บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 4

กรุงงานเขียนเก่า 1
กรุงงานเขียนเก่า 2
กรุงงานเขียนเก่า 3
กรุงงานเขียนเก่า 4
กรุงงานเขียนเก่า 5


>> บังเอิญ..เกิดรักเธอ(6).....จบ....

เรื่อง : บังเอิญ..เกิดรักเธอ(6).....จบ....

ฟ้าแลบแปลบปลาบอยู่ท่ามกลางหมู่เมฆสีเทา อากาศร้อนอบอ้าวในตอนหัวค่ำ ยามนี้เริ่มมีลมฝนปลายฤดูโปรยบางๆ
เป็นระยะๆทั่วกรุง ถนนสายต่างๆรถราเริ่มติดขัด แต่พงศ์ยังสามารถมาถึงที่นัดหมายได้ไม่ช้านัก

เขาจอดรถตรงชั้นสามของห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง เมื่อก้าวลงจากรถก็เข้าลิฟท์ ถึงชั้นล่างพงศ์เดินออกทางด้าน
หลัง เป็นซอยแคบเล็กมีตึกแถวอยู่หลายห้อง เมื่อลัดเลาะตามทางแคบๆไปจนสุดทางมีร้านอาหารตามสั่งเล็กๆแต่เป็นห้องแอร์ พงศ์ผลักประตูเข้าไปนั่งที่โต๊ะด้านในสุดชิดบันไดทางขึ้นชั้นสองซึ่งเป็นที่พักของเจ้าของร้าน

“คุณพงศ์ด่วนมากพบกันคืนนี้ที่ห้องอาหารอย่าไปบ้านผมเด็ดขาด”

พงศ์มารอพบกุ่ยที่นี่ด้วยข้อความฝากปริศนาอันนี้เอง

เมื่อลูกค้าสองคนสุดท้ายก้าวออกจากร้านไม่นาน แม่ครัวก็ปิดประตูเหล็กด้านหน้าลง สักครู่มีคนเคาะที่ประตูเบาๆประไพจึง
เดินไปเปิดเงียบๆ เมื่อชายแปลกหน้าคนหนึ่งก้าวเข้ามา ประไพจึงดึงเข่งผักออกไปนั่งที่ม้าหินด้านนอก โดยไม่ลืมล็อกบานประตู
เหล็กตามหลัง ประไพแม่ครัวของที่นี่เปิดวิทยุฟังเพลงไปพร้อมกับเด็ดผักไว้เตรียมขายในวันพรุ่งนี้ด้วย

“เฮียทวีสั่งเก็บคุณพงศ์กับเลขาปฐมในคืนนี้ตอนตีหนึ่งครับ ทางผู้กองเตรียมการณ์ไปถึงไหนแล้วครับ”

กุ่ยเอ่ยทันทีที่นั่งลง เขาไม่ใช่มือปืนก็จริงแต่ปืนทุกชนิดเขาสามารถใช้ได้ถนัดเท่าๆกับนักฆ่ามืออาชีพทุกคน เมื่อสามปีก่อน
พงศ์พบเขาถูกลอบทำร้ายที่ริมถนนแห่งหนึ่ง จากวันนั้นเป็นต้นมาพ่อค้าขายของหนีภาษีอย่างเขา จึงมีงานเพิ่มอีกชิ้นเป็นงานที่เสี่ยง
ตายและน่ากลัวกว่าการขายเครื่องไฟฟ้าหนีภาษีหลายร้อยเท่า เขาเป็น “สาย”ให้พงศ์

งานนักสืบอย่างพงศ์นอกจากต้องรู้จักคนมากอาชีพแล้ว สิ่งสำคัญอีกอย่างคือ ต้องมี “สาย”ทั่วทิศเพื่อติดต่อประสานงานได้เร็ว
และแม่นยำถูกต้องที่สุดด้วย และที่นี่คือรังลับสาขาชั่วคราวที่น้อยคนจะรู้ของพงศ์

ผู้กองสุกิจเป็นผู้ได้รับมอบหมายให้ติดตามคดีฆ่าอุกอาจกลางกรุงนักธุรกิจใหญ่อย่างบุรินทร์ แต่การสาวไปถึงคนบงการที่มี
เงินหนาและมากอิทธิพลอย่างทวีชัยก็เป็นสิ่งที่ไม่ง่าย มือปืนทุกคนที่ฝ่ายนั้นจ้างมาล้วนแต่อยู่ในระดับสุดยอด มีประสบการณ์ช่ำชอง
ทั้งสิ้น พงศ์จึงนัดเจรจากับผู้กองในการช่วยเหลือซึ่งกันและกันในคืนวันหนึ่ง

“ถ้าผู้กองหารายชื่อกับประวัติคนพวกนี้ให้ผมในสามวันนี้ได้ ผมจะให้ที่อยู่ใหม่ของนายทวีชัยและคลังอาวุธที่มันซุกซ่อนด้วย
นะครับ”

จากประวัติคนบางคนกุ่ยก็ถูกวางแผนเข้าไปตีสนิทเป็นญาติได้ โดยการวางแผนอย่างรัดกุมของพงศ์ จนสืบรู้ถึงรังลับแห่งใหม่
และอาวุธร้ายแรงที่ทางฝ่ายนั้นสะสมไว้เป็นจำนวนมากเพื่อก่อคดีร้ายแรงบางอย่างในไม่ช้านี้ คืนนี้แหละที่เขากับปฐมจะนำตัวเข้าไป
ล่อมือปืนให้มันปรากฎว่าออกมาให้หมด นอกจากกุ่ยฝ่ายนั้นยังหามือปืนผู้ช่วยอีก 5คนผู้กองสุกิจจึงร้อนรนยิ่งนักเมื่อพงศ์เสนอจะใช้
ตัวเองและปฐมเป็นเหยื่อล่อกระสุน เจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบหลายนายจึงถูกส่งมาช่วยงานที่บ้านของพงศ์แต่หัวค่ำ และตำรวจอีก
ส่วนหนึ่งซุกซ่อนตัวอยู่รอบบริเวณนอกบ้านพักคอยช่วยเหลืออย่างเต็มที่

ทางบุรินทร์เมื่อฟื้นรู้สึกตัวที่โรงพยาบาล เพราะอาการเหม่อมึนงงและบ่นปวดหัวตลอดเวลา หมอจึงฉีดยาระงับปวดให้ไม่นาน
เขาก็หลับไปอีกหน อีกสองวันต่อมา เขามีอาการดีขึ้น ทางเจ้าหน้าที่จึงเข้ามาสอบถามรายละเอียดของคืนเกิดเหตุ เมื่อตำรวจกลับออก
ไปหญิงสาวคนที่ยืนเบื้องหน้าเขา คือโมนาความแปลกใจมีไม่มากเท่าดีใจ เพราะเขาต้องอยู่เช็คสมองอีกถึงห้าวัน เธอนำโน้ตบุ๊กของ
เขามาด้วย

“หมอบอกว่าคุณใช้พิมพ์งานได้ค่ะ ฉันเลยขอให้แม่บ้านใช้กุญแจสำรองเปิดห้องเข้าไปนำเอาออกมาค่ะ”

โมนามาเยี่ยมเขาคืนวันก่อนแต่เขาหลับไปเพราะฤทธิ์ยานอนหลับ พยาบาลเฝ้าไข้จึงลุกออกมาคุยกับเธอที่ด้านนอกห้อง

“คุณเป็นญาติกับแกหรือคะ”

“เป็นเพื่อนค่ะ”

“แกหงุดหงิดมากค่ะ หมอให้นอนรอเช็คสมองอีกห้าวัน เห็นบ่นว่างานค้างอยู่มากไม่ส่งจะโดนปรับหลายแสนซิคะ”

“หมอให้เอาโน๊ตบุ๊กมาทำงานได้หรือคะ” โมนาถาม

“ไม่แน่ใจนะคะ พรุ่งนี้ดิฉันจะถามหมอให้ ถ้าได้รับอนุญาตจะโทรไปบอกคุณที่ไหนดีคะ”

เมื่อบุรินทร์เปิดโน้ตบุ๊กออกมาเขียนงานได้ไม่นานก็เริ่มขมวดคิ้ว โมนาเดินออกจากห้องน้ำ พบว่าเขานั่งหลับตานิ่งเงียบเฉย

“ยังปวดหัวใช่ไหมคะ”

“ไม่ปวดเท่าไรครับแต่ผมตาลายมองไม่ชัดพิมพ์ผิดหลายหน”

“คุณบอกงาน ฉันช่วยพิมพ์ให้ดีไหมคะ”

เขาลืมตาทันทีแววตาสีเข้มที่มองตอบมาบอกความขอบคุณ โมนาจึงลากเก้าอี้มานั่งข้างเตียงเสียงทุ้มห้าวที่ดังอย่าง
สม่ำเสมอไม่นาน เมล์ลูกค้าหลายสิบรายก็ตอบเสร็จสิ้น ต่อมาก็เป็นการสั่งงานไปที่กรุงเทพฯกับพนักงานในที่ทำงานเขา
รวมทั้งปฐมผู้เป็นเลขาด้วย กว่าจะสั่งงานเสร็จสิ้นก็ได้เวลาอาหารเย็นของเขา จู่ๆขณะที่โมนากำลังปิดโน้ตบุ๊กบุรินทร์พึมพำ
ลอยๆว่า

“นายเตรียม..โมนา..”

“คะ?”

“ผมคิดว่านายเตรียมคนนี้ต้องมีอะไรบางอย่างเกี่ยวข้องกับผมครับ”

โมนาตาค้างนิ่งอึ้งอยู่นาน นายเตรียมที่เธอคิดถึงอย่างประหลาดทุกคืนที่หลับนอน และทุกครั้งที่เปิดคอมฯคือคนที่
อยู่เบื้องหน้านี้ นายเตรียมไม่ได้ผิดสัญญา เขามาที่นี่ทั้งมีสูญสิ้นความทรงจำ นายเตรียมที่เธอบังเอิญ..เกิดรักขึ้นมา รักทั้งๆที่
ไม่เคยพบเห็น เป็นรักที่บริสุทธิ์ไม่ต้องการผลตอบแทน แค่ให้ได้รับรู้เขาเป็นสุขและปลอดภัยก็พอ โมนาจึงเล่าเรื่องทั้งหมด
ให้บุรินทร์รับรู้

เขามองสาวน้อยตรงหน้านิ่งนานด้วยแววตาประหลาด ก่อนลุกมาดึงร่างเล็กบางมากอดแนบแน่น พร้อมกับพูดเสียงสั่นพร่า
ด้วยความดีใจ

“ผมรู้แล้วทุกคืนที่ผมละเมอชื่อโมนาเพราะอะไร...ผมรักคุณครับ”

ความรู้สึกอ่อนหวานละมุนละไมต้องยุติลงเมื่อโทรศัพท์มือถือดังขึ้น บุรินทร์รับฟังด้วยสีหน้าตระหนกตกใจ

“ครับ ผมจะเดินทางกลับเร็วที่สุด”

รุ่งขึ้นบุรินทร์ได้เดินทางกลับไปสู่โลกธุรกิจวุ่นวายของเขาอีกครั้ง จนคืนนี้สามเดือนแล้วสินะที่ไร้ข่าวคราวจากเขา
โมนาไม่ยอมเป็นฝ่ายติดต่อไป ไม่ใช่ไม่มีเบอร์โทรศัพท์แต่กลัวจะเป็นภาระให้เขากังวลเป็นห่วงจนเสียสมาธิ งานที่ยุ่งเหยิง
และคดีที่วุ่นวายแถมอาจมีคนร้ายเล็ดลอดหนีจาการจับกุมได้ เขาอาจยังไม่ปลอดภัยเท่าที่ควรถ้ามา..ที่นี่

โมนารู้แค่งานของเธอทุกวันผ่านไปราวกับหุ่นยนตร์เคลื่อนที่ ไม่มีการผิดพลาดเพียงแต่ขาดชีวิตชีวาเท่านั้น สีสรรรอบ
กายทุกอย่างล้วนเป็นสีเทา เหมาะกับการกบดานนิ่งๆเธอจึงมักแวะไปนั่งที่ริมน้ำข้างต้นไทร มากกว่าออกไปเที่ยวสนุกสนานกับ
เพื่อนๆในวันหยุดเหมือนที่ผ่านมา หลังอาบน้ำคืนนี้มือที่เอื้อมไปเปิดคอมฯต้องชงักลงเมื่อเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น

“น้องโม สายนอกจ๊า”

เสียงแหลมใสของพี่ภิญท์พนักงานหน้าเคาเตอร์โรงแรมนั่นเอง

“อีก 15นาทีนายเตรียมจะขอเลี้ยงข้าวปิ่นโตที่บ้านทรงไทยริมน้ำได้ไหมครับโม”

“ค่ะ”

หญิงสาวยิ้มร่าเริงกับโทรศัพท์ที่ถือในมือ ราวกับอยากให้มันรับรู้ถึงความสุขภายในใจของเธอด้วย....

ห่างกันไปสุดแสนไกลสุดขอบฟ้า สุดสายตามองไม่เห็นใครคนนั้น
ตะวันฉายแสงจันทร์ส่องยังหนาวสั่น ทุกข์อัดอั้นคะนึงหาทุกโมงยาม
เพราะรักใช่ไหมพาใจรวนหวนคิดถึง ใครคนหนึ่งที่ฟ้าไกลยากไตร่ถาม
บังเอิญรักสลักจิตสุดห้ามปราม อยากบินข้ามสิ่งกีดขวางมาเคียงกาย
.......จบ.......

โดย : ยามี่จัง
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 4 ก.พ. ปี 2007 [ เวลา 11 : 49 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook