บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 4

กรุงงานเขียนเก่า 1
กรุงงานเขียนเก่า 2
กรุงงานเขียนเก่า 3
กรุงงานเขียนเก่า 4
กรุงงานเขียนเก่า 5


>> เมื่อจำต้องพเนจร(13)

เรื่อง : เมื่อจำต้องพเนจร(13)

ป๋องไม่ใช่ชาวไร่ที่เชื่อในเวรกรรมหรือพรหมลิขิต และไม่อยากหยุดชีวิตแค่เกษตรกรอย่างพ่อแม่ แต่ลุงมีพี่ชายของแม่ที่มีบริษัทรับเหมาก่อสร้างในกรุงเทพฯผู้อุปการะเขากับเป๊ก เกิดเจ็บหนักในเช้าวันหนึ่งที่เขากับน้องชายไปงานต้อนรับน้องใหม่ที่มหาวิทยาลัย และปลายปีนั้นเองก็เสียชีวิตลงด้วยโรคมะเร็งในปอด

ลุงมีไม่มีลูกแต่ป้าวิไลที่เป็นภริยาของลุงมี เป็นแม่หม้ายลูกติด ยุ้ยลุกสาวของป้าวิไล ต้องการขายกิจการของลุงมี เพื่อนำเงินไปเปิดร้านเสริมสวย ซึ่งป้าวิไลก็เห็นดีด้วย ป๋องกับเป๊กน้องชายจึงต้องออกหางานใหม่ทำ ด้วยยามว่างเคยช่วยงานของลุงมีเสมอ สองพี่น้องจึงมุ่งไปหางานจากเพื่อนๆของลุงมี จนได้งานซ่อมแซมถนนหนทาง มาเป็นปัจจัยเลี้ยงชีพและเรียนต่อจนจบปริญญาตรี

ระหว่างที่ยังหางานใหม่ไม่ได้ ป๋องกับเป๊กยังคงทำงานที่บริษัทของสุพจน์ไปเรื่อยๆ และในคืนที่ซ่อมแซมถนนสายหนึ่งแถวลาดพร้าว หลังเลิกงานสองพี่น้องรู้สึกหิวโหยจึงแวะหาอาหารริมทางรองท้อง เกิดฝนตกอย่างกระทันหันไม่สามารถเดินกลับที่พักได้ ทั้งคู่ไปหลบฝนหน้าร้านค้าแถวๆนั้น เกิดอุบัติเหตุจากลมที่พัดรุนแรงจนป้ายขนาดใหญ่ ที่แขวนบนตึกชั้นสองโซ่ขาดร่วงหล่นลงมา

ป๋องเหลือบเห็นทันแต่คิดว่าเขาขยับตัวไม่ได้ เนื่องจากยืนติดกับน้องชายกลัวน้องชายได้รับอุบัติเหตุแทน เมื่อป้ายร่วงลงมาป๋องคิดว่าตัวเองยังยืนนิ่งเฉย แต่ที่จริงมนุษย์เมื่อรู้ถึงภัยมาชิดใกล้ จะเคลื่อนย้ายหนีโดยสัญชาตญาณ ป๋องได้เอียงคอไปทางเป๊กที่ยืนไม่รู้เรื่องรู้ราวกับภัยที่เกิดขึ้น ป้ายยักษ์แผ่นนั้นจึงขูดผ่านช่วงบ่าเขาหล่นกระทบพื้น แต่การกลัวตายที่เกิดในสมองของป๋อง มีความ
รุนแรงมาก ทำให้วิญญาณของเขาพลอยกระเด็นหลุดจากร่างด้วย

กว่าวิญญาณจะฟื้นตามไปที่โรงพยาบาลหาร่างกายหยาบของตัวเอง ก็ผ่านไปนานโข และวิญญาณที่ห่างตัวนานด้วยความตกใจ ทำให้ป๋องป้ำๆเป๋อๆหลงลืมเป็นบางช่วง จนวิญญาณป๋องได้พบกับแป้งใส ถูกรังสีจากมือถือของแป้งใสดูดกลืนเข้าไป ทำให้สถานที่นั้นเป็นเสมือนบ้านชั่วคราวของวิญญาณเขา และการชาร์ทถ่านมือถือทุกครา คือการเติมอาหารให้พลังกับวิญญาณเขาด้วย กอปรกับการออกแรงช่วยน้องในครั้งแรกเขาทุ่มเทพลังหมดตัว แป้งใสจึงต้อง
นำสายสิญจน์อาคมของแม่ชีแววมาช่วยเขา ทำให้วิญญาณของ
ป๋องมีอำนาจพิเศษที่วิญญาณทั่วไปไม่มี

เมื่อวิญญาณป๋องฟื้นพลังเต็มที่อีกครั้งนั้น ก็พบว่าปูนพี่ชายของแป้งใสผู้มีพระคุณของตนหายสาบสูญไป อีกทั้งแป้งใสกำลังว้าวุ่นใจกับปัญหามากมายในการเพ่งจิตตามหาพี่ชายไม่พบ เพราะเกิดจากเทวรูปสองเพศที่ลงอาถรรพ์โดยอาจารย์ชื่อดังคนหนึ่งปิดบังไว้ วิญญาณของป๋องจึงท่องเที่ยวออกค้นหาวิธีตามที่ต่างๆ พบวิญญาณพเนจรมากมาย จนได้รู้ว่าดินที่หน้าห้องน้ำสาธารณะแห่งหนึ่งจะทำลายอาถรรพ์ของรูปปั้นนั้นได้

จึงนำเรื่องมาบอกแป้งใส เมื่อแป้งใสนั่งสมาธิตรวจดู พบว่าดินตรงนั้นเป็นดินที่เคยอยู่ในป่าช้าแห่งหนึ่ง มีคนไปลักลอบขุดมาปลูกว่านขาย เป็นดินใต้โลงศพที่เปื่อยสลายไปแล้วของหมอผีคนหนึ่ง ซึ่งเคยเป็นศัตรูกับบรรพบุรุษของตระกูลคุณหญิงผกาทิพย์ภริยาของพลเอกชาญทวี

พลเอกชาญทวีเคยคิดจะสั่งให้ทศหาคนไปจับตัวลูกสาวกับเมียของเสี่ยประสงค์ มาเป็นเครื่องต่อลองกับเสี่ยประสงค์ เพราะเรื่องขอยืมเงินหลายล้านบาทถูกปฎิเสธมาหลายครั้งแล้ว แต่บังเอิญได้ตัวปูนลูกชายเสี่ยมาแทน แม้เสี่ยจะไม่รักมากเท่าลูกสาวแต่ยังเป็นเครื่องต่อลองได้ดีเหมือนกัน

ดินเหล่านั้นติดไปกับว่านชนิดหนึ่ง ก่อนถูกเปลี่ยนมือไปเรื่อยๆ จนครั้งหลังสุดดินเหล่านั้นปะปนเข้าไปกับต้นไม้ที่ปลูกขายทั่วๆไป ต้นไม้ส่วนหนึ่งถูกนำมาปลูกตบแต่งเพื่อความสวยงาม ณ หน้าที่ทำการแห่งหนึ่ง ขณะที่คนงานเดินไปมาตามทางที่เพาะปลูก ก็ย่ำดินเหล่านั้นติดไปกับเท้าอยู่เสมอ เมื่อไปใช้ห้องน้ำสาธารณะแห่งนั้น ความเปียกชื้นหน้าทางเข้าจึงดูดดินให้เกาะติดอยู่ตรงนั้นด้วย

ถ้าเป็นคนอื่นดินนั้นนำไปใช้อาจไม่เกิดผลอะไรเลยก็ได้ แต่กับตระกูลของคุณหญิงผกาทิพย์ ที่เคยมีเรื่องบาดหมางรุนแรงมานานกับหมอผีคนนั้น มันจึงกลายเป็นดินวิเศษไปตามคำสาปแช่งก่อนตายของหมอผีคนนั้นทันที หมอผีผู้เรืองอาคมไสยเวทย์เมื่อ 50 กว่าปีก่อนแถวจังหวัดพัทลุงต้องจบชีวิตลงด้วยน้ำมือของสาวงามคนหนึ่ง จบลงเพราะยาพิษในเหล้าคืนนั้นที่ฝนฟ้าคะนอง

รุ่งขึ้นสิ่งที่ชาวบ้านพบเห็นคือเรือนหลังใหญ่กลายเป็นเถ้าถ่าน สมบัติมากมายกับหมอผีคนนั้นหายไป ร่างหนึ่งที่ไหม้จนไม่เห็นเค้าเดิม ผู้ใหญ่บ้านก็ฝังอย่างง่ายๆที่ป่าช้าหลังหมู่บ้าน แปลกที่คุณนายส้มลิ้มมีอาชีพปล่อยเงินกู้กับมีข่าวลือว่าเป็นเมียลับๆของหมอผี ไม่เคยแวะเวียนมาหาทั้งๆที่เรือนของหมอผีเกิดเรืองใหญ่ขนาดนั้น ทำราวกับว่าไม่เคยรู้จักหมอผีมาก่อน ซึ่งก่อนหน้านั้นทุกค่ำคืนที่เรือนของหมอผี เสียงหัวเราะของคุณนายดังไปทั่ว ไม่นานคุณนายส้มลิ้มในวัยเพียง 30 ปีก็แต่งงานใหม่อีกครั้งกับนายทหารคนหนึ่ง และย้ายตามสามีไปอยู่กรุงเทพฯ

“ดินอาถรรพ์มีแล้ว และวิธีทำลายดวงตาเทวรูปเพื่อปล่อยวิญญาณที่ถุกขังที่บ้านทาวน์เฮาส์หลังนั้น แป้งก็เตรียมพร้อมแล้ว ขาดก็แต่คนสองเพศนะป๋อง”

“คุณโจไงครับคุณแป้ง คุณโจเป็นเกย์ควีน หญิงในร่างชายตามที่วิญญาณพเนจรดวงนั้นบอกผม ต้องใช้ชายที่มีจิตใจเป็นหญิงเท่านั้นด้วย ถึงจะทำลายอาถรรพ์นี้ได้”

“แต่ร่างของเทวรูปไม่ว่าคนหรือวิญญาณแตะไม่ได้นี่ซิ เราจะทำอย่างไรดี มันร้อนมากร้อนเหมือนถ่านแดงๆ ป๋องกับแป้งเคยแตะมันมาแล้วจำไม่ได้แล้วรึ?”

“ผมจำได้สิ ผมคิดว่าเมื่อผมชาร์ทพลังงานเต็มที่ ผมคงพอทนไหว ผมจะแบกคุณโจขึ้นไปเอง แค่คุณแป้งเอาสายสิญจน์เส้นหนึ่งให้คุณโจสวมไว้ จะได้ทนความเจ็บปวดได้นานหน่อย ถ้าหลุดปากส่งเสียง เหรียญที่เราทำเลียนหน้าพลเอกคนนั้น หลุดหล่นไปก็จบกันพอดี”

และบัดนี้งานขั้นแรกผ่านไปเรียบร้อยแล้ว แต่โจที่ทนความเจ็บปวดจากบาดแผลที่นิ้วไม่ไหวจนสลบไปนี่ซิ ป๋องจะทำอย่างไรดียังต้องไปช่วยด่านที่สองของพงศ์อีกด้วย เวลาเหลืออีกแค่ 15 นาที ถ้าชักช้าพวกนั้นตามมาทัน นายทศมันเปลี่ยนรหัสใหม่ ทุกคนคงไม่รอดแน่ ขณะที่ป๋องในร่างของเป๊กกำลังหนักใจกับร่างของโจที่สลบตรงตักเขา เสียงปืนก็ดังขึ้นแสดงว่าพวกนั้นเริ่มตามมาแล้วสิ

เสียงแป้งใสกู่ร้องดังขึ้น แล้วเสียงพงศ์ก็กู่ตอบมา แป้งใสวิ่งขึ้นรถ ป๋องจึงต้องรีบอุ้มโจวิ่งขึ้นรถตามทันที เมื่อรถเลี้ยวเข้าด่านสองพบหน้ารถของพงศ์เสียงดัง “บึมๆๆๆ”ก็ดังไม่ขาดสายทั้งสี่ทิศ

แต่พงศ์ตะโกนมาว่าเรียบร้อยทุกอย่างครับคุณแป้ง แป้งใสจึงขับออกไปสมทบกับพ.ต.อ.ชาตรีทันที เมื่อไปถึงมองเห็นรูปสุดท้ายในมือเขา กำลังถูกจุดขึ้น เปลวไฟที่ลามเลียไปบนกระดาษแผ่นนั้น เกิดเป็นเงาเทาๆลอยไปมาก่อนรวมตัวเป็นร่างคนสีจางๆ ผู้พันรีบขึ้นรถสตาร์ทนำทางทันที รถทั้งสามคันผ่านเข้าไปที่ถนนสายหนึ่ง เมื่อรถสปอร์ตของแป้งใสพ้นแนวป่า เสียงโครมคราม
ราวหินถล่มก็ดังตามหลังทันที!!!


โดย : ยามี่จัง
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 6 ม.ค. ปี 2007 [ เวลา 23 : 6 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook