บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 4

กรุงงานเขียนเก่า 1
กรุงงานเขียนเก่า 2
กรุงงานเขียนเก่า 3
กรุงงานเขียนเก่า 4
กรุงงานเขียนเก่า 5


>> นิทานโทรศัพท์32เรือหินอันเป็นข้อสงสัย

เรื่อง : นิทานโทรศัพท์32เรือหินอันเป็นข้อสงสัย

เรือหินอันเป็นข้อสงสัย

ทะเลดวงดาว เรือหินล่องลอยไป มิตรสหายอยู่ไหน
เดียวดายในแสงแพรวพราวสนุกหนาว
นวลละอองเรืองเรื่อพราว ผะผิวกายเคล้า
ในร่มแพรแห่งนรกสวรรค์

ยักษ์ร้ายไล่หลังมาเหมือนเด็กอยากได้ของเล่น
เราบังคับเรือโลดโผนโจนทะยาน พ้นขอบฟ้ามาแล้ว ดวงแก้วนำทาง แต่เราไม่รู้สึกกลัวมันเลยสักนิด
คมง้าวครูดเรือหินเป็นสะเก็ดไฟ
มองหาทางไป “ศรีโพธิ” ตามเยี่ยวรุ้งนั้นไป ตามเยี่ยวรุ้งนั้นไป

เราบังคับเรือหินด้วยใจและเท้าทั้งสองข้าง นึกครึ้มบินผาดโผน กระโจนหลอก เจ้ายักษ์ปากเหม็น
“ชิชะ คิดลองดีกับข้า ผู้อยู่ในความคุ้มครอง” หลอกล่อจนยักษ์หัวปั่น
ใจสบายคล้ายผู้ไม่รู้จักตาย เรือหิน บินคว่ำบินหงาย …เหยี่ยวรุ้งส่งเสียงหวีดร้องเรียก
ใยใจเราอหังการได้เพียงนี้

ธรรมมะย่อมคุ้มครองผู้ประพฤติธรรม ถ้าไม่ประมาทพลาดพลั้ง สติจะเป็นดาวนำทาง
ฤดูกาลเวี่ยนว่าย
ใครแน่สักแค่ไหน ในตัวกู หรือไร้ตัวกู
อวิชชาในรสลึกล้ำ ก็ลุ่มหลง ปล่อยหรือยึด ล้วนเป็นไป ถ้าไม่เห็นก็มืดบอด
เห็นใช่ว่าใช่ ยังไง ยังไง แล้วยังไง
…กรุณาจัดระบบท่านเสียใหม่…กรุณาจัดระบบท่านเสียใหม่
มีเสียงร้องเตือน

ไม่ทันการเสียแล้ว เรือหินพุ่งชนลานผาแห่งนั้น กายเรากระเด็น คว้างอยู่กลางอากาศ เรือหินไร้อิทธิฤทธิ์ ตกลงไปในป่าร่องเขา แหวกต้นไม้ใหญ่น้อยบานกระจาย เสียงดังโครมคราม ครวบคราบ กิ่งไม้กระเด็น กระจุย

ร่างเราลอยอยู่ระหว่างเมฆและช่องอากาศใสแลเห็นพื้นดิน เห็นร้านค้า เห็นตลาด
เห็นวัดและเมรุเผาศพ เห็นพระราชวังสะท้อนแสงทองอยู่ไกลๆ เราลอยลงอย่างช้าๆ
เหมือนฝัน เหมือนหลับ เหมือนไม่อยากตื่น
…จัดระบบของท่านเสียใหม่…จัดระบบของท่านเสียใหม่
คลื่นสัญญาณในอากาศมากมาย ทำเราปั่นป่วน
…จัดระบบของท่านเสียใหม่…จัดระบบของท่านเสียใหม่…
แล้วก็ร่วงลงมา
….แล้วก็รู้สึกตัวอีกที
งงงง งงงง “สวัสดี ท่านผู้มาเยือน”เสียงมนุษย์ผ่านแก้วหู
ชุดทหารสีเงิน สะพายปืนสีเงิน หมวกครอบรัดกุม มีเสาอากาศ
อีกหนึ่งชุดกำลังตรวจสอบ เรือหินของเรา
“ท่านล้ำเข้ามาในเขตของเรา”คนผู้นั้นสื่อสาร ด้วยภาษาประหลาด และประหลาดที่เราเข้าใจ

โลกอีกโลกหนึ่ง ที่ปิดล้อมศรีโพธิเอาไว้ ชนเผ่าภูเขา พวกนี้มีห้าเผ่า
มีเทคโนโลยี มีจักรกล มีคลื่นวิทยุ กัดกินทรัพยากร และชอบรุกราน
เรารู้ในทันที่ว่า พวกนี้กำลังเจาะกำแพงมิติที่คลุมและคุ้มครองศรีโพธธิเอาไว้
ด้วยวิทยาการครึ่งๆกลางๆ ทั้งห้าเผ่าแข่งขันกันเดินทางเข้ายึดศรีโพธิ
เรารู้ เรารู้อย่างแจ่มแจ้ง และถี่ถ้วน มีความผิดพลาดเกิดขึ้น หรือแค่การเล่นตลกของพระเจ้า

อีกฝาก หรือตรงที่เราอยู่ หรือแถวๆนั้น กองทัพของคุรัช กำลังร่วมกันบูชาไฟ เพื่อเรียกให้เรากลับไป เราเห็นและสะกิดบอก แต่เขาไม่ได้ยิน…

ที่นี่ พวกนี้ดีใจที่ได้ตัวเรามา เราเหมือนเนื้อนาแห่งวิชาการที่พวกเขาจะเค้นรีดเอา
เครื่องจักรทำงาน คลื่นไฟฟ้า และคลื่นวิทยุ คลื่นสัพเพเหระ …ไร้สาระสิ้นดี
เราถูกจับตัวจนได้…

“เรือหินท่านวิเศษอย่างไร ท่านผู้มาเยือน”คำถามที่เราไม่รู้จะอธิบายอย่างไร
พวกนี้ไม่เข้าใจอะไรเลย ในการอธิบายซ้ำแล้ว ซ้ำอีก ต้องใช้หลักการและเหตุผล ตรรกวิทยา
ฟิสิกส์ เรขาคณิต เคมี ชีววิทยา และศาสตร์ในการอธิบาย ว่าอะไรเป็นอะไร
ในเมื่อพวกเขาไม่รู้จักจุดจบ
เขาจึงไม่รู้จักคำว่า “พอเพียง” เขาไม่รู้เสียด้วยซ้ำว่า ร่างกายไม่ใช่สิ่งคงทน จิตวิญญาณนั้นวนเวียนอยู่ในอาการ ง่วงซึม สุดท้ายก็จำอะไรไม่ได้เลย แล้วเขาจะหยุดมันได้อย่างไร
“เรือหินท่านนั้นใครส่งมา ท่านผู้มาเยือน”พวกเผ่าภูเขา ไม่เคยไว้ใจอะไรเลย ทั้งห้าเผ่ารบพุ่งกันด้วยเทคโนโลยี และต่างหมายทลายกำแพงแห่งมิติ และก็ประกาศกร้าวเหมือนเด็กที่โดดเดียวอยู่บนเรือน้อยกลางมหาสมุทร มหาสมุทรเป็นของข้า มันเป็นของข้า

เราถูกสอบสวนอยู่นาน ทำไมจึงไม่เข้าใจความคิดของเรา อ่านใจเราไม่ออกหรือไง
ไม่ไว้ใจ สงสัย และไร้สาระ เป็นตัวกระตุ้นให้พัฒนาอารยธรรมแบบกำปั้นทุบดิน
เครื่องมือบางชนิดเจาะถึงโลกวิญญาณได้ แต่ก็รับได้แค่สัญญาณที่สนองตัณหา ในความสงสัย
เราสังเกตได้ว่า พวกเขาทำลายแว่นแคว้นรอบๆศรีโพธิไปมากมาย สิ่งที่ปล้นมาได้ ถูกเก็บอยู่
เก็บอยู่ที่หอแห่งการเรียนรู้ เรือหินของเราก็เช่นกัน

พวกเขาแยกมันออก เล็กลงเล็กลง ในชั้นของอิเล็คตรอน ฟังเสียงแยกชิ้นส่วนดัง
แว แว แว เหมือนอิเล็คโทน

ก็มันเป็นแค่หิน แต่พวกเขาวิเคราะห์ จนต้องสร้างอาคารเก็บข้อมูลถึงห้าหลังในขั้นต้น
เราจึงใช้เวลา เวลาในการค่อยๆอธิบายว่า

“เรือหินลอยอยู่ได้อย่างไร”มีสถาบันทางการศึกษาเกิดขึ้น15แห่ง เพื่อวิเคราะห์เรือหินของเรา
แต่ประหลาดที่ พวกเขาไม่ฟังในสิ่งที่เราพูดเลย
ตีความเป็นปัญหาโลกแตก
และที่สำคัญคือเราไม่มีโอกาสได้เข้าใกล้เรือหินของเลย กลัวการหลบหนี

ขึ้น15ค่ำ เราส่งข่าวถึงคุรัชอีกครั้ง
ดีจริงๆ คุรัชและกองทัพยังรอเราอยู่ และอุตสาห์ทำพิธีบูชาไฟ
ในการบันดาลแห่งพลัง เกิดอักษรในประกายฟ้าแหลม ในคืนนั้น
“รออีกนิด” โชคดีที่คุรัชอ่านมันทัน

นานวัน มีผู้คนแวะเวียนมามากมาย

ใครคนหนึ่งส่งสายตา ผ่านมายังที่คฤหาสถ์ คุมตัวของเรา
เธออยู่ในชุดเสื้อกาวน์ ใส่แว่นตา หน้าตาหน้ารักยั่วยวน แต่ใส และใสด้วยการไฝ่เรียนรู้
เธอมาดูเรา ดูเรือของเรา
เมื่อเราสบตาเธอ บังเกิดเป็นสายฝนพรำลงมา
“เรือของท่านลอยอยู่ได้อย่างไร ท่านมาที่นี่เพื่ออะไร”
คำถามยั่วยวน เหมือนลีลาของเธอเอง เธอมาแล้วจากไป มาแล้วจากไป และเลศนัยในนัยตาเส้นด้าย
คำตอบของเราบริสุทธิ์ แต่ไร้ความหมายสำหรับเธอ

นานวันที่เธอแวะเวียนมาอย่างสม่ำเสมอ
จะสนใจอะไรกับ หิน
ก้อนหินที่มีความมากมาย บรรจุจักรวาลได้ทั้งจักรวาล
ก้อนหิน ที่มีรูปร่างเป็นเรือ
เธอไม่เข้าใจ

เราถูกทรมานด้วยอารมณ์กำหนัดยั่วยวน แต่มันก็เกิดขึ้นเพียงผิวลมพัด
เพราะเรารู้ว่า ลีลาเหล่านี้ กระตุ้นให้สัตว์โลกตื่นคึกในการสืบพันธุ์เท่านั้น
สุดท้ายถ้าเชื้อสายของเรา ถูกถ่ายประสมอยู่ในชนเผ่านี้ อะไรจะเกิดขึ้น
เธอยิ้มแสดงความยินดี
“เดี้ยนต้องการเชื้อพันธุ์ของท่าน เดี้ยนต้องการความอัจฉริยะของท่าน”
…โลกียะ…กามรมณ์…และการสืบพันธุ์…เลือดหลังปฏิสนธิ
นั้นคือการหลงลืมและทรยศ นางฟ้าองค์น้อยหายไปไหน

“เดี้ยนลงทุนครั้งนี้เพื่อให้บุตรของเดี้ยนขับเคลื่อนยานหินของท่าน”เธอกล่าว
เราเองหมดห่วง แปลกที่ความรู้สึกของการเป็นพ่อของเรา มันเป็นความรู้สึกที่ประหลาด
เรือหินลำนั้น คนที่ขับเคลื่อนมันได้ ยังไม่ใช่บุตรของเรา แต่พลังนั้นจะแสดงออกในรุ่นที่4หลังจากที่เราจากไป
“นานขนาดนั้น เดี้ยนคงสิ้นสังขารเสียก่อน แต่ช่างเถิดวิญญาณเดี้ยนจะเฝ้ารอชื่นชม นี่นะมันเป็นโครงการวิจัยที่ทุ่มเทมากมายเลยนะ ท่านจะอยู่รอดูชมด้วยกันไหม”
เราเบื่อที่จะอธิบายความเป็นไปของเราให้เธอฟัง เราไปปรากฏ ณ ที่ต่างๆด้วยสิ่งที่ยากจะหยั่งรู้
ปริศนา มันซ่อน การเกิดและดับดันให้เราเคลื่อนที่ไป
และแล้ว
บุตรของเราก็ถือกำเนิดขึ้นมา คณะกรรมการแห่งสถาบันวิจัยประคบประหงม เหมือนเขาเป็นลูกของทุกคน บุตรของเรามีแว่วแห่งความน่าอัศจรรย์ใจเช่นกัน แต่พลังยังไม่ปรากฏในรุ่นของเขา
เขามักให้เราอุ้มไปใกล้ๆเรือหิน พวกทหารเริ่มอะลุ่มอล่วย ให้เราเข้าใกล้ได้
เธอมาอุ้มต่อจากเรา เพื่อพาทารกน้อยได้นั่งเล่นบนเรือหินนั้น
เธอไม่รู้ในความอาวรณ์ขอเรา เธอรู้แค่การจดบันทึก ข้อมูล ประมวลผล ทดลอง
เธอรู้แค่ว่าลูกคือผลผลิตของงานวิจัย และมองไม่เห็นพลังที่แฝงอยู่ในบุตรของเรา
เธอไม่รู้ว่าชายสองคนในชีวิตของเธอมีค่ามากกว่างานวิจัย

“รักลูกให้มากๆเรือหินนั้นไม่มีความหมายอะไรหรอก”เป็นคำพูดของเรา
เธอไม่รู้ เธอไม่รู้

เราเปรยๆอยู่บ่อยๆว่า ไม่นานเราจะต้องจากที่นี่ไป ดูเธอไม่โศกเศร้าอะไรเลย
สิ่งที่เธอสนใจคือคำพูดที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัยของเธอเท่านั้น
การพัฒนาการของสายพันธุ์จากเรา การเติบโต ความสมบูรณ์
และถ้าเราพูดคำว่า
“ห่วงหาอาทรณ์” เธอจะตอบว่า “เดี้ยนยังไม่เก็ต(Get)”









โดย : นวพล ลีนิน
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 6 ก.พ. ปี 2007 [ เวลา 14 : 46 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook