บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 4

กรุงงานเขียนเก่า 1
กรุงงานเขียนเก่า 2
กรุงงานเขียนเก่า 3
กรุงงานเขียนเก่า 4
กรุงงานเขียนเก่า 5


>> การ์เดียน สปิริต (ตอน1 อำนาจแห่งพระเจ้า)

เรื่อง : การ์เดียน สปิริต (ตอน1 อำนาจแห่งพระเจ้า)

ในอนาคตอันไม่ไกลนักบนดาวเคราะห์ที่มีชื่อเรียกกันว่าโลก........

ในยุคที่วิทยาศาสตร์ได้ก้าวล้ำไปเกินกว่าจุดที่มนุษยชาติจะทำความเข้าใจได้..ซึ่งมนุษย์ได้ให้คำจำกัดความว่าเป็น “อำนาจเทียบเคียงพระเจ้า” สงครามเย็นได้ประทุขึ้นทั่วโลกโดยมีจุดกำเนิดจากภาวะขาดแคลนพลังงานทั่วโลกเมื่อหลายสิบปีก่อนประกอบกับการจมของผืนแผ่นดินเนื่องจากการละลายของน้ำแข็งขั้วโลกจนนำมาสู่การพัฒนาทางด้านนิวเคลียร์ , เทคโนโลยีชีวนาโนและพลังจิต เพื่อเสริมสร้างกำลังทางทหารของแต่ละฝ่ายอย่างเปิดเผยชักนำให้โลกแบ่งแยกเป็นสามฝ่ายอย่างชัดเจนคือสหพันธ์โลกตะวันออก สหพันธ์ยุโรป และสหพันธ์อเมริกาเหนือ ซึ่งล้วนแต่หลงระเริงในอำนาจเทียบเคียงพระเจ้าของตน... โดยหารู้ไม่ว่า...นั่น..เป็นบ่อเกิดของหายนะครั้งใหญ่ของมวลมนุษยชาติ........

-อำนาจเทียบเคียงพระเจ้า
ณ ศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์เพื่อการทหารแห่งทวีปอเมริกาเหนือ......
“หมอ การผ่าตัดท่านรัฐมนตรีกลาโหมเป็นอย่างไรบ้าง?” ประธานาธิบดีแห่งสหพันธ์อเมริกาเหนือสอบถาม ไมเคิล ชาง นายแพทย์เชื้อสายตะวันอกมือหนึ่งของสหพันธ์ “ผลการผ่าตัดออกมาน่าพอใจมากครับ เพียงแต่ท่านรัฐมนตรีต้องฝึกการควบคุมการสั่งงานมาเรียอยู่บ้าง” ไมเคิลตอบด้วยสีหน้าหวั่น “ตอนที่ท่านรัฐมนตรีเริ่มรู้สึกตัวท่านทำลายเครื่องมือในห้องผ่าตัดทั้งหมดและผู้ช่วยหมอบาดเจ็บไปสามคน” ประธานาธิบดีพยักหน้าด้วยสีหน้าแสดงความพอใจ “นั่นจะเป็นหลักประกันความมั่นคงทางการทหารของสหพันธ์เราได้เป็นอย่างดี”
เสียงปิ๊บเตือนเบาๆจากนาฬิกาข้อมือของประธานาธิบดีดังขึ้นสองครั้ง นั่นเป็นสัญญาณเตือนการติดต่อเข้ามาจากหน่วยข่าวกรองแห่งสหพันธ์ นายแพทย์ไมเคิลเข้าใจในสถานการณ์เป็นอย่างดีจึงลุกขึ้นและทำความเคารพก่อนจะหันหลังและเดินออกไป
ประธานาธิบดีกดปุ่มเล็กๆบนนาฬิกา ทันใดนั้นมวลอากาศได้เปลี่ยนรูปเป็นแผ่นฟิลม์มอนิเตอร์ขนาดย่อมพร้อมๆกับปรากฏภาพของหัวหน้าหน่วยข่าวกรองบนแผ่นฟิล์มนั้นตรงหน้าประธานาธิบดี “ท่านประธานาธิบดีครับ ผมเกรงว่าในศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์เพื่อการทหารจะมีสายลับของฝ่ายตรงข้ามแฝงตัวอยู่” หัวหน้าหน่วยข่าวกรองกล่าว “ขอทราบเหตุผลสนับสนุนของคุณหน่อย จอห์น คุณก็รู้ว่าศูนย์วิจัยนี้มีการคัดเลือกผู้ร่วมงานอย่างเข้มงวดและฝังนาโนชิปในตัวของพนักงานทุกคนซึ่งจะเตือนเราทันทีที่มีการล่วงล้ำเขตข้อมูลต่างระดับ” ประธานาธิบดีแย้งถาม “ผมทราบครับว่าชิปนั่นจะเตือนเราได้หากพนักงานกระทำการล่วงล้ำข้อมูลหรือพยายามส่งออกไปแต่นั่นไม่สามารถเตือนเราได้หากมีการส่งข้อมูลทางกระแสจิต” จอห์น หัวหน้าหน่วยข่าวกรองชี้แจง “แต่เราก็ตรวจสอบโครงสร้างสมองของทุกคนแล้วนี่ก่อนที่จะรับเข้ามาเท่าที่ได้รับรายงานเราไม่พบว่ามีใครมีโครงสร้างสมองแบบพวกนักรบพลังจิต” ประธานาธิบดียังคงแย้ง “ใช่ครับท่านแต่นั่นไม่ได้รวมถึงภรรยาของพวกเขา ...”จอห์นยังคงนำเสนอต่อ “เราทราบว่ามีการพยายามจารกรรมเทคโนโลยีดีเอ็นเอนาโนโดยฝ่ายกบฏ” ประธานาธิบดีถอนหายใจและนึกถึงโครงการดีเอ็นเอนาโนที่เคยรุ่งเรืองเมื่อหกปีก่อน เทคโนโลยีนี้เคยเป็นความหวังทางการทหารของสหพันธ์ในการพัฒนามนุษย์สายพันธ์ใหม่แต่ต้องถูกล้มเลิกแต่กลางคันเนื่องจากใช้เวลาในการค้นคว้าวิจัยยาวนานเกินไปซึ่งไม่เหมาะกับสถานการณ์ที่กำลังตึงเครียดระหว่างซีกโลกทั้งสามซึ่งมีเทคโนโลยีทางการทหารที่มีอานุภาพเทียบเคียงพระเจ้าซึ่งพร้อมจะทำลายอีกฝ่ายให้สลายไปจากโลกได้ในไม่กี่ชั่วโมง “แล้วคุณรู้รึยังล่ะว่าใคร?”ประธานาธิบดีเอ่ยถาม “เรายังไม่ทราบครับและผมขอให้ท่านอนุญาตให้คนของผมแฝงตัวในศูนย์แห่งนี้ครับ” จอหน์ร้องขอ ประธานาธิบดีมีสีหน้าหนักใจอย่างเห็นได้ชัดต่อคำร้องขอของหัวหน้าหน่วยข่าวกรองแห่งสหพันธ์ ศูนย์วิจัยแห่งนี้ขึ้นตรงกับรัฐมนตรีกลาโหมซึ่งแม้แต่หน่วยข่าวกรองยังไม่สามารถที่จะเจาะเข้ามาได้ เทคโนโลยีนาโนดีเอ็นเอ เป็นโครงการลวงที่สหพันธ์ยังคงให้การสนับสนุนการวิจัยเพื่อปิดบังโครงการทหารแห่งพระเจ้าซึ่งเป็นความลับยิ่งกว่าของนายแพทย์ไมเคิล ชางและรัฐมนตรีกลาโหม ประธานาธิบดีเอนตัวพิงพนักเก้าอี้นวมนุ่มหนา คิ้วของประธานาธิบดีขมวดเข้าหากันอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าของจอห์นในมอนิเตอร์ยังคงเรียบเฉยคล้ายกับคุ้นเคยกับการรอคอยเช่นนี้มาก่อน ในที่สุดประธานาธิบดีได้ให้คำตอบแล้ว “ตกลง ผมจะให้คนของคุณแฝงตัวเข้ามาในศูนย์วิจัยในส่วนพัฒนาเทคโนโลยีนาโนดีเอ็นเอ แต่คนของคุณต้องผ่านการตรวจสอบและฝังชิปเช่นเดียวกับคนอื่นๆที่นั่น” ประธานาธิบดียื่นข้อเสนอ “ตกลงครับท่านประธานาธิบดี อีกสองวันผมจะส่งคนของผมเข้าไปครับ” จอห์นกล่าวก่อนที่ประธานาธิบดีจะกดปุ่มปิดมอนิเตอร์ที่นาฬิกาข้อมือและแผ่นฟิลม์บางๆสลายตัวเป็นอากาศอีกครั้งเหมือนไม่เคยมีอะไรอยู่เบื้องหน้าเขามาก่อน...



ณ เมืองในหุบเขาชีร่า.............ในยุคสมัยแห่งเวทย์มนต์และโลหะ....
“เทพแห่งสายฟ้าจงประธานอำนาจสายฟ้าฟาดฟันศัตรูแก่ข้า สตรีค!!!!” ....... “เปรี้ยง!!!” สายฟ้าเจิดจ้าได้ฟาดลงมากลางกลุ่มออร์ค สิ่งมีชีวิตรูปร่างใหญ่มีโครงสร้างคล้ายมนุษย์แต่หน้าตาบิดเบี้ยวน่ากลัวและมีเรี่ยวแรงมหาศาล “ดูนั่นพวกเรา เจ้าชายริเวร่า ใช้สายฟ้าโจมตีพวกออร์คแล้ว” พลทหารเดินเท้ารายหนึ่งชี้มือไปยังจุดที่สายฟ้าฟาดลงไป “ต่อไปก็เป็นหน้าที่ของพวกเราแล้วสินะ” ทหารอีกรายเสริม ทันใดนั้นเสียงเจ้าชายริเวร่าตะโกนก้องมายังเหล่าทหาร “ทหารแห่งพระจักรพรรดิ์ ทหารแห่ง ชีร่า ได้เวลาที่พวกท่านจะได้สำแดงอานุภาพแห่งนักรบผู้ที่ได้ชื่อว่าแกร่งที่สุดแห่งโลกนี้แล้ว .... ไปเถิดทหารแห่งชีร่า เทพทั้งปวงอยู่ข้างท่าน ........มัลติ สตรีค !!!” ทันใดนั้นสายฟ้าหลายสายได้ฟาดลงมายังกองทัพออร์คพร้อมกับเสียงสะเทือนเลื่อนลั่น “ไปเถอะพวกเรา ไปฆ่าพวกมันให้สิ้นซาก ไป!!!” เสียงตอบรับจากเหล่าทหารชีร่าดังก้องไปทั่วบริเวณพร้อมๆกับการเปิดฉากเข่นฆ่าระหว่างออร์คและมนุษย์ ...

“ท่านพี่ริเวร่า” เสียงสดใสของ นีน่าเจ้าหญิงแห่งชีร่าเรียกพี่ชายของตน “อีกครั้งแล้วนะที่ท่านพี่ไม่ยอมให้นีน่าเข้าร่วมสงครามกับพวกออร์ค” นีน่าต่อว่าพี่ชาย
ริเวร่า ยิ้มหยอกน้องสาว “แล้วเหตใดพี่ต้องให้เจ้าหญิงแสนสวยแห่งริเวร่าไปผจญอันตรายด้วยเล่า หากปล่อยให้เจ้าหญิงมีแม้แต่รอยขีดข่วน ชาวชีร่าคงไม่ให้อภัยพี่แน่”
นีน่าเกี่ยวแขนพี่ชายพลางหัวเราะ “ครั้งนี้นีน่าให้อภัยแต่คราวหน้าถ้าไม่ยอมจริงๆนะ” ก่อนจะทำหน้าตาดุ ซึ่งทำให้ริเวร่าถึงกับอมยิ้ม
“พี่ต้องไปหาท่านพ่อ นีน่าจะไปด้วยกันหรือไม่”ริเวร่าถามน้องสาว “ไม่ล่ะพี่ริเวร่ากับท่านพ่อคุยกันแต่เรื่องสงคราม นี่น่าไม่อยากคุยด้วย นีน่า ไปหาท่านอาจารย์ดีกว่า” ริเวร่ามองน้องสาววัยสิบแปดแต่ยังแสดงกริยาเป็นเด็กเล็กวิ่งจากไปก่อนจะหัวเราะและเดินตรงไปยังห้องโถงใหญ่จักรพรรดิ ภายในห้องโถงจักรพรรดิจูร่านั้งอยู่บนบัลลังค์โลหะสีมันวาว ที่ด้านข้างมีชายผิวคล้ำใส่ชุดคลุมคล้ายนักบวชยืนอยู่
“องค์จักรพรรดิ ข้าริเวร่ามารายงานผลการต่อสู้ที่ชายแดนด้านเหนือ” ริเวร่ากล่าวต่อบิดา “ว่าต่อไปริเวร่า” จักรพรรดิจูร่าแห่งชีร่ากล่าวกับริเวร่า “ พวกออร์คล่าถอยเข้าป่าแห่งออร์คไปแล้ว กองทัพชีร่าได้ชัยชนะแต่ก็ต้องสูญเสียทหารไปไม่น้อย เหล่าจอมเวทย์สูญเสียพลังคงไม่สามารถออกรบได้อย่างน้อยสองถึงสามเดือน” ริเวร่ารายงาน “เช่นนี้สถานการณ์ตอนนี้จึงน่ากลัวยิ่งกว่ายามสงครามละสิ”จักรพรรดิกล่าว “เป็นเช่นนั้นท่านจักรพรรดิแห่งชีร่า” ริเวร่ายืนยันสถานการณ์ “ท่านจักรพรรดิ ข้ามีข้อเสนอต่อท่าน” ชายผิวคล้ำแต่งตัวคล้ายนักบวชผู้ซึ่งมีใบหน้าคล้ายคลึงกับจักรพรรดิและริเวร่ากล่าว “ท่านมีข้อเสนอใดรึ คารุดา น้องข้า”จักรพรรดิจูร่ากล่าวกับน้องชายของตนและอาของริเวร่า “ข้าเห็นควรให้เกณฑ์ชายหนุ่มและหญิงสาวในเขตเพาะปลูกเข้ามาเป็นทหารในหน่วยรบทดแทนกำลังพลที่สูญเสียไป” คารุดากล่าว ริเวร่าหันมองหน้าผู้เป็นอาก่อนจะกล่าว “เขตเพาะปลูกเป็นแหล่งผลิตอาหารและยารักษาโรคสำหรับชีร่านะท่านบิชอบ .... หากดึงคนมาจากส่วนนั้นเราอาจเข้าสู่ภาวะขาดแคลนอาหารและยาได้” คารุดาแสดงสีหน้าไม่พอใจออกมาก่อนที่จะกล่าวด้วยน้ำเสียงกร้าว “แม่ทัพเวทย์ริเวร่าหลานรัก เจ้าบอกเองมิใช่รึว่าเราอยู่ในสถานการณ์ที่อ่อนแอเป็นที่สุดหากไม่เสริมกำลังทัพแล้ว เจ้าจะทำอย่างไร?” คารุดาหันหน้าไปกล่าวกับจักรพรรดิชีร่า “พวกเราสามารถกำหนดให้ชาวบ้านในเขตเพาะปลูกทำงานให้มากขึ้น ขยายเขตแดนการเพาะปลูกเข้าไปในเขตแดนของออร์คโดยใช้ขุมกำลังใหม่ที่เกณฑ์มาได้ ท่านจักรพรรดิ” ริเวร่ามีสีหน้าหงุดหงิดกับข้อเสนอของคารุดาก่อนจะโต้แย้ง “ข้าเกรงว่านั่นไม่ใช่ข้อเสนอที่ดีนะท่านบิชอบ” จักรพรรดิจูร่าเอนหลังลงกับพนักพิงด้วยสายตาที่เหนื่อยอ่อน “แสดงว่าเจ้ามีข้อเสนอที่ดีกว่าอย่างนั้นรึริเวร่า”จักรพรรดิกล่าวถาม “ข้าคิดว่าเราควรทำข้อตกลงเป็นพันธมิตรกับพวกเอ็ฟล พวกนี้มีพลังจิตที่สูงมาก แม้ไม่ชอบเรื่องการทำสงครามแต่เวทย์ด้านการรักษาล้ำหน้ากว่าพวกเรามาก พวกเราสามารถแบ่งอาหารบางส่วนให้กับพวกเอ็ฟลและขอให้พวกนั้นสนับสนุนเรา” ริเวร่าเสนอ “นี่เจ้าคิดจะยืมมือพวกสัตว์ประหลาดอย่างนั้นรึริเวร่า” คารุดาตวาด “ข้าไม่เห็นว่าเรื่องนี้จะเสียหายที่ใด เอ็ฟลอาจไม่ใช่นักรบที่ดีแต่ก็เป็นผู้เยียวยามือฉมัง อาจสามารถทำให้กองทัพของชีร่ากลับมาแข็งแกร่งได้ด้วยเวลาเพียงเดือนเดียว .....และเราไม่ต้องเปลี่ยนโครงสร้างของพลเมืองชีร่าด้วย” ริเวร่ากล่าวแย้ง “นี่..เจ้า!!!!!” คารุดาตวาดเสียงดังก่อนที่จะต้องเงียบเสียงลงด้วยเสียงที่มีอำนาจกว่า “พอที!!! หยุดเถียงกันได้แล้ว ข้าจะนำเรื่องนี้เข้าหารือในสภาปกครองชีร่า และหวังว่าเจ้าทั้งสองจะมีข้อสนับสนุนหรือข้อเสนอที่ดีกว่านี้ในสภา” จักรพรรดิกล่าวด้วยเสียงแสดงถึงความเด็ดขาด “พวกเจ้าไปได้แล้ว ข้ายังมีงานต้องทำ” คารุดาและริเวร่าจึงทำความเคารพองค์จักรพรรดิและเดินออกจากห้องไป....


โดย : นักล่าฝัน
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 17 มี.ค. ปี 2007 [ เวลา 16 : 57 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook