บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 4

กรุงงานเขียนเก่า 1
กรุงงานเขียนเก่า 2
กรุงงานเขียนเก่า 3
กรุงงานเขียนเก่า 4
กรุงงานเขียนเก่า 5


>> ALL OF LOVE**ยัยตัวร้าย กับ นายสุดฮอต**(ตอนที่ 7 8 มาแล้วค่ะ)

เรื่อง : ALL OF LOVE**ยัยตัวร้าย กับ นายสุดฮอต**(ตอนที่ 7 8 มาแล้วค่ะ)

ตอนที่ 7 ความจริงที่เจ็บปวด
รถ BMW ที่ฉันนั่งด้านหลังคนขับ จอดที่หน้าบ้านของฉัน คนรถอ้อมมาจากประตูคนขับเพื่อมาเปิดประตูให้ฉัน คนขับรถคนนี้ ชื่อ ลุงแม้น แกเป็นคนงานคนเก่าคนแก่ของบ้านฉัน สนิทสนมกันเหมือนกับเป็นครอบครัวเดียวกัน หลายครังที่ฉันเรียกท่านว่า ลุง ท่านก็จะถ่อมตัว ไม่ยอมให้ฉันเรียก จนนานวันฉันเรียกบ่อยขึ้นด้วยความเป็นคนหัวรั้นของฉันท่านจึงยอมให้ฉันเรียกว่า ลุงแม้น นั่นเอง
ฉันก้าวลงจากรถ เดินเข้าไปในบ้านและทุกๆครั้งสิ่งที่ฉันต้องทำก่อนเป็นประจำนั่นก็คือ ไหว้ป้าสุข ป้าสุขคือคนที่เลี้ยงฉันตั้งแต่ยังแบเบาะ หรือที่เค้าเรียกกันว่า แม่นม นั่นล่ะ ป้าสุขอายุ 57 ปี ฉันกับป้าสุขสนิทกันมาก ป้าสุขก็เป็นเหมือนแม่คนที่สองของฉัน ท่านเป็นหญิงสูงวัยที่ใบหน้า เป็นคนใจดีมากยิ้มแย้มอยู่เสมอ และที่สำคัญ ใจดีมากเลยด้วย
“สวัสดีค่ะป้าสุข”
“กลับมาแล้วหรือคะคุณหนูของป้า”
ป้าสุขพูดพลางโอบกอดฉันซึ่งก็เป็นอย่างนี้มาประจำอยู่แล้ว พ่อกับแม่ฉันไม่ค่อยได้กลับบ้านหรอก ก็เพราะว่าท่านไปทำงานที่ต่างประเทศ นานทีปีหนถึงจะได้เจอหน้ากัน บ้างก็ปีล่ะครั้ง บ้างก็สองปีถึงจะได้เจอกันครั้ง ที่บ้านของฉันทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง พ่อกับแม่ต้องไปดูแลกิจการสาขาใหญ่ที่อยู่ต่างประเทศ พ่อของฉันเป็นทั้งวิศวกร และผู้บริหารที่เก่งมากๆ แม่ของฉันก็ช่วยงานของพ่อ ทั้งสองจึงต้องไปทำงานด้วยกัน แล้วฉันก็อยู่บ้านคนเดียว ไม่สิๆๆ ยังมีลุงแม้น ป้าสุข แล้วก็ตัวเล็กอีกคนหนึ่ง(คนใช้ที่บ้านอีกคนหนึ่งค่ะ)
“หิวรึยังคะ ป้าทำของว่างไว้ เดี๋ยวคุณหนูไปทานกันเลยค่ะ”
“หิวค่ะหิว ป้าสุขเนี่ย รู้ใจหวายมากกว่าใครเลยนะคะ”
ฉันพูดพลางโอบเอวป้าสุขไว้ เหมือนกับเด็ก้อยที่กำลังออดอ้อนอย่างนั้นแหละ
“ปากหวาน อีกแล้วนะคุณหนูเนี่ย มิน่า หนุ่มๆถึงมารุมล้อมเยอะอย่างนี้”
“ป้าสุขพูดอะไรคะหวายไม่เห็นรู้เรื่องเลย”
“ไม่ต้องมาทำเป็นเปลี่ยนเรื่อง ป้ารู้นะ”
“เอ่อ...หวายไปทานของว่างดีกว่า”
ฉันเฉไฉออกนอกเรื่อง ป้าสุขมักแซวฉันเรื่องนี้ทุกทีเลย
ของว่ามื้อนี้ของฉันผ่านไป ฉันขึ้นไปยังห้องนอนของฉันที่อยู่ชั้นสอง อาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า เป็นชุดสบายๆ แล้วทิ้งตัวลงบนเตียงอย่างเหนื่อยแรง
“เฮ้อ.......ทำไมเหนื่อยอย่างนี้เนี่ย!!”

“คราวนี้เธอไม่รอดแน่”

คำพูดของนายนั่นยังคงก้องอยู่ในโสติประสาทของฉัน

“นายมันตัวปัญหา!!!!!ยุ่งวุ่นวายที่สุดเลย!!!!!!!”

ฉันสบถด่านายนั่นเสียงดัง มือนั้นก็อยู่ไม่สุขคว้าหมอนที่อยู่บนเตียง เขวี้ยง ไป อยากจะให้โดนหน้านายนั่นที่สุดเลย!!!!! เจ็บใจๆๆๆๆ!!!!!! ทำเป็นอวดดีไปเหอะ อย่าพิ่งทำเป็นได้ใจนักนะ สักวันฉันจะต้องเอาคืนนายให้เจ็บแสบเลยคอยดูสิ!!!!!!!
ก๊อก!!!!!ก๊อก!!!!!
“คุณหนูเป็นอะไรรึเปล่าคะ”
“เปล่าค่ะป้าสุข หวายไม่ได้เป็นอะไรค่ะ”
ฉันรีบปฏิเสธเป็นการใหญ่ ป้าสุขคงจะได้ยินเสียงดังที่ฉันเขวี้ยงหมอน
“ขอป้าเข้าไปได้มั้ยค่ะ”
“ได้ค่ะป้า หวายไม่ได้ล็อกประตูค่ะ”
ป้าสุขเปิดประตูเดินเข้ามาหาฉันด้วยสีหน้าที่เป็นห่วง สายตาของป้าสุขสอดส่องไปยังรอบๆห้อ
เพื่อให้แน่ใจว่า ไม่มีอะไรผิดปกติภายในห้องฉัน แล้วป้าสุขก็ถอนหายใจ
“ป้าได้ยินเสียงดัง นึกว่าคุณหนูเป็นอะไรไป ป้าเลยรับขึ้นมาดูค่ะ”
“หวายก็ไม่ได้เป็นอะไรนี่คะ”
ฉันตอบพลางปรับสีหน้าให้เป็นปกติที่สุด ป้าสุขมองที่แววตาฉัน แล้วป้าสุขก็คอยนั่งลงข้างๆฉันที่ตอนนี้นั่งขัดสมาธิ อยู่บนเตียง
“มีอะไรไม่สบายก็อย่าเก็บไว้คนเดียวนะคะคุณหนู”
ป้าสุขพูดเหมือนอ่านแววตาฉันออก มือที่แสนอบอุ่นของป้าสุขลูบหัวฉันด้วยความเป็นห่วงเป็นใย
“ค่ะ”
ฉันยิ้มออกมาอย่างสดใส เพราะในตอนนี้ฉันสบายใจขึ้นแล้ว
“งั้นเดี๋ยวป้าไปทำกับข้าวนะคะ”
“ค่ะ”
ฉันส่งยิ้มอันแสนน่ารักให้ป้าสุข ท่านยิ้มรับแล้วเดินออกจากห้องไป
“เอาไว้ถึงโรงเรียนค่อยสะสางแล้วกัน เฮ้อ.......”
ฉันเดินไปที่ชั้นวางหนังสืออยู่ที่มุมห้อง เลือกหนังสือนิยายเล่มโปรดที่ยังอ่านค้างไว้ แล้วออกไปนั่งที่ชุดเก้าอี้สีขาวที่ระเบียง ฉันใช้เวลาอยู่กับมันจนไม่รู้เลยว่า เวลาได้ล่วงเลยมานานเท่าใด

ในห้องนอนที่เงียบสงัด ได้ยินแค่เพียงเสียงแอร์ที่ทำงานเท่านั้น ผมนอนหงายอยู่บนเตียง มือก่ายหน้าผาก คิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมาในวันนี้ ผู้หญิงที่ชื่อ ติยารัตน์ ผมสามารถบรรยายตัวเธอได้ตอนนี้คือ เธอกล้ามาก.... ผมเพิ่งเคยเจอผู้หญิงอย่างเธอเป็นครั้งแรก ผู้หญิงที่ไม่ลงรอยกับผม คนที่ทำให้ผมปวดประสาทและนอนเอามือก่ายหน้าผากอยู่ตอนนี้ น่าขำมั้ยล่ะ แต่ผมคงไม่ยอมเธอง่ายๆแน่ ผู้หญิงแบบนี้แหละที่ผมอยากจะเจอมานาน เฮ้ย!!!!คิดอะไรของนายอยู่วะนายทีม อีกเสียงหนึ่งคัดค้านค้านขึ้น หรือว่าผมจะชอบเธอซะแล้ว!!!!! แต่ไม่ได้ !!!! ดูท่าทางของอาชิในวันนี้ก็พอจะเดาออกแล้วว่า นายอาชิโรคหัวใจชอบคนง่ายกำเริบอีกแล้ว!!!!!!
ก๊อก!!!!!ก๊อก!!!!!ก๊อก!!!!!
เสียงประตูห้องของผมดังขึ้น
ผมหยุดความคิดของผมไว้แค่นั้น จัดท่าทางของตัวเองให้เข้าที่เรียบร้อย
“คุณชายคะ”
เสียงแม่นวลจันทร์ หรือแม่จันทร์ ที่ผมเรียกจนติดปาก เธอคือแม่บ้าน และที่สำคัญเป็นแม่นมของผมด้วย
“เชิญครับ”
แม่จันทร์เปิดประตูห้องเข้ามา
“มีอะไรหรอครับแม่จันทร์”
“วันนี้คุณผู้ชายไปปารีส ท่านต้องขึ้นเครื่องด่วนมากจึงไม่มีเวลาที่จะบอกคุณชาย”
ผมได้ยินแค่นั้นก็รู้แล้วล่ะ
“ท่านเลย....”
“ฝากให้แม่จันทร์มาบอกผม”
แม่จันทร์พยักหน้าน้อยๆเป็นเชิงให้คำตอบว่า ใช่
“ไม่เป็นไรหรอกครับแม่จันทร์คุณพ่อท่านจะไปไหน ท่านเคยบอกผมด้วยตนเองหรอครับ”
แม่จันทร์คิ้วขมวดสีหน้าไม่ดี เพราะท่านรู้ว่าผมกับพ่อไม่ค่อยถูกกัน
“คุณชายอย่าพูดแบบนี้สิคะ ท่านไปทำงานคุณชายต้องเข้าใจนะคะ”
“เข้าใจสิครับ!!! ผมเข้าใจ!!!!ผมเข้าใจว่าพ่อไปทำงานตั้งแต่ผมจำความได้จนกระทั่งผมอายุ 18 นี่ไงครับ!!!!”
อารมณ์น้อยใจเริ่มเพิ่มทวีขึ้น
“คุณชายคะ”
แม่จันทร์เรียกผมเหมือนเป็นการปลอบประโลม
“ช่างเถอะครับแม่จันทร์”
ผมพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติเพื่อให้แม่จันทร์สบายใจ
“อืม...วันนี้มีอะไรกินบ้างครับ ผมหิวแล้ว”
ได้ผลแม่จันทร์ มาจันทร์ยิ้มออกมา เธอคนนี้มักจะเศร้ากับผมเสมอ ตอนผมได้แผลมาก็มีแม่จันทร์นี่แหละที่คอยทำแผลและรักษามันจนหาย ตอนที่ผมหิวข้าว คนที่ทำให้ผมกินก็คือแม่จันทร์ ตอนเด็กๆเวลาที่ผมร้องไห้คนที่ปลอบผมก็คือแม่จันทร์ ปลอบผมทั้งๆที่ตัวเองก็ร้องไห้เหมือนกัน เพราะอย่างนี้ไงล่ะผมจึงเรียกท่านว่า แม่ เพราะผมรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ แม่จันทร์ คือแม่คนที่สองของผม
“วันนี้ แม่จันทร์จะทำอาหารของโปรดของคุณชายทั้งนั้นเลยนะคะ”
“งั้นแม่จันทร์รีบไปทำเถอะครับ ผมหิวแล้วนะ”
ผมทำสายตาอ้อน จนแม่จันทร์อดหมั่นเขี้ยวไม่ได้
“ไม่ต้องมาอ้อนหรอกค่ะ งั้นแม่จันทร์ไปนะคะ”
“ครับ”
ผมส่งยิ้มให้แม่จันทร์อย่างเบิกบาน หวังว่าท่านคงสบายใจขึ้นนะกับรอยยิ้มของผม
หลายครั้งที่ผมเคยพูดกับแม่จันทร์ว่า ทำไมผมต้องเกิดเป็นลูกของพ่อด้วย แม่จันทร์ท่านก็เอ็ดผมยกใหญ่ วันนั้นแม่จันทร์ร้องไห้ บอกผมว่า อย่าพูดแบบนั้นอีกเป็นอันขาด ในวันนั้นผมเห็นน้ำตาของแม่จันทร์ที่ไหลลงเพียงเพราะไม่ต้องการให้ผมพูดและคิดแบบนั้น
ทันทีที่ห้องเงียบสงัด ในหัวของผมก็มีแต่ภาพของติยารัตน์เต็มไปหมด ผมจึงเดินไปเปิดเครื่องเสียงสเตอริโอที่ตอนนี้หน้าปัดอยู่ที่วิทยุ FM
ยิ่งร้ายก็ยิ่งรัก....รักเธอ.....ไม่รู้ทำไมไม่เคยคิดจะเกลียดเธอสักครั้ง.....
ผมฟังเพลงยังไม่จบท่อนด้วยซ้ำก็รีบคว้ารีโมทมาเปลี่ยนคลื่นทันที ทำไมต้องเป็นเพลงนี้ด้วย
Love….I need somebody love….อยากขอสักคนเพื่อ Love ให้หัวใจไม่ว่างไงมีคนให้รักกันมีคืนวันที่ดีด้วย Love
ทำไมๆๆๆๆ ไม่มีเพลงอื่นเปิดกันแล้วรึไง
ผมไม่ได้ได้ต้องการใครสักหน่อย แต่มันก็แค่เพลงในวิทยุเท่านั้นไม่รู้ผมจะคิดมากไปทำไม นั่นสิ ท่าจะบ้านะ
ลงไปนั่งเล่นข้างล่างดีกว่า ผมตัดสินใจอย่างนั้นแล้วเดินลงมาด้านล่าง
ตอนนี้ก็เกือบจะหกโมงเย็นแล้ว อากาศที่สวนบริเวณบ้านของผมดีมากเลยทีเดียว ผมมักมานั่งเล่นที่สวนของผม บางทีก็อ่านหนังสือ บางทีก็มานั่งดีดกีตาร์ร้องเพลงเล่นคนเดียว จะให้แม่จันทร์มาร้องเพลงด้วยก็คงเป็นไปไม่ได้
สวนบริเวณบ้านของผมเรียกได้ว่า กว้างมากถึงมากที่สุดเลยทีเดียว ตอนเด็กๆผมเตคยลงอยู่ในสวนบ้านของตัวเองจนหาทางออกไม่ได้ แม่จันทร์กับคนสวนตามหากันให้ควั่ก แต่ก็ไม่พบวี่แวว ก็เพราะทุกคนไปตามหาผมนอกบ้านน่ะสิ ใครจะไปนึกล่ะว่าจะมาหลงทางอยู่ในสวนบ้านตัวเอง นึกแล้วผมก็ขำ!
ผมกำลังนั่งคิดอะไรอยู่เพลินๆ
“คุณชายคะ ทานข้าวค่ะ”
แม่จันทร์ตะโกนกวักมือเรียกผมอย่างเป็นกันเอง
“ครับ ๆ ไปแล้ว”
ผมหยุดความคิดทุกอย่างไว้แค่นั้นแล้วเดินเข้าไปในบ้าน พรุ่งนี้ผมว่าต้องมีอะไรให้ผมคิดหนักอีกแน่ๆ ยัยตัวร้ายแสนซน ต้องทำให้ผมปวดหัวอีกแน่ๆเลย

**********************************************************
ตอนที่ 8 ชมรมดนตรีไม่ยินดีต้อนรับ
ตึง!!!!!!ตึง!!!!!!ตึง!!!!!!!
เสียงดังอึกทึกครึกโครมที่ดังมาจากข้างบน เสียงมาจากห้องฉันเอง ตอนนี้ฉันกำลังเร่งรีบกับการแต่งตัวอย่างสุดชีวิต !!!!! สายอีกแล้วค่ะพ่อแม่พี่น้อง!!!!! กิจวัตรประจำวันของฉันคือการตื่นสายนี่แหละ
เมื่อแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว ฉันวิ่งลงบันไดมาด้วยความเร็วและเร่งรีบ
“สายแล้ว!!!!สายแล้ว!!!!!”
ฉันวิ่งผ่านป้าสุขไปพร้อมกับตะโกนบอก
“หวายไม่ทานข้าวเช้า แล้วก็ไม่ต้องให้ลุงแม้นไปส่ง แต่ไปรับหวายด้วยนะคะ ไปแล้วค่ะ!!!”
ป้าสุขถึงกับหัวเราะคิกคัก กับการกระทำของฉัน
“ตื่นสายอีกตามเคย”
ป้าสุขส่ายหน้า สายมันได้ทุกวี่ทุกวันอย่างนี้แหละดี เหอๆๆๆ
ฉันวิ่งอย่างสุดแรงเกิด ออกมาจากทาวด์เฮาส์ที่ฉันอาศัยอยู่ โรงเรียนอยู่ห่างจากบ้านฉันไม่ถึง 2 กิโล ถ้าให้ลุงแม้นไปส่งก็ต้องอ้อมออกไปทางถนนใหญ่ สู้วิ่งไปเองดีกว่า ทางลัดที่ฉันใช้อยู่เป็นประจำ ใกล้ดี!!!!
ฉันถึงทางม้าลายที่จะข้ามถนน ฉันหยุดยืนมองดูนาฬิกาในมือ 7.40 น. เกินคาด วิ่งเร็วเหมือนกันนะเนี่ยเรา ชมตัวเองก็เป็นด้วย ฉันเดินข้ามถนนด้วยความสำราญใจ
เอี๊ยด!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
เสียงเบรกรถดังสนั่น รถสปอร์ทเล็กซัสสีดำคันงามที่เพิ่งจะเกือบเฉี่ยวชนฉัน จอดเลยฉันไปเพียงนิดเดียว
“บ้านไม่มีใบขับขี่รึไงวะ!!!!”
ฉันถึงกับสะดุ้งเมื่อเห็นคนที่ก้าวลงมาจากรถ
OoO!!!!!
นายทีม!!!!!! ตอนนี้ฉันเห็นหน้านายนี่ประดุจหนึ่งว่าฉันเห็นผีทั่งป่าช้าเลยทีเดียว
นายนั่นเดินตรงดิ่งมาที่ฉัน ฉันถึงกับผงะถอยหลังไป เมื่อนายนั่นมาหยุดตรงหน้าฉัน
เหอๆๆ ตอนนี้ฉันไม่อยากจะบอกเลยว่าคนเริ่มจะมองมาทางนี้แล้ว
“เมื่อกี้เธอว่าไงนะ!!!”
โธ่เอ๊ย+!!!!! ขับรถจนเกือบจะชนชาวบ้านเค้า ไม่ถามสักคำ แถมยังมาตะคอกอีก โมโหว้อยยย!!!!!!
“ฉันถามว่า ที่บ้านไม่มีใบขับขี่รึไง”
นึกว่าฉันจะกลัวนายหรอ เชอะ!!! ไม่มีทาง
“มี”
สั้นๆง่ายๆ แต่ได้ใจความ กวนประสาททททททททท!!!!!
“งั้นนายก็คงลืมเอาตามาแน่ๆถึงได้มองไม่เห็นคนอย่างเนี้ย”
“เห็นสิถ้าฉันไม่เห็นคนแล้วที่ฉันพูดอยู่ด้วยเนี่ย คน หรือ ตัวอะไร”
นายทีมเน้นคำว่าตัว!! มันจะมากเกินไปแล้วนะ!!!!
“นายขับรถเกือบจะชนฉัน ไม่ขอโทษสักคำ แล้วยังจะมีหน้ามาพูดแบบนี้อีก ไร้มารยาทที่สุดเลย!!!!”
เอาซิ๊!!!!!โดนซะ โดนด่าซะมั่ง จะได้รู้ว่า นายไม่ได้แน่คนเดียวหรอก
นายนั่นทำหน้าเหมือนรู้สึกผิด แล้วมองสำรวจร่างกายฉัน
สำนึกผิดตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์อะไรหรอกนายทีม
“คือ....ฉัน.....”
“กรี๊ดดดดดด!!!!!!!!”
ไม่ใช่เสียงของฉัน สาบาน!!!!!!
ตอนนี้พวกนักเรียนหญิงวิ่งออกมาจากโรงเรียน แล้วตรงมาทางนี้ด้วยสิ
ทั้งรุ่นพี่ รุ่นน้อง แล้วรุ่นเดียวกันกับฉันต่างก็เรียกแต่ชื่อนายทีม
เชอะ!!!!!!
ฉันมองหน้านายทีมอย่างเหยียดหยันเป็นที่สุด
“ตามสบาย!!!!”
คำสั้นๆที่หลุดออกมาจากปากของฉัน ก่อนที่ฉันจะสะบัดร่างกายของฉันแล้วเดินออกมาจากที่นั่น ขืนฉันอยู่ที่นั่นต่ออีกวินาทีเดียวฉันจะต้องถูกผู้หญิงพวกนั้นเหยีบตายแน่ๆ!!!!!
“นี่!!...เดี๋ยว ....”
“.....”
ตอนนี้หูของฉันไม่ได้ยิน แล้วก็ไม่รับรู้อะไรอีก รีบเข้าโรงเรียนก่อนที่ประตูจะปิดดีกว่า เสียเวลาจริงๆเลย

ตอนนี้ผมอยู่ท่ามกลางผู้หญิงหลายคนที่ล้มรอบผมอยู่ ผมกะแล้วว่าวันนี้ต้องมีเรื่องอะไรแน่ๆ แล้วมันก็เกิดขึ้นจริงๆ ไม่รู้เธอมีอะไรที่น่าดึงดูดนักหนา มีเรื่องทีไรคู่กรณีของผมต้องเป็นผู้หญิงที่ชื่อติยารัตน์ทุกที เกิดมาผมเพิ่งเคยเจอ ผู้หญิงอะไรร้ายได้ใจจริงๆลย ถ้าเธอรับรู้เธอจะดีใจรึเปล่านะ!!
“ทีมขา.......”
ขนลุก!!!!เสียงสยองของระบายฟ้าทักทายมาซะหวานหยด
ระบายฟ้าเดินมาเกาะแขนผม แต่ตอนนี้ผมไม่ได้สนใจเธอแม้แต่น้อย ตอนนี้ที่ผมสนใจก็มีแค่สองเรื่อง เรื่องแรก ผมจะขอโทษติยารัตน์ยังไงดี แล้วเรื่องที่สอง ผมจะเข้าโรงเรียนสายแล้วตอนนี้!!!!!
“ฟ้ามารอทีมตั้งแต่เช้าเลยนะคะ ทำไมทีมไม่เข้าไปในโรงเรียนละค่ะ”
เธอทั้งพูดทั้งกระเซ้าเหย้าแหย่ แต่ผมไม่มีอารมณ์จะเล่นด้วยหรอกนะ
“อืม แล้วไง”
ผมชักจะอารมณ์เสียซะแล้วสิ คนยิ่งรีบๆอยู่
“คือ.....ครูสนธยามา!!!!”
ผมตะโกนออกไปแบบนั้น ได้ผล ทุกคนรีบวิ่งแยกย้ายกันเข้าไปในโรงเรียน ผมถือโอกาสนั้น วิ่งไปที่รถแล้วรีบขับเข้าไปในโรงเรียนทันที ก่อนที่พวกนั้นจะรู้ว่า ผมโกหก!!!!!


ตอนนี้ฉันอยู่ในห้องกะจะเม้าท์ เรื่องเมื่อเช้าซะหน่อย แต่พวกแก๊งค์นายนั่นอยู่กันครบ ยกเว้นนายนั่นอยู่คนเดียว ใครจะไปกล้าเล่าล่ะ
“มาสายอีกตามเคยนะ”
“.....”
หนูเอินถามขึ้น ฉันตรงดิ่งไปที่โต๊ะเรียนของฉันวางกระเป๋าลง
“ทีแรกก็จะไม่สายหรอก ถ้าไม่เกิดเรื่องซะก่อน”
“เรื่องอะไรหรอ”
เสียงผู้ชายดังขึ้น เหมือนจะถามฉัน
อาชินั่นเอง
“ว่าไงมีอะไรกันหรอหวาย”
“อืม.....ไม่มีอะไรหรอกอาชิ”
ฉันยิ้มบางๆให้อาชิ อาชิหน้าแดง ฉันทำอะไรผิดงั้นหรอ
“อาชิ หน้านายแดงน่ะ เป็นอะไรรึป่าว”
ฉันเอามืออังหน้าผากของอาชิ ทุกคนถึงกับตะลึงไปเลย อาชิยิ่งหน้าแดงไปกันใหญ่
แต่มันช่างเหมาะเจาะกันจริงๆเลย ก็ตอนนี้นายทีมยืนจ้องหน้าฉันกับอาชิอยู่น่ะสิ
“ทำอะไรกันน่ะ!!!”
เอ้า!!!!ฉันทำอะไรแล้วมันเรื่องอะไรของนายด้วยล่ะเนี่ย!!!!!
“ถ้าจะบอกว่าซักผ้าอยู่จะเชื่อมั้ยล่ะ”
“เรื่องเมื่อเช้ายังไม่ได้เคลียร์ อย่าสร้างเรื่องอีกจะได้มั้ย!!!”
ทุกคนในที่นี้กำลังอึ้ง
“มีเรื่องอะไรกันหรอหวาย”
“คือ....”
ถ้าฉันบอกว่านายทีมขับรถเฉี่ยวฉัน ทุกคนต้องตกใจมากกว่านี้แน่ๆเลย
“ฉันขับรถเฉี่ยวยัยนี่”
“ห๊า!!!!!!!”
นี่คือเสียงของทุกคนในที่นี้
“แล้วหวายเป็นอะไรรึป่าว”
เพื่อนๆฉันต่างรุมถามฉัน ถ้านายจะบอกว่านายขับรถเฉี่ยวฉันล่ะก็ ช่วยบอกว่าฉันไม่ได้เป็นไรจะดีมาก!!!!!
“เอ่อ....คืองี้นะ ฉันไม่ได้เป็นอะไร”
“......”
เอ่อ....คือ....มันเฉี่ยวๆไปแค่นิดเดียว ไม่โดนฉันฉันด้วยซ้ำ”
“......”
T^T
“ฉันไม่เป็นไรเลยเห็นมั้ย”
ตอนนี้ฉันหมุนตัวให้ทุกคนดูว่าฉันไม่เป็นไรจริงๆ
“ไม่เป็นอะไรแน่นะหวาย”
หนูเอินถามขึ้น
“แน่สิ แน่ เห็นมั้ยไม่มีแผลเลยสักนิดน่ะ”
“แน่นะ”
หนูจ๋ากับหนูน้ำจับตัวฉันหมุนไปมาเพื่อสำรวจดูบาดแผล
“โธ่ หนูจ๋า หนูน้ำ หวายไม่เป็นไรจริงๆ”
“เฮ้อ.....งั้นโชคดีไป”
“ร่างกายน่ะไม่เท่าไหร่หรอก แต่เจ็บใจมากกว่า”
นายทีมถึงกับถลึงตามองฉัน ตอนนี้สายตาทุกคนเปลี่ยนเป้าหมายไปที่นายทีม สม!!!!!
“เอ่อ...คือ....”
ติ๊ง......ติง .....ติ๊ง.....ติ่ง.......
เสียงออดสัญญาณเข้าแถวดังขึ้นก่อนที่นายนั่นจะอ้าปากพูดอะไร
“ไปกันเหอะ”
ฉันเดินผ่านหน้านายนั่นไปโดยที่ไม่สบตาเลยแม้แต่น้อย


ตอนนี้ในห้องเรียนเสียงดังจอแจกันเพราะครูยังไม่เข้าสอน
ประกาศ ขอให้นักเรียนทุกคน ไปเลือกชมรมในเวลานี้ด้วยค่ะ
“ได้เวลาแล้วหรอเนี่ย”
ฉันพูดขึ้น
“งั้นเอินไปชมรมก่อนนะ”
“จ๋าด้วย ไปก่อนนะ”
“โย ก็ต้องไปแจกใบสมัครด้วย”
“น้ำ ก็เหมือนกัน”
“งั้นไปกันเหอะ”
ฉันกำลังจะเดินออกจากห้องไป แต่ก็คิดอะไรขึ้นมาได้
“อ้อ! พวกเด็กใหม่น่ะ รีบๆไปสมัครเข้าชมรมด้วยล่ะ”

ป้ายตัวอักษรตัวใหญ่อ่านได้ชัดเจน ชมรมดนตรีสากล
“ใครสนใจชมรมดนตรีสากลเชิญทางนี้นะคะ”
เสียงของฉันตะโกนเพื่อเรียกให้คนมาสมัครที่ชมรมฉันเยอะๆ
“ชมรมดนตรีสากลเชิญทางนี้ค่ะ!!!”
กลุ่มของวัยรุ่นชายเดินตรงมาทางนี้น่าจะเป็นเด็ก ม.5 คงเปลี่ยนชมรมใหม่มั้ง
“คือ....ผมขอสมัครเข้าชมรมนี้ได้มั้ยครับ”
น่ารัก!!! คนอะไรน่ารักจริงๆเลย
“งั้นเชิญน้องๆเข้ามาเขียนใบสมัครด้านในเลยค่ะ”
ฉันเดินนำน้องๆข้ามาในห้องของชมชม ภายในห้องมี เครื่องดนตรีวางกันอยู่เรียงราย ถูกจัดอย่างเป็นระเบียบ แล้วชมรมดนตรีของฉันยังมีห้องซ้อมที่เป็นห้องอัดเสียงได้ด้วย
“สมัครกี่คนคะ”
“3 ครับ”
“นี่ค่ะ ใบสมัคร”
ฉันยื่นใบสมัครให้น้องๆ
“อยู่ ชั้นไหนกันแล้วคะ”
“ม.6 ครับ”
จริงหรอ ม.6 มีคนน่าตาน่ารักอย่างนี้ด้วยหรอ อยู่ห้องไหนกันล่ะเนี่ย ทำไมฉันไม่เคยเห็นเลยล่ะ
“นึกว่าเด็ก ม.5ซะอีก”
“จะบอกว่าผมหน้าเด็กหรอ”
นายนั่นทำหน้าตาทะเล้นใส่ฉัน รู้ทันอีกแน่ะ
“ผมชื่อ กอล์ฟนะ เธอล่ะ”
“ตังหวาย เรียกหวายก็ได้”
“ยินดีที่ได้รู้จัก นี่ บอม กับ เบย์ เป็นฝาแฝดกัน”
“ค่ะ งั้นกรอกใบสมัครแล้วยื่นที่ โต๊ะทางด้านนู้นเลยนะคะ”
ฉันผายมือไปทางโต๊ะรับสมัครสมาชิกชมรมดนตรี ที่มีคนนั่งประจำอยู่
“ครับ”
“งั้นหวายขอตัวไปทำงานก่อนนะ”
ฉันส่งยิ้มให้อย่างอารมณ์ดี ฮ่าๆๆๆ ได้สมาชิกเพิ่มอีกตั้งสามคนแน่ะ
“ชมรมดนตรีสากลเชิญทางนี้ค่ะ”
ฉันเริ่มปฏิบัติหน้าที่ของฉันต่อ
กรี๊ด!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
ใครวางระเบิดแถวไหนวะ!!!!!!
นายทีมกำลังเดินมาอย่างยากลำบากเพราะมีสาวๆรุมล้อมอยู่
นายนั่นมองที่ป้ายชมรม ก่อนที่จะมองมาทางประตูที่ฉันยืนอยู่
O_O!!
“นายมาทำอะไรแถวนี้”
“ทีมก็มาสมัครเข้าชมรมน่ะสิ”
เสียงนี้ ยัยระบายฟ้า
“ฉันจำได้ว่าฉันไม่ได้ถามเธอนะ”
ทุกคนหัวเรากันคิกคัก หน้าเสียไปเลยล่ะสิ
“ถามทีมก็เหมือนถามฉันน่ะแหละ”
โธ้ โธ่ๆๆๆๆ ไปได้น้ำขุ่นๆเลยนะเนี่ย นับถือ!!!!
“ฉันจะมาสมัครเข้าชมรมนี้”
“ไม่ต้อนรับ!!!!”
นายนั่นถึงกับอึ้งไปเลย ตอนนี้เสียงซุบซิบเริ่มดังขึ้น พร้อมกับสายตาของพวกสาวๆที่มองมาทางฉันอย่างโกรธแค้นกันมาแต่ชาติปางไหน ให้ตายเถอะ นายนี่เกิดมาพร้อมกับน้ำมันพรายรึไงนะ!!!!
“ฉันอยากเข้าชมรมนี้ ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเข้าชมรมไหนก็ได้ไม่ใช่หรอ”
“แต่ฉันเป็นประธานชมรม ฉันมีสิทธิ์ที่จะรับหรือไม่รับใครก็ได้”
“นี่เธอ!!!จะไม่ลำเอียงมากไปหน่อยหรอ ทีมเค้าอยากเข้าชมรมนี้นะ”
“ใช่ ทีคนอื่นยังสมัครได้เลย”
“อย่างนี้มันลำเอียงแล้วก็เห็นแก่ตัวด้วย”
เสียงของผู้หญิงหลายคนดังขึ้น
“พอ!!!!หุบปากกันได้แล้ว เข้าไปสิ”
“......”
“เราเข้าไปสมัครกันเถอะค่ะทีม”
แล้วนายทีมกับยัยระบายฟ้าก็มาสมัครเข้าชมรมฉัน พร้อมกับพวกผู้หญิงที่ตามนายนั่นมาเป็นพรวน ฉันเชื่อเลยว่าผู้หญิงพวกนั้นเล่นดนตรีไม่เป็นกันเลยสักอย่าง
สาธุ!!!!ขอให้ใบสมัครหมดทีเถอะ
“หวายๆ ใบสมัครหมดแล้วล่ะ”
เพื่อนในชมรมที่ดูแลการสมัครวิ่งมาบอกฉัน
“หรอๆๆนายนั่นได้สมัครมั้ย”
ขอให้คำอธิษฐานเป็นจริงด้วยเถิด!!!!
“อื้ม ได้สิ กับระบายฟ้าอีกคน ส่วนที่เหลือ ใบสมัครดันหมดก่อน”
แป่ว!!!!!ผิดหวังอย่างแรง แต่ก็ยังดีที่ได้แค่สองคน ถ้าได้กันหมดฉันคงต้องตกนรกทั้งเป็นแน่ๆ
เฮ้อ!!!!เวรกรรมอะไรของฉันเนี่ย เมื่อไหร่นายจะออกไปจากชีวิตฉันซะที
“หวาย”
ใครเรียกอ่ะ?
“อ้อ!! กอล์ฟ บอม เบย์”
“อืม...กอล์ฟไปก่อนนะ”
“ค่ะ”
ฉันยกมือขึ้นโบกน้อยๆ เพื่อเป็นการลา
“เสน่ห์แรงจริงเลยนะเธอเนี่ย”
ไม่ต้องบอก ไม่ต้องเดา ก็รู้ว่าสียงใคร
“แล้วทำไมมิทราบ ก่อนจะว่าใครก็กรุณาดูตัวเองด้วยนะ”
ตอนนี้ฉันอยู่ในอารมณ์เคืองเป็นที่สุดเลย ฉันรีบเข้าไปในห้องชมรม ทำงานยังดีกว่าคุยกับนายนี่ตั้งเยอะ
“นี่เธอ!!!”
เรียกได้ก็เท่านั้น ไม่สนซะอย่าง จะไปที่ไหนก็ไปซะทีสิ ยุ่งวุ่นวายอยู่ได้
นายนี่ กวนประสาทฉันได้ตลอดเวลา มีเรื่องทีไรต้องมีนายเป็นต้นเหตุทุกทีเลย เกลียดๆๆๆๆๆๆ เกลียดนายนี่ที่สุดเลย ศัตรูหมายเลข 1 ของฉัน!!!!!!

***********************************************************

ใครมราอยากอ่านแบบฉบับสมบูรณ์ เชิญชมได้ที่ www.vcharkan.com ไปที่ เนื้อหาหลัก คลิก นิยาย
แวะเวียนไปเยี่ยมกันได้นะคะ

โดย : **เกล็ดกรกฏ**
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 16 มี.ค. ปี 2007 [ เวลา 22 : 43 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook