บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 4

กรุงงานเขียนเก่า 1
กรุงงานเขียนเก่า 2
กรุงงานเขียนเก่า 3
กรุงงานเขียนเก่า 4
กรุงงานเขียนเก่า 5


>> คำหนึ่ง คำนี้ ที่ใจเฝ้ารอ

เรื่อง : คำหนึ่ง คำนี้ ที่ใจเฝ้ารอ

คำหนึ่งคำนี้ที่ใจเฝ้ารอ

บรรยากาศบนท้องถนนยามค่ำคืนแสงไฟที่สาดส่องตามท้องถนนทำให้มองเห็นผู้คนพลุกพล่านที่เดินผ่านไปมาได้ชัดเจน จะมีใครรู้บ้างไหมว่าตอนนี้มีใครคนหนึ่งที่เดินเงียบเหงาเพียงลำพังทั้งที่วันนี้เป็นวันที่ใครๆก็ต่างพากันมีความสุขใน’วันแห่งความรัก’ แต่สำหรับเธอคนนี้ หัวใจของเธอยังคงเงียบเหงา ไร้คนเคียงข้างกาย เธอเดินผ่านร้านหนังสือแห่งหนึ่งซึ่งดูเงียบเหงาไม่ต่างจากหัวใจของเธอเลย เธอจึงตัดสินใจเปิดประตูก้าวเข้าไปในร้านที่ไม่มีคนเข้าสักคนเพราะใครๆก็ต่างไปเที่ยวกับคนรักกันทั้งนั้น ภายในร้านมีเพียงชายหนุ่มที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับเธอที่กำลังหยิบหนังสือบนชั้นวางขึ้นมาดูเท่านั้นอยู่เท่านั้น ซึ่งเธอคิดว่าเขาคงเบื่อผู้คนที่ดินพลุกพล่านอยู่ด้านนอกเฉกเช่นเดียวกับเธอ ขณะที่เธอกำลังเอื้อมไปหยิบหนังสือเล่มหนึ่งบนชั้นวางก็ต้องชะงักเมื่อมีมือใหญ่ๆมาแตะมือบางๆของเธอไว้
“ขอโทษครับ” เขาเอ่ยขอโทษพลางชักมือกลับ
“ไม่เป็นไรค่ะ” เธอเอ่ยตอบพร้อมยิ้มบางๆให้ แล้วเขาก็หยิบหนังสือเล่มนั้นส่งให้เธอแล้วเอ่ยว่า “ไม่ไปเที่ยวไหนเหรอครับ”
“ไม่อ่ะค่ะถึงไปก็คงไม่สนุก”
“ผมก็ว่าอย่างนั้นแหละเที่ยวคนเดียวยังไงก็คงไม่สนุกเหมือนมีเพื่อนใจไปด้วยหรอกจริงมั้ยครับ” เขาก็ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้เขาพูดกับคนที่ไม่เคยรู้จัก แต่เขารู้เพียงว่าแค่ได้เห็นรอยยิ้มของเธอมันทำให้เขารู้สึกอิ่มเอมในหัวใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
“จริงค่ะ” เธอก็รู้สึกแปลกๆในหัวใจอย่างบอกไม่ถูกและเธอได้ถามตัวเองในใจว่า ‘ทำไมตัวเองถึงได้ตอบคำถามคนที่ไม่เธอเคยรู้จัก แล้วทำไมหัวใจของเธอถึงได้เต้นแรงขนาดนี้นะเมื่อคุยกับเขา’
ก่อนที่จะมีใครเริ่มบทสนทนาต่อ เสียงโทรศัพท์ของหญิงสาวก็ดังขึ้นมาขัดจังหวะเสียก่อน ชายหนุ่มจึงเดินเลี่ยงออกมาที่ชั้นหนังสือด้านหลังที่เธอยืนอยู่ เพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนการคุยโทรศัพท์ของเธอ
“สวัสดีค่ะ ใยไหมค่ะ”
“สวัสดีจ๊ะไหม นี่แพรเองน่ะ”
“อ้าวแพรเองเหรอแล้วเปลี่ยนเบอร์ใหม่หรือยังไง”
“ป่าวหรอกเรายืมโทรศัพท์ ทักษ์มาใช้น่ะ”
“ทักษ์ นี่ใครเหรอ ?” เธอเลิกคิ้วด้วยความสงสัยอย่างยิ่งแม้ว่าปลายสายจะมองไม่เห็นเธอก็เถอะ
“เขาเป็นแฟนแพรน่ะ อืม.... ไหมแล้วเธอล่ะมีคนรู้ใจกับเขารึยัง”
“ถ้ามี ฉันก็คงไม่รับโทรศัพท์เธอหรอกยัยแพร เพราะมันคงเสียเวลาที่จะสวีทหมดนะซิ”
“เฮ้อ ...อย่าน้อยใจไปเลยน่ะเพื่อน ฉันเชื่อว่าสักวันเธอจะได้พบคนที่รักเธอจริงแน่นอน”
“อื้อ....ฉันหวังว่าจะมีวันนั้นน่ะ ว่าแต่โทรมาคุยเรื่องแค่นี้เนี่ยนะ”
“ตายล่ะ เกือบลืมอาทิตย์หน้า ฉันจะลงไปหาเธอที่เชียงใหม่นะ’
“จริงเหรอ ดีจังแต่คงไม่ได้มาคนเดียวล่ะสิ”
“แหม รู้ทันจังเลยนะ”
“ก็ฉันเป็นเธอก็ต้องรู้ใจกันเป็นเรื่องธรรมดาจริงมั้ย เออ...แล้วเธอก็ต้องมาพักที่บ้านฉันเหมือนทุกครั้งเข้าใจมั้ย”
“จ๊ะ ..ถึงเธอไม่ชวนฉันก็ตั้งใจไว้อยู่แล้วล่ะว่าจะพักที่บ้านเธออยู่แล้ว แค่นี้ก่อนนะไว้เจอกันน่ะไหม”
“อืม บ๊าย บายจ๊ะ” เมื่อเธอวางสายจากเพื่อนแล้ว เธอก็เดินเอาหนังสือไปจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์ซึ่ง เป็นจังหวะเดียวกับที่เขากำลังรอคิดเงินค่าหนังสือจากพนักงานของร้านอยู่พอดี
เขาหันมาส่งยิ้มให้เธอเล็กน้อยก่อนจะเดินออกจากร้านไป และแน่นอนเธอก็ยิ้มตอบกลับไปเช่นกัน
และหลังจากวันนั้นเธอก็ได้พบเขาอีกที่สนามบิน เขาบอกกับเธอว่าเขามารอรับเพื่อนที่มาจากกรุงเทพฯ เธอเองก็บอกว่ามารับเพื่อนเช่นกัน และทั้งคู่ได้คุยกันอย่างสนิทสนมกว่าตอนที่เจอกันที่ร้านหนังสือ เธอยอมรับว่ารู้สึกถูกชะตากับเขาเหลือเกิน และอีกอย่างหนึ่งที่เธอได้รู้ก็คือเพื่อนที่เขามารอรับก็คือ’ทักษ์’ แฟนของแพรฟ้า เพื่อนของเธอนั่นเอง
และแน่นอนเขาและเธอต่างก็ได้พบกันบ่อยขึ้นได้ทำความรู้จักกันและกันมากขึ้น ทำให้ความรู้สึกที่เขามีต่อเธอชัดเจนยิ่งขึ้น
แต่สำหรับเธอใยไหมเธอกลับรู้สึกกลัวกับความรู้สึกนี้เหลือเกินถ้ามันแสดงออกไปมากกว่านี้ก็คงไม่ดีแน่กลัวว่าเขาจะไม่ได้คิดเหมือนกับเธออย่างที่เธอคิดกับเขา กลัวว่าวันหนึ่งเขาจะถอยห่างไปความรักที่มีให้กับเขามันมากมายเหลือเกินๆจะเก็บเอาไว้คนเดียวเกินที่จะซ่อนมันเอาไว้ภายในใจ เธอจึงตัดสินใจถอยห่างจากเขาเสียเอง พบเขาหน้าเขาให้น้อยลงเผื่อว่าวันเวลาและความห่างไกลจะช่วยเยียวยาหัวใจของเธอได้จะทำให้เธอลืมเขาได้
“คุณไหมค่ะมีคนมาหาค่ะ” เสียงฝ้ายคนงานในไร่บอกผู้เป็นเจ้านายที่เปรียบเสมือนพี่สาวคนหนึ่ง
“ใครมาหาพี่เหรอจ๊ะฝ้าย ?” เธอถามกลับ
“เอ่อ.....”
ยังไม่ทันทีฝ้ายจะตอบอะไรเสียงของชายหนุ่มก็ดังขึ้นทำให้ใยไหมตกใจเล็กน้อยไม่คิดว่าเขาจะขับรถมาหาเธอถึงที่ไร่ ส่วนฝ้ายซึ่งหมดธุระแล้วก็เดินเลี่ยงออกไป
“ ผมเองครับ”
“เอ่อ...สวัสดีค่ะคุณคิมหันต์”
“ผมทำอะไรผิดไหม ทำไมคุณต้องคอยหลบหน้าผมด้วย”
“เปล่านี่ค่ะคุณไม่ได้ทำอะไรผิดเลย”
“แล้วทำไมคุณต้องคอยหลบหน้าผมด้วยล่ะ”
“ไหมไม่ได้หลบหน้าคุณสักหน่อย คือว่าช่วงนี้ที่ไร่มีปัญหานิดหน่อยอ่ะค่ะ” เธอพูดโดยไม่เงยหน้าสบตาเขาเพราะกลัวว่าแววตาของเธอมันจะแสดงสิ่งที่เธอพยายามปกปิดเอาไว้ออกมาให้เขาเห็น
“ไหมคุณโกหกไม่เก่งหรอกน่ะ มีอะไรพูดกันตรงๆได้มั้ยไหม” เขาพูดพลางเข้าไปรวบตัวเธอเขามากอด แล้วหยดน้ำตาที่เธอพยายามกลั้นเอาไว้ก็ไหลพรั่งพรูออกมาอย่างไม่ขาดสาย
“ไหมอย่าทำตัวเหินห่างกับผมอีกเลยน่ะ”
“ค่ะ”
“ไหมผมมีอะไรจะบอกคุณ” เขาพูดพร้อมกับผละออกจากเธอ
“อะไรเหรอค่ะ”
“ผมรักคุณน่ะไหม” เขาพูดพรางเอามือปาดน้ำตาบนแก้มเธออย่างแผ่วเบา
“ไหมก็รักคุณคิมค่ะ รัก รักมากด้วย” แล้วเขาก็ดึงเธอเข้าไปสวมกอดอีกครั้ง
“แต่งงานกับผมนะใยไหม”
“ค่ะไหมจะแต่งงานกับคุณ”
“คุณคิมรู้มั้ยค่ะว่าไหมเฝ้ารอที่จะได้ยินคำว่ารักจากใครสักคนที่รักไหมจริง แล้ววันนี้ไหมก็ได้ยินแล้วจากคุณ”
คำว่ารักคำนี้ใครๆก็อยากที่จะได้ยินคำนี้จากปากคนที่เรารักกันทั้งนั้น ถึงแม้การกระทำของเขาจะสามารถบอกได้แล้วว่าเขารู้สึกอย่างไรกับเรา แต่เราก็อยากได้ยินสักครั้งเพื่อความมั่นใจ



โดย : ปรียานุช(สายหมอกแห่งลมหนาว)
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 27 ธ.ค. ปี 2006 [ เวลา 19 : 57 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook