บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 4

กรุงงานเขียนเก่า 1
กรุงงานเขียนเก่า 2
กรุงงานเขียนเก่า 3
กรุงงานเขียนเก่า 4
กรุงงานเขียนเก่า 5


>>  เพิ่งรู้ว่ารัก(Just Realize)บทที่ 9

เรื่อง : เพิ่งรู้ว่ารัก(Just Realize)บทที่ 9

บทที่ 8 เพราะฉันรักเธอ

นี่ผมคิดผิดหรือเปล่าที่มาแต่งงานกับยายนี่ !!
โอ้ย...นี่มันคือเวลามหาวิปโยคใช่ไหม

คุณคงเคยอ่านนิยายรักหวานแหววโรแมนติก(จนผมอยากจะอ้วก)ใช่ไหม? ใช่..อย่ามาปฏิเสธผมเห็น ๆ อยู่ แต่สำหรับผมนั้นถึงไม่ต้องอ่านก็พอจะรู้จนแจ่ม..เพราะมียายหน้ากระคอยกรอกหูผมอยู่ นิยายรักหวานแหววส่วนใหญ่พระเอกนางเอกรักกัน แต่งงานกัน แล้วก็จบลงอย่างแฮบปี้เอนด์ดิ้ง โอ้ย..ผมจำจนมันแทบจะเข้าสู่สายเลือดเลยล่ะครับเพราะมียายนั่น ยายหน้ากระที่บัดนี้กลายมาเป็นภรรยาที่ผมไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องมาแต่งงานกับหล่อนด้วยวะ ต้องมานั่งคอยฟังเอาเสียงเจื้อยแจ้วมากรอกหูอยู่ตลอดเวลา

นี้ชาร์ลนายเป็นพระเอกนะแล้วฉันก็เป็นนางเอก อิอิ นายตกหลุมรักฉันด้วยล่ะ แต่พอผมบอกว่า งี่เง่าน่าซายน์..แต่งแค่ปีเดียวเดี๋ยวก็หย่า ถ้าความทรงจำผมไม่ได้คลาดเคลื่อนไปจริง ๆ ผมเห็นแววตาเศร้าของซายน์ฉายออกมาทีหนึ่ง แววตาที่แสดงออกถึงความเสียใจ ทั้งตัดพ้อจนทำเอาผมรู้สึก..ใจหาย ก็แค่ใจหายเท่านั้นแหล่ะ..ผมปลอบตัวเอง ก่อนที่แววตาคู่นั้นจะหายไปอย่างรวดเร็วจนไม่หลงเหลืออาการแบบเมื่อครู่อีก เท่านั้นยังไม่พอหล่อนกลับมาบิดแขนผมเฉยเลยจนผมแกล้งร้องโอ้ยทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เจ็บอะไรหรอก แต่แค่อยากแกล้งหล่อนมากกว่าให้รู้สึกผิดเล่น ๆ ว่าผมเจ็บนะ แต่ก็ที่ไหนได้แทนที่จะขอโทษสักคำยังไม่มี กลับกลายเป็นว่า สม..นายบ้าทำเอาหมดมู้ดเลย เชอะ..อย่ามาหลงรักฉันทีหลังก็แล้วกันย่ะ

แต่ผมว่าเรื่องของผมกับพิชามญชุ์อาจเป็นเรื่องที่แหกโค้งเลยก็ว่าได้เพราะผมไม่ใช่พระเอก และนางเอกของผมก็ไม่มีวันเป็นยายหมูแว่นหน้ากระนี่ด้วย

ผมแต่งงานกับซายน์ได้เดือนกว่า ๆ แล้ว หลังจากใช้ชีวิตร่อนอยู่กับความโสดมาเสียนาน น่าแปลก! ผมไม่ยักกะรู้สึกเสียดายความโสดที่เคยหวงไว้เป็นนักเป็นหนาสักเท่าไหร่นัก สงสัยคงเป็นเพราะมีเพื่อนมาอยู่ด้วยอีกคนหนึ่ง อ้อ..ใช่ผมลืมบอกไป ตั้งแต่ผมแต่งงานกับซายน์ผมก็ไม่ได้อยู่บ้านพักของทางราชการอีก ผมย้ายมาอยู่ที่บ้านเดี่ยวสองชั้นส่วนตัวที่เคยซื้อไว้นานแล้วที่ติดริมทะเลซึ่งค่อนข้างจะแยกห่างออกไปจากบ้านหลังอื่น ๆ อีกยี่สิบกว่าหลัง

แต่ก็นั่นเถอะคุณก็ยังสงสัยอยู่ดีน่ะแหล่ะผมซวยหรือว่าเป็นวันมหาวิปโยคยังไง เพราะจากที่ฟังผมเล่ามันก็ไม่เห็นจะเลวร้ายเท่าไหร่กับชีวิตหลังความโสดเว้นเสียแต่จะมีเจ้าหล่อนมาคอยกรอกหูพูดถึงนิยายรัก..ของโปรดอยู่เป็นประจำก็เท่านั้นเอง เริ่มเลยล่ะกัน !

ประการแรกหลังจากออกจากโรงแรมมาแล้วผมย้ำนักย้ำหนาแล้วว่าลืมอะไรไหม..เป็นสิบรอบเพราะรู้นิสัยหล่อนดีอยู่หรอกว่าขี้ลืมขนาดไหน และบอกว่าถ้าลืมยังไงผมไม่ยอมขับรถย้อนกลับมาแล้วนะเปลืองน้ำมัน ครับ…คุณเธอก็ตกปากรับคำผมเป็นอย่างดีเลย นั่น ! แถมมีการท้าอีก นี่นายชาร์ล ฉันไม่คนแก่นะยะมาย้ำอยู่ได้ระดับนี้แล้ว นี่ถ้าฉันลืมฉันให้นายไล่เตะก้นฉันเหมือนตอนสมัยเรียนได้เลยย่ะ แต่พอเอาเข้าจริงกำลังจะเข้าตัวเมืองจังหวัดชลบุรี คุณเธอก็แทบทำเอาผมอยากจะสนองคำท้าให้เสียจริง ๆ เมื่อคุณเธอนึกขึ้นได้ว่าลืมของสำคัญ พอผมถามว่าสำคัญมากไหม หล่อนก็บอกว่า..ยิ่งกว่าชีวิต ถ้าไม่มี ‘สิ่งนั้น’ หล่อนก็แทบอยู่ไม่ได้ ผมก็ยืนกรานเหมือนเดิมยังไงก็ไม่ยอมกลับเว้ย ! ! แต่จนแล้วจนรอดก็ไปไม่รอด ผมต้องขับรถย้อนกลับไปถึงนครปฐม เฮอะ ! ผมยอมเพราะรำคาญที่หล่อนนั่งเงียบ งอน ! ถามอะไรก็ไม่ยอมตอบด้วยหรอก อย่างน้อยผมก็ยังไม่อยากมีเมียเป็นใบ้แถมหน้าบูดด้วย

และเมื่อผมย้อนกลับไปอีกครั้ง คุณซายน์ก็จัดการคว้า “ตุ๊กตาแมวการ์ฟิลด์” สีส้มอ้วนฉุที่(เคย)เหมือนตัวเองมากอดไว้แน่น มันทำให้ผมนึกอยากจะย้อนถามไปด้วยอารมณ์หัวเสียสุดเหมือนกันว่ามันสำคัญตรงไหน แต่ดูเหมือนหล่อนจะมองออกแล้วตอบด้วยอาการน่าตายจริง ๆ ใช่สิ..มันสำคัญกับฉันนี่ ไม่มีมันฉันก็นอนไม่หลับนะกอดมาตั้งแต่ป.4แล้วด้วย

อย่างที่สองต่อมาเลยก็คือ ผมกำลังคิดอยู่ว่าผมได้เมียหรือได้แม่มากันแน่วะเนี่ย ด้วยความที่แม่ผมเสียไปนานแล้ว ส่วนพ่อก็ต้องทำงานยุ่งอยู่ตลอดเวลา ผมก็จัดการตัวเองได้ตลอดอยู่แล้วเพียงแต่...มันก็แค่รกนิด ๆ หน่อย ๆ เท่านั้นคุณเธอก็บ่น ๆ เอาอีกแล้ว ก็แค่ขยะค้างเติ่งไปด้วยอาหารสำเร็จรูปแล้วไม่ได้ทิ้ง(กะว่าจะทิ้งแล้วปล่อยให้โลกลืมน่ะสิยะ : พิชามญชุ์) หรือไม่ก็ไมโครเวฟที่ลืมถอดปลั๊ก(กะว่าพอปิดไมโครเวฟปุ๊บใช้ได้ปั๊บน่ะสิยะ : พิชามญชุ์) ซึ่งเหล่านี้ผมก็ไม่เห็นว่ามันจะมีปัญหาเท่าไหร่ แต่คุณเธอก็บ่น ๆ จนผม..ก็อย่างที่บอกน่ะแหล่ะ ว่าผมได้เมีย(ถึงจะเป็นทางนิตินัยอย่างเดียวก็เถอะ)หรือ “แม่” กันแน่วะเนี่ย

ประการสุดท้ายตั้งแต่มีหล่อนเข้าก็ทำเอาวันเสาร์-อาทิตย์ที่ควรจะเรียกว่าสวรรค์หมดไปในบันดล แม้ผมจะไม่ใช่คนที่ตื่นสายจนตะวันโด่งทำมุมเก้าสิบองศา แต่ผมก็ยังรู้สึกอยากจะนอนหลับอุตุหลังจากที่เหนื่อยกับงานหรือ..งาน ‘นั้น’ แต่ก็เถอะ..มันก็เป็นได้แค่เพียงความคิดก็เท่านั้นเอง

ผมก็ได้แต่ปลอบใจตัวเอง..เอาน่า..ไอ้นนท์..เอ็งไม่ต้องหานาฬิกาปลุกก็เท่านั้นเอง

ผมก็ไม่อยากจะสารธยายความน่ากลัวของสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าเมียหรอกนะ แต่ก็จำเป็นจริง ๆ น่ะแหล่ะ เพื่อผู้ชาย(เคย)โสดที่(หลวมตัว)หลงผิดทั้งหลาย(น้าน..ดูมัน ทำเป็นพูดบังหน้า : Fore) นอกจากคุณจะเจอข้อเสียแบบที่ผมเคยเจอ เผลอ ๆ คุณอาจจะเจอมากกว่าผมด้วยซ้ำ ผมอยากจะบอกเพิ่มเติมอีกว่า ถ้าคุณมีเพื่อนปากมอมแบบที่ผมมี คุณอาจจะโดนมันล้อเลียนไปนานทีเดียว

แค่เพียงสัปดาห์แรกเท่านั้นที่ผมแต่งงานกับซายน์ก็ได้เจอไอ้กรณ์..ไอ้เพื่อนเศษฝรั่งเชื้อสายสเปนิชล้อเลียนเอาตลอดว่า กลัวเมียบ้าง ไม่ก็เมียจ๋าซินโดรมบ้าง จนผมนึกอยากจะกระทืบมันให้ตายห่าคาบาทเลยจริง ๆ ส่วนอีกคน..ไอ้เดช..ทำเอาผมเกิดอาการแหยง ๆ ปนสะอึก ไม่รู้ว่าเดี๋ยวนี้มันช่างไปสรรหาคำพูดแสลงหูแบบนี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่ มันหาว่าผมในที่สุดก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับความรักเหมือนกับมัน แต่ผมอยากจะบอกว่าผมไม่ได้รักซายน์...ไม่คิดจะรักยายหน้ากระด้วย

.
. .


...

ผมคิดผิดไหมเนี่ยยอมแต่งงานกับซายน์




“เย้ ! ทะเล”

ชานนท์เงยหน้าขึ้นจากหนังสือพิมพ์ที่ตนเองแสร้งนั่งอ่านอยู่ริมระเบียงหินแกรนิตสีดำซึ่งยื่นออกมาจากตัวบ้านที่ถูกขนาบข้างด้วยเฟื่องฟ้าเป็นรายทางยาว ซึ่งตรงนั้นมีลมทะเลพัดโชยผ่านอยู่ตลอดเวลาทำให้เย็นสบายดีกว่าไปนั่งหลบอยู่แต่ในตัวบ้าน ลมเย็น ๆ สลับกันกับลมร้อนอ่อน ๆ ทำให้รู้สึกสบายดี

ชายหนุ่มจิบกาแฟอีกครั้งที่พร่องลงไปนิดหน่อย แววตาคมกล้ามองไปยังประกายน้ำทะเลสีครามใสที่สะท้อนแสงแดดอันอบอุ่นในยามเช้าที่เพิ่มความสว่างไสวทอประกายเป็นระยิบระยับจนชานนท์รู้สึกตาพร่ามัว สีครามใสของน้ำทะเลกระตุ้นให้น่ากระโจนลงไปสัมผัสยิ่งนัก

ร่างบางในชุดเสื้อยืดสีขาวตัวโคร่งกับกางเกงขาสั้นเหนือเข่าอวดเรียวขาขาวสวยที่มักซ่อนอยู่ภายใต้ร่มผ้ามิอาจถูกแดดลามเลียเอาได้ ทำเอาร่างสูงที่เผลอจ้องภาพนั้นอยู่นานถึงกับหายใจไม่ทั่วท้อง นี่หล่อนกำลังยั่วยวนเขาโดยใช้ความไร้เดียวสาของตัวเอง..และนั่น..ก็ทำได้ดีเสียด้วย มีใครเคยสอนหล่อนบ้างไหมว่าไม่ควรกระตุ้นอารมณ์ใคร เขาก็ไม่ใช่พระอิฐพระปูนที่จะไม่รู้สึกถึงเสน่ห์อันหอมหวานของหล่อนหรอกนะ

ดวงตาคมเข้มยังคงทอดมองไปยังร่างบางที่กระโดดน้ำดังตูม เรือนร่างบอบบางแบบอิรสตรีเปียกชุ่มไปด้วยน้ำจนเสื้อยืดสีขาวตัวโคร่งนั้นแนบชิดติดตัวสามารถมองเห็นเสื้อกล้ามสีขาวตัวในที่สามารถเดาถึงอะไรต่อมิอะไรได้ พิชามญชุ์โบกมือให้ชายหนุ่มพร้อมรอยยิ้มสดใสพร้อมกับชวนให้มาเล่นน้ำด้วยกัน

“เฮ้เล่นน้ำกันมั้ย เย็นดีอ่ะ” หญิงสาวยืนขึ้นปล่อยให้หยดน้ำและเสื้อผ้าไหลแนบเข้าลำตัว มือเรียวบางเอามาไว้ข้างแก้มใสที่ขึ้นสีจัดด้วยแรงกระแทกจากน้ำที่ไม่เบานักเป็นเชิงตะโกน

ร่างสูงผละตัวออกจากหนังสือพิมพ์ที่ตนก่อนก้าวไปยังชายหาดตามเสียงเรียกของหญิงสาวพลางทรุดตัวลงนั่งกับผืนทรายสีทองนุ่มปล่อยให้ละอองน้ำฝอยเม็ดโต ๆ ที่หญิงสาวแกล้งสาดโดนใบหน้า ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบทำเอาหญิงสาวหน้ามุ่ย

“อยากเล่นก็เล่นคนเดียว”

ฮึ ! นายบ้าชวนมาเล่นก็ไม่เล่น เชอะ ! คิดเหรอว่าคนอย่างซายน์จะยอมง่าย ๆ พิชามญชุ์แลบลิ้นใส่ชายหนุ่มก่อนจะเดินตรงมาลากคนตรงหน้าไปเล่นน้ำทะเลเป็นเพื่อน หญิงสาวกระชากแขนแข็งแรงเขย่า ๆ เชิงเร่งเร้า ชานนท์ส่ายหน้าเบา ๆ ก่อนจะทำเสียงฮือในลำคอและลุกตามร่างบางไปอย่างขัดไม่ได้

“อือ..ลุกแล้ว ลุกแล้ว”

“ให้มันได้อย่างนี้สิชาร์ล” พิชามญชุ์ดีดนิ้วดังเปาะพลางยิ้มยิงฟันใส่คนตรงหน้า

เมื่อคนทั้งคู่เดินมาถึงที่ระดับน้ำประมาณเข่า พิชามญชุ์ตัดสินใจผลักร่างสูงของคนข้างเสียเต็มแรงบวกกับคลื่นของน้ำทะเลที่ซัดเข้ามาถูกขาส่งผลให้ผืนทรายบริเวณที่ชายหนุ่มยืนอยู่ยวบลงทำให้ร่างสูงเสียหลักล้มลงหน้าคว่ำลงไปอย่างไม่เป็นท่าในขณะที่โดนคลื่นอีกสองระลอกใหญ่ซัดเข้ามาจนเปียกปอนไปทั้งตัว หญิงสาวหัวเราะคิกคักจนน้ำหูน้ำตาเล็ดด้วยความสะใจในผลงานตรงหน้า ทำเอาชานนท์หน้าหงิก

“เล่นบ้า ๆ อีกแล้วนะซายน์” ชานนท์มองหน้าหญิงสาวตรงหน้าที่หัวเราะด้วยความเริงร่ายิ่งนัก พิชามญชุ์ปาดน้ำตาที่เล็ดออกก่อนจะส่งมือยื่นให้เขา

“เอ้า..นี่” พิชามญชุ์ส่งมือให้ “ลุกได้แล้ว”

ชานนท์มองภาพตรงหน้าที่มือเรียวกำลังยื่นให้เขาโดยไม่รู้ตัวว่าหล่อนน่ะทำผิด…และผิดมหันต์ไปแล้วสองประการ ประการแรกอย่ากระตุกหนวดเสือและสองเมื่อเสือนั้นคือนายชานนท์ มุมปากได้รูปแอบกระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์โดยที่หญิงสาวไม่ทันสังเกต

และนั่นเองกรรมสนองกรรม !
มือใหญ่กระชากแขนเรียวของคนตรงหน้าให้ลงมาเปียกปอนซ้ำด้วยกันอีกครั้ง

“แค่ก ๆ” หญิงสาวสำลัก “อย่าหนีนะ”

พิชามญชุ์ลุกขึ้นพยายามที่จะเอาคืนชายหนุ่มแต่ทว่าไม่สำเร็จ นอกจากเขาจะลุกวิ่งหนีไปยังบริเวณไกลกว่าแล้วแถมยังมีการส่งเสียงท้า

“เก่งจริงก็ตามมาเลย”

“แน่จริงก็อย่าหนีสิไอ้บ้า”

หญิงสาววิ่งตามไล่กวดชายหนุ่มที่ตะโกนท้าหล่อนอยู่เรื่อย ๆ จนกระทั่งมาชะงักฝีเท้าลงเล็กน้อยเพราะบริเวณตรงที่ชายหนุ่มยืนอยู่นั้นจัดว่าค่อนข้างลึก แม้ระดับความลึกจะเป็นเพียงแค่อกของชานนท์ก็ตาม

“เป็นไงตามมาไม่ถึงเหรอ” ชายหนุ่มโบกมือท้า

“อย่าคิดว่าฉันไม่กล้านะ” หล่อนตะโกนตอบ

“เพราะรู้ว่าไม่กล้าไง ว่ายน้ำไม่เป็นก็แบบนี้แหล่ะ” เสียงทุ้มยั่วยุ มือใหญ่กำมือคว่ำนิ้วหัวแม่มือให้กับทะเลด้วยท่าทีเยาะเย้ย

“คอยดูก็แล้วกัน” ฮึ ! จะมากไปแล้วมาดูถูกอดีตนักกีฬาว่ายน้ำเหรียญทองของมหาวิทยาลัยอย่างหล่อน แม้ตอนมอต้นจะว่ายไม่ได้เรื่องเลยก็เถอะ …แต่นั่นมันอดีตย่ะอีตาทึ่ม

ร่างบางสูดลมหายใจลึก มือเรียวกำแน่นเรียกความกล้าออกมาก่อนตัดสินใจว่ายไปหาชานนท์อย่างแข็งขัน แม้คนที่ยืนออกไปจะส่งเสียงล้อเลียนถากถางถึงท่าว่ายน้ำที่ไม่ต่างอะไรกันกับลูกหมาตกน้ำ ก็ฉันกำลังว่ายท่าลูกหมาตกน้ำน่ะสิ ! ชายหนุ่มมองตามอย่างไม่คลาดสายตาเพราะรู้ดีว่าเพื่อนสาวว่ายน้ำไม่เป็นเลยสมัยเมื่อตอนมอต้นขนาดเขาแกล้งใช้มาตรการหักดิบขั้นเด็ดขาดถึงขนาดอุ้มหล่อนโยนลงไปในกลางสระ แต่เขาเองน่ะแหล่ะที่ซวยทำให้หล่อนกลายเป็นโรคเฟอร์เบีย(กลัวน้ำ)ยิ่งไปกว่าเดิมใหญ่ สายตาคมเข้มยังคงจับจ้องอยู่ไม่คลาดสายตาแต่แล้วจู่ ๆ เขาก็ได้ยินเสียงร้อง

“ชาร์ลช่วยด้วย” หล่อนตีมือกับน้ำทะเลไปมาขวักไขว่จนผืนน้ำกระจายเป็นวงกว้าง ขณะที่ทั้งจมูกและปากก็ได้รับรสชาติความเค็มของน้ำทะเลเข้าไปหลายอึก

ชานนท์กำลังจะว่ายน้ำเข้าไปช่วยร่างบางที่กำลังขอความช่วยเหลือ แต่แล้วก็ต้องชะงัก ถ้าหล่อนโกหกเขาอีกล่ะ !

“เฮ้ซายน์มุขหลอกเด็กใช้ไม่ผลหรอกนะ ถ้าอยากแก้แค้นก็ตามมา” เขาตะโกนตอบขณะที่ขยับห่างออกไป ณ ตำแหน่งจุดเดิมที่เคยยืนอยู่ …โถ่เอ๋ย ซายน์มุขนี้มันเก่าแล้วรู้ไหม ที่นางเอกจมน้ำแล้วให้พระเอกตามลงไปช่วยน่ะ มุขพวกนี้มันเกลื่อนท้องตลาดไปหมดแล้วล่ะ ..เอาเถอะอย่างน้อยนิยายที่หล่อนเคยกรอกหูมันก็มีข้อดีตรงนี้แหล่ะนะ

แต่ทว่าจนแล้วจนรอดหลังจากที่พิชามญชุ์จมน้ำหายไปต่อหน้าต่อตา ให้ตายเถอะ ! บรรยากาศก็ให้เสียด้วย ทะเลเงียบสงบ ลมเริ่มพัดแรงขึ้น จนทำเอาชานนท์รู้สึกเย็นวาบอย่างบอกไม่ถูก พิชามญชุ์..หล่อนหายไปไหน ! ทำไมยังไม่โผล่หัวขึ้นมาสักที ! หรือว่าหล่อนไม่โกหกเขา ! แต่มันจะอะไรก็ช่างเถอะ โธ่เว้ยยายบ้า !

ชายหนุ่มรีบดำน้ำลงไปอย่างรวดเร็วบริเวณที่หล่อนเคยอยู่ก็พบกับร่างขาวซีดของพิชามญชุ์ที่นอนราบไปกับผืนทรายใต้น้ำทะเลนั้น ใบหน้าสวยเริ่มซีดทำเอาเขาใจหาย โชคดีที่ฟองอากาศแสดงถึงลมหายใจยังคงอยู่..แต่มันก็รวยระรินเต็มที แขนแข็งแรงประคองร่างบางไว้แนบกับอกจนแน่นก่อนจะพาขึ้นสู่ผิวน้ำ

นี่เขา..เขาทำอะไรลงไป ไม่น่าเลย ให้ตายเถอะเขาควรเชื่อหล่อน ซายน์ขอโทษ..ฉันขอโทษ ทั้ง ๆ ที่หล่อนตะโกนร้องให้เขาช่วย ทั้ง ๆ ที่เขาช่วยได้ ทั้ง ๆ ที่เขาควรทำ เขามันเลวที่สุด ซายน์เธออย่างเพิ่งเป็นอะไรเลย ให้ตายเถอะซายน์…ฉันรักเธอรู้ไหม

ชานนท์รีบวิ่งตรงดิ่งมายังชายหาดก่อนจะวางร่างบางกลมกลึงไว้บนผืนทรายนุ่ม ยิ่งเห็นภาพหล่อนร้องให้เขาช่วย นึกถึงแล้วมันก็เจ็บเสียยิ่งกว่าถูกมีดกรีด แต่นี่มัน..ทั้ง ๆ ที่เขาช่วยได้ ใบหน้าหล่อนซีดแทบจะไร้สีเลือดบนใบหน้า ปากนุ่มที่เคยเจื้อยแจ้วต่อว่าต่อขานเขาต่าง ๆ นา ๆ ก็ซีดจนไร้สีเลือดตามไปด้วย ไม่ ! ซายน์ฉันให้เธอตายไม่ได้

ชายหนุ่มบีบจมูกเล็กเพื่อเตรียมที่จะช่วยผาดปอด ขณะที่ปากหนาได้รูปกำลังจะมาประกบลงบนปากเล็กที่เคยได้สัมผัลอีกไม่กี่เซนเท่านั้นเอง มือน้อยของคนที่คิดว่าไม่ได้สติก็จัดการยันอกเขาไว้เต็มแรง แววตาคู่สวยของพิชามญชุ์สบตากับแววตาคมเข้มเข้าอย่างจัง

ทว่ามันคนละอารมณ์กัน !
พิชามญชุ์สบตาชายหนุ่มด้วยแววตาขี้เล่นคล้ายจะบอกว่า ‘เห็นไหมล่ะ..นายแพ้แล้ว’ เหมือนเด็กน้อยที่หลอกผู้ใหญ่สำเร็จ ใบหน้ารูปไข่ยิ้มหวาน ผิดกับชานนท์

“เฮ้ย..ปล่อย ๆ ได้แล้ว ก็แค่ล้อเล่นเท่านั้นเอง” เสียงกล่าวออกมาจากปากนุ่มแม้ว่าท้ายเสียงจะอ่อยลงเพราะเห็นสายตาดุ ๆ ก็ตาม

“ทำไมซายน์…ทำไมต้องเล่นบ้า ๆ แบบนี้ด้วย” ชานนท์ตวาดด้วยน้ำเสียงโกรธจัด ความรู้สึกหลาย ๆ อย่างมันประเดประดังเข้ามาเต็มไปหมดตั้งแต่หล่อนจมน้ำไปต่อหน้าต่อตาและตื่นขึ้นมาหลอกเขาด้วยท่าทีสบาย ๆ ราวกับไม่ใส่ใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นเลย มันทั้งโมโห ทั้งโกรธ ทั้งห่วง และมันก็เหมือนกับถูกตบหน้า

พิชามญชุ์จ้องตาเขากลับไปอย่างไม่ลดละ ริมฝีปากเล็ก ๆ เม้มเข้าหากันจนเกือบจะเป็นเส้นตรง ขบกลั้นอารมณ์ที่ถูกเขาต่อว่า ทั้งโกรธ..แต่ความน้อยใจมันมีมากกว่า แบบนั้นก็ไม่ต้องมาช่วยสิ แต่ความโกรธมันก็มีเช่นกันแม้จะรู้ว่าตัวเองผิดเต็มประตูก็ตาม

“งั้นก็ลุกออกไปจะตัวฉันได้แล้ว” หล่อนตวัดน้ำเสียงพูดห้วน ๆ

ชานนท์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนตวัดสายตามองยังร่างบางที่ลุกขึ้นยืนปัดเม็ดทรายที่เกาะอยู่ตามตัว มือใหญ่กำแน่นจนเห็นเส้นเลือดที่เกิดจากการเกร็งกล้ามเนื้อขึ้นมาเป็นริ้ว ๆ ดวงตาคู่คมละสายตาออกจากหล่อนก่อนสาวเท้าออกไปอย่างไม่ไยดี

หลังจากที่ชายหนุ่มเดินจากไปแล้ว ดวงตาคู่สวยทอประกายเศร้ามองตามร่างสูงที่เดินหายเข้าไปในบ้านจนลับสายตาด้วยความตัดพ้อ มือเรียวสวยทำท่าเหมือนจะคว้าเขาไว้แต่แล้วก็ทิ้งลงข้างตัว ริมฝีปากนุ่มสวยเอ่ยเบา ๆ กับตัวเอง

“ขอโทษนะชาร์ลสำหรับทุกอย่าง ขอเถอะนะแค่หนึ่งปีเท่านั้นเอง”





ห้องที่เคยสว่างปล่อยให้แสงอาทิตย์ลอดเข้ามาบัดนี้กลับถูกแทนที่ด้วยความมืดสนิทภายนอกจากยามราตรีตอนกลางคืน มีเพียงแสงสีเหลืองนวลส่องเรืองรองให้ความสว่างจากโคมไฟบริเวณหัวเตียงสาดส่องเข้ากระทบยังร่างบางที่นอนกอดตุ๊กตาตัวรักหลับไหลอยู่บนเตียงนุ่ม

พิชามญชุ์ลืมตาขึ้นมาอย่างงัวเงีย มือเรียวบางเสยผมยุ่ง ๆ ของตัวเองที่ไม่เป็นทรงพยายามจัดให้เข้าที่อย่างลวก ๆ ดวงตาคู่สวยปรือตามองไปยังนาฬิกาบริเวณหัวเตียงก็พบว่าตีสามกว่าแล้ว หญิงสาวขยับกายลุกขึ้นจากเตียงนอน มิน่าล่ะถึงได้หนาว ผ้าห่มตกไปอยู่ปลายเตียงนี่เอง… ร่างบางเดินสะโหลสะเหลเข้าไปยังห้องน้ำทีมีอยู่ในห้องนอนเสร็จสรรพโดยไม่วายที่จะหยิบตุ๊กตาตัวที่กอดเมื่อครู่ติดมือมาด้วย

หญิงสาวจัดการล้างหน้าล้างตาขับไล่ความง่วงออกไปบ้าง น้ำเย็น ๆ ไหลออกมาจากก๊อกสัมผัสกับมือและใบหน้าทำเอาขนลุกซู่ ใบหน้าสวยเงยขึ้นมองกระจกเงาทรงกลมที่อยู่เหนืออ่างล้างหน้าพลางถอนใจเบา ๆ

นี่หล่อนเหรอเนี่ย…ดูตัวเองไม่ได้เลย ตาคล้ำเป็นหมีแพนด้า ผมยุ่งเป็นรังนกกระจอก ตั้งแต่กลับขึ้นมาจากทะเลชานนท์ก็ไม่ยอมพูดกับหล่อนอีก ก็ไม่เชิงว่าไม่พูดซะทีเดียวหรอกนะ ถามคำก็ตอบคำและคำตอบที่ตอบออกมานั่นก็คือ “อืม” อย่างเดียว เมื่อตอนเย็นทั้ง ๆ ที่อุตส่าห์ตั้งใจทำพายเลมอนของโปรดให้เป็นการขอโทษแล้วแต่มันก็เหลวเป๋วไม่เป็นท่า ชาร์ล..อย่าโกรธซายน์นานนักเลยนะ

หญิงสาวบิดขี้เกียจสองสามทีไล่ความเมื่อยขบออกก่อนจะคว้าตุ๊กตาตัวโปรดเดินมายังบริเวณห้องครัวที่ค่อนข้างกว้างขวางและจัดการเปิดตู้เย็น มือเรียวรินน้ำเย็นใส่แก้วจนเกือบเต็ม ความเย็นจากน้ำที่ควบแน่นออกมาสัมผัสกับอาการบริเวณโดยรอบทำให้บริเวณข้างแก้วใสนั้นเกิดเป็นไอน้ำเล็ก ๆ เกาะอยู่พร่างพราย หล่อนยกขึ้นมาดื่มจนหมดขณะที่มืออีกข้างปัดผมที่ตกมาปรกตาไว้ด้านหลัง

แต่แล้วพิชามญชุ์ก็พลันเหลือบไปเห็นแสงสว่างที่ส่องออกมาจากบริเวณห้องนั่งเล่น ชาร์ลนี่แย่จริง จะนอนทั้งทีทำไมไม่ปิดไฟให้เรียบร้อยนะ เมื่อวันก่อนก็ทีหนึ่งแล้วที่ต้องลุกมาปิดให้ เมื่อนึกถึงเหตุการณ์คราวนั้นหญิงสาวก็อดที่จะยกมือขึ้นมาสัมผัสใบหน้าระงับความร้อนผ่าวเสียไม่ได้ หล่อนแอบฉวยโอกาสทีหนึ่งตอนเขาหลับ นิ้วเรียวสวยเลื่อนมาสัมผัสบริเวณริมฝีปากของตนที่ยังคงจำได้ดีถึงความอุ่นบริเวณนั้น บ้า บ้า บ้า ยายซายน์อุบไว้เลยนะ จะให้เขารู้ไม่ได้เด็ดขาด หล่อนสะบัดหน้าไล่ความคิดฟุ้งซ่านออก ก่อนจะเดินไปยังก้องนั่งเล่น





ชานนท์ชานนท์เงยหน้ามองยังนาฬิกาลูกตุ้มโบราณก็พบว่าเกือบจะตีสี่แล้ว ทว่าเขากลับไม่รู้สึกง่วงเลยสักนิด โกรธ..โกรธกับสิ่งที่หล่อนทำเมื่อเช้า หล่อนทำแบบนี้ได้ยังไงกัน เอาชีวิตและความรู้สึกมาล้อเล่นแบบนี้ เขาตอบตัวเองไม่ได้..รักเหรอ ทำไม ! ก็เขาคิดว่าหล่อนเป็นแค่เพื่อนมาตลอดนี่นา แต่ทว่าภายในใจมันช่างคัดค้านเอาเสียเหลือเกิน ใจเขากำลังรู้สึกขัดแย้งเสมือนว่ามีหัวใจกับสมองกำลังโต้วาทีกับเอง
‘มีแต่คนโง่เท่านั้นแหล่ะว่ะที่เห็นว่าหล่อนเป็นแค่ยายหน้าหมูอ้วนกระ’

ร่างสูงที่กำลังอยู่ในห้วงมหรรณพแห่งความคิดทำให้ไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าที่ย่างเข้ามา แต่ด้วยความรู้สึกบอกให้รู้ว่ามีการเคลื่อนไหวและจะเป็นใครไปไม่ได้นอกเสียจากพิชามญชุ์

ร่างบางในชุดเสื้อยืดสีขาวตัวโคร่งกับกางเกงขาสั้นสีขาวทั้งชุดที่สวมกอดตุ๊กตาแมวการ์ฟิลด์ไว้แนบอกค่อย ๆ นั่งลงบนโซฟากำมะหยี่สีแดงนุ่ม ใบหน้าสวยที่เพิ่งตื่นนอนส่อแววงัวเงีย มือที่ง่วงกับการขยี้ตา …เหมือนเด็กชะมัด

“ยะ ยังไม่นอนอะ อีก เหรอ” หล่อนถามเสียงแผ่ว

“แล้วเธอเห็นฉันสภาพไหนล่ะ” เขาถามกลับด้วยเสียงเรียบ ๆ

ไม่มีคำตอบใด ๆ หลุดออกมาจากปากของหญิงสาว นอกเสียจากแววตาที่ทำให้ชานนท์รู้สึกขำคนตรงหน้า ก็เจ้าหล่อนเล่นทำหน้าเหมือนกับหมาน้อยที่แอบเอารองเท้าเจ้านายไปกัดจนน้ำลายเฟิ้มอย่างงั้นแหล่ะ เขาน่ะเลิกโกรธหล่อนไปตั้งแต่ก่อนหน้าที่หล่อนจะทำพายเลมอนของโปรดเขาเสียอีก แต่ขี้เกียจพูดเท่านั้นเอง เอาว่ะ ! แกล้งหล่อนกลับหน่อย จะได้รู้ว่าการเอาความรู้สึกคนอื่นมาล้อเล่นน่ะมันเป็นยังไง

“ชาร์ล” หล่อนลากเสียงอ่อน ใบหน้าสวยก้มมองแต่ตุ๊กตาตัวโปรดที่มือไม่ยอมสบตาเขา “ฉันขอโทษนะ” หล่อนยังคงพูดเรื่อย ๆ โดยไม่ได้เงยหน้ามองเขาจึงไม่ทันรู้ว่าสายตาที่เคยเรียบเฉยนั้นแปรเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนเพียงใด “ฉันรู้ว่าฉันผิด ฉันไม่ควรไปเล่นบ้า ๆ แบบนั้น แต่อย่าโกรธกันเลยนะ”

ชานนท์ผุดลุกขึ้นยืนจากโซฟานุ่ม ใบหน้าคมเข้มแสร้งทำเป็นเรียบเฉยที่บ่งบอกถึงความว่างเปล่า ร่างสูงพาตัวเองเข้าไปใกล้หญิงสาว พิชามญชุ์เงยหน้ามองเขาด้วยแววตางุนงง คิ้วสวยขมวดขึ้นเล็กน้อย มือใหญ่ขยี้ศีรษะหญิงสาวเบาจนผมยุ่ง ริมฝีปากได้รูประบายยิ้มออกมาอย่างใจดีก่อนที่จมูกโด่งเป็นสันจะโน้มลงไปกดแนบกับพวงแก้มนุ่มสูดเอากลิ่นแป้งอ่อน ๆ เข้าไปเต็มจมูก

“ชาร์ล” หล่อนเรียกชื่อเขาด้วยใบหน้าที่แดงก่ำเป็นลูกตำลึงสุก

“เอากาแฟหน่อยไหมซายน์ ไหน ๆ ก็ตื่นกันแล้วนี่” ชานนท์ยิ้มกว้างที่ชวนให้น่าหลงไหล ให้กับภรรยาสาวทางนิตินัย พลางยักไหล่และชูนิ้วหัวแม่มือไปทางห้องครัวทีหนึ่ง

“อื้ม” หล่อนยิ้มตอบ

ขณะที่ร่างสูงกำลังจะหันหลังเดินออกไปยังห้องครัวนั่นเอง ใบหน้าคมก็ได้หันมาฉายแววยิ้มด้วยความอ่อนหวานให้กับหญิงสาวทำเอายิ่งสาวหน้าแดงซ่านเผลอยิ้มตอบเขาไปเช่นกัน

“ซายน์ ขอบใจนะสำหรับพายเลมอน”





ร่างสูงในชุดนอนยาวสีน้ำเงินเรียบลื่น เดินกลับมาที่ห้องนั่งเล่นอีกครั้งพร้อมกับกาแฟร้อน ๆ สองแก้วที่ส่งควันหอมฉุยออกมาก็เห็นว่าพิชามญชุ์นอนหลับคาโซฟาไปเรียบร้อยแล้ว ศีรษะทุยสวยใช้พนักวางแขนโซฟาหนุนต่างหมอน ใบหน้ารูปไข่ขาวนวลไร้สิวฝ้าและกระแบบที่เขาเคยชอบล้อหล่อน ขนตายาวงอนคล้ายปีกผีเสื้อมาทาบทับปิดเปลือกตาที่กำลังหลับพริ้ม แขนกลมกลึงที่กอดตุ๊กตาไว้ข้างกาย ชานนท์มองภาพตรงหน้าอยู่เป็นเวลานิ่งนานก่อนจะวางกาแฟทั้งสองแก้วที่เตรียมไว้ตั้งแต่แรกนั้นวางไว้บนโต๊ะ ช่างหลับง่ายเสียจริง ๆ เด็กเอ๋ย ร่างสูงโน้มตัวไปกระซิบข้าง ๆ ใบหูสีชมพูอ่อนของหญิงสาวตรงหน้า

“ซายน์ฉันอาจไม่ใช่พระเอกแบบในนิยายที่เธอวาดหวัง ฉันไม่ใช่พระเอกที่จะอุ้มเธอกลับไปยังห้องนอนเพราะฉันจะนอนตรงนี้ข้าง ๆ เธอและฉันเองก็ไม่ใช่พระเอกที่หาผ้าห่มมาคลุมให้เพื่อป้องกันความหนาวเย็นจากอากาศหรอกนะแต่เพราะตัวฉันจะเป็นผ้าห่มให้กับเธอเองไงซายน์”

ชานนท์ส่งยิ้มอย่างอ่อนหวานให้กับร่างบางที่หลับไปแล้วก่อนจะใช้แขนแข็งแรงช้อนเข้าไปยังใต้แผ่นหลังบาง แล้วจึงค่อยเอนร่างบางลงบนผืนพรมหนาด้วยความอ่อนโยน ชานนท์มองภาพนั้นอยู่อึดใจหนึ่งก่อนจะลงมานอนข้าง ๆ หญิงสาวแขนข้างหนึ่งใช้รองศีรษะให้กับหล่อนส่วนอีกข้างก็จัดการโอวเอวคอดบางของภรรยาสาวทางนิตินัยไว้อย่างหลวม ๆ จมูกโด่งเป็นสันสูดดมเอาความหอมของแชมพูสระผมที่ติดมากับเรือนผมสีน้ำตาลออกเทาก่อนจะเข้าสู่ห้วงนิทราไปตาม ๆ กัน

…ซายน์ความจริงที่เธอแอบจูบฉันน่ะ
ฉันรู้สึกตัวตลอดเวลาเลยล่ะ…



โดย : โฟลล์เรย์
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 18 พ.ย. ปี 2006 [ เวลา 13 : 4 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook