บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 4

กรุงงานเขียนเก่า 1
กรุงงานเขียนเก่า 2
กรุงงานเขียนเก่า 3
กรุงงานเขียนเก่า 4
กรุงงานเขียนเก่า 5


>> พิภพสามสี ตอนที่2 สิ้นหวัง

เรื่อง : พิภพสามสี ตอนที่2 สิ้นหวัง

ตอนที่ 2 สิ้นหวัง
ชัยเซถลาหน้าทิ่มกับพื้น เขาพยายามยันตัวเองขึ้นคุกเข่าอย่างทุลักทุเล พื้นดินสั่นสะเทือนจนเขารู้สึกได้พร้อมกับได้ยินเสียงอื้ออึงดังสนั่นหวั่นไหวดังสลับกับเสียงร้องระงมด้วยความเจ็บปวด ปีศาจสีดำตัวใหญ่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าเขาห่างออกไปไม่กี่เมตร ชัยสูงเพียงแค่เข่าของปีศาจตนนี้เท่านั้น มันมองมาที่ชัยด้วยสีหน้าเคียดแค้นชิงชัง

ชัยหันหน้าหนีมองไปทางด้านหลังเห็นประตูที่ไม่มีบานประตูกำลังลอยอยู่ขอบของประตูเป็นสีรุ้งระยิบระยับ ข้างในประตูเป็นสถานที่ๆเขาจำได้เป็นอย่างดี

“พิพิธภัณฑ์!”ชัยพึมพำแล้วรีบลุกขึ้นวิ่งไปทางประตูสีรุ้งแล้วกระโดดเข้าไปเพื่อกลับออกไปยังพิพิธภัณฑ์

“โอ้ย” ชัยกระแทกกับอะไรบางอย่างกระเด็นกลิ้งลงมากองกับพื้น ชัยลุกขึ้นไปที่ประตูสีรุ้งแล้วแบมือสัมผัสที่ประตูอย่างกระวนกระวาย

“ทำไมล่ะ ทำไมออกไปไม่ได้ทั้งๆที่พิพิธภัณฑ์ก็อยู่ตรงหน้าเราแท้ๆ”ชัยพยายามทุบไปที่ประตูแต่ดูเหมือนกับมีกำแพงที่มองไม่เห็นขวางกั้นเอาไว้ทำให้เขาไม่สามารถกลับออกไปยังพิพิธภัณฑ์ได้ แสงสีรุ้งตรงขอบประตูค่อยๆจางลง จางลง

“ไม่นะไม่”สิ้นเสียงของชัยแสงสีรุ้งที่ขอบประตูก็แตกกระจายกลายเป็นละอองหลากสีระยิบระยับตกลงสู่พื้น ชัยพยายามคว้าละอองเหล่านั้นไว้แต่มันก็สลายหายไปเหลือเพียงภาพของพิพิธภัณฑ์ที่ยังคงลอยอยู่ตรงหน้าชัย

เสียงคำรามดังกึกก้อง ชัยหันกลับไปที่ปีศาจสีดำตัวใหญ่ตนนั้น ตรงหัวของมันเหมือนกับมีเปลวไฟสีดำลุกไหม้อยู่ ดวงตาสีแดงก่ำราวกับเลือด เล็บของมันทั้งยาวและแหลมคมราวกับว่าสามารถฉีกได้แม้กระทั่งเหล็ก เขี้ยวสีเงินก็ส่องประกายแวววาวดูน่ากลัวไม่แพ้กัน

สิ้นเสียงคำรามมันก็ก้มหน้ามามองมาที่ชัยด้วยแววตากระหายเลือด

“เจ้าจะทำลายความสุขเพียงหนึ่งเดียวของข้า”ปีศาจพูดกับชัยเสียงของมันราวกับเสียงสะท้อน

“ที่นี่ที่ไหนแล้วผมมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”ชัยยิงคำถามออกไปเป็นชุดเสียงสั่น ความกลัวกับปีศาจที่อยู่ตรงหน้าทำให้ชัยเริ่มสับสน

“ข้ามีนามว่าสิ้นหวัง ข้าเป็นผู้นำเจ้ามายังพิภพสามสี...”มันตอบ

“พิภพสามสี...ที่นี่อยู่ในรูปภาพใช่ไหม”

สิ้นหวังผงกศีรษะช้าๆแทนคำตอบ

“แล้วคุณพาผมมาที่นี่ทำไม”ชัยถามต่อไปอีก

“ฆ่าเจ้า”สิ้นหวังตอบสั้นๆ คำพูดของสิ้นหวังทำให้ชัยขนลุกไปทั้งตัว

สิ้นหวังก้าวขาเดินมายังชัยอย่างเชื่องช้า การก้าวขาแต่ละครั้งทำให้พื้นดินที่ชัยยืนอยู่สั่นสะเทือนจนชัยแทบจะล้ม

“ผมไปทำอะไรให้คุณ ทำไมคุณต้องการจะฆ่าผม”

“เจ้าจะเป็นผู้ทำลายความสิ้นหวังของเธอคนนั้น ความสิ้นหวังเพียงอย่างเดียว
ของที่นี่ที่ข้าสัมผัสได้”

“ใคร...รึว่า”ชัยนึกถึงน้ำขึ้นมาทันที

“ไม่เคยมีผู้ใดมองข้าด้วยสายตาเยี่ยงนั้น...ข้าต้องฆ่าเจ้าผู้นำรอยยิ้มมาให้เธอ”

ชายคนหนึ่งวิ่งเข้ามาคุกเข่าทางด้านซ้ายของสิ้นหวัง เสื้อผ้าขาดวิ่นร่างกายเขาเต็มไปด้วยบาดแผล

“ได้โปรดเถิดท่านอย่ายุ่งกับคนภพอื่นมากไปกว่านี้เลย เขายังเป็นแค่เด็กปล่อยเขาไปเถอะ อีกอย่างหากราชาดำกับราชินีขาวรู้เรื่องเข้าพวกเราจะโดนทำลายจิตวิญญาณกันหมดนะท่าน”ชายที่เต็มไปด้วยบาดแผลพยายามวิงวอน

สิ้นหวังเงื้อมือขึ้นเหนือหัวแล้วทุบลงไปที่ชายคนนั้น ร่างของชายคนนั้นแหลกเหลวกลายเป็นหยดสีแล้วค่อยๆซึมหายไปในพื้นดิน

ชัยตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ววิ่งหนีสิ้นหวังเพื่อเอาชีวิตรอด เขาจะหนีไปไหนได้เพราะที่นี่เป็นที่โล่งๆไร้ขอบเขตพื้นดินแตกระแหง แม้แต่ที่ซ่อนสักที่ก็ยังไม่มี

สิ้นหวังก้าวเท้าติดตามชัยไปแต่เนื่องจากขนาดของลำตัวและท่อนแขนที่ใหญ่โตกว่าขาของมันทำให้มันเคลื่อนที่ได้ไม่เร็วนักมันจึงหยุด แล้วสั่งเหล่าทหารปีศาจของมันให้ติดตามชัยแทน เหล่าทหารปีศาจจำนวนหนึ่งก็ส่งเสียงเฮโลลั่นแล้ววิ่งติดตามชัยไป

ชัยยังคงพยายามวิ่งต่อไปเขาหันกลับไปดูเพราะได้ยินเสียงดังขึ้นไล่หลังมาอย่างกระชั้นชิด

มันเป็นปีศาจที่มีหัวเป็นม้ามือถือขวานอันใหญ่วิ่งมาอย่างบ้าคลั่ง ชัยวิ่งจนเจียนจะหมดแรง ปีศาจม้าเงื้อขวานขึ้นหมายฟันลงไปที่หัวของชัยให้ตายในทีเดียว

วูบ

ชัยหมดเรี่ยวแรงเซล้มไปข้างหน้า ขวานที่ปีศาจม้าฟันลงมาจึงแหวกอากาศพลาดไม่โดหัวชัย ชัยล้มลงหอบหายใจดัง แฮ่ก ๆ เขาเหนื่อยอ่อนจนหนีต่อไปไม่ไหวแล้ว

ปีศาจม้าใช้ขาของมันยืนคร่อมตัวของชัยไว้ แล้วเงื้อขวานขึ้นอีกครั้งปีศาจม้ามั่นใจว่าครั้งนี้คงไม่พลาดแน่มันจึงฟาดขวานลงโดยเป้าหมายของมันยังคงอยู่ที่หัวของชัย

ทันใดนั้นก็บังเกิดแสงสีรุ้งสว่างไสว นั่นเป็นแสงที่ชัยจำได้เป็นอย่างดีเพราะเขาเคยเห็นมาแล้ว แสงที่ปรากฏตรงขอบประตู แสงปรากฏขึ้นพร้อมกับมีโล่ห์ยื่นออกมาจากจากประตูสีขาว โล่ห์อันนั้นยื่นรับขวานที่ปีศาจม้าฟาดฟันลงมาด้วยความรวดเร็ว

เคร้ง

เกิดประกายไฟขึ้นเมื่อขวานกระทบกับโล่ห์และมีขาข้างหนึ่งพุ่งเข้าถีบที่ยอดอกของปีศาจม้า แรงถีบทำให้ปีศาจม้ากระเด็นไป

มีคนสองคนเดินออกมาจากประตูสีขาว แสงสีรุ้งที่ขอบประตูก็ค่อยๆหายไปเช่นเคย แต่ครั้งนี้ประตูกลับสลายหายไปกับแสงสีรุ้งด้วย ทั้งๆที่ประตูที่ชัยเข้ามายังคงอยู่ ที่หายไปมีเพียงแสงสีรุ้งที่ขอบประตูเท่านั้น

คนทั้งสองเป็นชายหนุ่มและหญิงสาวหากเทียบอายุกับคนปกติแล้วเขาสองคนน่าจะมีอายุประมาณสิบหกสิบเจ็ด ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลามือซ้ายถือโล่ห์ตรงกลางเป็นรูปหัวสิงห์โต ส่วนหญิงสาวก็มีหน้าตาสวย ผมดำขลับมัดเป็นทรงหางม้า คาดดาบเอาไว้ที่เอว

แต่นอกจากเส้นผมและตาที่มีสีดำแล้วทุกส่วนในร่างกายของทั้งสองกลับเป็นสีขาวทั้งตัว

ทั้งสองคนช่วยพยุงชัยให้ลุกขึ้น

“ขอบคุณครับ”ชัยกล่าวกับคนทั้งสองพลันนึกถึงคำพูดของชายเคราะห์ร้ายที่เข้ามาขอชีวิตเขากับสิ้นหวัง “คุณสองคนคือราชาดำกับราชินีขาวใช่มั้ยครับ”

ไม่ทันที่ชัยจะได้คำตอบปีศาจม้าก็กระโจนเข้ามาทำร้าย ชายหนุ่มใช้โล่ห์หัวสิงห์ที่แขนซ้ายรับขวานปัดเบี่ยงออกไปแล้วชกเข้าที่สีข้างของปีศาจม้า จากนั้นจึงโน้มตัวลงเพื่อให้หญิงสาวเหยีบที่หลัง หญิงสาวใช้หลังของชายหนุ่มเป็นฐานกระโดดตีลังกาเตะเข้าที่ปลายคางของปีศาจม้า ขาของหญิงสาวยังไม่ทันได้แตะพื้นชายหนุ่มก็ตั้งโล่ห์แล้วพุ่งกระแทกปีศาจม้าอย่างรุนแรง ปีศาจม้าตาเหลือกเลือดทะลักออกจากปากล้มลงร่างสลายกลายเป็นหยดสี

ทั้งคู่เข้าขากันเป็นอย่างดี โจมตีเพียงแค่สามครั้งเท่านั้นก็ทำให้ปีศาจม้าตายได้

ชายหนุ่มหันมาพูดกับชัย“ชั้นไม่ใช่คนที่เธอพูดถึงหรอก...ตอนนี้ไม่ใช่เวลาคุยดูนั่นสิ”ชายหนุ่มบอกให้ชัยมองทหารปีศาจที่เข้ามาใกล้ “เราคงต้องเอาชีวิตรอดจากสถานการณ์นี้ให้ได้ก่อน”

“ยังไงล่ะ!”ชัยถาม

หญิงสาวจะชักดาบที่เหน็บอยู่ที่เอว แต่เธอก็ชักดาบออกจากฝักไม่ได้ เธอทำสีหน้างุนงง

“ทำไมชั้นดึงดาบของชั้นออกมาไม่ได้ล่ะ” เธอพยายามดึงแต่ก็ไม่เป็นผลเหมือนกับว่าดาบกับฝักตรึงติดเป็นสิ่งเดียวกัน

“เป็นไปได้อย่างไรตอนที่อยู่ที่ภาพของพวกเราเธอยังดึงออกมาได้อยู่เลย”ชายหนุ่มเริ่มตกใจ

ปิศาจเข้ามาถึงที่ทั้งสามคนอยู่แล้วเข้าโจมตีโดยไม่รีรอ หญิงสาวเลิกสนใจกับดาบของตนหันไปตอบโต้ด้วยมือเปล่า ชายหนุ่มใช้โล่ห์เข้ากระแทกใส่ปีศาจพัลวัน ส่วนชัยที่ยังไม่หายเหนื่อยจากการวิ่งก็ต้องมาหลบหลีกการโจมตีของปีศาจอย่างยากลำบาก

เขานึกว่าจะรอดพ้นจากสถานการณ์นี้ได้แล้วเมื่อได้เจอกับชายหนุ่มและหญิงสาว แต่สถานการณ์ก็ไม่ได้มีทีท่าจะดีขึ้นเลย

หญิงสาวยังคงต่อสู้กับทหารปีศาจด้วยมือเปล่า ถึงแม้จะไม่มีอาวุธเธอก็ยังสามารถเอาชนะทหารปีศาจพวกนี้ได้ ปีศาจตนแล้วตนเล่าต้องกลายเป็นหยดสีด้วยฝีมือเธอ

ส่วนชายหนุ่มก็มีฝีมือฉกาจไม่แพ้กัน โล่ห์ที่ไร้ซึ่งความแหลมคมเขากลับใช้อย่างคล่องแคล่วยิ่งกว่าอาวุธใดๆ ปีศาจจำนวนไม่น้อยล้มตายยังกับใบไม้ร่วง

ทั้งสองต้องรักษาระยะไว้ไม่ให้ทหารปีศาจเข้ามาถึงตัวชัยได้ ปีศาจวิ่งเข้ามาสำทับมากขึ้นเรื่อยๆ ถึงทั้งสองคนจะเก่งฉกาจแค่ไหนก็ไม่อาจรับมือฝูงปีศาจที่มีเป็นกองทัพ บาดแผลที่ถูกคมอาวุธ รอยฟกช้ำเริ่มปรากฏมากขึ้นทั่วทั้งตัวของเขาทั้งสอง

“โอ้ย”ชัยร้องด้วยความเจ็บปวด ชัยโดนปีศาจที่มีหัวเป็นวัวใช้ลูกตุ้มกระแทกเข้าที่หัวไหล่ข้างขวา เขาหลบแล้วแต่ไม่พ้น หญิงสาวเห็นชัยโดนทำร้ายก็รีบกระโจนสังหารปีศาจวัวตัวนั้นในทันที

กร้อบ

หญิงสาวหักคอของปีศาจวัว ปีศาจวัวล้มลง เธอไม่มีเวลาเข้าไปถามอาการชัยเพราะปีศาจยังบุกเข้ามาเรื่อยๆ

“ทางนี้”เสียงคนคนหนึ่งดังเรียกพวกเขา ชายหนุ่มพยักหน้าให้กับหญิงสาว เธอพยักหน้าตอบเหมือนรู้ความคิดของชายหนุ่ม

“ชัยตามเธอไปเร็ว”ชายหนุ่มบอกกับชัย

ชัยพยายามตามหญิงสาวไป หัวไหล่ที่ถูกลูกตุ้มฟาดคล้ำเขียวบวมเป่งความเจ็บปวดที่มีมากเกินทานทน หญิงสาวแหวกฝูงปีศาจที่รุมล้อมเพื่อเปิดเส้นทางไปหาเจ้าของเสียง อีกทั้งยังต้องคอยปกป้องชัยให้รอดพ้นจากคมอาวุธ ในขณะที่ชายหนุ่มใช้โล่ห์ที่เป็นทั้งเครื่องป้องกันและอาวุธเพียงหนึ่งเดียวของเขาเข้าโจมตีและระวังป้องกันเหล่าปีศาจจากทางด้านหลัง

ทั้งสามเคลื่อนที่ไปอย่างเชื่องช้าจนกระทั่งหลุดออกจากวงล้อม พื้นที่เบื้องหน้ามีปีศาจอยู่ประปราย แต่ชายหนุ่มผู้ใช้โล่ห์ยังคงต้องรับภาระหนักเช่นเคยเพราะปีศาจยังคงจู่โจมเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

หญิงสาวเปิดเส้นทางเป็นผลสำเร็จเธอจัดการสังหารปีศาจที่อยู่ตรงหน้าด้วยมือเปล่า เห็นผู้ชายคนหนึ่งยืนรอเขาอยู่ เขายืนอยู่ข้างๆประตูสีรุ้งข้างในประตูมีผืนป่าที่เต็มไปด้วยหมู่แมกไม้มากมาย

“คุณคือคนที่ขอชีวิตผมกับสิ้นหวัง...ได้ไงผมเห็นคุณถูกสิ้นหวังฆ่าตายไปแล้วนี่นา”

“ชาวสามสีไม่มีใครตายในภาพที่ตนอยู่หรอก เร็วสิ้นหวังใกล้จะมาถึงตัวเธอแล้วเดี๋ยวพวกเธอก็ตายกันหมดหรอก”ชายคนที่เคยถูกสิ้นหวังฆ่าตายเร่งให้ชัยเข้าไปในประตูเร็วๆ “อยากรู้อะไรค่อยไปถามกับผู้อยู่ในภาพอื่นเอาแล้วกัน”

ชายคนนั้นผลักชัยเข้าไปในประตูทันที หญิงสาวตามเข้าไปด้วย ส่วนชายหนุ่มก็ละจากการต่อสู้ก้าวเท้าถอยหลังเข้าไปในประตูเป็นคนสุดท้าย

ก่อนที่ประตูจะค่อยๆถูกปิดลง ชัยได้ยินเสียงของสิ้นหวังตะโกนก้องกังวานแทรกผ่านประตูเข้ามา

“ข้าเป็นผู้เดียวที่ส่งเจ้ากลับไปได้ แต่เมื่อใดที่เจ้ามาที่ดินแดนของข้า เมื่อนั้นจะเป็นวันตายของเจ้า...”



โดย : เมธีไชยกิจจานุวัฒน์
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 18 ก.พ. ปี 2007 [ เวลา 3 : 30 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook