บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 4

กรุงงานเขียนเก่า 1
กรุงงานเขียนเก่า 2
กรุงงานเขียนเก่า 3
กรุงงานเขียนเก่า 4
กรุงงานเขียนเก่า 5


>> แม้ตาย..ก็ไม่คลายรักเธอ(6)

เรื่อง : แม้ตาย..ก็ไม่คลายรักเธอ(6)


แม้ตาย..ก็ไม่คลายรักเธอ(6)
รัฐมนตรีหลายสมัยอย่างสืบพงศ์ดำรงอำนาจและตำแหน่งได้เหนียวแน่น
ไม่ใช่เป็นเพราะพรรคไทเสรีเป็นพรรคใหญ่ ที่ประกอบด้วยบุคคลจากวงการ
ทหารและนักธุรกิจเท่านั้น แต่นักธุรกิจใหญ่ที่เป็นหัวหน้าพรรคอย่างเขาได้รับ
การเสนอชื่อเป็นรัฐมนตรีทุกครั้งที่มีการจัดตั้งรัฐบาล เพราะเงินที่มากมายจาก
ทางบ้านบวกกับอำนาจของพลเอกอรุณผู้เป็นพ่อตาเป็นแรงผลักดันอีกทาง
ด้วยต่างหาก คำว่า” แพ้”ในชีวิตของเขาจึงปลิดปลิวไปไกลหลายปีแล้ว

แต่การยุบสภาในครั้งนี้กับข้อหาการคอรัปชั่นของคุณหญิงพวงผกาผู้เป็น
ศรีภรรยาเอกของเขา ทำให้หน้าที่ทางการเมืองของเขาเริ่มถึงทางตัน

“เอ็งแน่ใจนะว่านังรัศมีมันไปที่ร้านตุ๊กตานั้นร้านเดียว?”

สืบพงศ์ย้ำถามคนสนิทอีกครั้งถึงเรื่องของรัศมีอดีตคู่ขาเก่า ปีกว่ามานี้สังคมไฮโซต้อนรับสาวสวยคน
ใหม่อย่างรัศมีจันทร์จนออกนอกหน้า ไม่ว่าที่ตลาดหลักทรัพย์ สถานที่เริง
รมณ์ แม้แต่ห้างสรรพสินค้าดังๆหลายแห่ง หุ้นส่วนใหญ่คนสำคัญมักไม่เคย
ขาดชื่อนี้ แค่เวลาไม่นาน “ใบตองแห้ง”สีซีดจวนสลายอย่างเธอกลายมาเป็น
ต้นกล้วยลูกดกอวบงามเหมาะแก่การลิ้มลอง ที่เรียกร้องความกระหายหิวให้
กับคนรอบกายได้ แม้แต่ท่านนายกคนใหม่ก็มีทีท่าอยากเกี่ยวดองกับสตรีผู้นี้
จน มีการนัดทานข้าวให้ปรากฏเป็นข่าวไม่เว้นวัน ถ้าไม่ใช่คิดหวังกำลังทรัพย์
จากเธอมาหนุนพรรคตัวเองด้วยเหมือนคนอื่นๆ ก็มองไม่เห็นเหตุผลอื่นในการ
คิด“เกี่ยวดอง”ด้วย

แต่ร้านตุ๊กตาเล็กๆอย่างร้านมลกับการบอกเล่าของสมุนที่สั่งไปเฝ้า
ดูการเคลื่อนไหวของรัศมีจันทร์ ดูเป็นสิ่งเพ้อเจ้อเกินไปที่จะเชื่อว่าเป็นบันได
นำความสมหวังมหาศาลให้สตรีคนนี้ จากเด็กสาวเจ้าของร้านในภาพที่เขา
ถืออยู่ขณะนี้ หน้านวลดูบริสุทธิ์สดใส แก้มเนียนละเอียดนุ่มเป็นสีชมพูเรื่อ
ลำคอบางระหงเรื่อยลงไปถึงทรวงอกในเสื้อยึดสีขาวบาง แม้ไม่กระชับตัวก็ยัง
พอมองเห็นความอวบอิ่มเต็มตึงของวัยสาว ถ้าร่างนี้ไร้อาภรณ์บดบังคงงดงาม
เร้าใจมากกว่านี้

ความคิดวุ่นวายเกี่ยวกับงานชะงักลง อาการวูบวาบของเพศชายเริ่ม
กระหายอารมณ์ความใคร่ปั่นป่วนจนต้องสาดด้วยเหล้าอีกแก้ว สืบพงศ์คิดว่า
จัดการเรื่องงานก่อนดีกว่า เมื่อวางแก้วเหล้าแล้ว เขาเดินไปหยิบกระเป๋า
สตางค์บนโต๊ะ

“เอ็งเอาไปห้าหมื่นก่อน ทำอย่างไรก็ได้แค่ให้มันออกมาพบข้าก็พอ”

“ครับนาย”

สืบพงศ์แม้จะเป็นคนเจ้าชู้แต่เขาก็ไม่นิยมชมชอบสาวใหญ่ ยิ่งสาวใหญ่ผ่านมือชายนับไม่ถ้วน
อย่างรัศมีจันทร์ แม้ครั้งแรกที่ได้ลิ้มรสความสาวของเธอจะไม่เลวเสียที
เดียว แต่“ชานอ้อยเก่าๆ”ที่เขาคายกากทิ้งเมื่อสิบกว่าปีก่อน ยามนี้กำลัง
กลายมาเป็น”ปุ๋ยชั้นหนึ่ง”ที่ทุกคนมุ่งหวังแย่งชิง เขาจึงจำต้องระงับความ
ขยะแขยงรับมาอมไว้ในปากตัดหน้าคนอื่นอีกครั้ง ทั้งที่เคยสาปส่งสตรี
ยามเขาตักตวงเชยชิมความหวานจนเบื่อ แล้ว“ไสหัว”ด้วยเงินก้อนโต
แต่เธอก็มาวอแวไม่ขาดหาย

“อ้อ ทิตย์จ๊ะบอกนายของเธอนะจ๊ะฉันคงไปตามคำรับเชิญไม่ได้
ไม่ว่าวันไหนฉันก็ไม่ว่าง ถ้ามีธุระจริงๆก็ติดต่อผ่านเลขามาอีกทีนะ”

รัศมีจันทร์ในวันนี้ไม่ใช่รัศมีจันทร์เมื่อสิบห้าปีก่อน คำสั่งของ
สืบพงศ์จึงเป็นแค่หมอกควันที่บังเอิญผ่านตาให้ระคายเคืองเล็กน้อย ชายที่
เธอรักและบูชากับการเป็นชายคนแรกในชีวิต ยามเธอซมซานเข้าไปกราบกราน
เมื่อพ่อป่วย เงินเพียงเล็กน้อยที่เขาโยนลงพื้นตรงหน้า พร้อมกับคำพูดบาดใจ
ยังก้องอยู่ในสมอง

“คนอย่างเธอมันก็แค่กระดาษเช็ดมือสำหรับฉัน ห้าหมื่นในครั้งนี้ต้อง
เป็นครั้งสุดท้าย ถ้ายังกล้าหน้าด้านมาอีก อย่ามาว่าฉันโหดร้ายก็แล้วกัน”

ยามตกทุกข์ได้ยาก ความเดือดร้อนเข้าตาแทบกระอักเลือด ใจเธอคิด
ถึงเขาเพียงคนเดียว ชายที่เคยเชยชมเธอในครั้งแรกของวัยสาว ชายที่เธอรัก
และบูชาดังพระเจ้าของชีวิต กลายเป็นซาตานผีร้ายทำร้ายใจเธอจนแตกสลาย
ใจปวดร้าวระทมทุกข์จนหลอกหลอนทุกค่ำคืนยากจะหลับนอน ต้องพึ่งเหล้ายา
มาบรรเทาทุกข์อยู่นานแสนนาน ทั้งที่เขาช่วยเธอได้ไม่ลำบากแม้แต่สักนิดเดียว
เธอเคยเห็นนี่นา ยามเขา “ทิป”ให้นักร้องที่ถูกใจ เงินเป็นแสนไม่มีแววเสียดาย
ผุดขึ้นในสีหน้าแม้แต่น้อย แต่ยามนี้ ชายคนเดียวกันนี้เองเขามาทวงบุญคุณ
กับเธอโดยไม่ระอายแก่ใจ คนเช่นนี้ควรหรือที่เธอจะสนับสนุนช่วยเขาบ้าง?

“อีห่าเอ้ย มันกล้าปฎิเสธข้าถึงสองครั้งเทียวหรือนี่?”

ความเดือดดาลของสืบพงศ์ราวไฟไหม้ป่า เมื่อรัศมีจันทร์ไม่ยอม
มาพบเขาอีก คืนนี้เขาตัดสินใจสั่งการด้วยตัวเอง ที่ผับแห่งนั้นทางประตูหลัง
ที่เป็นลานจอดรถแคบๆ มีรถยนต์เพียงสามสี่คันจอดรวมกับรถเก๋งของ
รัศมีจันทร์ เมื่อไฟในผับดับลง ร่างเพรียวบางของสตรีในอ้อมกอดของเด็ก
หนุ่มคนหนึ่ง เดินออกมาช้าๆ

สาวที่เขาตราหน้าว่าเป็นแค่“กระดาษเช็ดมือ”คนนั้น เมื่อออกมายืน
ไม่ไกลจากสายตาในยามนี้ กลับสร้างพลังความหึงหวงให้ลุกโพลงได้อีกครั้ง
สืบพงศ์ลงจากรถ ตรงเข้าไปดักหน้า

“แก่จนต้องประคองเชียวรึ?รัศมี..”

“ฉันแก่ แต่ก็น้อยกว่าคุณจริงไหมคะ ท่านรัฐมนตรีไร้เก้าอี้..”

เสียงเย้ยอย่างสาแก่ใจของรัศมีจันทร์ เรียกดีกรีความโกรธให้อีกฝ่าย
สืบพงศ์หยิบปืนที่แนบเอวออกมา เล็งตรงไปที่เด็กหนุ่มข้างกายเธอ เสียงปืนที่
ดังไม่ขาดระยะ พร้อมกับร่างที่ทรุดลงด้วยความเจ็บปวดของต้อม รัศมีจันทร์
กรีดร้องอย่างเสียใจสุดขีด วิ่งเข้าหากางมือฝากคมเล็บลงที่หน้าฝ่ายชาย เสียง
เล็บลากผ่านผิวหน้าที่ผ่านการตบแต่งด้วยหมอศัลยกรรมชั้นหนึ่งเหมือนฉีกใบ
ตอง
“เฮ้ยอีบ้า พวกมึงยืนนิ่งทำเ..ี้ยอะไร รีบมาลากนังนี่ขึ้นรถเร็ว”
อาทิตย์สมุนเอกรีบเข้าช่วยแยกตัวออกมา เพียงตบหนักๆที่ท้ายทอย
ร่างของหญิงสาวก็สลบหลับใหลทรุดที่พื้น เขาอุ้มร่างของเธอขึ้นรถตู้ขับตาม
สืบพงศ์ที่ขึ้นรถขับออกไปก่อนแล้ว

ร่างของต้อมที่กระตุกถี่ๆหลายครั้งก่อนแน่นิ่งขาดใจตายสักครู่นี้ ยามนี้
มือเริ่มขยับเขยื้อนราวคนไม่คุ้นเคย ก่อนลืมตาขึ้นช้าๆ ดวงตาฉายประกายกล้า
แข็งราวปลาตาย เงาวูบวาบของดวงตาดำเป็นสีอมเขียวแดงเหมือนปีศาจ ลุก
อย่างช้าๆคล้ายเด็กหัดเดิน มองไปที่ป้ายรถเมล์ไม่ห่างไกลกันนัก เงาในแก้วตา
ดำของเขามีร่างชายเมาเหล้าสองคน

ต้อมเดินทื่อๆราวไม้เคลื่อนขยับตัวแต่เร็วจนเหลือเชื่อตรง แรงมหาศาล
ของมือหนาใหญ่กางออกก่อนแยกบีบเข้าที่คอชายทั้งคู่ แค่เค้นหนักๆไม่นาน
สองร่างก็นิ่งสงบอย่างง่ายดาย ต้อมกัดลงที่บ่าชายคนแรกฟันยื่นยาวเจาะเข้า
เนื้อเลือดไหลเข้าปากราวเปิดก็อกน้ำ ร่างชายสูง 170 cm.ค่อยๆหดสั้นเล็กลง
เล็กลง จนกลายเป็นเด็กทารกเพิ่งเกิดใหม่ ผิวหนังแห้งสีซีดเหมือนเนื้อแดด
เดียว

ทันใดนั้นมีมือของหญิงชราตบเข้าที่บ่าของต้อม เขาเงยขึ้นมอง ดวงตา
ของต้อมส่อประกายเกรงกลัว เสียงลอดออกจากลำคอเป็นเสียงของเด็กเล็กๆ

“ป้าส้ม หนูหิวแม่หมีไม่ได้ให้หนูกินหลายวันแล้วจ๊า..”

ไปหา
อีกครั้ง แต่ครั้งนี้รอยยิ้มที่ซ่อน
ความโหดร้ายอำมหิต ไม่เคยมีปรากฎในสายตามนุษย์คนใดมาก่อน นอกจาก
อเวจี!!!





โดย : ยามี่จัง
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 16 มี.ค. ปี 2007 [ เวลา 22 : 38 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook