บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 4

กรุงงานเขียนเก่า 1
กรุงงานเขียนเก่า 2
กรุงงานเขียนเก่า 3
กรุงงานเขียนเก่า 4
กรุงงานเขียนเก่า 5


>> ผมรักเธอแทบบ้า..แต่จำหน้าเธอไม่ได้ครับ?

เรื่อง : ผมรักเธอแทบบ้า..แต่จำหน้าเธอไม่ได้ครับ?

เส้นทางนั้นผมเคยขับรถผ่านไปมาหลายหนเมื่อมาทำธุระให้แม่ วันนี้เมื่อผมขับผ่านไปหางตาก็พบเห็นเธอเข้า เธออยู่บนเรือลำหนึ่งยืนกางแขนกางขา แวบแรกที่เห็นผมคิดว่าเธอกำลังออกกำลังกาย แต่เมื่อผมหันกลับมา สนใจกับการขับรถเสียงน้ำแตกกระจายดังแว่วมา ผมหันไปอีกครั้ง เธอหายไปจากเรือลำนั้นแล้ว เหลือไว้ก็แค่รองเท้าผ้าใบคู่หนึ่ง ผมรีบจอดรถเข้าข้างทาง วิ่งย้อนไปริมทะเลยืนดูเรือที่จอดนิ่งลำนั้น

จุดดำๆที่ว่ายเกือบถึงกลางทะเลเหมือนหัวคน ผมตะโกนบอกเธอให้รีบว่ายกลับมา เพราะฝนที่ตกหนักจะเป็นอันตรายกับการว่ายน้ำ รวมทั้งรอบด้านที่เงียบสงบไร้ผู้คนใครจะมาช่วยเธอ ผมตะโกนอยู่นานแต่แล้วร่างของเธอก็เลือนหายไป ผมตัดสินใจวิ่งกลับมาที่รถ ขับอ้อมไปตามถนนเรียบริมทะเลเพื่อมองหาเธอ ท่ามกลางม่านฝนที่เริ่มหนาเม็ดขึ้น

สุดท้ายผมตัดสินใจจอดรถหลบข้างทางเมื่อขับวนหาเธออยู่ครึ่งชั่วโมงแต่คว้าน้ำเหลว เมื่อฝนซาผมจึงสตาร์ทรถอีกหน คิดขับไปสถานีตำรวจเพื่อแจ้งความเรื่องคนจมน้ำก่อนไปทำธุระให้แม่ ร่างๆหนึ่งที่เดินอยู่เบื้องหน้ารถผมยังคงอยู่ในชุดผ้ายืดสีม่วงช่างคุ้นตานัก เธอแกะยางที่รัดปล่อยผมที่เปียกชื้นสยายเต็มแผ่นหลัง ผมเปิดประตูลงจากรถวิ่งไปหาเธอ ผมวิ่ง วิ่ง วิ่งและวิ่ง แต่ก็ตามเธอไม่ทัน..เธอหายไปอีกแล้ว

ผมเดินคอตกกลับมาที่รถขับออกไปอย่างเลื่อนลอย เธอปลอดภัยไม่ได้จมน้ำตายดังที่ผมกลัว แต่ทำไมเธอขึ้นฝั่งได้
รวดเร็วนัก ทั้งๆที่ผมขับรถตามแต่ก็ยังช้ากว่าเธอ ฝั่งที่เธอขึ้นอยู่ตรงไหนกันนะ คงไม่ใช่ฝั่งเดียวกับที่ผมขับวนหาแน่ๆ เพราะมัวแต่คิดเพลิน ผมขับรถหลงเข้าไปในถนนสายหนึ่งอย่างไม่รู้ตัว

ป่าเบื้องหน้าเต็มไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่ แต่สองข้างทางของถนนเล็กๆสายนั้นกลับเงียบสงบเงียบราวภาพวาดไร้ชีวิต ไม่มีเสียงร้องของสิงสาราสัตว์ จู่ๆถนนที่ผมขับอยู่ก็หายไปจากสายตา สิ่งที่อยู่เบื้องหน้าผมตอนนี้เป็น คลองที่กว้างๆราวกับแม่น้ำ ในคลองนั้นมีดอกบัวบานส่งกลิ่นหอมฟุ้งกับเรือพายลำเล็กๆ บนเรือนอกจากมีดอกบัวกองเกือบท่วมลำยังมีคนนั่งอยู่คนหนึ่งคนๆนี้ผมรู้จัก แต่ไม่เคยเห็นหน้าตาเธอชัดๆสักที เห็นเพียงช่วงหลัง เธอคือสาวในชุดผ้ายืดสีม่วงที่ผมคิดว่าจมน้ำนั่นเอง

“คุ๊ณคร๊าบผมหลงทางมา ที่นี่ที่ไหนรึครับ?”

ผมตะโกนไปถามเธอ แต่เธอยังคงก้มหน้าเด็ดดอกบัวต่อไปราวกับไม่เห็นผม ร่างบอบบางผมยาวท่ามกลางดอกบัวสีสด เป็นภาพงดงามจนผมอดใจไม่ไหว จึงเดินกลับมาที่รถอีกครั้ง ผมหยิบมือถือเพื่อนำมาถ่ายภาพเธอ ทันใดนั้นมีมือหนักๆตบลงที่บ่าผม ชายแปลกหน้าคนหนึ่งถามผมว่า

“จะไปไหนรึคุณ”

“ผมจะไปที่คลองหลวงครับ”

“ผมเห็นคุณรถขับวนไปมานับ10รอบแล้ว ตรงข้างซ้ายมือนั่นคือทางออกถนนซึ่งมีป้ายบอกทางตรงไปคลองหลวงนะครับ”

ผมเอ่ยขอบคุณก่อนสตาร์ทรถ เมื่อหันไปมองคลองเบื้องหน้า คุณพระช่วย!! ผมจอดรถอยู่หน้าโรงงานแห่งหนึ่ง คนงานมากมายกำลังใช้สายตาแปลกๆมองมาที่ผม ไม่มีคลองไม่มีบัวและไม่มีเธอคนนั้นด้วย

“ไอ้หนุ่มนั่นคงเมาแต่วัน ถึงได้ขับรถวนไปมาเหมือนคนบ้า แถมเดินลงมาตะโกนถามทาง ตรงหน้าโรงงานเรา ทั้งๆที่ซ้ายมือนั่นก็มีป้ายบอกชัดๆว่าไปคลองหลวง พี่วินคิดอย่างเดียวกับผมไหมครับ?”

เสียงยามอีกคนเอ่ยกับชายคนที่เดินมาตบบ่าผม เจ้าสองคนนั้นมองมาที่ผมแล้วส่ายหน้า ผมไม่ได้เมาแต่ผมก็ไม่อาจตอบได้ว่าสิ่งที่ผมพบเห็น ทำไมคนพวกนั้นไม่เห็นเหมือนผม แต่ผมสาบานได้ผมเห็นจริงๆครับ

วันถัดมาเมื่อผมไปทำงาน ขณะที่จอดรถบนชั้นสาม ผมเหลือบเห็นสาวสวยคนหนึ่งยืนนิ่งๆมองไปที่อาคารหลังบริษัทของแม่ผม ผมจำได้เพราะชุดสีม่วงของเธอ จึงลงจากรถอย่างรีบร้อนไม่ว่าอย่างไรก็ตาม วันนี้ต้องถามให้รู้เรื่องเธอเป็นใครกันแน่ และที่สำคัญสาวหุ่นดีน่าสนใจอย่างเธอ มีหน้าตาแบบไหนผมใจร้อนอยากรู้เร็วที่สุด อีกสองก้าวมือผมก็แตะบ่าเธอได้แล้ว แต่เสียงหนึ่งที่ขัดจังหวะจำต้องหันกลับมาตอบคำถามนั้น เพราะท่านคือคุณแม่ผมครับ

“ตายุทธ์นั่นแกปีนขึ้นไปยืนบนขอบรั้วทำไมน่ะ”

ผมยืนอยู่บนรั้วกั้นจริงๆ รั้วกั้นของที่จอดรถกันรถลื่นไหลตกถนน แต่เธอหายไปไหนอีกแล้วละ ผมพบเธอหลายหน ทักเธอก็หลายครั้ง แต่ผมยังไม่เคยได้พบเห็นหน้าและเสียงเธอ ผมเริ่มคิดถึงและอดแปลกใจตัวเองไม่ได้ที่เกิดความรู้สึกเหมือนรักเธอ รักทั้งๆที่ไม่รู้ว่าเธอเป็นใคร รักทั้งๆที่ไม่รู้เธอมีหน้าตาเช่นไร รู้แค่คิดถึงเธอแทบขาดใจไม่ว่าจะเป็นยามหลับหรือตื่นผมเป็นบ้า รักคนแปลกหน้าที่เห็นเพียงด้านหลังและด้านข้างเห็นเพียงไกลๆไม่ชัดเจน ใครจะเชื่อแม้แต่ผมเองยังไม่เชื่อหนุ่มเพลย์บอยที่เปลี่ยนคู่ขานับไม่ถ้วนอย่างผม จะคิดรักใครเป็นกับเขาด้วย แต่ผมก็มีอาการทุรนทุรายแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อนเมื่อคิดถึงเธอทุกครั้ง

สายวันนั้นผมต้องไปตรวจสินค้าที่โกดังของเราซึ่งตั้งอยู่ที่ท่าเรือคลองเตย เมื่อจอดรถข้างโกดังแล้วเดินเข้าไปทักผู้จัดการที่ล่วงหน้ามาก่อน เขาพาผมไปดูอะไรบางอย่างที่เขาบอกว่า “แปลกมากๆครับคุณยุทธ์” ที่กล่องสินค้าซึ่งส่งมาจากต่างประเทศมีเสียงแว่วๆออกมา คุณพระช่วย!!เสียงเด็กทารกร้องไห้ครับ

“สินค้าของเราไม่อาจบอกแหล่งที่มาให้เจ้าหน้าที่รู้ได้คุณยุทธ์ก็ทราบดีเหมือนผม แต่เด็กคนนี้ยังมีชีวิตและที่แปลกที่สุด ในเสื้อเด็กอ่อนมีภาพของคุณด้วยนะครับ”

แน่นอนเราไม่อาจบอกตำรวจพบเด็กในกล่องสินค้าของเรา และเด็กคนนี้เป็นลูกของใคร ทำไมมีรูปของผมที่นั่งดื่มเหล้าในบาร์แห่งหนึ่ง คุณแม่ผมต้องคิดอยากได้คำตอบที่ถูกต้องแน่ๆ ผมคิดทบทวนไปมาเป็นไปได้ไหมที่มีสาวคนใดเล่นตลกกับผม ใช่!!อาจเป็นได้ เพราะนอกจากผมจะหล่อเหลาไม่เบาแล้ว ผมยังเป็นลูกชายคนเดียวของเศรษฐีนีแม่หม้ายเงินล้าน ที่มีกิจการค้าขายวัตถุโบราณจากนานาประเทศ นอกเหนือจากประเทศไทย

แต่คิดเท่าไรผมก็คิดไม่ออก สุชัยผู้จัดการของคุณแม่ผมจึงเสนอให้นำเด็กทารกไปฝากเลี้ยงที่บ้านญาติเขาก่อน ญาติของผู้จัดการมีบ้านอยู่ใกล้โกดังของเรา และเมียของญาติผู้น้องคนนั้นเพิ่งคลอดลูกชายไม่นาน เด็กทารกชายที่กำลังมองหน้าผม ช่างคุ้นหน้าคุ้นตาราวกับพิมพ์ออกมาจากหน้าใครสักคนที่ผมรู้จักดี แต่ใครละคนที่ผมคิดว่ารู้จักดี?

เมื่อจัดการฝากเด็กทารกวัยราว3เดือนให้วันดีน้องสะใภ้ของผู้จัดการพร้อมกับให้เงินไว้เป็นค่าเลี้ยงดูแล้ว ผมก็ขับรถคันโก้ของผมไปที่บาร์นั้นอีกครั้ง ถึงหน้าบาร์ผมมองรูปผมที่ใครสักคนแอบถ่ายตอนผมอยู่ในบาร์ แล้วนำมาใส่ไว้ในเสื้อของเด็กทารกนั้นขึ้นมาดูอีกหน ตรงมุมซ้ายของรูปมีนักร้องสาวคนหนึ่งกำลังร้องเพลง เธอหันข้างให้เมื่อเพ่งมองอีกหน ผมคิดว่าเธอคือสาวแปลกหน้าในชุดสีม่วงที่ผมเริ่มหลงรักคนนั้น!!!

เมื่อเข้าไปในบาร์เสียงผู้คนกับความรู้สึกเก่าๆเมื่อปีกลาย ย้อนกลับมหาผมราวเหตุการณ์เพิ่งเกิดขึ้นไม่นานนัก สมชัยผู้จัดการของที่นี่เดินมาหาผมในคืนหนึ่งที่ผมเริ่มเมา ร้องเรียกหาสาวนักร้องคนนั้นมาเป็นเพื่อนคลายเหงาเพราะเกิดทะเลาะกับคู่นอนของผมอย่างกระ
ทันหัน

“คุณยุทธ์ครับ น้องคนนี้เป็นเด็กดีไม่เคยทำงานนี้มาก่อนจริงๆนะ ถ้าไม่ใช่แม่ต้องผ่าตัดด่วน แล้วหมอเรียกค่าผ่าตัดตั้ง5หมื่น ผมรู้ดีเธอต้องไม่ยอมแน่ๆครับ เธอเป็นญาติข้างเมียผม ถ้าผมมีเงินพอ ผมคงช่วยเธอเองเสียมากกว่าให้เด็กมาทำงานนี้ทั้งที่ยังเรียนอยู่”

ผมไม่เชื่อสักนิดกับเรื่องที่ผู้จัดการบาร์คนนั้นบอก แต่ผมก็เหมาเธอทั้งเดือนด้วยราคา5หมื่นบาท เพราะผมต้องการแกล้งคู่ขาคนล่าสุดของผมให้หึง เดือนถัดมาเมื่อผมคืนดีกับคู่รักผมก็ลืมเธอเสียสนิท แต่วันหนึ่งเธอโทรมาหาบอกว่า “หนูท้องค่ะ” ผมเขียนเช็คให้เธอจัดการเอาเด็กออก แล้วผมก็ไปต่างประเทศกับคุณแม่ถึง 5เดือนและไม่เคยคิดจะแวะไปที่บาร์นั้นหรือไปหาเธอที่บ้านเช่า เรื่องราวของเธอกับผมจบลงโดยผมไม่รู้เธอทำอย่างไรกับเด็กในท้อง

“ผู้จัดการสมชัยลาออกไป3เดือนแล้วครับ แล้วเด็กนักร้องที่คุณบอกผมก็ไม่ทราบจริงๆ ว่า เธอย้ายไปอยู่ที่ไหน แต่ร้านอาหารที่พี่สมชัยกับเมียเปิดเอง ผมเคยไปทีหนึ่ง คุณลองไปถามแกเองเถิดนะครับ”

รุ่งขึ้นผมไปหาผู้จัดการคนเก่าของบาร์ เพื่อสอบถามเกี่ยวกับเธอคนนั้น เธอชื่ออะไรผมพยายามนึก แล้วก็นึกแต่ยอมรับจำไม่ได้ครับและที่สำคัญกว่านั้นคือผมนึกหน้าสาว ที่ผมนอนกอดมานานนับเดือนจนมีลูกกับผมคนนั้นไม่ได้เสียด้วยสิ

“มุ้นไม่ยอมทำแท้งแต่เอาเงินที่คุณให้เลี้ยงลูก จนเข้าเดือนที่2 แม่เธอตายเธอก็นำลูกมาฝากเมียผม บอกว่าได้งานเมื่อไรจะมารับกลับ นี่เดือนกว่าที่เธอหายไปจู่ๆลูกเธอที่นอนในห้องก็หายไป ผมเพิ่งรู้ว่าเธออุ้มไปให้คุณนี่เอง”

ภาพถ่ายแต่ปีกลายของเธอมัวมองเห็นหน้าตาไม่ชัด สมชัยบอกว่าเธอไม่ได้ถ่ายรูปไว้อีก ส่วนเวลานี้เธอจะไปทำงานอยู่ที่ไหนเขาก็ไม่รู้ ผมมองสาวในรูปมีส่วนคล้ายเธอคนที่ผมฝันถึงทุกครั้งที่หลับตา และทุกครั้งที่เห็นสาวในร่างชุดสีม่วง ขาดก็แต่หน้าตาเธอสาวที่เป็นคนรักของผม เธอสวยแค่ไหนปากตาจมูกเป็นรูปแบบไหนผมตอบไม่ได้เห็นเพียงภาพลางๆในความรู้สึก ผมอยากพบเธออีกครั้ง แต่หลังจากเธอนำลูกชายมาให้ผมจนบัดนี้เกือบปี ผมก็ยังไม่เคยได้พบเห็นเธอ ผมคิดถึงเธอจนหมดอารมณ์กับสาวคู่ควงทุกคน คิดแค่รอพบเธอ แต่ไม่รู้วันไหนเธอจะมาหาผมอีก ใครพอจะรู้ไหมครับ?

โดย : ยามี่จัง
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 20 ก.พ. ปี 2007 [ เวลา 15 : 47 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook