บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 4

กรุงงานเขียนเก่า 1
กรุงงานเขียนเก่า 2
กรุงงานเขียนเก่า 3
กรุงงานเขียนเก่า 4
กรุงงานเขียนเก่า 5


>>  เรื่องสั้น ค่ำคืนที่ยิ่งใหญ่

เรื่อง : เรื่องสั้น ค่ำคืนที่ยิ่งใหญ่

เรื่องสั้น “ค่ำคืนที่ยิ่งใหญ่”
ณ หมู่บ้านสันติมีหนุ่มคนหนึ่งชื่อว่า “หนุ่มมอร์” เป็นหนุ่มที่เฉลียวฉลาด เป็นคนเกิดในตระกูลที่มีความขยัน หนุ่มมอร์จึงถือว่าเป็นคนมีสายเลือดความขยันติดตัวมา ประกอบกับครอบครัวหนุ่มมอร์เป็นครอบครัวที่ค่อนข้างจะยากจน เป็นธรรมดาของวิสัยมนุษย์ที่มีความโลภเป็นเงาตามตัว มีอวิชชาเป็นร่มเงากำบัง ทำให้หนุ่มมอร์ มีความหวังลึกๆ อยู่ว่าสักวันชีวิตความเป็นอยู่จะต้องดีกว่าที่เป็นอยู่ให้ได้ ความหวังทำให้เกิดความฝัน การบรรลุถึงความฝันคือรางวัล เป็นเหตุผลัดดันให้หนุ่มมอร์ขยันขันแข็ง เอาการเอางาน หนักเบาเอาสู้ไม่เกี่ยง ประกอบกับชุมชนที่หนุ่มมอร์อยู่นั้นเป็นชุมชนที่ยากจน เพราะขาดการระบบการอดออมการบริหารที่ดี ทำให้ชุมชนขาดรายได้ หนุ่มมอร์จึงประชุมจัดตั้งกองทุนหมู่บ้านให้กับชุมชน ตั้งคณะกรรมการบริหารกองทุน ร่างระเบียบการกู้ยืมต่างๆ เก็บรวบรวมเงินจากสมาชิกมาใช้ตั้งกองทุนหมู่บ้านและเก็บสมทบเป็นรายเดือนเพื่อเพิ่มกองทุน จนได้เงินกองทุนมากพอที่จะปล่อยให้กู้ สมาชิกและผู้บริหารก็ปล่อยให้กู้ไปทำกิจการต่างๆ โดยคิดดอกเบี้ยขั้นถูก ในขณะเดียวกันก็จัดตั้งสหกรณ์ให้กับชุมชน เพื่อเป็นแหล่งจำหน่ายลำเลียงผลิตผลของชุมชน ทำให้ระบบเศรษฐกิจของชุมชนดีขึ้น ชุมชุนเริ่มพึ่งพาตนเองได้ หลายคนสามารถแยกตัวไปประกอบกิจการเป็นของตนเองได้
หนุ่มมอร์ก็เช่นกัน หลังจากประสบความสำเร็จในชั้นต้นแล้ว หนุ่มมอร์ก็มีเงินเก็บมากพอที่จะนำไปประกอบกิจการส่วนตัวได้ จึงได้ไปเปิดกิจการร้านขายเกี๊ยวเตี๋ยว เป็นธุระกิจขนาดย่อมเป็นของตนเอง และจ้างเด็กมาช่วยในการบริการลูกค้า ส่วนตนก็เป็นพ่อครัวลงครัวด้วยตัวเอง ในช่วงนี้หนุ่มมอร์ก็สมัครเรียน ก.ศ.น. ไปด้วย เวลาไม่นาน หนุ่มมอร์ก็เรียนจบมัธยม และเข้ามหาวิทยาลัยเปิด ในสาขาบริหารธุรกิจ ขณะเดียวกันกิจการของหนุ่มมอร์ก็ไปได้ดีทำให้หนุ่มมอร์เริ่มมีรายได้มากขึ้น จึงจ้างแม่ครัวมาทำแทน ส่วนตนก็เป็นผู้คอยบริหารสอดส่องอยู่ห่างๆ
หนุ่มบาส ก็เป็นคนหนึ่งที่เปิดร้ายขายอาหารเช่นกัน แต่จะหลากหลายและกว้างกว่าหนุ่มมอร์ที่มีแต่เกี๊ยวเตี๋ยวและบริการเฉพาะกลุ่มคนที่ชอบเกี๊ยวเตี๋ยวเท่านั้น ส่วนหนุ่มบาสนั้น มีทั้งอาหารไทย อาหารต่างชาติ บริการครอบคลุมกว่า เพราะหนุ่มบาสนั้นมีฐานะที่ดีกว่าและสืบทอดกิจการของพ่อที่เปิดมานาน
ทั้งสองเป็นคนรุ่นราวคราวเดียวกัน จึงคบหาเป็นเพื่อนมาด้วยกันแต่ไหนแต่ไรแล้ว จากเดิมที่มีกิจการเป็นของส่วนตัวที่ดูว่าค่อนข้างจะแคบ ทั้งสองจึงรวมตัวเป็นหุ้นส่วน รับบริการทั้งในและนอกสถานที่ โดยทั้งสองแบ่งหน้าที่การบริหารคนละส่วน หนุ่มมอร์บริหารในส่วนของการผลิตอาหาร หาแนวทางผลิตอาหารแปลกๆ ส่วนหนุ่มบาสบริหารในส่วนการจำหน่วย การบริการตามงานต่างๆ นอกสถานที่ เช่น งานสัมมนา งานประชุมต่างๆ เวลาไม่นานนัก กิจการหุ้นส่วนของสองหนุ่มก็ทำกำไรได้เป็นอย่างดี ทั้งสองจึงเข้าไปจดทะเบียนขึ้นเป็นบริษัท โดยตั้งชื่อว่า “บาสมอร์บริการ จำกัด” (Basmore service) หลังจากจัดตั้งเป็นบริษัทแล้ว ทั้งสองก็บริการโดยเน้นการผลิตเพื่อการส่งออกจำหน่ายเป็นหลัก เน้นผลิตอาหารสำเร็จรูป มีการบรรจุอย่างพิถีพิถันถูกหลักอนามัย
ในช่วงเวลานั้นหนุ่มมอร์ก็ทำงานควบคู่กับการเรียน เวลาไม่กี่ปีหนุ่มมอร์ก็เรียนจบ และเข้าเรียนต่อในสาขารัฐศาสตร์การปกครอง จนจบปริญญาเอก หลังจากเรียนจบแล้วชีวิตกลับหันแหจากวิชาสาขาที่เรียนมา หนุ่มมอร์หรือ ดร.มอร์ได้แยกตัวไปทำสัมปทานเหมืองแร่ และกิจการสัมปทานเหมืองนี้ก็ทำกำไรให้กับ ดร.มอร์ ได้เป็นอย่างดี เป็นความบังเอิญที่เหมืองแร่ของ ดร.มอร์นั้นมีบ่อน้ำมันดิบอยู่ด้วย จึงเป็นโชคสองชั้นทั้งสัมปทานเหมืองแร่และน้ำมันดิบพร้อมๆ กัน ทำให้ ดร.มอร์ กลายเป็นเศรษฐีน้อยขึ้นมาทีละนิดทีละน้อยจนเป็นเศรษฐีที่มีชื่อเสียงคนหนึ่ง และเริ่มเป็นที่รู้จักของผู้คน สื่อต่างๆ เริ่มเข้ามาสัมภาษณ์ ถึงเรื่องราวชีวิตของ ดร.มอร์ มากขึ้น จนทำให้ชื่อเสียง ดร.มอร์ เป็นที่รู้จักของผู้คนอย่างกว้างขวาง
ดร.มอร์ กลายเป็นที่รู้จักและนับถือของสังคม ทำให้ ดร.มอร์ เริ่มมีบทบาทในหลายๆ ด้าน หลังจากที่เขาทำสัมปทานเหมืองแร่อยู่หลายปี ดร.มอร์ ก็ได้ไปซื้อหุ้นกับบริษัท ชินระ คอปปอเรชั่น เป็นบริษัทที่ถือหุ้นโดยรัฐบาลและเอกชน หรือเป็นบริษัทรัฐวิสาหกิจ บริษัทชินระ คอปปอเรชั่นเป็นบริษัทผลิตหุ่นยนต์และวิจัยเกี่ยวกับสมองกล ดร.มอร์ ได้เป็นกรรมการในการบริหารของบริษัท หลังจากเข้ามาเป็นกรรมการบริหารแล้ว ทำให้บริษัทเจริญรุดหน้าอย่างรวดเร็ว หลังจากที่เข้าร่วมหุ้นกับบริษัทนี้ เป็นเวลา 7 ปี เขาได้ขายหุ้นในส่วนที่เขามีให้กับกับรัฐบาล และผวนตัวเข้าสู่การเมืองและได้ก่อตั้ง พรรครวมใจ ด้วยความที่ ดร.มอร์ เป็นคนมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของผู้คนอยู่แล้ว ประกอบกับผลงานที่ปรากฏชัดแก่สายตาผู้คนมาแล้ว เขาจึงได้คะแนนในการเลือกตั้งชนะอย่างขาดรอย ผู้คนมากมายต่างเข้ามาแสดงความยินดีกับกับความสำเร็จของเขา เสียงจากผู้คนดังกึกก้องกังวานประดุจดังแผ่นดินจะทรุด ในขณะที่ ดร.มอร์กำลังอิ่มเอิบกับสถานการณ์ดังกล่าวด้วยความปรื้อปีติยินดีอยู่นั้น
...อยู่ๆ ก็ปรากฏมีฝ่ามือหนึ่งตบลงมาตรงหน้าของเขาอย่างแรง จนเขาสะดุ้งด้วยความตกใจ…กับภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า...คนจำนวนหนึ่งที่กำลังมุงดูเขาอยู่...จากสีหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มมีชีวิตชีวาราวดอกไม้บานรับแสงอรุณในยามเช้า...กลับกลายเป็นสีหน้าอ่อนระโรยหมดอาลัยกับชีวิต
“...ลุกๆ...ลุกไปทำงานได้แล้ว...ชักช้าเดี๋ยวตบอีกสักฉากดีไหมนี้...”
แท้ที่จริงเรื่องราวทั้งหมดของหนุ่มมอร์เป็นเพียงความฝันในชั่วคำคืนเท่านั้น แท้จริงแล้วไม่มีใครรู้เลยว่าหนุ่มมอร์เป็นใคร มาจากไหน รู้เพียงแต่ว่าหนุ่มมอร์เป็นเด็กกำพร้าแร่ร่อนขอทานร่วมกับกลุ่มขอทานกลุ่มหนึ่งอยู่ในสลัมแห่งหนึ่ง หนุ่มมอร์มักจะเป็นคนตื่นสายและถูกรุ่นพี่ขอทานตบเป็นประจำทุกเช้า เพื่อให้ไปทำงาน



-=> ภัทราวุฒิ <=-
15 พ.ย. 2549


โดย : year
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 18 พ.ย. ปี 2006 [ เวลา 9 : 58 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook