บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 4

กรุงงานเขียนเก่า 1
กรุงงานเขียนเก่า 2
กรุงงานเขียนเก่า 3
กรุงงานเขียนเก่า 4
กรุงงานเขียนเก่า 5


>> Wait for Love..เพียงรักเธอ

เรื่อง : Wait for Love..เพียงรักเธอ



บ้านสำหรับคนทั่วๆไป อาจหมายถึงที่พักหลับนอน ยามเหนื่อยเมื่อยล้าจากการงาน หรือที่หลบความเบื่อหน่ายคน
รอบตัว แต่สำหรับปู๊แล้ว บ้านคือที่น่ากลัวในยามหลับนอนจริงๆ บางวันบ้านก็ทำให้เธอเบื่อหน่ายตัวเองมากยิ่งขึ้น
ปู๊จึงนั่งรถเมล์มาที่สวนสาธารณะแห่งนี้หลังเลิกงาน เอางานที่ยังตกค้างแก้ไม่เสร็จมาทำที่นี่ด้วย

ยามตะวันรอนที่ใต้ต้นลั่นทมต้นนี้ เสื่อบางๆที่ปูไว้รองนั่งกับร่างเดียวดายที่เปิดโน้ตบุ๊ก แล้วเปลี่ยนใจปิดเครื่อง
อีกหน ล้วงมือเข้าไปในเป้หยิบหนังสือเล่มหนึ่งออกมาแทน หนังสือที่ค่อนข้างเก่ามีรอยเปิดอ่านนานจนเริ่มเปื่อยของ
ปู๊เล่มนี้ เป็นหนังสือนิทานที่คุณยายคนหนึ่งเคยมอบให้ ในวันแรกที่เธอมาเดินเล่นที่สวนแห่งนี้

เสียงใสๆที่อ่านหนังสือค่อนข้างดังทั้งที่รอบบริเวณไร้ผู้คน อ่านเพื่อเตือนสติเรียกสมาธิกลับคืนมาทำงานที่ค้าง
ให้เสร็จทันส่งผู้จัดการในเช้าพรุ่งนี้ แต่ภาพที่วนเวียนในสมองยากแก่การสลัดทิ้งจริงๆ แม้แต่การอ่านหนังสือเล่มนี้
หนังสือที่เคยทำให้เธอมีสมาธิทำงานได้ตามปรกติหลายครั้ง แต่ไม่ใช่ครั้งนี้แน่ วันนี้เป็นวันValentineและที่สำคัญเป็น
วันเกิดของเขาด้วย แต่ขณะนี้เขาอยู่ที่ใดบนโลกกว้างขวางนี้หนอ? ..เอาอีกแล้วนะเราเริ่มคิดฟุ้งซ่านอีกแล้ว

“ลั่นทมจ๋าฟังปู๊อ่านอีกรอบแล้วรีบๆส่งสมาธิมาให้ปู๊เร็วๆนะจ๊ะ งานไม่เสร็จพรุ่งนี้ปู๊โดยผู้จัดการด่าเละแน่ๆสิ”

เธอหันไปคุยกับลั่นทมต้นนั้นราวกำลังคุยกับเพื่อนสนิทคนหนึ่ง ก่อนตั้งสติอ่านหนังสือนิทานที่ถือไว้อีกรอบ

“หมู่บ้านลีวาเป็นหมู่บ้านเล็กๆตั้งอยู่ริมทะเล นอกจากมีธรรมชาติที่งดงามแล้ว ยังเป็นที่รวมความลึกลับปนความ
อ่อนหวาน ที่ผู้คนกล่าวขานมานานแต่อดีต แม้ปัจจุบันก็ยังมีคนมาท่องเที่ยวที่นี่มากมาย มาเพื่อดูศาลสีชมพูหวานๆ
หลังนั้น และเดินออกไปรอบๆภูเขาด้านหลัง ที่เต็มไปด้วยต้นไม้ชนิดหนึ่ง ที่ขึ้นเองตามธรรมชาติในสายตานักวิทยาศาตร์
แต่ชาวบ้านกล่าวว่า ต้นไม้เหล่านี้เกิดและโตเพราะเธอต่างหาก เธอชื่อ เลวี เป็นลูกสาวที่ไม่มีใครรู้จักหน้ามารดามาก่อน

พ่อเฒ่าภาวันหัวหน้านายพรานนำตัวเลวีมาจากป่า เด็กทารกผิวพรรณผุดผ่องมีกลิ่นหอมระเหยจากตัว และมีเสียง
เพราะราวระฆังแก้ว ทุกคนในหมู่บ้านต่างรักเธอและพ่อเฒ่าเองก็รับเธอเป็นลูก เลวีมีชีวิตที่เป็นสุขราวเทพธิดาน้อยๆที่หมู่บ้าน
นี้จนอายุ 16ปี วันหนึ่งมีสาสน์จากนครหลวงเป็นคำสั่งของกษัตริย์ ต้องการให้เลวีเข้าเมืองไปเป็นสนมเอก ทั้งที่รู้ว่าเธอหมั้น
หมายกับตูวาลูกชายของนายพรานคนหนึ่ง

เลวีร้องไห้ทุกวันน้ำตาที่ไหลผ่านแก้มจะกลายเป็นดอกไม้ป่ามีกลิ่นหอมรวยริน ชาวบ้านทุกคนตัดสินใจช่วยหนุ่มสาว
คู่นี้ จัดงานแต่งงานอย่างรีบด่วนก่อนที่ทหารจะเดินทางมารับตัวเลวี แต่ขณะที่เลวีถูกส่งตัวเข้าหอนั้น เกิดมีคนมาเรียกหาตูวา
ผู้เป็นเจ้าบ่าวออกไปพบพ่อ และหลังจากนั้นตูวาก็หายสาบสูญไป

เลวีถูกส่งตัวไปเป็นสนมเอก แต่ทุกคืนที่กษัตริย์เข้าหาจะมีกำแพงกั้นระหว่างตัวเธอ กษัตริย์ถูกกำแพงไฟบรรลัยกัลป์
นั้นลวกบาดเจ็บหลายหน จนต้องตามตัวแม่มดอฆาตะมาแก้มนตร์ที่พ่อเฒ่าภาวันเสกไว้คุมครองลูกสาว คืนถัดมากษัตริย์คิดรวบรัด
ตัวเธอแต่ต้องตกตะลึง เมื่อเลวีปักมีดสั้นที่พกติดตัวมาเข้าที่หน้าอกกษัตริย์บ้าอำนาจองค์นั้นเสียก่อน จึงถูกฝังทั้งเป็นที่หลังสวน
ในวัง กว่าที่ตูวาคนรักจะตามมาช่วยทันเธอก็สิ้นใจตายเสียแล้ว

ตูวาจึงตัดสินใจขุดหลุมเอาศพของเธอออกมาทำพิธีตามพรานป่าอีกครั้งด้วยความแค้น ทำให้ร่างของเธอกลายเป็น
ต้นไม้ชนิดหนึ่งที่มีกลิ่นหอมประหลาด ทำให้ผู้คนในวังอยู่อย่างหดหู่ไร้ความสุขยามสูดดมกลิ่นดอกไม้ชนิดนี้ ..และเรียกดอกไม้
ชนิดนั้นว่า ระทม ซึ่งปัจจุบันคือดอกลั่นทม”

ปู๊อ่านนิทานจบลงแล้วแต่ภาพหนึ่งเกิดขึ้นทันที

“นี่คุ๊ณจะบ้ารึถ่ายรูปชั้นทำไมหลายสิบหนน่ะ”

ครั้งนั้นเขาถ่ายรูปเธอตอนที่กำลังอ่านนิทานเล่มนี้ ถ่ายอย่างไม่เบื่อหน่ายจนครั้งที่3ที่พบเขาอีก ปู๊จึงเอ็ดด้วยความโมโห
แต่เสียงร่าเริงกับแววตาขบขันกลับตอบมาว่า

“ขอโทษครับ ผมชอบมองภาพคุณนั่งอ่านหนังสือให้ต้นไม้ฟังจังเลยนะครับ”

เขาชื่อมายเป็นช่างภาพของนิตยสารท่องเที่ยวเล่มหนึ่ง ที่ต้องเดินทางไปถ่ายรูปตามที่ต่างๆอยู่เสมอ และที่นี่เขาก็มัก
แวะมาหลังจากพบเธอครั้งหนึ่ง ที่จริงเขาเคยพบเธอที่บริษัทของเธอหลายหน แต่เป็นการพบแบบ “แอบมอง” ตอนที่เขาแวะไปคุย
กับพี่เขยซึ่งเป็นผู้จัดการอยู่ที่นั่น ปู๊ไม่สวยมากแต่ชื่อเก๋และยามนั่งก้มหน้านิ่งเพ่งมองหนังสือ เป็นภาพที่มีเสน่ห์ติดตายากแก่การลืม

เมื่อว่างจากงานมายมักแวะมาหาเธอ ชวนเธอไปเดินดูต้นไม้แปลกๆและเล่านิทานพื้นเมืองตามที่ต่างๆที่เขาเคยรับรู้
ให้เธอฟัง ชวนเธอไปดูวิวริมน้ำที่เธอชอบ และมานอนหนุนตักเธอที่นี่ ใต้ต้นลั่นทมต้นนี้ ฟังเธออ่านนิทานภาพนั้นเขาชอบมอง และ
มองได้ไม่เคยเบื่อ

คืนนี้หลังอาบน้ำปู๊ขนงานกลับมาทำอีกแล้ว ทันใดนั้นคอมฯที่ทำงานมีเมล์แทรกเข้ามา มายนั่นเอง

“วันนี้วัน Valentineและเป็นวันเกิดของผม ปู๊ต้องให้ของขวัญผมเป็น2เท่านะครับ”

“งั้นให้ “คิดถึง”กับ “เป็นห่วง”ก็แล้วกันนะคะ”

“ผมอยากไปนอนหนุนตักดูปู๊อ่านนิทานจังเลยครับ”

“ไว้คุณกลับมาก่อนสิคะ ปู๊จะอ่านให้ฟัง3รอบแถมเลี้ยงข้าวผัดไก่ย่างด้วยค่ะ”

“ผมกลับเย็นพรุ่งนี้และมีของขวัญสวยๆฝากคุณด้วย คืนพรุ่งนี้2ทุ่มพบกันที่สนามบินได้ไหมครับปู๊”

“ค่ะ คืนพรุ่งนี้พบกันนะคะ”

นั่นคือการติดต่อกันครั้งสุดท้าย รถที่มายไปกับคณะปีนเขาเกิดอุบัติเหตุ มายกระเด็นออกนอกรถหาย
สาบสูญไปในหุบเหวมืดและลึก นั่นคือข่าวที่ทางเพื่อนๆเขาบอกเธอ แต่ปู๊ไม่เชื่อว่า..เขาตาย เธอยังคงรอและรอ แม้ต่อมา
จะย้ายที่ทำงานใหม่และปิดMSNที่เคยเป็นที่ทักทายระหว่างเธอกับมายแล้วก็ตาม

“เมล์อันนั้นจะเปิดอีกหนเมื่อคุณกลับมาค่ะมายที่รัก”

ปู๊ลุกยืนบิดกายไล่ความเมื่อยขบ หลังจากนั่งจมอยู่กับความคิดในอดีต จนคนเฝ้าสวนมาเตือนเป็นครั้ง
ที่2 “หมดเวลาแล้วครับ” เธอเดินไปกอดต้นลั่นทมอย่างใจลอย ปลายนิ้วลูบพบสิ่งแปลกใหม่บางอย่าง

ระลั่นทมคือความหมายสื่อเราสอง
น้ำตานองยามหลับใหลเฝ้าคิดถึง
เธออยู่ไหนในโลกาใจคะนึง
ใครคนหนึ่งยังตั้งตาเฝ้ารอเธอ

มาย

ปู๊ลูบรอยสลักนั้นอย่างตะลึง เขากลับมาแล้วแต่ตอนนี้เขาอยู่ไหน ปลอดภัยไร้พิการหรือเปล่า
มายกลัวการอยู่นิ่งเฉยที่สุด เขาเคยบอกว่าถ้าเขาไม่อาจไปในที่ต่างๆตามฝันเพื่อถ่ายรูป เขาคงยอมตายดีกว่า ปู๊เป็น
ห่วงมากมายเมื่อคิดถึงเรื่องนี้ อยากพบเขาที่สุด ทำอย่างไรดีนะถึงจะหาเขาพบ ปู๊เก็บเสื่อและหนังสือลงเป้ หอบ
ข้าวของพะรุงพะรังก้มหัวลอดประตูสวนออกไปขึ้นรถเมล์ นั่งคิดเรื่อยเปื่อยจนถึงปลายทาง เมื่อลุกขึ้นอย่างเพลียๆ
หันไปคว้ากระเป๋าใส่โน้ตบุ๊คที่วางอยู่เบาะข้างๆ ก็มีมือหนึ่งคว้าตัดหน้าทันที ปู๊เงยหน้าอย่างตกใจ แต่แล้วดวงตา
ก็วาววับไปด้วยน้ำใสๆ ที่ซ่อนความปิติไว้ด้วย

“มาย”




โดย : ยามี่จัง
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 14 ก.พ. ปี 2007 [ เวลา 21 : 18 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook