บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 4

กรุงงานเขียนเก่า 1
กรุงงานเขียนเก่า 2
กรุงงานเขียนเก่า 3
กรุงงานเขียนเก่า 4
กรุงงานเขียนเก่า 5


>> ยากูซ่าหน้าใสป่วนหัวใจยัยสุดห้าว(ตอน2)

เรื่อง : ยากูซ่าหน้าใสป่วนหัวใจยัยสุดห้าว(ตอน2)

บทที่ 2 เปิดฉากตัวซวย

เนื่องจากวันนี้เป็นวันปิดเทอมและรายงานของฉันก็เสร็จแล้ว ฉันซึ่งเป็นคนที่เรียบร้อยม๊าก . . . มาก ฉันกับพี่ชายจึงตัดสินใจว่าเราจะเกมเซ็นเตอร์กัน ฉันและพี่ก็เลยแยกย้ายกันไปเปลี่ยนเสื้อผ้า และจะลงมาเจอกันที่ห้องนั่งเล่น ส่วนฉันลงมาก่อนคนแรกเลยพอถึงเกมเซ็นเตอร์ พี่เรียวกับพี่เรย์ก็ไปเล่นเกมกัน 2 คน ปล่อยน้องสาวที่ไม่เคยมาเกมเซ็นเตอร์( ครั้งเดียว )ไว้คนเดียว และเนื่องจากฉันไม่เคยเล่นเกมทุกตู้ในเกมเซ็นเตอร์ ( ซะเมื่อไหร่ ) ฉันจึงเกิดอาการเบื่อ ฉันล้วงมือไปในกระเป๋าเป้สีดำ แล้วหยิบ I – pod ( ไอพอด )

สีขาว อันเล็กกระทัดลัด แล้วเสียบหูฟังทั้ง 2 ข้างไว้ในหู ทันใดนั้นสายตาของฉันก็เหลือบไปเห็นร้านหนังสือขนาดใหญ่ ที่มีค๊อฟฟี่ช๊อพ ร้านเล็กๆตั้งอยู่ข้างในด้วย ภายในร้านถูกตกแต่งด้วยต้นข้าวแห้ง เอ . . . การตกแต่งแบบนี้มันคุ้นๆนะ อ๋อ ! ฉันแทบไม่ต้องนึกเลยว่าร้านชื่ออะไร และ ใครเป็นเจ้าของ แถบนี้มีอยู่ร้านเดียว ก็ร้านต้นข้าวของพี่โซยะ เพื่อนของพี่เรย์ ที่พี่เรย์เคยพูดให้ฟัง เอ่อ 1 . . 2 . . 3 . . โอ้ย นับครั้งไม่ได้ หลายครั้งมากๆ แต่พูดก็พูดเถอะ เห็นพูดตั้งหลายครั้งแล้วพึ่งเคยมาเป็นครั้งแรกเลยนะเนี่ย หือ หอมมาก เป็นกลิ่นต้นข้าวอ่อนๆ พอเดินเข้าไปในร้านแล้วรู้สึกดีจริงๆนะ แต่แล้ว บางอย่างก็กระโดดออกมาทำลายบรรณยากาศดีๆให้หายไปในพริบตา

“ จ๊ะเอ๋ !!! ฟาก็มาที่นี่ด้วยหรอ ” เอ่อ ฉันเรียกมันว่าตัวซวยค่ะ เพราะนอกจากมันจะตามตื้อไม่หยุดไม่หย่อน และไม่รู้จักเหนื่อยแล้ว มันยังทำให้ฉันไม่ได้รับความสงบซะด้วย ฮือToT อารายฉันจะซวยขนาดนี้ นี่วันหยุดนะฉันยังต้องเจอมันด้วยหรอ วันนี้ฉันต้องมีความซวยครั้งใหญ่มาเยือนแน่นอน ฉันขอตีลังกายันได้เลย

“ อืม ” ฉันตอบน้ำเสียงบ่งบอกถึงความเบื่อหน่ายเต็มทีหวังว่ามันคงจะรู้ตัวว่าฉันเบื่อใคร

“ ฟา เป็นอะไรหรอใครทำให้ฟารำคาญ บอกไชคนนี้ได้นะ ” มันพูดพร้อมกับชูกับปั้นมาวางไว้ที่อกของตัวเองอย่างภาคภูมิใจ ยัง มันยังไม่รู้สึกตัวอีกว่าฉันรำคาญมัน เฮ้อ โง่งมเลย

“ ฟาไปก่อนนะ ” ฉันพูดแล้วผล่ะออกมาจากโต๊ะเลยให้ตายเหอะ ฉันเบื่อหน้าหมอนั่นจะแย่อยู่แล้ว เอ แต่ฉันว่าการที่เราอารมณ์เสียเนี่ย ช๊อกโกแล๊ตปั่นซักแก้วก็คงจะทำให้อารมณ์ดีได้นะ ขาไวเท่าความคิด ฉันตรงลี่เข้าไปสั่งช๊อกโกแล๊ตปั่นของโปรดทันที เมื่อได้น้ำแล้วก็ไปหาหนังสืออ่านทันที เมื่อไปถึงฉันก็เดินไปเรื่อยๆ เอ ทำไมวันนี้ไม่ค่อยมีคนเลยอ่ะ ปกติมุมนี้ต้องแน่นไม่ใช่หรอ ก็มันเป็นมุมหนังสือวรรณกรรมไม่ใช้หรอ แต่ช่างมันเถอะคนน้อยแบบนี้เดินง่ายดี แล้วทันใดนั้น ฉันก็เหลือบไปเห็นภาพที่บาดตาบาดใจมาก

นี่แหละสิ่งที่ไอ้ไชตัวซวยมันให้ฉันมา ฉันเห็นผู้ชายคนนึงยืนจูบอยู่กับผู้หญิงอีกคน

แล้วทำไมฉันไปเดือดร้อนอะไรด้วย ฉันจะไม่เดือดร้อนแน่ถ้าผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงนั้นไม่ใช่

มาโค โซยะ แฟนฉันเอง !!!! ขอดูหน้าเพื่อความแน่ใจหน่อยได้มั้ยว่าเป็นโซยะจริงหรือเปล่า พอฉันเดินไปกระตุกชายเสื้อของชายคนนั้น เขาหันมามองหน้าฉันเท่านั้นแหละ

“พลั่ก!!!!!!!!!! ” ตอนนี้หน้าของโซยะหันตามแรงกระทบของหมัดฉันที่ต่อยลงไปที่ใบหน้าของเขา ซึ่งขณะนี้มีเลือดออกที่มุมปากนิกหน่อย

“ โซยะ เมื่อนายทำกับฉันอย่างนี้ เราก็เลิกกันเถอะ ” ฉันจัดแจงบอกเลิกโดยที่ไม่ต้องรอให้มันมาบอกฉันก่อน

“ และฉันก็เชื่อด้วยว่านายคงจะไม่ปฏิเสธ ” ฉันมองมันด้วยสายตาเย็นชาสุดๆบอกได้เลยว่าน่ากลัวมากๆ และหันหลังกลับพร้อมที่จะเดินแต่แล้วก็ต้องชะงัก

“ พลั่ก !!!! ขออีกซักที่เหอะเพื่อความสะใจส่วนตัว ” ฉันกลับไปต่อยมันอีกหมัดนึง คาดว่าเจ็บมากไม่งั้นมันคงไม่ล้มลงไปกองกับพื้น สะใจ ก๊ากกกกก สะใจโว้ยยยย

ฉันรีบเดินออกมาจากมุมนั้นโดยไม่ลืมที่หยิบหนังสือมาด้วยพอคิดเงินเสร็จฉันก็หยิบมือถือออกมาแล้วโทรหาพี่เรียวทันที

“ ฮัลโหล จะกลับแล้วหรอฟา อยู่ที่ไหนเดี๋ยวพี่ไปรับ ” พี่เรียวรับโทรศัพท์แล้วดูเหมือนว่าพี่เรียวจะดูแล้วนะว่าใครโทรมา

“ พี่เรียวฟาจะโทรมาบอกว่าวันนี้ฟาจะกลับบ้านเองนะไม่ต้องห่วง ” พอฉันพูดเสร็จฉันก็รีบวางหูทันทีก่อนที่พี่เรียวจะถามอะไรไปมากกว่านี้เพราะฉันไม่อยากให้พี่เรียวกับพี่เรย์เป็นห่วงฉันมากกว่านี้ ฉันค่อยๆเดินเอื่อยเฉื่อยไปเรื่อยมือข้างขวาถือน้ำช๊อกโกแล๊ตปั่นที่ยกขึ้นมาดูดอย่างหมดอารมณ์มือซ้ายถือหนังที่ซื้อมาเมื่อกี้นี้ ฉันเดินมาไม่ห่างจากเกมส์เซนเตอร์มากนักตรงนี้จะมีสวนสาธารณะเล็กๆที่มีต้นไม้ร่มรื่นแล้วก็มีสระที่ขุดขึ้นมาเล็กๆฉันเดินไปนั่งที่ชิงช้าที่มี 2 ที่นั่งมองเหม่อ ออกไปอย่างที่เคยทำประจำไม่ช้าก็รู้สึกถึงความแสบที่จมูกแล้วน้ำที่ค่อยๆไหลลงมาอาบแก้ม ไม่ต้องสงสัยหรอกว่าทำไมฉันถึงกล้าร้องไห้ ก็เพราะว่ามุมนี้น่ะไม่มีคนเดินผ่านหรอกเขาเห็นว่ามันเป็นทางตันก็เลยไม่เดินกัน

เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ฉันรู้แต่ว่าตอนนี้ฝนโครมใหญ่กำลังตกลงมาที่ใส่ตัวฉันฉันเหลือบมองหนังสือและแก้วน้ำที่วางอยู่ข้างๆเล็กน้อย เฮ้อ โชคดีนะที่หนังสือไม่เปียก ส่วนน้ำน่ะเหรอ หมดไปแล้ว คิก คิก พอฉันฝืนยิ้มออกมา น้ำตาสิ่งที่ฉันเกลียดอย่างหนึ่งเพราะมันเป็นเครื่องหมายของความอ่อนแอก็ไหลลงมาอาบแก้มทั้ง 2 ข้างอีกรอบ

“ ฟา . . . ฟา . . . ฟา อยู่ที่นี่เองเหรอ ไคหาตั้งนานหลบมาอยู่ตรงนี้เอง ” เจ้าของเสียงอันแจ่มใสวิ่งลงมานั้งข้างๆฉัน ถ้าหากสงสัยว่า ไค คนนี้เป็นอะไรกับฉัน ฉันก็จะบอกให้ ไค น่ะ มีชื่อเต็มว่า “ ไคชิคุง ” ชื่อเล่นชื่อไค เขาเป็นเพื่อนเล่นของฉันมาตั้งแต่เด็กๆแล้ว เขาคนนี้เป็นคนที่ฉันไว้ใจมากรองจากพี่เรียวและพี่เรย์

“ เฮ้ย !!! ฟา ไปทำอะไรมา ” ไคร้องเสียงหลงทันทีเพราะเห็นฉันตัวเปียกซก แล้วยังตาบวมอีก ฉันเชื่อนะว่าเขาคนนี้ไม่ว่าจะโกหกยังไงเขาก็รู้อยู่ดีว่าฉันร้องไห้ถึงแม้ว่าจะมีน้ำฝนที่เปียกอยู่ที่หน้าด้วยก็เถอะ

“ ไม่มีอะไรหรอกไค แล้วนี่กี่โมงแล้วเนี่ย ” ฉันพยายามทำหน้าให้สดใสที่สุด

“ 5 โมง แล้วตกลงนี่ไอ้หน้าไหนมันแกล้งฟา บอกไคมา เดี๋ยวไคจะไปจัดการมันเอง ” ฉันว่าไคคงสังเกตเห็นว่าฉันซึมๆไปไคก็เลยเปลี่ยนมาพยุงบตัวฉันไปที่รถแทน

พอถึงที่รถฉันก็นั่งเงียบหลับตาเหมือนอยากพักสักพักหนึ่ง

“ ฟา . . . ” ไคพูดลากเสียงนิดหน่อย

“ อะไรหรอ ” ฉันค่อยๆลืมตาขึ้นมาแล้วมองหน้าไค

“ ไม่อยากให้พี่เรียวกับพี่เรย์รู้ใช่มั้ย . . . ว่าร้องไห้ ” แหมไค นายนี่มันจะรุ้จักฉันดีเกินไปแล้วนะ

“ อืม ” ฉันตอบสั้นๆ แต่เป็นเหตุให้ไคหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเบอร์พี่เรย์ทันที

“ บาดตาบาดใจ . . . เกินทน ดูเขารักกันมากมาย ” เอ่อ เพลงรอสายโทรศัพท์พี่ชายฉันเอง

มันช่างโดนใจเสียงจริง

“ ฮัลโหล ไคหรอมีอะไร ” พี่เรย์รับโทรศัพท์ก่อนที่เพลงรอสายจะเล่นมากไปกว่านี้

“ พี่เรย์ครับตอนนี้ไคอยู่กับฟานะ เพราะฉะนั้นพี่เรย์ไม่ต้องห่วงฟานะครับ ” ไครายงานพี่เรย์ทั้งหมดยกเว้นเรื่องเดียว

“ เออ แล้วแกไปเจอฟาที่ไหน ” พี่เรย์ซักตามภาษาคนช่างห่วงน้องสาว

“ สวนสาธารณะข้างๆเกมส์เซ็นเตอร์ครับ ” ไคยังคงรายงานตามคำถามด้วยเสียงอันสดใส

“ เออๆก็ดีแล้วที่เจอ . . . ไม่งั้นไอ้ฟามันคงไม่ยอมกลับบ้านแน่ๆเลย ฮ่า ๆๆๆ ”

ดู ดูมันขำ เฮ้อ พี่ชายตรู กลุ้มจริงๆ

“ พี่เรย์ วันนี้ไคจะเอาฟาไปนอนที่บ้านไคนะครับ ” ไคเอ่ยปากขอทันที

“ บังอาจ !!!! ก็ได้แต่ขอถามพี่เรียวก่อนนะ แป๊ปนึง ” ฉันเห็นไคแอบสะดุ้งนิดหน่อยด้วยนะตอนที่พี่เรย์ตวาดอ่ะ

“ ครับ ” ไครับคำแล้วหันมามองหน้าฉันนิดหน่อย

“ ไค . . . นี่จะเอาฟาไปนอนบ้านใช่มั้ย ได้ เอาไปเลย แต่อย่าสึกกร่อนนะ ไม่งั้นแกตาย ”

แหม มันห่วงน้องภาษาอารายฟร่ะเนี่ย

“ เออ ขอคุยกับฟาหน่อยดิ ” พี่เรย์ขอคุยกับฉัน ตายแล้ว เสียงยังไม่หายสั่นเลย

ฉันเลยเล่นภาษาใบ้กับไคว่า บอกพี่เรย์ว่าฉันหลับไปแล้ว

“ พี่เรย์ ฟาหลับไปแล้วอ่ะจาให้ปลุกป่ะ ” เหมือนไคจะฟังรู้เรื่องเห็นม่ะ บอกแล้วเขาคนนี้รู้ใจฉันทุกอย่าง

“ อืม เป็นอย่างนี้ทุกทีสิน่า ขึ้นรถทีไรหลับทุกที งั้นไม่ต้องปลุกหรอก ให้มันหลับไป เออ นี่แล้วจะเอามันมาส่งวันไหน ” พี่เรย์ถามไคอีกที นี่สงสัยจาไปเที่ยวกับพี่เรียว 2 คนแน่เลย

“ ประมาณ 2 – 3 วันอ่ะ ทำไมหรอพี่เรย์จะไปไหนกับพี่เรียวรึเปล่า ” แหม ไคนายนี้คิดเหมือนฉันเลยนะ

“ เออ ว่าจะไปเหล่สาวกันนิดหน่อย งั้นแค่นี้ก่อนนะ ฉันจะไปเล่นเกมแล้ว ” แล้วมันก็ห่วงเกมส์มากกว่าน้องสาวจนได้

พอพี่เรย์วางหูไป รถของไคก็มาจอดที่หน้าบ้านพอดี

“ กรี้งงงงงงงงงง . . . กรี้งงงงงงงงงงงงงงงงง ” ไคออกไปกดออดเรียกนิดหน่อยก็มีแม่บ้านมาเปิดประตูให้

“ สวัสดีค่ะคุณไค ” คุณป้าปุ่นร้องทักไค ป้าปุ่นแกเป็นแม่บ้านอยู่ที่บ้านของไคตั้งแต่ฉันยังจำความไม่ได้เลย

“ สวัสดีครับป้า ” ไคทักตอบแล้วเดินมาเปิดประตูรถให้ฉัน

“ แล้วนั่นพาใครมาค่ะนั่น ” ป้าปุ่นถามด้วยความสงสัยอย่างรุนแรง เพราะสีหน้าป้าแกมันฟ้อง

“ ฟาเองค่ะป้า ” ฉันหันหน้าไปหาป้าปุ่นแล้วพยายามทำหน้าและเสียงให้สดใสที่สุดเท่าที่จะทำได้

“ ตายแล้ว !!!! คุณหนูฟา ไปทำอะไรมาค่ะเนื่ย เปียกซกเป็นลูกหมาตกน้ำเชียว ” ป้าปุ่นพูดพร้อมกันเดินมาสำรวจตัวฉันไปด้วย

“ ปัง แกไปเอาผ้าเช็ดตัวมาให้คุณหนูฟาสิ เร็วๆนะเดี๋ยวคุณหนูฟาเป็นปอดบวมกันพอดี ” ป้าปุ่นสั่งพี่ปังหลานของแกให้ไปหยิบผ้าเช็ดตัวมาให้ฉันแล้วป้าปุ่นก็บอกให้ฉันกับไคไปนั่งในบ้าน

พอฉันเดินเข้าไปในบ้านป้าปุ่นก็เดินนำฉันเข้าไปในห้องครัวทันทีเพราะว่าป้าปุ่นบอกว่าตอนนี้เป็นเวลากินข้าวของที่นี่ป้าแกจะเอาฉันไปเซอร์ไพรซ์พวกป้าแก

“ นี่พวกเรา ฉันมีอะไรมาให้ดู ฉันรู้ว่าพวกแกจะต้องชอบแน่เลย ใช่มั้ยค่ะคุณไค” ป้าพูดไปอมยิ้มไป ทำเอาพวกพี่ ป้า น้า อา และลุงๆทั้งหลายตื่นเต้นไปตามๆกัน

ฉันซึ่งบัดนี้ยืนอยู่หลังไคและป้าปุ่นก็ตื่นเต้นไม่แพ้กัน

“ คุณหนูฟาาาาา ” พอป้าปุ่นกับไคดึงฉันออกมาข้างหน้าพวกเขา พวกพี่ ป้า น้า อา และลุงๆทั้งหลาย ถึงกับอึ้งเลยค่ะ มีพี่ปั้นคนเดียวที่วิ่งออกมากอดฉันด้วยความคิดถึง

“ เอาล่ะ ๆ 2 – 3 วันนี้คุณหนูฟาจะมาอยู่กับเราสักพักหนึ่ง ” ป้าปุ่นพูดไปยิ้มไป

“ แต่ตอนนี้ขอให้คุณหนูฟาไปพักผ่อนก่อนนะ ” ป้าปุ่นพูดแล้วก็ดึงพี่ปั้นออกจากตัวฉัน

“ คุณหนูฟาไปพักผ่อนเถอะค่ะ คุณไคก็พาคุณหนูฟาไปพักผ่อนได้แล้วพรุ้งนี้จะได้ตื่นกันเช้าๆ ” ป้าปุ่นพูดแล้วก็ผลักไคกับฉันไปที่ประตูห้องครัว แล้วก็หันไปคุยอะไรก็ไม่รู้กับพวกป้าแก ฉันไม่ได้สนใจเพราะตอนนี้ไคชวนไปเล่นเกมส์เพลย์ข้างบนห้อง

พอถึงบนห้อง ไคก็เดินไปหยิบเครื่องเกมส์เพลย์ออกมา แล้วส่งกล่องแผ่นเกมส์มาให้ฉัน ส่วนไคก็ไปเสียบปลั๊กเครื่องเกมส์ แล้วหันมามองฉันที่กำลังรื้อแผ่นเกมส์อย่างสนุกสนาน ไม่นานฉันที่พึ่งเลือกแผ่นเกมส์ได้ก็เงยหน้าขึ้น

“ เห้ย!!!!!นี่นาย . . . มานอนอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย ลงไปเดี๋ยวนี้เลยนะ ” ก็ไอ้ไคอ่ะดิ มันเล่นนั่งท้าวสอกอยู่ข้างๆฉันแต่มันก็คงไม่มีปัญหาใช่มั้ยเนื่องจากมันสูงกว่าฉัน ม๊ากมากแล้วเผอิญว่า มันดันเล่นพิเรนทร์อะไรก็ไม่รู้ก้มลงมาซะจะติดกับฉันอยู่แล้ว ฉันก็เลยแว้ดไปนิดหน่อย

“ ทำไมอ่ะ เล่นไม่ได้หรอ ” มันจ้องลงไปในตาของฉันพร้อมกับเชยคางของฉันขึ้น

หึ แล้วมันก็ยังไม่ออกไปห่างๆฉัน อ้ากกกก นายนี่ อย่ามาทำให้ฉันหวั่นไหวนะเฟ้ย

ถะ . . . ถะ . . . ถึงแม้ว่าเราจะเล่นกันมาตั้งแต่เด็กๆแต่ฉันก็เป็นผู้หญิงนะเฟ้ย

“ ไอ้ไค !! นี่แกจะทำอะไรฉันอ่ะ ฉันเป็นผู้หญิงนะเฟ้ย ” ฉันพูดพร้อมกับดันอกมันออกไปจากตัวฉัน ฮึ้บ ฮึ้บ ฮึ้บ ทำไมมันแรงควายอย่างนี้ว่ะ

อ๊ากกกกกก มันค่อยๆรวบตัวฉันขึ้นไปนั่งบนตักมันแล้วอ่ะ ฮืออออออ ไอ้ไคทำไมแกทำอย่างนี้ว่ะ

“ ฮืออออออ ไคพอทีเถอะ ” ฉันพูดแล้วร้องไห้

“ เห้ย !! ยังไม่เลิกกลัวอีกหรอ ไอ้โรคนี้รักษาไม่หายซักทีนะ ” ไคพูดแล้วกอดฉันเอาไว้

“ นายนี่นะ จริงๆเลย รู้ก็รู้ว่าฉันกลัวก็ยังจะแกล้ง นี่แน่ะ นี่แน่ะ ” ฉันเงยหน้าขึ้นแล้วทุบอกไคด้วยความแค้น

“ โอ้ย นี่ฟา ไคเจ็บนะ ” ไคหัวเราะแล้วก็หยิกแก้มฉันทีนึง

“ ก็ทำให้เจ็บไง จะได้ไม่แกล้งฟาอีก ” ฉันหัวเราะแล้วปาดน้ำตาออกจากหน้า

“ หายแล้วนะ ” ไคยิ้มให้ฉันนิดหน่อย แล้วหันไปหยิบแผ่นเกมส์

“ เล่นเกมส์กันเถอะ ” แล้วไคก็เดินไปเปิดที่ใส่แผ่นเกมส์

“ ไค ฟาเล่นต่อไม่ไหวแล้วอ่ะ ” ฉันดึงแขนไคไว้

“ ห้าววววว งั้นฉันนอนแล้วนะ ” ฉัยยกมือปาดตาที่มีน้ำตาไหลออกมาเพราะความง่วงแล้วล้มตัวลงนอน

“ เฮ้ยฟา ทำงี้ได้ไงเนี่ย นั่นมันที่นอนไคนะ ลุกเลยนะ ไปนอนห้องตัวเองเลย ” ไคเดินมาดึงฉันจากเตียงของเขา รู้อะไรมั้ย สิ่งที่ไคเกลียจที่สุดคือการที่มีคนอื่นมานอนที่เตียงของเขาแต่ฉัน เป็นกรณีพิเศษ

“ โอเค โอเค ไคฟาไปนอนแล้วนะ ฝันดีจ๊ะ ” ฉันลุกขึ้นมากอดไคแล้วเดินออกไปจากห้องของไค รู้สึกว่าไคจะอึ้งไปนิดหน่อยนะ

“ ฟา . . . เธอจะรู้มั้ยนะว่าฉัน . . . เลิกคิดดีกว่า ” แล้วไคก็เดินไปนอนที่เตียงตัวเอง

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

ติดตามตอนต่อไปนะค่ะ^-^


โดย : มาม่า
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 28 มี.ค. ปี 2007 [ เวลา 14 : 40 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook