บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 4

กรุงงานเขียนเก่า 1
กรุงงานเขียนเก่า 2
กรุงงานเขียนเก่า 3
กรุงงานเขียนเก่า 4
กรุงงานเขียนเก่า 5


>> นิทานโทรศัพท์ 28 พระมหาแก้ว 5

เรื่อง : นิทานโทรศัพท์28พระมหาแก้ว5

พระมหาแก้ว 5
มองผ่านราวป่านั้นไป เชิงเขาสันกาลาคีรี เมฆฝนทะเลครึ้มบังจันทร์ ท้องฟ้าเป็นสีน้ำเงินมืด
ที่เนินลูกหนึ่งมียอดเจดีย์สีทองส่องประกายไกลๆ เราหยุดค้างแรมอีกครั้ง
ระหว่างการเดิน มีอาหารทั้งเนื้อ ผลไม้ ผักป่าติดเป็นเสบียงมามากมาย ทางสายนี้เปลี่ยว
ขบวนกองกำลังของเราไม่พบผู้ร่วมทางอื่นๆเลย นอกจากสัตว์ป่า เงียบแม้แต่โลกวิญญาณ
ยิ่งเข้าใกล้เจดีย์ จิตของเรายิ่งนิ่งเหมือนไร้คลื่นติดต่อ แม้แต่เสียงในหัวใจตนเอง เรารับรู้ได้ถึงพลังนั้น ความสงบ ใสและเย็น
แต่พวกเราอ่อนล้าเกินกว่าจะเดินต่อ รู้จุดหมายแล้ว…แต่น่าจะพักกันก่อน

“พักกันก่อนดีไหม ท่านคุรัช”พวกเราพักที่นั้น จุดที่มองเห็นแสงทองของเจดีย์ เหล่าทหารเร่งสร้างกระโจมพัก ก่อนที่ฝนจะมา
เงียบจริงๆ เงียบ ไม่ได้ยินแม้แต่เสียงแมลง
เราเกิดอาการหลงลืมขึ้นมาอีกแล้ว
เรานั่งสงบอยู่บนรถไม้ พวกเขาเอาผ้าใบมาคลุม เรานิ่ง นิ่งอยู่จนทุกคนหลับไหล
นิ่งเพราะครุ่นคำนึง เราทบทวนอะไรไม่ได้เลย และเหมือนทุกสิ่งหยุดนิ่ง ควันไฟโชยมา เมฆฝนที่ครึ้มแต่ไม่ยอมตก
หูของเราอื้อ มีเสียงหวีดยาวแหลมเล็ก ดังมาแต่ไกล ใกล้เข้า ใกล้เข้ามา แล้วผ่านไป ผ่านไป เหมือนอะไรสักอย่างบินผ่านที่ค้างแรมของพวกเรา
…ดึกคืนนั้น คุรัชเดินเข้ามาหา จับมือพยุงให้เราลุก เราลืมอีก ลืมลงไปอีก คุรัชเป็นเพื่อนของเรา ใช่ไหม เขาจะพาเราไปไหน
เขากำลังพาเราไป เราต้องไป เราต้องไป
“นายของบ่าว หน้าที่ของบ่าวเสร็จสิ้นเพียงแค่นี้ ทางข้างหน้าพระมหาแก้วจะรอท่านอยู่”หมายความว่ากองกำลังทั้งหมดเข้าไปในดินแดนนั้นไม่ได้ เหมือนการล่องลอย เส้นทางเข้าสู่ชนเผ่าภูเขา เหมือนถูกตั้งค่ายกลแห่งมนตรา เราลืม ลืมทุกอย่าง เพียงแค่รู้สึกว่าต้องเดิน การเดินที่แสนยาก เราทบทวนวิธีการเดิน เดินเพื่อไปพบกับท่านผู้นั้นเบื้องหลังคือกระโจมไฟ กองกำลังคุรัช รออยู่เบื้องหลัง ยิ่งเดินไปใกล้เจดีย์ พลังในการควบคุมของเรายิ่งอ่อนลง อ่อนลง
กลิ่นคลุ้งซากเน่า ในเงามืด มีร่างซากศพทหารกลุ่มหนึ่งยืนขว้างทาง
เราสะดุ้งกลัว แต่เมื่อลืมไปแล้วว่าสะดุ้งกลัวเป็นอย่างไร เราจึงนิ่ง นิ่งและมอง
พวกนั้นอยู่ในชุดหมวกเหล็กคลุมผ้าเขียวเก่าๆลายพราง มีอาวุธสงครามครบครัน ทั้งปืนอาก้า เอ็ม16 ปืนยิงลูกระเบิด และวิทยุสื่อสาร
หนึ่งในนั้นเดินเข้ามาทำความเคารพเรากระโหลกขาวสะอาด พวกที่เหลือช่วยกันรื้อเครือเถาวัลย์และกิ่งไม้ มีเฮลิคอปเตอร์ซ่อนอยู่
เชื้อเชิญให้เราขึ้นไป

ใบพัดทำงานเครื่องลอยขึ้น
แล้วพวกข้างล่างก็ร่ำไห้อาลัยอาวรณ์ เราได้กลิ่นเถ้ากระดูก
ใบพัดลมแรง ร่างทหารกลุ่มนั้นค่อยๆสลายเปื่อย กลายเป็นผง ปริวไปตามลม เสียงหวีดหวิว
“เขากำลังกลับบ้าน”ตนที่ทำหน้าที่นักบินหันมาคุยกับเรา
“หมดหน้าที่ของเขาแล้ว เหลือแต่ผมนี้แหละ เที่ยวนี่คงเป็นเที่ยวสุดท้ายแล้ว ผมจะได้กลับบ้านสะที”
เสียงนั้นฟังแล้วน่าสังเวช เรานึกคำพูด แต่เราลืม ลืมวีธีการพูด
ได้แต่ภาวนาว่า “จงเป็นสุข เป็นสุขเถิด”
“ผมจะได้กอดเมียของผม พาลูกไปเที่ยว สวนสนุก ดูหนัง กินไอสครีม ดูนี่ซิจดหมายที่ลูกผมเขียนมา เธอบอกว่าเขาได้รับเงินทดแทนจากวีรกรรมของผม ผมจากเธอมาตั้งแต่ตอนอายุ แปดขวบ ตอนนี้เธอโตเป็นสาว เรียนจบ ทำงานแล้ว เธอบอกว่าแม่ตรอมใจและป่วยตายไปไม่นาน หลังจากที่เครื่องบินของผมถูก ผกค. ยิงตก จดหมายบอกว่าเธอแอบเล่นเฮโรอีน ตอนเรียน ปวช. เธอเรียนจบ สุดท้ายเธอก็เรียนจบและส่งจดหมายมาหาผม เมียผมก็ยังนั่งรอผมอยู่ที่ประตูบ้าน ขอบคุณที่ท่านรีบมาเสียที นี่เป็นภารกิจสุดท้ายของผมแล้ว…”
หน้ากระโหลกค่อยๆมีเนื้อหนังและเปล่งรัศมี เครื่องบินวนรอบเจดีย์สามรอบ ทำทักษิณานุประทา แล้วร่อนลงที่ลานเจดีย์ เรารู้ว่าต้องลง เราให้ไปโบกมือให้ แรงลมปริวอาภรณ์ เห็นใบหน้าทหารที่สะอาด ยิ้มและตะเบะอย่างสง่า ในชุดที่เปล่งรัศมีเหรียญกล้าหาญ เขายิ้มและมีน้ำตาซึม ก่อนจะบังคับเครื่อง บินหายไปในม่านเมฆ
ผมยืนอยู่เดี่ยวดายที่ลานเจดีย์ สับสนและนึกอะไรไม่ออก นอกจากโบกมือ

ขอนมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย และดวงวิญญาณที่สถิตย์อยู่ ณ ที่นี่ ขอสันติสุขจงบังเกิดแด่ดวงวิญญาณที่นอนหลับอย่างสงบและเหล่าดวงวิญญาณที่กำลังกลับบ้าน
เดิน ยกเท้า ก้าวเดิน เข้าไปในมหาเจดีย์…


โดย : นวพล ลีนิน
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 24 ม.ค. ปี 2007 [ เวลา 15 : 2 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook