บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 4

กรุงงานเขียนเก่า 1
กรุงงานเขียนเก่า 2
กรุงงานเขียนเก่า 3
กรุงงานเขียนเก่า 4
กรุงงานเขียนเก่า 5


>> ผู้ล่า

เรื่อง : ผู้ล่า...

ตุ๊กตาปริศนา
ข้างร้านขายเบียร์เย็นๆที่เขามักแวะไปดื่มสักแก้วสองแก้วหลังเลิกงานในตอนสี่ทุ่ม คืนนี้มีแผงลอยเล็กๆคนขาย
เป็นชายชราอยู่ในวัยราว 70 แรกเห็นเขาคิดว่าเป็นชายฉกรรจ์วัยไม่ห่างจากเขาสักเท่าไร เพราะร่างหนาตรงผมสีเทาเกือบ
ดำ ที่วุ่นวายกับการจัดวางตุ๊กตาตัวนิดตัวน้อยว่องไวผิดวัยยิ่งนัก

ตุ๊กตาที่เรียงรายหลายสิบตัวบนแผงไม้เล็กๆ ชาติมองไม่ออกว่าเป็นศิลปะของชนชาติใด แยกได้แค่ชายหญิง
ทุกตัวมีท่วงท่าอิริยาบทแตกต่างกัน สูงราว5-8นิ้ว บ้างถืออาวุธแปลกตา บ้างก็นั่งพนมมือ บ้างก็ยืนร่ายรำราวกับนาง
ละคร ตัวที่เขาสนใจเป็นพิเศษตั้งอยู่บนหลังกล่องกระดาษชิดตัวคนขาย

ดวงตาโตสองชั้นที่คนปั้นตบแต่งรายละเอียด มองราวกับมีชีวิต ดวงหน้าที่ลงสีเข้มกับทรงผมดกหนาหยิกหยัก
ศก ก้มน้อยๆอ่านคัมภีร์ภาษาแปลกตา แทบไม่น่าเชื่อว่าเป็นผลงานเกิดจากฝีมือมนุษย์

“ตัวนี้ราคาเท่าไรครับ”

“ตุ๊กตาตัวนี้ต้องซื้อเป็นชุด”

ชาติเหลือบตามองตามมือคนขาย ที่ล้วงเข้าไปในถุงผ้าสีดำข้างตัวหยิบวัตถุชิ้นหนึ่งออกมา แท่นสี่เหลี่ยม
กว้างยาวราว12x12นิ้ว เป็นสีแดงกุหลาบเข้มด้านหนึ่งของแท่นวางตุ๊กตาหญิงสาวร่างเปลือยนอนราบหลับตาสนิท
ขนตาหนาเป็นแพทำได้สดสวยน่ารัก มีแพรสีเขียวมรกตปิดบริเวณทรวงอกและช่วงล่างทุกอย่างให้สีสรรและปั้นราว
ประกอบขึ้นจากเลือดเนื้อและลมหายใจของคน หาใช่รูปปั้นที่ปราศจากชีวิต

ชายชราหยิบตุ๊กตาหนุ่มน้อยที่เขาเลือกตั้งลงอีกด้านของแท่น เขาเข้าใจทันที ตุ๊กตาคู่นี้ฝ่ายชายกำลังทำพิธี
อะไรบางอย่างโดยการอ่านจากคัมภีร์นั่นเอง

“ตกลงชุดละเท่าไรครับ”

“ราคาตามศรัทธา”

ชาติมองตาค้างอยู่อึดใจ ชายคนขายชี้ตู้ด้านซ้ายมือให้เขาหย่อนเงินใส่ เขาแกล้งหยอดเหรียญ10บาท ฝ่ายนั้น
ยิ้มน้อยๆมองเห็นฟันขาวสะอาดเรียงเรียบไม่น่าเชื่อ..ฟันปลอมละมั้งหมอร้านไหนว่ะแต่งฟันได้สวยจริงๆ เขานึก

ถุงผ้าสีขุ่นราวเลอะน้ำหมึกมีซับในแข็ง ทรงสี่เหลี่ยมเจาะหูหิ้วแปลกตาทั้งถุงและตุ๊กตาแค่มองก็รู้ว่าเป็นของแพง
ชาติยื่นมือไปรับถุงมาอย่างงงๆพลางมองชายชราอีกครั้ง แม้จะแต่งตัวธรรมดาแต่ก็ไม่ใช่คนยากไร้แน่ และคงไม่ใช่ของที่
ขโมยมา เพราะตั้งขายอย่างเปิดเผย

รถเมล์แล่นผ่านมาเขาจำต้องละทิ้งปัญหาชั่วคราว แต่เมื่อก้าวขึ้นรถแล้วเหลือบตาออกไปมองที่นั่นอีกครั้ง
แผงและชายชราคนนั้นหายไปเสียแล้ว

คืนนั้นหลับอาบน้ำ เขานำตุ๊กตาชุดนั้นออกมานั่งดูอีกครั้ง วัตถุที่ใช้ปั้นไม่คล้ายเนื้อดินและก็ไม่เหมือนเนื้อกระเบื้อง
จากปลายนิ้วที่ลูบไล้สัมผัสเขาคิดว่า มันประกอบขึ้นจากวัตถุคล้ายยางเพราะมีความยืดหยุ่น แต่ก็แข่งแกร่งราวกับไม่ใช่
ยาง เมื่อลูบผ่านอักษรบนคัมภีร์เกิดมีควันบางๆลอยทั่วห้องทันที ทันใดนั้นชาติร้องด้วยความเจ็บปวดราวกับถูกน้ำร้อน
ลวกพร้อมกันทั่วร่าง ก่อนที่เขาจะสลบไปด้วยความปวดร้าวระบม เขาเห็นคนผู้หนึ่งยืนอยู่ท่ามกลางหมอกควันกลางห้อง

กลิ่นธูปควันเทียนอวลซ่อนอยู่ในบรรยากาศเศร้าสร้อย ญาติผู้ตายสะอึกสะอื้นคร่ำครวญด้วยความทุกข์โศก จนแขกเหรื่อ
หลายคนในงานพลอยหดหู่ตามไปด้วย เขายืนตะลึงอยู่หน้าโลงศพที่วัดแห่งหนึ่ง สาวในภาพที่เห็นอยู่ในวัยไม่เกิน20 แต่ผู้
ตายเป็นใครและเกี่ยวข้องอะไรกับเขา เขานึกไม่ออกจริงๆ

“งานของเจ้าที่เรียกร้องอยากทำมานานไงล่ะ”

เสียงทุ้มลึกชัดเจนราวกับผู้พูดยืนอยู่ข้างๆกายเขา

“เด็กสาวคนนั้นเฝ้าบ้านเพียงลำพังในคืนที่ฝนตกหนัก สัตว์นรกในร่างคนกลุ่มหนึ่งปีนรั้วเข้ามาขโมยข้าวของมีค่าในบ้าน เธอคือผลพลอยได้ของเดนมนุษย์พวกนั้น หลังจากผลัดกันข่มขืนซ้ำซากหลายรอบจนเธอสลบไป พวกนั้นจึงใช้ขวานที่พก
ติดตัวมาสับหัวเธอ ก่อนโยนศพทิ้งไว้ในตู้เสื้อผ้า แล้วพากันหลบหนีไป”

มโนธรรมและการอบรมสั่งสอนของพี่สาวคนเดียวซึ่งมีอายุมากกว่าเขาถึงสิบปีผุดขึ้นมาอีกครั้ง นับแต่จำความได้ คนที่
คอยดูแลและอุปการะเขามาตลอดคือพี่สาวคนนี้ พี่สาวที่เป็นทั้งพ่อแม่และครูแทนพ่อแม่ที่เสียชีวิตไปด้วยโรคร้าย พี่ที่มักสอน
ให้เขาเป็นคนดีละเว้นการจองเวรและทำร้ายเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน แต่คืนวันหนึ่งเขาไปดูหนังสือเพื่อเตรียมสอบที่บ้านของเพื่อน
พี่สาวก็จากเขาไปแต่คืนนั้น จากไปพร้อมข้าวของมีค่าทุกอย่างในบ้านที่พ่อแม่เหลือทิ้งไว้ให้ ขณะที่พี่ช้อยเดินกลับบ้านหลังจากไป
ติววิชาให้เด็กนักเรียนคนหนึ่งที่บ้านต้นซอยในตอนสองทุ่ม

มารร้ายในร่างคนสามตัวนั้นสะกดรอยตามมาจนถึงบ้านที่ปลายซอย ข่มขืนพี่สาวคนเดียวของเขาจนอวัยวะเพศฉีกขาดเลือด
ไหลเต็มหน้าขา ก่อนจะฆ่ารัดคอด้วยเชือกไนล่อนที่เขาขึงแทนราวตากผ้าทางหลังบ้าน จากนั้นเครื่องใช้ไฟฟ้าและเงินสดที่เก็บซ่อน
ไว้ถูกรื้อค้นจนไม่เหลือ และจนบัดนี้สิบห้าปีแล้วตำรวจยังจับตัวคนร้ายไม่ได้สักคน

จากวันที่เขาเห็นพี่สาวนอนตายในบ้าน พลังความเกลียดบุคคลชนิดนี้พุ่งเดือดพล่านอยู่ในเส้นเลือดทั่วกาย ยิ่งนานวันมัน
ก็ยิ่งลามซึมลึกเข้าไปในกระดูกและดูจะติดต่อเข้าไปถึงวิญญาณของเขาด้วย จนกลายเป็นพลังประหลาด พลังที่มุ่งหวังจะทำลาย
คนพวกนั้นให้สิ้นซากหายไปจากโลกนี้..และอยากให้ทำได้!!!

“ไปสิไปจัดการตามที่เจ้าต้องการและรอคอยมานาน ข้าให้พรนั้นกับเจ้าแล้ว”

เสียงประหลาดลอยมาตามลมอีก ชาติเดินอย่างเหม่อลอยออกจากวัด ตรงไปทางด้านหลังวัดที่มีขยะกองโตราวภูเขา หย่อมๆ ชายวัยรุ่นในวัยราว 20กว่าๆถึง 5คน กำลังใช้จอบโหมกระหน่ำฟันดิน ข้างกายทรชนคนชั่วด้านซ้ายมือมีถุงพลาสติก
ใบโตสองใบ มีน้ำสีแดงข้นไหลซึมออกมาตลอดเวลา

“ร่างของเด็กสาวอีกคนที่พวกมันข่มขืนแล้วฆ่าเมื่อครู่นี้เอง”

เสียงประหลาดดังไม่ทันขาดสาย ประสาทของชาติเต้นตุบ ตุบด้วยพลังทำลายอันรุนแรงจนยากที่จะระงับได้อีกต่อไป เขา
กระโดดเข้าเตะวัยรุ่นคนที่ใช้จอบฟันดิน สองมือกับพลังมหาศาลผิดมนุษย์แย่งจอบมาได้ก็ฟาดกระหน่ำไปทั่วทุกผู้ทุกคน เดนมนุษย์
กลุ่มนั้นล้มลุกคลุกคลานด้วยความตะลึงมึนงง แต่เมื่อตั้งสติได้ ต่างรุมเข้าทำร้ายเขา แปลกประหลาดที่คนเหล่านั้นพบแต่ภาพว่าง
เปล่า ผิดกับเขาที่หวดทุกครั้งฟาดทุกครามักลงกลางศีรษะ เสียงเหล็กกระทบกับกะโหลกดังกึกๆซ้ำแล้วซ้ำเล่า..ซ้ำแล้วซ้ำเล่าก่อน
ยุติเงียบเสียงลงข้างกายเขามีเนื้อเละๆกองมหึมาที่คาวจัดเท่านั้น

กองเนื้อประหลาดต้องมีเกิดขึ้นอีกแน่ เพราะสัตว์นรกในร่างของคนยังมีเพ่นพล่านทั่วไปหมด ชาติจึงยังคงทำงานที่เป็นยามใน
ทุกเช้าและเป็นเทพผู้ล่าสัตว์นรกในยามราตรีต่อไป เพื่อมนุษย์เพศเดียวกับพี่สาวเขาได้พบกับความสงบสุขบ้าง......






โดย : ยามี่จัง
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 3 ก.พ. ปี 2007 [ เวลา 14 : 45 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook