บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 4

กรุงงานเขียนเก่า 1
กรุงงานเขียนเก่า 2
กรุงงานเขียนเก่า 3
กรุงงานเขียนเก่า 4
กรุงงานเขียนเก่า 5


>> บุญมี..แต่ไม่ถึง

เรื่อง : บุญมี..แต่ไม่ถึง


ผมก็แค่ชายธรรมดาคนหนึ่ง ที่มีชีวิตคิดแค่วันนี้สนุกไปวันๆ ชีวิตคู่กับผม คงอาจเป็นแค่เส้นขนาน หรือความฝันในนิยายเมื่อ ยามหลับตา ชีวิตผมอาจมองง่าย ๆ ทื่อ ๆ ไร้
ระเบียบแบบแผน แต่สิ่งหนึ่งที่ผมมีเหมือนคนอื่นๆคือ ถ้าเป็นไปได้อยาก ขอเพียงแค่ใครสักคนอยู่คอยช่วยเป็นกำลังใจ เข้าใจเรา คอยเคียงคู่ยามเราทุกข์หรืออ้างว้าง และชี้ชวนดูดวงดาว ยามเธอคนนั้นเพ้อฝัน และแล้วก็ดูเหมือนกับว่าเป็นการกลั่นแกล้งจากพรหมลิขิต หรือเปล่าผมก็ไม่แน่ใจ

สาวคนที่ผมคอยเมียงมองมานาน จู่ๆเธอก็ส่งการ์ดแต่งงานมาให้ในเช้าวันหนึ่ง ที่ผมอยู่บ้านกำลังง่วนจัดห้องผมยุ่ง ตัวมอม ธอบอกง่ายๆและสั้นๆดีว่า

"ชั้นแต่งงานพรุ่งนี้ นี่เห็นว่าเราห้องอยู่ติดกัน เลยแจกการ์ดมาช่วยกินน่ะ"

ฟ้ายังไม่มืด ฝนยังไม่ตก แต่ผมยืนไม่ติดพื้นเสียแล้ว ผมทรุดนั่งลงที่พื้นห้อง ทำไมมึนงงขนาดนี้ 3ปีที่แอบมองเธอ 3ปีที่คอยไต่ถาม คอยช่วยเธอซ่อมแซม ข้าวของทั้งบ้าน 3ปีที่ คอยตามดูแลยามเธอเลิกงานดึกๆแม้ผมไม่เคยเอ่ยปากบอกรักเธอ แต่คนฉลาดแบบเธอมีหรือจะไม่เข้าใจ

นี่ผมกลายเป็นเจ้างั่งแต่ชาติไหนน่ะ ถึงไม่เคยเห็นคนรักเธอ ผมล้างหน้า อย่างเร็วไว คว้ากุญแจรถ แล้วล็อกห้องลงลิฟท์ไปที่จอดรถ และแล้วผมก็บิดสุดแรงเกิดในชีวิต
พุ่งมอเตอร์ไซด์คู่ชีพของผมออกไปทันที

ยามเฝ้าหน้าคอนโดฯแหกปากลั่น ยายคนเก็บขยะเข่งล้มเกลื่อนตา ผมไม่รับรู้เสียแล้ว ผมต้องไปจากที่นี่ ไปเร็วที่สุด ก่อนจะระเบิดอารมณ์บ้าคลั่ง เดี๋ยวเกิดฆ่าคนตายหมดทั้งคอนโดฯ ผมขับไปเรื่อยๆ ลมยามเย็นจวนค่ำที่พัดผ่านมา กระทบหมวกกันน๊อต แล้ว
ชอนไชเข้ามาที่ใบหน้า จากแรกๆที่ร้อนระอุ แล้วเริ่มหนาว ด้วยอารมณ์เดือดดาลของผม
เริ่มบางเบาขึ้น

ผมชะลอรถเข้าข้างทาง ตรงหน้าผมเป็นศาลเจ้าแห่งหนึ่ง ยามนี้ร้างผู้คน ผมเดินไปนั่งลงข้างๆ สิงห์โตหินหน้าทางเดิน ก้มหน้าชันเข่า ตามองเหม่อออกไปรอบๆ พร้อมกับ
คิดเรื่องความรักของผมที่มีต่ออรทัย ผมมาเช่าคอนโดฯแถวสุขุมวิท เพราะร้านซ่อมรถของเพื่อนพี่ชาย ที่ผมทำงานอยู่ไม่ไกลจากที่นั่น ผมมาอยู่ไม่นาน ห้องข้างๆก็มีสาวทำงานบาร์ย้ายมาอยู่ ต่อมาผมจึงรู้ว่าเธอชื่อ อรทัย

เรามักสวนทางกันที่หน้าลิฟท์บ่อยๆ บางครั้งผมว่างในวันหยุด ก็แวะไปบาร์ที่เธอทำงานเป็นพนักงานเสริฟ ผมคอยเทียวไล้เทียวขื่อ คอยดูแลความเป็นอยู่ ที่ห้องของเธอ นาน จนเพื่อนที่อยู่ร่วมห้องกับเธอ ที่ชื่อวรรณี เริ่มแซวอยู่บ่อยครั้ง แต่อรทัยยังคงเฉยเมย
ผมเองหลงคิดเข้าข้างตัวเองเสมอว่า เธอคงเขินมากกว่า

แต่มาบัดนี้ผมเริ่มเข้าใจแล้ว เธอหมายปองชายอื่นที่รวยและดีกว่าผมต่างหาก ผมมันเป็นได้แค่คนรับใช้แสนโง่ และเซ่อบรมเท่านั้น ผมลุกยืนขึ้น เมื่อคิดมาถึงตอนนี้
เดินไปสตาร์รถอีกครั้ง หมวกกันน๊อตที่ปิดลง พร้อมกับหน้าที่มองแค่รถ ผมบิดและเร่ง
เครื่องพุ่งรถออกไปทันที

โครมมมมม....

มอเตอร์ไซด์คันเก่งของผม พุ่งเข้าชนรถเก๋งที่เลี้ยวเข้ามาทันที ผมกระเด็นไปคนละทางกับรถ หัวฟาดพื้น ดีว่ามีหมวกกันน๊อต ผมลุกนั่ง สบัดหัวไล่ความมึนงง มองมือซ้ายที่มีเลือดซึมตรงข้อศอก ก่อนหันไปมองรถเก๋งคันนั้น ทันใดนั้น ผมมองเห็นสายตาของเจ้าคนขับ มันคิดฆ่าผมปิดบังคดีแน่ๆ มันถอยรถเลี้ยวกลับมาเพื่อชนผมอีก
ครั้ง ผมรีบกระโดดหลบขึ้นริมถนน รอดตายอย่างหวุดหงิด เพราะเสียงรถหวอของตำรวจที่ดังไล่หลังมา

ผมกลับมาที่มอเตอร์ไซด์ของผมอีกครั้ง ขณะที่เจ้าหน้าที่จอดรถ เดินเข้ามาเพื่อถามอาการ บาดเจ็บของผม ร่างของเธอก็พุ่งดิ่งหล่นลงมาจากดาดฟ้า ของตึกแถวข้างๆแถวนั้น และมันเป็นยามซวยซ้ำสองของผมครับ ร่างเธอหล่นลงบนตัวผม ขณะที่ผมก้มลงทำการดัดล้อรถมอเตอร์ไซด์อยู่

เมื่อตำรวจมาสอบถามที่โรงพยาบาล ผมกับเธอจึงได้รู้จักกัน เธอไม่ได้คิดฆ่าตัวตาย แต่ขณะที่ปีนขึ้นไปเช็ดขอบหน้าต่าง มือที่เปื้อนแชมพูล้างกระจก มันลื่นจับไม่มั่นคง ร่างจึงดิ่งลงมาทับผม เราเริ่มจากการเป็นเพื่อน แต่วันที่ฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง

สิบวันที่โรงพยาบาลแห่งนั้น ผมกับเธอคุยกันทุกวัน ราวเพื่อนเก่าแสนสนิท เธอเหมือนทอม มากกว่าหญิงสาวทั่วๆไป ทุกเรื่องเกี่ยวกับรถยนตร์ เธอชำนาญการมาก
กว่าผมเสียอีก และแล้ววันที่เราออกจากโรงพยาบาล เราจึงแลกที่อยู่ให้กันและกัน เพื่อวันหน้าจะได้ติดต่อ พูดคุยเรื่องรถยนตร์กันอีก

เดือนต่อมา เธอนัดผมไปงานเลี้ยงที่ตึกแถวบ้านเธอ ผมจึงได้รับรู้ว่า เธอเป็นแม่หม้ายสามีตายมาห้าปีแล้ว มีลูกชาย สองคนกับอู่รถเก่าๆของสามี ที่ทิ้งไว้ให้เธอ
ดูต่างหน้า และอู่รถนี้เอง ที่เธอใช้เลี้ยงชีพตัวเองกับลูกน้อยสองคน

ผมยอมรับความรู้สึกในส่วนลึกๆ คือเสียดาย ที่เธอกลายเป็นแม่หม้าย แต่เพื่อความเป็นเพื่อน ผมก็ไม่รังเกียจเลย ผมบอกกับเธอ เราเป็นเพื่อนซี้กันได้ตลอดไป มี
ปัญหาเดือดร้อนโทรมาเรียกใช้ได้เลยน่ะ เธอก็รับปาก และมักเรียกผมไปช่วยทำนั่นทำนี่
ที่ตึกแถวของเธอเสมอ

และเดือนที่สี่ที่เรารู้จักกัน ก็ผ่านพ้นไป ผมซึ่งเคยคิดจะเป็นแค่เพื่อนกับเธอเท่านั้น เริ่มขวางหูขวางตา พวกเสี่ยทั้งหลาย ที่เอารถมาซ่อมเพื่อบังหน้า ที่จริงก็มาจีบเธอไม่เว้นแต่ละวัน และเริ่มอารมณ์เสีย ที่ยามคุยกันตอนเย็นๆในวันหยุด แล้วจู่ๆมีโทรศัทพ์จากชายแปลกหน้าเหล่านั้น มาออดอ้อนออเซาะเธอ คั้นเวลาคุยของเรา

สุดท้ายในวันสิ้นเดือนที่ห้า ผมตัดสินใจไปซื้อแหวนเพชรวงเล็กๆด้วยเงินสะสมทั้งหมดที่มี แล้วลุกขึ้นอาบน้ำ โกนหนวดโกนเคราจนหน้าตาสดใสขึ้น เลือกชุดที่เท่และเน้นหุ่นสมบูรณ์ แสนภูมิใจของตัวเองเป็นที่สุดมาสวมใส่ พร้อมกับพรมน้ำหอมกลิ่นกายชายที่นิยมกัน เดินออกไปที่ร้านปากซอยของคอนโดฯ เลือกกุหลาบแดงมาช่อใหญ่ ห่อด้วยกระดาษลูกไม้สีชมพูเข้าชุดกัน
เมื่อมอเตอร์ไซด์ของผมจอดที่หน้าบ้านของเธอ เธอก็รีบเปิดประตูลงมาหาทันที ผมใจพองโต แล้วก็ฟ่อแฟบลงทันที ที่เธอบอก

“แหม มาทันใจจัง พี่แอ๋วคิดว่าลืมบอก น้องพัฒน์เสียอีกน่ะว่า พี่แอ๋วตกลงรับหมั้นเสี่ยสมบูรณ์ วันนี้ตอนเที่ยงนี่แหละจ๊ะ อีกสักครู่เขาคงแห่ขบวนมาหมั้นแล้วจ๊าน้องพัฒน์”





โดย : ยามี่จัง
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 18 ธ.ค. ปี 2006 [ เวลา 23 : 54 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook