บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 4

กรุงงานเขียนเก่า 1
กรุงงานเขียนเก่า 2
กรุงงานเขียนเก่า 3
กรุงงานเขียนเก่า 4
กรุงงานเขียนเก่า 5


>> เรื่อง ยอดนักสืบซันซึตะ

เรื่อง : เรื่อง ยอดนักสืบซันซึตะ

แนะนำตัวละครหลัก
1.ซันซึตะ เอโต้– เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนยอแซฟฯ ( เป็นแค่นักเรียน ม.2 แต่มีนิสัยอยากรู้อยากเห็น สงสัยนิสัยแบบนี้จะได้เลือดมาจากพ่อที่เป็นนักเขียนแนวนักสืบ ปริศนา.... )[เป็นนักสืบ]
2.อาการิ มาเซ่ – เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนเดียวกับซันซึตะคุง และเป็นร่วมชั้นกันด้วย อาการิเป็นเด็กสาวที่ไม่ค่อยที่จะเข้มแข็ง พอเจอเรื่องร้ายก็มักจะแอบเสียใจอยู่บ่อย [ผู้เขียนขอกระซิบบอกว่าถึงเธอจะอ่อนแอแต่ก็มีซันซึตะเป็นกำลังใจให้เสมอ.......]
*ทั้งซุนซึตะและอาการิต่างคนต่างรักและห่วงใยซึ่งกันและกันเสมอมา*
3.ดร.มาซาชิ นันซึ – เป็นนักประดิษฐ์ที่ชอบคิดว่าตัวเองเจ๋ง แต่สิ่งที่ประดิษฐ์มักจะล้มเหลว แต่นักประดิษฐ์คนนี้เป็นญาติของซันซึตะคุงซึงมักคอยช่วยเหลือในเรื่องคดีต่างๆ
4.ซึนากิ อายาโกะ – เป็นคุณหนูลูกเศรษฐีซึ่งเป็นเพื่องของอาการิ
5.ซันซากุ เอโต้ – เป็นพ่อของซันซึตะคุง
6.ยูริโกะ เอโต้ – เป็นแม่ของซันซึตะคุง
7.สารวัตรเฮย์โซ – เป็นสารวัตรสืบสวนซึ่งเมื่อมีคดีมักจะคอยให้ซันซึตะช่วยอยู่เสมอ
8.ชิซากิ มอนจิ – เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนยอแซฟฯแต่คนละที่กับซันซึตะ แต่ทั้งสองคนเป็นเพื่อนกัน และในบางครั้งก็ช่วยกันไขคดีต่างๆจนผ่านไปได้ด้วยดี[เป็นนักสืบ]
9.โมนาริ มาเซ่ – เป็นพ่อของอาการิ เป็นตำรวจ เวลาไปไหนก็จะเจอแต่คดี แปลกๆ และที่บ้านรับแจ้งแก้คดีต่างๆ
10.เอย์นะ มาเซ่ – เป็นแม่ของอาการิ เป็นทนายแสนเก่ง
ตอนคดีฆาตรกรรมในสวนสาธารณะ
แนะนำตัวละคร(บทรอง)
1.มานามิ โกยซุน – เป็นนักวิ่ง
2.อาซาชิ อางะ– เป็นนักวิ่ง
3.อารากิ มินะ– เป็นนักวิ่ง
เริ่มเรื่อง
ซันซึตะได้ชวนอาการิไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะหลังเลิกเรียน เมื่อถึงเวลาทั้งคู่ก็ไปเดินเล่นกันอย่างสนุกสนาน และได้มีคน 3 คน วิ่งกันเป็นกลุ่ม วึ่งอาการิไม่ทันเห็นจึงได้เดินชนเข้ากับ 3 คนนั้นอย่างจัง อาการิกับ 3คนนั้นจึงล้มกันไม่เป็นท่า ซันซึตะจึงต้องชวนพยุงทั้ง 4 คนลุกขึ้น แลได้พูดกับอาการิว่า “แม้ยัยซุ่มซ่ามเดินยังไงถึงได้ชนเขาได้” อาการิจึงตอบกลับไปว่า”แม้ก็คนกำลังเดินชมธรรมชาติ มันก็ต้องมีเพลิดเพลินเป็นธรรมดา”
ซันซึตะจึงได้เลิกต่อเถียง กับอาการิ แล้วหันมาถามทั้ง 3 คนว่า “เป็นไงบ้างครับ” หนึ่งคนในกลุ่มนั้นได้บอกว่า “ไม่เป็นไรหรอก” แล้วซันซึตะก็ถามเขาทั้ง 3 คนว่าเป็น “นักวิ่งหรือเปล่า” ทั้ง 3 คนตอบพร้อมกันว่า”ใช่แล้ว”
อาการิงงจึงได้ถามซันซึตะว่า”รู้ได้อย่างไร” ซันซึตะจึงบอกกับอาการิว่า “เขาทั้ง 3 คนมีกล้ามเนื้อขาที่แข็งแรงและดูการแต่งตัวก็รู้แล้ว” ทั้ง 3 คนจึงได้แนะนำตัวเองว่าแต่ละคนชื่ออะไร คนแรกเป็นผู้หญิงชื่อ มานามิ คนที่สองเป็นผู้ชายชื่อ อาซาชิ ส่วนคนสุดท้ายเป็นผู้หญิง ชื่อ อารากิ เมื่อแนะนำตัวกันและคุยเล่นกันได้หน่อยก็ได้รู้ว่าอาซาชิกับมินามินั้นเป็นแฟนกัน พอสักพัก อารากิก็ขอไปเอาสุนัขที่ล่ามโซ่ไว้ก่อนแล้วเดี๋ยวมาคุยกันต่อ อาซาชิจึงบอกกับอารากิก่อนไปว่าเดี๋ยวจะรอกันอยู่ที่ศาลาริมแม่น้ำ
พอสักพักก็กลายเป็นอาซาชิรออยู่ที่ริมฝั่งแม่น้ำคนเดียว เพราะอาการิหิวซันซึตะจึงชวนไปซื้อของกินด้วยกัน ส่วนมานามิก็ขอตัวไปเข้าห้องน้ำ


เมื่อซันซึตะกับอาการิเดินกำลังจะเดินกลับมาทางศาลาก็ได้เจอกับมานามิที่เข้าห้องน้ำเสร็จพอดี พอเดินต่อไปได้สักหน่อยก็เจอกับอารากิที่จูงสุนัขของเธอมาด้วย ทั้ง 4 คนและ 1 ตัวจึงได้เดินกลับไปที่ศาลาพร้อมกัน
แต่แล้วก็ไม่น่าเชื่อ เมื่อถึงศาลาได้เจอกับ นายอาซาชิ นอนจมกองเลือดอยู่เห็นดังนั้นอาการิจึง กรี๊ด!ออกมาสุดเสียง เมื่อทั้ง 4 คนตั้งสติได้ ซันซึตะจึงได้บอกให้ “อาการิไปแจ้งสารวัตรเฮย์โซด่วน!”
ก่อนที่ตำรวจจะมาถึงซันซึตะก็ได้ตรวจสอบว่านายอาซาชิตายเพราะสาเหตุใด เมื่อสารวัตรเฮย์โซมาถึงพร้อมกับตำรวจมากมาย ซันซึตะก็อธิบายสาเหตุเบื้องต้นให้สารวัตรฟังว่า “นายอาซาชิได้ถูกของแข็งฟาดเข้าอย่างแรงที่ศีรษะ และได้สันนิษฐานอีกว่า คนร้ายที่ฆ่าคนๆนี้คือเพื่อนเขาที่เป็นนักวิ่งด้วยกันอีก 2 คน”
เมื่อทั้ง 2 คนได้ยินดังนั้นก็ตกใจพร้อมโต้แย้งต่างๆนาๆ ว่า “ทำไมถึงพูดอย่างนี้ เรา 2 คนไม่มีแรงจูงใจนะ”และแล้วผลชันสูตรก็ออกมาว่า “ผู้ตายถูกของแข็งคล้ายโซ่ และที่รอยแผลบนศีรษะก็มีขนอะไรบ้างอย่างติดอยู่ที่ปากแผล”
เมื่อซันซึตะได้เห็นดังนั้นก็บอกกับสารวัตรว่า “ผมรู้ตัวคนร้ายแล้ว” เมื่อสารวัตรได้ยินดังนั้น ก็พูดอย่างตื่นเต้นว่า “ใคร ใครคือคนร้าย” ซันซึตะก็พูดออกมาอย่างมั่นใจว่า “คนร้ายที่ฆ่านายอาซาชิก็คืออารากิ”
อารากิเมื่อได้ยินก็พูดอย่างโกรธว่า “ทำไมถึงกล่าวหากันอย่างนี้ล่ะ มีหลักฐานอะไรมิทราบ”
ซันซึตะจึงอธิบายให้ฟังว่า “แผลนี้เกิดจากของแข็งซึงของแข็งที่เป็นอาวุธนั่นก็คือ โซ่ที่ใช้ล่ามสุนัขไง
ถึงตอนนี้โซ่อาจจะถูกน้ำล้างออกจนสังเกตุไม่เห็นรอยเลือดแล้ว แต่ถ้าไปตรวจดีมันก็น่าจะมีคราบเลือดเล็กๆน้อยๆติดอยู่บ้างแหละ และหลักฐานอีกอย่างก็คือขน 1 เส้น ที่อยู่ในมือผม ขนนี้ไม่ไช่อะไรอย่างอื่นนอกจากจะเป็นขนของสุนัขคุณที่ติดตอนที่คุณใช่โซ่ล่ามมาเป็นอาวุธนี่เอง ถ้านำไปตรวจอย่างดีก็จะรู้เลยว่าขนสุนัขนี้เป็นพันธ์อะไรและทางเราก็จะตรวจโซ่ล่ามสุนัขของคุณด้วยคุณจะให้เรานำไปตรวจหรือเปล่าล่ะ”
อารากิเมื่อได้ยินคำสันนิษฐานก็นั่งทรุดอยู่กับพื้นพร้อมทั้งพูดว่า “เขาทำให้ฉันเหงาแล้วไปมีแฟนใหม่”
เมื่อมินามิได้ยินถึงกับตกใจพร้อมกับพูดว่า “งั้นอาซากิก็เคยเป็นคนรักของเธอมาก่อนนะสิ” “ใช่ เขาเคยเป็นคนรักของฉัน เมื่อเขาปล่อยให้ฉันเหงา ฉันก็ต้องทำให้เขาได้รู้เกี่ยวกับความเหงาบ้าง ว่าการที่ต้องจากไปอยู่ตัวคนเดียวมันจะเป็นยังไง” และอารากิก็ถูกตำรวจควบคุมตัวไปโรงพัก.............
เมื่อทั้งหมดจบลงมินามิก็ลากลับบ้าน ส่วนซันซึตะก็พาอาการิไปส่งที่บ้าน ( ตอนไปส่งที่บ้านท่านผู้อ่านรู้ไหมครับว่า นั่นเป็นช่วงเวลาที่ทั้งคู่มีความสุขมากๆ )

จบตอน “คดีฆาตรกรรมในสวนสาธารณะ”

*ถ้าชอบก็ชวนเพื่อนมาอ่านเยอะเเละดิฉันจะคอยส่งมาบ่อยค่ะๆ*
รักคนอ่าน





โดย : พิรญาณ์ ( หลิว )
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 13 ธ.ค. ปี 2006 [ เวลา 19 : 13 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook