียบ้างก็ตาม

ไฟแสดงเลขหมายจำนวนชั้นบนหน้าปัดเลื่อนขึ้น ประตูลิฟต์เปิดออก ทุกคนต่างก็มุ่งไปทำงานของตน ชานนท์เดินไปยังห้องทำงานที่เป็นเอกเทศ แยกสัดส่วนห้องทำงานให้ออกจากโต๊ะอื่นไปอีกหลายโต๊ะใหญ่

“ไง อรุณสวัสดิ์ไอ้นนท์” เสียงห้าวลึกดังขึ้น หนุ่มตาคมเข้มทว่าหวานราวผู้หญิงสไตล์เพลย์บอยที่เป็นทั้งเพื่อนและรุ่นพี่ของตน เดินเข้ามาในห้องอย่างไม่ถือ ‘ วิสาสะ ’ แม้ชานนท์จะเงยหน้าขึ้นมาชนิดที่สามารถอ่านได้อย่างบรรลุว่า ‘ จะเข้ามาก็เคาะด้วยไอ้หอก ’

“ไงไอ้กรณ์เอ็งมาทำงานแต่เช้าเป็นด้วยหรือวะ” ชายหนุ่มทักกลับไป “แอ้มสาวไปกี่คนล่ะ” ชานนท์ถามพลางกรตอกตาไปมาอย่างล้อเลียน

“โห่...ไอ้นนท์นี่ข้าอุตส่าห์แหกขี้ตาตื่นขึ้นมานะโว้ย เอ็งก็รู้ว่า..ข้าเบื่อวันจันทร์จะตายห่า หลังจากเมื่อคืนกินข้าวต้มรอบดึกน่ะ” ปกรณ์ทำตาคมเข้มที่พราวระยับเป็นประกายพลางยิ้มกว้างอย่างมีความหมาย

ชานนท์ส่ายหน้าอย่างปลง ๆ กับเพื่อนที่แก่กว่าตนถึงสามปี พลางแกล้งถอนหายใจหนัก ๆ ก่อนกล่าวตอบคนตรงหน้า

“ข้าว่าเอ็งน่าจะหาเมียได้แล้วว่ะไอ้กรณ์” ชานนท์กล่าวเรียบ ๆ แต่แววตาคมเข้มมีแววล้อเลียน

“เฮอะ !’’ ปกรณ์ส่งเสียงในลำคอ “ข้ายังไม่อยากหาปลอกคอมาใส่เหมือนไอ้เดชว่ะ” พลางทำหน้าเหยเกเป็นการล้อเลียนที่ได้ ‘ นินทา ’ เพื่อนร่วมทีม “มันเป็นโรค ‘ เกลีย ’ ไปแล้วว่ะ แค่คิดก็สยองจิต”

“โรคเกลียห่าอะไรของแกวะ” ชานนท์เลิกคิ้ว

“อ้าวไอ้พ่อคุณ ไอ้ท่านประเสริฐ ไอ้เพื่อนเย็นชา เอ็งก็น่าจะรู้นะว่าเดี๋ยวนี้ไอ้เดชมันกลายเป็นโรคเกลียมัวก็โรคกลัวเมียไปขึ้นสมองไปแล้วยังไงเล่า” ปกรณ์กล่าวแถมหัวเราะสำทับ “ส่วนข้า..ขอชมเชยกับความหล่อของตัวเองไปก่อนดีกว่าหาปลอกคอมาใส่ว่ะไอ้นนท์”

ปกรณ์ เจย์ เอ็กซาเวียร์ มาติเนซ หรือ ' พี่กรณ์ คุณกรณ์ หรือไอ้กรณ์ ' ซึ่งคำหลังนี้คงมากที่สุด ผู้ซึ่งเป็นร้อยเอกรุ่นพี่ที่แก่กว่าเขาเพียงสามปี ปกรณ์มีเชื้อสายเป็นลูกครึ่งสเปนมาจากทางพ่อและมีแม่เป็นคนไทย ปู่ของปกรณ์เคยเป็นทหารราบผ่านศึกครั้งสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 และหลังจากสงครามโลกครั้งที่สองสงบลงปู่ของเขาพลิกผันชีวิตพาครอบครัวเข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศไทย ปกรณ์เป็นคนที่จัดว่าหล่อมากคนหนึ่ง โครงหน้าแบบชาวสเปนที่ได้รับมาจากทางฝ่ายพ่อทำให้ดูราวกับเทพบุตรกรีกทว่าโดยรวมหลัก ๆ แล้วเขาค่อนข้างที่จะออกไปทางฝ่ายแม่มากกว่า ดวงตาสีนํ้าตาลออกดำที่มักมีสเน่ห์ดึงดูดสาว ๆ จนถอนตัวไม่ขึ้น ผมสีทองรองทรงที่ถูกตัดสั้นอย่างลวก ๆ ผิวขาวแบบฝรั่งที่บัดนี้กลับกลายเป็นสีแทนกร้านแดดยิ่งแลดูเซ็กซี่มากยิ่งขึ้นบวกกับรูปร่างสูงใหญ่บึกบึนกำยำมีอกกว้างชวนให้น่าหลงใหล และแน่นอนว่าย่อมมีผู้หญิง มากมายพยายามที่จะจีบหลายครั้ง หว่านเสน่ห์หลายรอบ หรือแม้กระทั่งยอมมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเขา ซึ่งนั่นเขาเองก็ไม่ได้ปฏิเสธพวกหล่อนแต่อย่างใด เพราะต่างคนก็ต่างไปประเภทที่ว่า 'You & Me, We are free'

“แล้วไง” ชานนท์มองหน้า

“แล้วไง ? แล้วไงเนี่ยนะ” ปกรณ์ทำท่าโวยวายพลางกล่าวหางเสียงสูง

“เอ็งเดือดร้อนก็เพราะเอ็งขาดขาเที่ยวราตรีไปอีกคน ซึ่งปรกติมีเอ็ง ข้า ไอ้เดช บางทีรวมไปถึงพี่วัจน์ พี่กฤษณ์แต่ป๋าท่านนักวิชา ไม่ค่อยแรดดึกเหมือนพวกเราเท่าไหร่ นาน ๆ มาที แต่โดยรวมแล้วนะข้าก็เห็นว่าไอ้เดชมันก็ไม่เห็นบ่นซักคำ”

“เอาเหอะ…ไม่ยอมเว้ย ข้าจะฉุดไอ้เดชหนีเมียมันเที่ยวให้ได้” ปกรณ์ชูกำปั้นใส่ท่ามกลางเสียงหัวเราะแบบไม่ใคร่จะใส่ใจของชานนท์

จะว่าไป ‘ไอ้เดช ’ หรือธีรเดช วัฒนประเสริฐ เพื่อนรุ่นเดียวกันกับเขา ขาประจำที่มักชวนเพื่อน ๆ ไปก๊งเหล้าตามผับตามบาร์อยู่บ่อย ๆ เขาหัวเราะในใจกับตัวเองเมื่อนึกถึงธีรเดชที่เคยป่าวประกาศเสียลั่นไว้ ว่าตนจะไม่แต่งงานและถึงแต่งก็ไม่มีทางเป็นโรคกลัวเมียแน่นอน หนุ่มจอมเจ้าชู้เพลย์บอยซึ่งบัดนี้ตั้งแต่เจอคุณฝนหรือศริณธร พยาบาลสาวสุดสวยที่ทำให้ธีรเดชยอมสลัดคราบเสือหนุ่มเพลย์บอยไปเป็นลูกแมวตัวยักษ์ของศริณธร ซึ่งบัดนี้คุณเธอกำลังท้องได้สามเดือน ทำให้หนุ่มจอมเจ้าชู้เพลย์บอยอย่างธีรเดช ต้องมารับบทบาทละครชีวิตเป็นคุณพ่อฝึกหัดจากคุณแม่(เสือ)มือใหม่ทุกวัน จนกลายเป็นโรคกลัวเมียไป(ในความคิดของปกรณ์ฝ่ายเดียว)

ธีรเดชนั้นพบกับศริณธรครั้งแรกที่โรงพยาบาลสัตหีบ ด้วยเพราะสวรรค์บันดาลหรือนรกเป็นใจ(สาปส่ง)ก็อาจเป็นได้ ทำให้ธีรเดชหลงรักศริณธร(ข้างเดียว)ตั้งแต่แรกเห็นในทันที แต่ด้วยความที่เป็นเล่น ๆ ไม่เคยจริงจังกับใครมาก่อน บวกกับศริณธรมีอคติในเรื่องความเจ้าชู้ของผู้ชายอย่างธีรเดชเป็นทุนเดิมอยู่แล้วจึงทำให้สาวเจ้าพาลเป็นเกลียดขี้หน้าธีรเดชเข้าไปใหญ่ แต่ก็เถอะนะ..คงต้องยอมรับกับคำว่า ‘ ตื้อเท่านั้นครองโลก ’ ของธีรเดชจริง ๆ เพราะผลจากการตามจีบอย่างไม่ลืมหูลืมตาของเพื่อนเขา ทำให้พยาบาลสาวยอมใจอ่อนตกลงคบกับธีรเดชจนกระทั่งสามปีต่อมาได้แต่งงานกันในที่สุด ตอนนี้ทำให้เพื่อนของเขาเปลี่ยนจากเพลย์บอยกลายมาเป็น ‘ สามีในโอวาทของภรรยา ’ และคุณพ่อมือใหม่ด้วยฝีมือของศริณธรอย่างโดยดุษฎี

“เออ..ไอ้นนท์ข้าเกือบลืมเลยว่ะ” ปกรณ์กล่าวพลางหยิบซองสีชมพูอ่อนที่มีรอยยับย่นด้วยแรงมือของเขาออกมาจากกระเป๋ากางเกงยื่นส่งให้กับเพื่อนของตนตรงหน้า ซองสีชมพูอ่อนเรียบ ๆ แลดูสะอาดตา ลายมือที่เป็นระเบียบเรียบร้อยสวยงาม ทว่าแลดูไม่คุ้นตาเอาเสียเลย

“ส่งมาจากนครปฐมนี่..ไอ้นนท์เดี๋ยวนี้เอ็งมีของดีแล้วอุบเอาไว้เหรอวะ” ปกรณ์กลั้วหัวเราะในลำคออย่างมีเลศนัย โดยไม่สนในสายตาขุ่นเคืองที่ไม่จริงจังนักของชานนท์

“จากพิชามญชุ์ นิติยชาญชัย ใครวะ ? ” ชานนท์กล่าวเสียงสั้นพลางเสยผมอย่างงง ๆ ทีหนึ่ง

“เปิดดูสิ” ปกรณ์กล่าวเนื่องด้วยตนอยากรู้ว่า ‘พิชามญชุ์’ คือใครเพราะโดยปกตินั้นไม่ใคร่จะมีจดหมายถึงชานนท์เพื่อนเขาสักเท่าไหร่นักโดยเฉพาะพวกผู้หญิง เท่าที่เขาเห็นมักจะเป็นพวกหล่อนเสียมากกว่าที่เข้ามาเกาะแกะเพื่อนเขาถึงที่เอง และนั่น..ชานนท์ก็มิได้ปฏิเสธแต่อย่างใด ซึ่งถ้าเป็นการจีบลูกเล่นใหม่ก็นับว่าไม่เลวเลยทีเดียว(แม้มันจะดูโบราณไปหน่อยก็เถอะ)เมื่อเทียบกับแม่พวกสาว ๆ ร้อนรักที่แสดงความต้องการออกมาอย่างเปิดเผย

ชานนท์แกะซองสีชมพูอ่อนก็พบว่าข้างในเป็นกระดาษA4ยาวเกือบสองแผ่นติดกัน เขียนด้วยลายมือที่สะอาดสวยงามเป็นระเบียบดูแล้วสบายตา ก่อนจะค่อย ๆ บรรจงคลี่อ่านอย่างคร่าว ๆ

16/09/49

ถึง นายชาร์ล

หวัดดีนะ…นายชาร์ลเพื่อนรัก ไม่รู้ว่านายลืมอดีตเพื่อนเก่าอย่างฉันรึยัง อ่านะ..อดีตแฟน(สมมุติ)ของนายสมัยเราอยู่ม.ต้นด้วยกันไงนายชาร์ลขี้เก้ก ! ฉันเดาว่านายคงนึกไม่ออกอีกล่ะสิ ฉันว่านะชาร์ลป่านนี้นายคงนั่งเกาหัวแกรก ๆ และก็ทำหน้าคิ้วขมวดแน่ ๆ เลยนายทหารเรือบ๊อง

“หน้าคิ้วขมวดเชียวนะเอ็ง อ่านต่อดิ” ปกรณ์เร่งเร้าให้เพื่อนตรงหน้าอ่านไว ๆ ขณะที่มันกำลังเกาหัวแกรก ๆ อยู่ด้วยความงง

อ่านะ..เอาอย่างนี้ละกัน นายลองนึกถึงเพื่อนสมัยม.ต้นคนนึงนะที่เคยตั้งฉายาให้ว่า “ยายหมูแว่นหน้ากระ” คนนั้นไงฉันเชื่อว่านายต้องจำได้แน่ ๆ พูดตรง ๆ นะฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจดหมายฉบับนี้จะส่งมาถึงนายรึปล่าว ตัวฉันเองก็คงหวังให้มันได้ถึงมือนายละกัน
นายคงสงสัยสินะว่าจู่ ๆ ว่าทำไมถึงได้รับจดหมายจากฉันน่ะนายทหารเรือขี้เก้ก ยังจำสัญญาได้มั้ยชาร์ล ถ้าจำไม่ได้ฉันจะทวนให้นายฟังอีกรอบ เฮ้..ฉันจริงจังนะเฟ้ยไม่ลืมหรอก นายเคยสัญญากับฉันไว้ว่าถ้านายสอบติดทหารเรือนายจะหาแฟนมาให้ฉันจำได้ป่าว? เอาแบบDark Tall and Handsome ด้วย และถ้าหาไม่ได้นายก็คงรู้จะว่าที่ตกลงกันไว้ว่ายังไง จำได้แล้วสินะนายขี้เก้ก
เอาเหอะ..พักรบสงครามประสาทชั่วคราวก่อนที่ฉันเขียนมานี่เพราะเพื่อน ๆ ห้องเราจะมีการนัดเลี้ยงรวมรุ่นกัน ในวันที่ 20 กันยายยนนี้ ที่โรมแรมเดิมสมัยเพื่อน ๆ เราชอบนัดกันน่ะแหล่ะ ตอนทุ่มนึง หวังว่านายคงจะมาได้นะชาร์ล เพื่อน ๆ ทุกคนก็คิดถึงนายเช่นเดียวกัน

Love & Miss
Zine(ซายน์)

P.S. งานนี้ฝันก็มานะ

“ไม่นึกว่าเอ็งจะตั้งฉายาผู้หญิงซะเสียหมด”

“ข้าแค่ล้อหล่อนเล่น ๆ เท่านั้น” ชานนท์ย่นจมูกพลางกลั้วหัวเราะอย่างสบายอารมณ์

“แล้วเอ็งจะทำยังไง”

“เรื่อง ?” ชานนท์เงยหน้าพลางกลอกตาไปมาอย่างไม่รับรู้

“ที่จะหาแฟนให้คุณซายน์ข้าคิดว่า…”

“เอ็งหุบปากไปเลยไอ้กรณ์ ข้าไม่ยกซายน์ให้เอ็งแน่” ชานนท์กล่าวเสียงเข้ม คิ้วหนาได้รูปขมวดขึ้นอย่างไม่พอใจ ยิ่งทำให้หนุ่มลูกครึ่งสเปนิชอยากยั่วอารมณ์คนตรงหน้ามาขึ้น ความจริงเขาแค่อยากจะบอกชานนท์ว่า เขาคิดว่ามันเป็นสัญญาเด็ก ๆ เจ้าหล่อนอาจจะเขียนมาแค่ล้อเล่นเอ็งก็ได้ แต่ว่าในเมื่อโดนขัดขึ้นมาอย่างจัง บวกกับตั้งแต่เขาคบกับมันเป็นเพื่อนกันมานาน เขายังไม่เคยเห็นมันแสดงอาการ ‘หมาหวงก้าง’ มากขนาดนี้มาก่อน ปกรณ์คิดว่าถ้าคาดไม่ผิดหรือตาไม่ฝาดไปเสียก่อน เขาคิดว่าเขาเห็นแววตาที่แสดงอาการ ‘หึง’ ของมันขึ้นแว่บหนึ่ง…และเป็นแวบหนึ่งจริง !! ก่อนที่มันจะเปลี่ยนสีหน้ากลับเป็นปกติ ทำให้เขานึกสนุกขึ้นมาอย่างประหลาดที่ได้ยั่วคนตรงหน้า เอาวะ..แกล้งไอ้เวรนี่หน่อยจะเป็นไรไปเล่า ? หนุ่มลูกครึ่งคิดอย่างกระหยิ้มใจ แต่ทว่าใครจะรู้เล่าว่าในอนาคตผู้ชายเพลย์บอยอย่างปกรณ์นี่แหล่ะที่จะต้องปราชัยอย่างราบคาบให้กับคำเพียงคำเดียว นั่นก็คือ..คำว่ารัก

“อ้าวไอ้นนท์ ของอย่างนี้ใครดีใครได้เว้ย” ปกรณ์แย้งเสียงสูง นัยน์ตาสีเขียวอำพันไม่มีความล้อเล่นอย่างเคย พลางยิ้มกว้างก่อนกล่าวต่อ “ข้าไปล่ะไอ้นนท์”

คล้อยหลังที่ปกรณ์เดินจากไปแล้วชานนท์ซึ่งพยายามปั้นหน้าเรียบเฉยมาตลอด ในเวลานี้กลับทอประกายขุ่นมัวยิ่งนัก คิ้วหนาขมวดเข้าหากันครุ่นคิดส่งผลให้ใบหน้าคมคายดูดุดันเคร่งขรึมมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ชานนท์ถอนหายใจอย่างหนักหน่วง นี่เขาเป็นอะไรไป ! เป็นเหมือนเดิมอีกแล้วไม่ว่ากี่ปีผ่านไปหัวใจของเขามันก็ยังเหมือนเดิมจริง ๆ แค่รู้ว่านริศราจะมางานนี้ด้วยมันทำให้หัวใจของเขาจากที่เคยเฉื่อยชากลับมามีปฏิกิริยาในทันใด ฝัน..หล่อนจะรู้บ้างไหมว่าใจเขาไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปเลย แม้หล่อนจะเป็นดาราในวงการมายาไปแล้วก็ตามเขายังคอยเฝ้ามองหล่อนอยู่ห่าง ๆ เสมอ หลายครั้งเมื่อเขานึกถึงใบหน้ากลมมนของนริศราอยู่หลายครั้งทว่าแว่บหนึ่งในห้วงมโนคำนึงของชานนท์กลับปรากฎภาพของเด็กสาววัยสิบห้าสิบหกหน้าตาจืด ๆ ใส่แว่นกับดวงตาที่เจิ่งนองไปด้วยน้ำตาที่แสดงความเจ็บปวดขึ้นมาแทน


I tried to go on like I never knew you.

I’ m awake but my world is half asleep.

I pray for this heart to be unbroken.

But without you all I’ m going to be is…incomplete.

*( เพลง incomplete // blackstreet boys)*


ปล.ฝากด้วยนะคะ เรื่องแรกค่ะ อยากรู้จักทุก ๆ คน และอยากได้คำคอมเมนต์นะคะ

โดย : โฟลล์เรย์
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 14 พ.ย. ปี 2006 [ เวลา 19 : 23 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook