บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 4

กรุงงานเขียนเก่า 1
กรุงงานเขียนเก่า 2
กรุงงานเขียนเก่า 3
กรุงงานเขียนเก่า 4
กรุงงานเขียนเก่า 5


>> กบฏหัวใจ บทที่ 2

เรื่อง : กบฏหัวใจ บทที่ 2

บทที่ 2

ปาราวียืนคว้างกลางห้องสมุด มองหาตรีภพก็ไม่รู้ว่าเขาหายไปไหน ภายในห้องมีแต่กองหนังสือมหึมาที่ถูกรื้อลงมาจากชั้นวางกระจัดกระจายอยู่เต็มพื้น

"หายไปไหนของเขานะ"

ปาราวีเดินเข้าไปหยิบหนังสือที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาอ่าน พลิกหนังสือไปมาก็เจอรูปถ่ายใบหนึ่ง ด้านหลังเขียนไว้หวานหยดย้อย รัก...ทั้งหมดของหัวใจ ฝากความคิดถึงและน้ำตาแห่งความคะนึงหามาพร้อมกับรูบใบนี้...นิศาชล 14 |03 |45

นิศาชลชื่อที่เคยคุ้นตลอดเวลาสี่ปีในมหาวิทยาลัย ชื่อที่ตอกย้ำว่าปาราวีได้แต่แอบรักคนที่มีเจ้าของอยู่ก่อนแล้ว ปาราวีกลั้นใจพลิกดูบุคคลในภาพและก็ต้องใจหายวาบเมื่อเห็นตรีภพยืนซ้อนหลังประคองกอดนิศาชลด้วยความรัก

เหตุการณ์ในอดีตย้อนกลับเหมือนสายน้ำ ตั้งแต่วันแรกที่ได้เจอกับตรีภพเพราะความซุ่มซ่ามของตัวเอง วันนั้นปาราวีเพิ่งเริ่มต้นการใช้ชีวิตนิสิตมหาวิทยาลัยเป็นวันแรก หล่อนมาสายเพราะไม่คุ้นเคยกับการนั่งรถเมล์มาเรียน แถมยังหลงทางกว่าจะมาถึงนิสิตคนอื่นก็เข้าห้องเรียนรวมกันหมดแล้ว

หล่อนไม่น่าอวดดีขอพ่อ แม่ขึ้นรถเมล์เลย

ขณะที่กระวีกระวาดจะขึ้นตึกเรียนปาราวีก็ต้องล้มตรงบันไดขั้นแรกเพราะสะดุดชายกระโปรงที่ยาวกรอมเท้า ยังไม่ทันที่จะลุกมือใครคนหนึ่งก็ช่วยจูงแขนให้ยืนขึ้น

"ขอบคุณค่ะ" ปาราวีเงยหน้ามองคนที่มีน้ำใจ

"ไม่เป็นไรครับน้อง...ตั้งใจเรียนดีๆล่ะ" เขายิ้มให้แล้วเดินจากไปพร้อมพรากหัวใจดวงน้อยๆของปาราวีลอยตามไปด้วย

นับแต่นั้นเป็นต้นมา ปาราวีกลายเป็นหนึ่งในแฟนคลับคนรักตรีภพ ประธานชมรมบาสเกตบอลผู้หล่อเหลา เรียนเก่ง ฐานะดี หากแต่มีแฟนแล้ว นิศาชล ดาวมหาวิทยาลัยสวยซึ้งเหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยก ปาราวีก็เลยได้แต่แอบรักแอบปลื้มอยู่ฝ่ายเดียวตลอดสี่ปีเต็ม

จนกระทั่งมาพบกันอีกในงานเลี้ยงตามสังคม ตรีภพจำน้องปีหนึ่งที่เคยช่วยไว้ไม่ได้ หล่อนเพิ่งรู้พ่อแม่เขากับพ่อแม่หล่อนเป็นเพื่อนรักกัน ทำไมนะก่อนหน้านี้ถึงไม่เอะใจ ชื่อพี่ตรีภพหลุดออกจากปากพ่อกับแม่บ่อยๆ ตั้งแต่หล่อนเริ่มโตเป็นสาว แต่ก็ไม่ใส่ใจที่จะไปรู้จักปล่อยเวลาให้ผ่านเลยไป

ความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวตรีภพไม่รู้ว่าตัดขาดตอนไหนเพราะอะไร พอฐานะทางบ้านเริ่มฝืดเคือง ถึงกับจำนองบ้านไว้กับธนาคาร รอคอยที่จะไม่มีที่ซุกหัวนอนไปวันๆ

พ่อของหล่อนจมไม่ลง สภาพที่เป็นอยู่เกินกว่าจะรับได้ แผนการที่จะรักษาสมบัติชิ้นสุดท้ายไว้ถูกดำเนินการจนหล่อนต้องตกอยู่ในความเกลียดของผู้ชายที่หล่อนรักมาตลอด...ใช่นับจากวันแรกที่รู้จักจนบัดนี้ ปาราวียังรักเขาไม่เสื่อมคลาย

ความรักที่นำพาแต่ความเจ็บช้ำมาให้ ความรักที่ยากจะปลดเปลื้อง

"อะไรน่ะ" ตรีภพตวาดลั่น

ปาราวีตกใจไม่รู้ว่าตรีภพเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ รูปถ่ายที่อยู่ในมือถูกสอดไว้ในหนังสือดังเดิมเสียงหัวใจที่เต้นเพราะสายตาของตรีภพนั้นหน้ากลัวกว่าเมื่อคืนหลายสิบเท่า

ตรีภพสาวเท้าเข้ามาใกล้ ก้มมองหนังสือที่เขาเป็นคนวางทิ้งไว้

"ใครบอกให้เธอมายุ่งกับของของฉัน" ตรีภพบีบแขนปาราวีแน่นส่งผลให้คนบอบบางหน้าเบ้เพราะความเจ็บ

"ปลาไม่ได้ตั้งใจจะหยิบดู" ปาราวีพยายามแกะมือตรีภพออกแต่ก็ไม่สำเร็จ

"วันหน้าวันหลัง อย่าสะเออะมายุ่งกับข้าวของของฉันเข้าใจมั๊ย" ตรีภพผลักปาราวีเบาๆ ก่อนจะหยิบหนังสือที่มีรูปนิศาชลเก็บไว้ในลิ้นชักโต๊ะ

ปาราวีมองตามด้วยความร้าวรวด คนรักเก่ากับความหลังที่หวานชื่นตรีภพยังไม่เคยลืมขนาดนิศาชลแต่งงานไปแล้วตรีภพยังอาลัยอาวรณ์ไม่ยอมให้ใครมาแตะต้อง แม้กระทั่ง...รูป

"ที่พูดมาเนี่ย เธอคงเข้าใจนะ"

ปาราวีพยักหน้าแสดงว่าเข้าใจในสิ่งที่เขาพูด

"คุณตรี เรียกปลามามีเรื่องธุระอะไรหรือเปล่าคะ"

"ก็ต้องมีสิ ถ้าไม่มีฉันคงไม่เสียเวลามานั่งเสวนากับเธอหรอก ปาราวี" ตรีภพมองหญิงสาวที่เขาเคยคิดรักด้วยความผิดหวัง

ความผิดเพียงครั้งเดียวแปรเปลี่ยนโชคชะตาให้ปาราวีต้องยอมรับและอดทนกับพายุลูกนี้ แม้จะยากที่เปลี่ยนใจเขาได้

"ว่ามาสิคะ ปลารอฟังอยู่" ปาราวีอยากหายตัวไปเดี๋ยวนี้ สายตาเย็นชาที่ตรีภพมองมามันบาดลึกสุดขั้วหัวใจ

"เห็นกองหนังสือนั่นมั๊ย" ตรีภพชี้ไปบนภูเขาหนังสือที่เขาเป็นคนรื้อลงมา

"ค่ะ"

"ฉันอยากให้เธอเก็บ และจัดให้เป็นหมวดหมู่ หวังว่าคงเสร็จทันงานเลี้ยงเย็นนี้นะ"

ปาราวีหน้าเหวอ จัดหนังสือทั้งหมดนี่ให้เสร็จก่อนงานเลี้ยง ใครจะไปทำทันเขาบ้าหรือเปล่าที่ออกคำสั่งแบบนี้

"ปลา...คนเดียวเนี่ยนะ"

"ใช่...เธอคิดว่าฉันจะช่วยทำเหรอไง ฝันไปเถอะ" ตรีภพทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หน้าโต๊ะเขียนหนังสือ เขาไขว่ห้างนั่งมองปาราวีที่ยืนนิ่งไม่รู้จะเริ่มต้นตรงไหนก่อนด้วยความสะใจ

"ยืนบื้ออยู่นั่นแหละ เริ่มลงมือได้แล้ว"

"ค่ะ...ค่ะ..." ปาราวีลงมือแยกหนังสือออกจากกันแล้ววางเรียงเป็นหมวดหมู่ หนังสือเยอะแต่มีคนลงมือทำเพียงคนเดียว หล่อนไม่รู้ว่าจะทำเสร็จทันเวลาที่ตรีภพบอกหรือเปล่า

ก๊อก...ก๊อก...ก๊อก...เสียงเคาะประตูดังขึ้น

"เข้ามา" ตรีภพเสียงยังแข็งเช่นเดิมไม่ว่าจะอยู่ในอารมณ์ไหน

"คุณตรีจะรับอาหารเช้าเลยไหมคะ อิฉันจะให้เด็กๆตั้งโต๊ะรอ" แม่
บ้านคนเก่าคนแก่ถามแล้วปรายตามองปาราวีที่กำลังก้มๆเงยๆ อยู่กับกองหนังสือ

"อะไรกันคะ คุณตรี"

"ไม่มีอะไรป้าพิมพ์ เมียผมเขาขยันน่ะเห็นว่าห้องมันรกก็เลยจะจัดหนังสือให้ผมใหม่" ตรีภพโกหกหน้าตาเฉย

"เรียกเด็กมาทำดีกว่าค่ะ คุณเพิ่งแต่งงานกันมาหยกๆ" ป้าพิมพ์ที่ตรีภพเคารพรักบอกเพราะห่วงปนห่วงใย

"แต่ผมว่าป้าลงไปบอกเด็กให้ยกอาหารเช้ามาที่นี่ดีกว่า" ตรีภพตัดบท

"เอางั้นเหรอคะ" ป้าพิมพ์ลังเล

"ครับป้า สองที่"

ตรีภพไม่ได้ใจร้ายซะทีเดียวอย่างน้อยก็มีน้ำใจเผื่อแผ่มาให้ปาราวีบ้าง

"คุณปลาแน่ใจนะคะว่าทำคนเดียวได้" ป้าพิมพ์ห่วงคนตัวเล็กดูท่าทางแล้วคงจะทำคนเดียวไม่ไหวแน่ๆ คุณภพนี่ก็แปลกปล่อยให้เมียมาคลุกฝ่นอยู่ได้

ปาราวีอยากร้องไห้ จะให้บอกได้ยังไงว่าไม่ไหว ตรีภพคนเจ้าเล่ห์ยืนมองตาเขม็งอยู่อย่างนั้นขืนทำให้ผิดใจ หล่อนจะยิ่งเจ็บตัวมากกว่านี้

"สบายมากค่ะ ป้าพิมพ์ไม่ต้องห่วงปลานะคะ ปลาพอจะทำไหว" ประโยคสุดท้ายเบาแทบจะไม่ได้ยิน

"ถ้าอย่างนั้น ป้าขอตัวลงไปจัดการเรื่องอาหารก่อนนะคะ" ป้าพิมพ์ออกไปแล้ว ตรีภพก็หันมาเล่นงานปาราวีต่อ

"อย่าอู้งาน เป็นเมียนายตรีภพมันต้องทำเป็นทุกอย่าง" น้ำเสียงตรีภพไม่เคยอ่อนโยนกับหล่อนเลย

"นิสัยคุณหนูไม่สู้งาน กลับเอาไปใช้ที่บ้านเธอเถอะที่นี่ไม่มีใครเขามาคอยโอ๋พะเน้าพะนอหรอกนะ"

ว่าจะทำหูทวนลมไม่สนใจเสียงนกเสียงกาที่ไหนแล้วนะ ตรีภพทำให้อารมณ์นิ่งของปาราวีคุกรุ่นเอาง่ายๆ

"ปลารู้แล้ว คุณตรีไม่มีอะไรทำเหรอคะถึงมานั่งจับผิดกันอยู่ได้" ปาราวีเริ่มทนไม่ไหว จากที่เคยใจเย็นไม่ถือสาตรีภพก็ทำท่าจะเล่นงานกลับ

"เธอกล้าเถียงฉัน" ตรีภพลุกจากเก้าอี้เดินไม่กี่เก้าก็ถึงตัวปาราวี

"ปลาไม่กล้าเถียงคุณตรีหรอก แค่ปลารำคาญ" ปาราวีดันตัวตรีภพไม่ให้เข้ามาใกล้ กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ แบบเมื่อคืนมันทำให้หล่อนหน้าร้อนผ่าว คิดถึงคืนวันวิวาห์ที่เพิ่งพ้นผ่านสงครามรักมาไม่กี่ชั่วโมง

"มันก็ช่วยไม่ได้นี่นะ เธออยากแต่งงานกับฉันจนตัวสั่นมันก็ต้องเจออะไรแย่ๆ อย่างนี้แหละ จะให้ฉันมานั่งเชิดชูบูชาผู้หญิงไร้ยางอายแบบเธอ ฉันทำไม่ได้หรอกนะ อย่าลืมสิว่าเธออยู่ในฐานะ..."

"โสเภณี" ปาราวีต่อท้ายก่อนที่ตรีภพจะพูดจบ

"ก็รู้นี่...เพราะฉะนั้นอย่ามาทำอวดเก่งแถวนี้ ฉันไม่ชอบ"

ตรีภพจับแขนทั้งสองข้างบิดตัวให้ปาราวีหันมาเผชิญหน้า ปาราวีตาแดงแต่หล่อนไม่ร้องไห้หล่อนเล่นจ้องเขาราวจะกินเลือดกินเนื้อ ริมฝีปากที่เคยลิ้มรสเชิดอิ่มอยู่ตรงหน้า ตรีภพยิ้มมีเลศนัยเขาเชยคางปาราวีให้แหงนขึ้นก่อนจะก้มลงจูบด้วยความนุ่มนวล

ปาราวีทำท่าจะขัดขืนในตอนแรกหล่อนทุบเขาพร้อมกับส่ายหน้าหนี แต่ตรีภพกลับใช้ความนุ่มนวลเอาชนะหล่อน ไม่นานปาราวีก็กอดคอเขาไว้แน่นปล่อยให้ตรีภพควานหาความหอมหวานจากปากนุ่มที่เขาเฝ้าวนเวียนไม่รู้เบื่อ

ตรีภพดันตัวปาราวีจนติดผนังห้อง ในขณะที่มือก็ล้วงหายเข้าไปในเสื้อยืดลายขวางสีขาวดำ ปาราวียึดข้อมือห้ามไว้ แต่ตรีภพไม่ยอมฟังกลับหนักมือขึ้น

เสียงเคาะประตูของป้าพิมพ์ที่นำอาหารมาให้ดังอยู่นอกห้อง ก็ไม่ได้ทำให้ตรีภพหยุดคลายมือจากอกอิ่ม เขากลับลากปาราวีไปหลบตรงซอกตู้ที่วางเรียงเป็นแถวยาวเป็นที่กำบังสายตาจากคนรอบนอกได้เป็นอย่างดี

"คุณตรีกับคุณปลาหายไปไหนเนี่ย" ป้าพิมพ์เปิดประตูเข้ามาเมื่อไม่ได้ยินเสียงตอบรับ

"สงสัยจะออกไปแล้ว อาหารนี่ล่ะจะเอายังไงดี" ก่อนกลับออกไปอาหารที่เตรียมมาให้ป้าพิมพ์ตัดสินใจวางไว้บนโต๊ะเพราะคิดว่าประเดี๋ยวทั้งคู่ก็คงมา

ตรีภพใช้มืออุดปากปาราวีไว้ไม่ให้เสียงครางแผ่วเล็ดลอดออกไปได้ ถึงจะถอนปากออกแล้วแต่มือยังเดินหน้าทำหน้าที่ต่อไป

ในที่แคบเช่นนี้ตรีภพมีโอกาสพิศมองคนในอ้อมกอดอย่างจริงจัง ปาราวีสวยหวานดวงตาใสสีดำมีน้ำหล่อเลี้ยงตลอดเวลา วงหน้าขาวนวลเหมือนพระจันทร์วันเพ็ญ จมูกของหล่อนโด่งเรียวสวย ริมฝีปากนั้นเหล่าก็หวานเสียจนตรีภพต้องก้มลงเชยชมอีกหน

"คุณตรี" เสียงปาราวรเรียก

ตรีภพไม่ตอบเขาขบริมฝีปากปาราวีแล้วเม้มเบาๆ จนพอใจนั่นแหละเขาจึงเงยหน้าขึ้นพูด "มีอะไรปาราวี" เสียงเขาอ่อนลง ปาราวีอยากให้ตรีภพใช้น้ำเสียงเช่นนี้ตลอดไป

"พอเถอะค่ะ...ปลาต้องจัดหนังสือให้เสร็จ คุณภพลืมไปแล้วเหรอคะ" ปาราวีท้วงเมื่อรู้แน่ว่าตรีภพชักเครื่องร้อนเขาคงไม่หยุดแค่นี้แน่

"ไม่ลืม" ตรีภพจูบที่คอระหงไม่ยอมปล่อยปาราวีเสียที

"ไม่ลืม...ก็ปล่อยสิคะ ปลาจะไปทำต่อ"

"ปล่อยก็โง่น่ะสิ หนังสือพวกนั้นเรียกให้เด็กในบ้านมาเก็บแป๊บเดียวก็เสร็จ ตอนนี้เธอมีหน้าที่ทำตามใจฉัน ไม่รู้เหรอไงหน้าที่ของโสเภณีต้องตอบสนองฉันทุกที่ ทุกเวลา ห้ามปฏิเสธเด็ดขาด" ตรีภพหัวเราะเยาะไร้ความเมตตาอย่างยิ่ง

ปาราวีน้ำตาแทบร่วงความโกรธเข้ามาแทนที่อารมณ์น้อยใจจนหมด ไม่คิดเลยว่าตรีภพจ้องเชือดเฉือนให้หล่อนได้อายตลอดเวลา ปาราวีคนนี้แม้จะอ่อนแอแต่ศักดิ๋ศรีที่พอจะมีเหลืออยู่บ้างทำให้ปา
ราวีสะบัดตัวสุดแรงเกิด พอหลุดพ้นมือน้อยก็ตวัดใบหน้าตรีภพเต็มแรง

เผีย...ตรีภพหันตามแรงตบแววตาเขากร้าวโกรธแต่พอจะหันมาเอาเรื่องคนที่มือหนักก็ต้องใจอ่อนยวบเมื่อเห็นน้ำตาของปาราวีค่อยๆไหลออกมาจากดวงตาคู่สวย

"คุณมันใจร้าย..." ปาราวีสะอื้นจนตัวโยน

"สะใจหรือยังล่ะที่สามารถทำให้ปลาทุเรศตัวเองได้ขนาดนี้ ศักดิ์ศรี
ที่ปลามีปลาขอให้มันหลงเหลือพอที่จะภาคภูมิใจบ้างเถอะ"

ว่าแล้วปาราวีก็วิ่งออกไปจากห้องเสียงประตูปิดดังปัง...ปลุกจิตสำนึกให้ตรีภพกลับมาหวนคิดถึงสิ่งที่ทำลงไปเพียงเพราะอารมณ์ชั่ววูบ
เปล่าเลยเขาไม่ได้รู้สึกผิด แต่เขาว่าแค่นี้ปาราวียังโดนน้อยไปด้วยซ้ำ

ปาราวีร้องไห้ซบหน้าลงกับหมอน ปลดปล่อยน้ำตาแห่งความเสียใจใช้ชะล้างความอ่อนแอให้เบาบางลง เสียงคำดูถูกของตรีภพยังดังก้องอยู่ในหู

รักเขามากเท่าไหร่ความเสียใจก็เท่ากัน

"ปลา...เปิดประตูให้ฉันเข้าไปเดี๋ยวนี้" ตรีภพทุบประตูเสียงดังเพราะเปิดไม่ออก

"ไม่...คุณภพจะไปไหนก็ไป ปลาไม่อยากเห็นหน้า" ปาราวีลุกขึ้นนั่งชั่นเข่าบนเตียงน้ำตายังไหลไม่หยุด

"จะเปิดหรือไม่เปิด" เสียงอำมหิตกลับมาอีกแล้ว

"เป็นตายร้ายดียังไงก็ไม่เปิด" ปาราวีก้มหน้าซุกลงกับหัวเข่า นี่เองกระมั่งที่เขาเรียกน้ำตาเช็ดหัวเข่า หล่อนเพิ่งเข้าใจความรู้สึกมันแย่อย่างนี้นี่เอง

ตรีภพเงียบหายไปปาราวีก็โล่งใจ อย่างน้อยก็พอมีเวลาให้หล่อนได้พักหัวใจที่เหนื่อยอ่อนเพียงครู่ ก่อนจะลุกขึ้นรับมือกับตรีภพต่อไป

เสียงไขประตู!!! ปาราวีเงยหน้ามองพอประตูเปิดออกตรีภพก็วิ่งมารวบตัวไม่ให้หล่อนวิ่งหนีได้ทัน เขาใช้ข้อได้เปรียบกดหล่อนไว้กับพื้นห้องบีบคางจนเจ็บระบม

"คิดว่าจะหนีพ้นเหรอ...ห๊า" ตรีภพตะคอกสุดเสียงใบหน้ามีรอยแดงจากฤทธิ์ฝ่ามือของปาราวี

"..." ปาราวีพูดไม่ออกได้แต่ร้องไห้เพราะความคับแค้นใจ

"ร้องไห้ทำไม...อย่าคิดขอความเห็นใจจากฉันเป็นอันขาด นอกจากจะไม่มีวันได้แล้ว ฉันจะทำให้เธอเหมือนตกนรกทั้งเป็นให้สาสมกับที่ครอบครัวเธอรวมหัวกันหลอกใช้ฉัน"

ตรีภพคลายมือออก แต่เขากลับลากแขนปาราวีเข้าไปในห้องน้ำเหวี่ยงลงไปบนพื้น แล้วเปิดฝักบัวรดจนปาราวีตัวเปียกชุ่ม

"พอทีคุณตรี ปลาขอโทษที่ตบหน้าคุณ" ปาราวีตัวสั่นไม่ใช่เพราะหนาว หล่อนกลัวอารมณ์ร้ายของผู้ชายตรงหน้ามากกว่า

"มาขอโทษตอนนี้มันจะมีประโยชน์อะไร" ตรีภพเขวี้ยงฝักบัวเฉี่ยวหัวปาราวีไปนิดเดียว

"แต่ก็เอาเถอะ...ครั้งนี้ฉันจะถือว่ามันเป็นบทเรียน จำใส่สมองเน่าๆของเธอไว้ปาราวี...ว่านี่แค่เริ่มต้น ฉันจะคอยดูว่าจะทนได้สักกี่น้ำ" ตรีภพเดินกลับออกไปแววตาที่ใช้มองปาราวีประดุจเสือร้ายที่คอยจ้องจะขย่ำเหยื่อได้ทุกเมื่อ

ปาราวีไร้เรี่ยวแรงจึงเลือกเอนกายพิงอ่างอาบน้ำ ความเพ้อฝันในวันที่ยังเยาว์ วันที่เคยคิดว่าจะมีความสุขมากแค่ไหนหากได้แต่งงานกับตรีภพ

ทว่าความฝันมันก็คือความฝันพอลืมตามองความเป็นจริงปาราวีก็แทบอยากย้อนเวลาให้หวนคืน เพื่อจะได้ไม่ต้องพบและรักผู้ชายไร้หัวใจเช่นเขา

พ่อกับแม่จะรู้บ้างหรือเปล่าว่าหล่อนกำลังตกที่นั่งลำบากขนาดไหน...จะรู้กันบ้างไหมหนอ?


ตรีภพหัวเสียเมื่อไม่เห็นปาราวีแม้แต่เงา งานเลี้ยงเย็นนี้เป็นงานเฉพาะเพื่อนสนิทที่เขาจัดขึ้นอีกครั้งหลังจากมีงานเลี้ยงฉลองสมรสไปแล้วเมื่อคืนก่อน

"ป้าพิมพ์ครับ...เห็นปาราวีมั๊ย" ตรีภพไม่ได้เข้าไปในห้องนอนอีกเลยชุดสูทที่ใส่เขาเอาลงมาไว้ในห้องรับรองแขกตั้งแต่เช้า

"ป้าไม่เห็นหรอกค่ะ คุณตรีลองขึ้นไปดูบนห้องสิคะ" ป้าพิมพ์แนะนำ คู่นี้พฤติกรรมแปลกๆชอบกล

"ครับ...ป้าพิมพ์มีอะไรก็ไปทำเถอะ"
ตรีภพกำลังจะก้าวขึ้นไปตามปาราวีบนห้อง แต่หล่อนก็เปิดประตูออกมาพร้อมชุดสีครีมราตรีสั้นแขนตุ๊กตาแสนเชย หน้าตาเกลี้ยงเกลาราวกับไม่ใส่ใจที่จะแต่งตัวให้ดูดีเลยสักนิด

"ทำไมไม่ใส่ชุดที่ฉันซื้อมา" ตรีภพเดินขึ้นไปหาปาราวีที่หยุดยืนอยู่หน้าห้อง

"มันโป๊...ปลาไม่กล้าใส่" ปาราวีไม่ยอมสบตา

"ไปเปลี่ยนชุดเดี๋ยวนี้" ตรีภพออกคำสั่งเขาไม่ชอบให้ใครขัดใจ

"แต่ว่า..." ความจริงปาราวีชอบชุดนั้นมาก ติดอยู่ตรงที่มันไม่พอดี ช่วงอกดูเหมือนจะเล็กไปหน้าอกหน้าใจก็เลยล้นออกมาเกือบครึ่งเต้า

"ไม่มีแต่ จำไม่ได้หรือแกล้งลืมกันแน่ว่าฉันไม่ชอบให้ใครขัดคำสั่ง หรือเธออยากให้ฉันไปเปลี่ยนชุดให้" ตรีภพเอื้อมมือเตรียมจะฉุดให้เข้าห้องไปด้วยกันแต่ปาราวีห้ามไว้ก่อน

"ไม่ต้อง ปลาเข้าไปเปลี่ยนเองได้" ปาราวีกระแทกเท้าเดินกลับเข้าไปในห้อง

อยากให้ใส่นักใช่ไหม...ก็ได้ อย่ามาขอร้องให้ปาราวีเปลี่ยนชุดเป็นรอบที่สองก็แล้วกัน

ตรีภพเดินไปเดินมา เขาไม่เข้าใจพวกผู้หญิงเลยว่าทำไมต้องใช้เวลาแต่งตัวนานขนาดนี้ ปาราวีหายไปนานสองนานป่านนี้ยังแต่งตัวไม่เสร็จ

"โห...คุณปลาสวยจังเลยค่ะ" เสียงเด็กในบ้านที่เอาน้ำมาให้เขาเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นปาราวีเดินลงบันไดมา

ตรีภพมองตาม ชุดเกาะอกสีดำทรงหางปลามันโป๊อย่างที่ปาราวีว่าจริงๆ อกอวบอิ่มที่เขาซุกไซร้อยู่ทั้งคืนหมิ่นเหม่จนเขาหวาดเสียว รู้สึกหวงแหนไม่อยากให้ใครเห็นซะอย่างนั้น เขาคิดผิดหรือเปล่าที่ไล่ปาราวีไปเปลี่ยนชุด

"ไปกันหรือยังคะคุณตรี" ปาราวีรวบผมตึงแต่งหน้าประณีตบรรจงที่สุดในชีวิต เมื่อเห็นตรีภพอึ้งหล่อนก็ยิ้มสมใจ ก่อนจะเดินนำหน้าออกไปที่หน้าตึกเพราะรถจอดรออยู่นานแล้ว

"เดี๋ยว..." ตรีภพเรียกปาราวีให้หยุด

เขาล้วงโทรศัพท์กดเบอร์หาใครสักคน ปาราวีเดาอารมณ์ตรีภพไม่
ออกไม่รู้จะหาทางเล่นงานอะไรหล่อนอีก

"ทนง...แขกมาเยอะหรือยัง" ตรีภพโทรหาเลขาคนสนิท

"ยังมาไม่ถึงกันเหรอดีโทรไปบอกยกเลิกให้หมดอธิบายให้เขาใจด้วยว่าฉันยกเลิกเพราะมีเหตุจำเป็นเผอิญภรรยาไม่สบายกระทันหัน"

ตรีภพหน้ายังนิ่งเขาวางโทรศัพท์ทิ้งไว้ข้างๆตู้ปลา

ปาราวีตัวปลิวตามแรงจูงของตรีภพเขาลากหล่อนออกไปข้างนอกด้วยกัน ไล่คนขับรถให้กลับเข้าบ้านไป

ตรีภพมองปาราวีที่กำลังนั่งทำหน้างง เขาลอบยิ้มตรงมุมปากพอปาราวีหันมาเขาก็รีบหุบตีหน้ายักษ์อย่างเดิม

"เราจะไปไหนกันคะ" ปาราวีถาม

"ไม่รู้สักเรื่อง...จะตายมั๊ย" ตรีภพอดไม่ได้ที่จะข่มปาราวีทุกครั้งที่มีโอกาส

"ถามหน่อยก็ไม่ได้" ปาราวีห่อตัวชักรู้สึกหนาวขึ้นมา

"เดี๋ยวก็รู้..."

จนแล้วจนรอดตรีภพก็ไม่ยอมบอก ปาราวีได้แต่นั่งเงียบหุบปากอยู่ในรถสำนึกสุดท้ายก่อนจะม่อยหลับไป ตรีภพยิ้มให้...หวังว่ามันไม่ใช่ความฝัน

สาบานได้...ว่าตรีภพใช้สมองคิด มีอย่างที่ไหนพาผู้หญิงที่อยู่ในชุดราตรีสุดหรูมาเที่ยวงานวัดย่านชานเมือง

ปาราวีตื่นเต้นอยู่หรอกกับงานแบบนี้ที่เคยได้แต่นั่งมองเวลารถแล่นผ่าน เพราะคุณหนูอย่างหล่อนไม่เคยได้รับอนุญาตให้ได้มาสัมผัสบรรยากาศจริงๆเลยสักครั้ง

หากแต่ชุดที่ใส่มาไม่เอื้ออำนวยให้ปาราวีลงจากรถไปได้เลย ส่วนคนต้นคิดสบายตัวไปแค่เขาถอดเสื้อนอกออก พับแขนเสื้อขึ้นเท่านี้ก็สามารถเดินปร๋อได้ตลอดงาน

"คุณตรี...จะให้ปลาลงไปทั้งยังงี้เหรอ" ปาราวีถามด้วยเสียงที่คิดว่านุ่มนวลที่สุด

"ใครบอก ขืนให้ลงไปคนอื่นเขาจะได้คิดว่าเธอเป็นนางระบำเปลื้องผ้าหารายได้พิเศษปะไร"

ขนาดเขาเป็นคนพามาเที่ยวเองยังไม่วายหาเรื่องกัดหล่อนจนได้

"จะทำอะไรคุณตรี" ปาราวีร้องลั่น

ตรีภพก้มลงดึงชายกระโปรงขึ้นแล้วฉีกชายที่ยาวย้วยให้สั้นลง "ยกก้นขึ้นหน่อย เห็นไหมว่ามันยังไม่ขาด ซื่อบื้อจริง" ตรีภพกระชากชายกระโปรงทีเดียวปาราวีก็ได้ชุดใหม่ไฉไลกว่าเดิม

เขาช่างถนัดนักเรื่องใช้กำลัง แต่ปาราวีก็ต้องยอมรับว่าตรีภพแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดีทีเดียว

"แต่ข้างบนมัน..." ปาราวียังกังวล

"ไม่เห็นจะยาก รออยู่ที่นี่อย่าไปไหนเด็ดขาด ถ้าโดนลากไปข่มขืนฉันไม่ช่วยนะจะบอกให้"

ตรีภพลงจากรถเขาตรงดิ่งไปที่แผงขายเสื้อผ้าที่วางเรียงรายยาวเป็นตับ หล่อนมองผ่านกระจกเห็นเขาชี้...ชี้...แล้วก็ชี้ จนแม่ค้าหยิบของที่ต้องการให้แทบไม่ทัน

ปาราวีเอนตัวพิงเบาะ...ไม่เข้าใจ !!! เขายกเลิกงานเลี้ยงแล้วพาหล่อนมาที่นี่ทำไม

ไม่นานตรีภพก็กลับเข้ามาในรถพร้อมยื่นถุงกระดาษให้

"เอาเสื้อสวมทับซะ...มันจะได้ไม่อุจาดตา"

ตรีภพมองผู้หญิงของเขานิ่งความสวยเอิบอิ่มของปาราวีเขาไม่อยาก
ให้ใครมองเห็น ถึงจะปากร้ายใจร้ายแต่เขาก็เป็นผู้ชาย อดไม่ได้ที่จะหวงแหนตามประสาหมาหวงก้าง

"เรียบร้อยแล้วค่ะ" ปาราวีทำตามอย่างว่าง่าย เสื้อลายดอกดาวเรืองสีเหลืองจัดจ้านตัดกับชุดราตรีสีดำ อีกทั้งเปลี่ยนรองเท้าส้นสูงมาใส่รองเท้าแตะคีบสีครีมที่ตรีภพซื้อติดมาปาราวีก็สวยแบบบ้านๆตามที่ตรีภพต้องการ

"หันหน้ามาทางนี้ซิ" ตรีภพสั่ง

ปาราวีรีบหันไม่อยากให้เขาอารมณ์เสีย คืนนี้หวังว่าพายุคงจะสงบตลอดคืน เพราะรอยช้ำเป็นจ้ำๆตรงแขนยังไม่จาง หล่อนยังไม่อยากได้ทั้งรอยแผล หรือรอยช้ำอื่นๆเพิ่มขึ้นอีก

ตรีภพดึงทิชชู่ออกมาเช็ดลิปสติกสีแดงเพลิงออกจนหมด เขาจับหน้าให้หันซ้ายที ขวาทีแล้วจัดการลบแก้มชมพูระเรื่อให้คงเหลือแต่ความขาวซีด

"ไปได้แล้วใช่มั๊ย ปลาอยากจะเที่ยวเต็มแก่"

ปาราวีเปิดประตูรถออกเตรียมจะก้าวเท้าลง แต่ต้องแหงนหน้าหงายก็ตรีภพเล่นดึงผมที่รวบสูงตึงยึดห้ามไว้

"ใครสั่งให้ลง" ตรีภพปล่อยมือแล้วหันมาติดกระดุมเสื้อที่ซื้อให้ปาราวีใส่จนมิดคอ ตรวจความเรียบร้อยจนพอใจเขาก็เปิดประตูลงมาจูงปาราวีให้เดินเขาไปในงานวัดด้วยกัน

ไฟนีออนหลากสีถูกติดไปทั่วบริเวณที่ใช้จัดงาน องค์พระประธานตั้งอยู่กลางแจ้งมีประชาชนถือดอกไม้ ธูปเทียนเข้าไปกราบไหว้ไม่ขาดสาย ตรีภพกับปาราวีทำได้แค่ยกมือไหว้อยู่ข้างนอกเพราะไม่สามารถฝ่าฝูงชนเข้าไปถึงองค์พระประธานได้

เมื่อทั้งคู่เดินออกมาบริเวณโบสถ์ ก็เจอเวทีลิเกที่เพิ่งจะเริ่มออกแขก มีบรรดาแม่ยกปูเสื่อนั่งจับจองอยู่ข้างหน้าหวังจะได้ยลหน้าหวานๆของพระเอก นางเอกที่ตนเองชื่นชอบ ถัดไปอีกนิดเป็นม้าหมุน กับ

ซุ้มช้อนปลาที่ปาราวีลากตรีภพเข้าไปประลองฝีมือจนได้
ใครว่าช้อนปลาเป็นเรื่องง่าย ปาราวีขอเถียงใจขาดดิ้น เพราะอุปกรณ์ที่ใช้ช้อนบุด้วยกระดาษบางๆ โดนน้ำก็แทบละลายหาย แต่ตรีภพคนใจร้อนกลับช้อนได้ปลาทองตัวเล็กๆ มาสามตัวผิดกับหล่อนที่ไม่ได้แม้สักตัวเดียว

"หึ...ฝีมือมันผิดกัน" ตรีภพมองปาราวีที่หน้าบึ้งนั่งยองๆอยู่ข้างเขา ก่อนยื่นถังน้ำใบเล็กที่มีปลาทองตัวน้อยว่ายวนไปมาคืนเจ้าของร้าน ไม่เอาใส่ถุงกลับบ้านตามธรรมเนียม

"ปลาจะไปดูไอ้นั่น"

ไอ้นั่นของปาราวี ก็คือ'หนังกลางแปลง' ที่ตอนนี้ฉายหนังจีนกำลังภายใน มีเสียงพากย์สดของคนฉายหนังเพียงคนเดียวแต่เล่นพากย์เสียงทุกตัวละครที่โลดแล่นอยู่บนจอสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดใหญ่ได้อย่างน่าทึ่ง และสนุกซะด้วยสิ

ตรีภพซื้อกระดาษหนังสือพิมพ์จากเด็กผู้หญิงตัวเล็กผอมโซมาปูรองนั่งด้วยราคาหนึ่งบาท หนึ่งบาทที่อาจจะน้อยนิดสำหรับใครบางคน แต่มันกลับมีค่ากับคนอีกกลุ่มเพราะเป็นหนึ่งบาทที่จะใช้เลี้ยงชีวิตที่อดมื้อกินมื้อให้อยู่รอดในสังคมที่ทุกคนต่างดิ้นรนแสวงหาความสะดวกสบาย

ปาราวีนั่งพับเพียบตามองจ้องอยู่แต่จอหนัง มือก็หยิบข้าวโพดคั่วรสหวานเข้าปากเรื่อยๆ ไม่สนใจตรีภพที่ทรุดลงนั่งข้างๆ นานเข้า

ตรีภพก็ชักเมื่อยเขาจึงเลื่อนตัวลงนอนหนุนตักนุ่มๆ ของคนที่มัวแต่หัวเราะกับเสียงของคนพากย์ที่สอดแทรกมุกของตัวเองเป็นระยะๆ

"อุ๊ย..." ปาราวีตกใจ

"อยู่เฉยๆสิ กระดุกกระดิกอยู่นั่นแหละ" ตรีภพหันหน้าออกไปทางจอหนังหลับตาลงเพราะรู้สึกล้าจากการขับรถ

"คุณตรี...เหนื่อยเหรอคะ" ปาราวีไตร่ถามด้วยความหวังดี

"แน่ล่ะสิ...ใครจะนอนหลับสบายเหมือนอย่างเธอ" ตรีภพกอดอกไม่อยากเสวนาต่อ

ปาราวีก็สงบปากสงบคำปล่อยให้ตรีภพพักตามที่ใจปรารถนา ทั้งๆที่หล่อนเหน็บกินจนเจ็บหนึบไปทั้งหน้าขา

ท่ามกลางแสงสีและดนตรีลูกทุ่งที่บรรเลงเพลงเป็นจังหวะสามช่า ตรีภพดูสดชื่นขึ้นหลังจากได้งีบพัก เขาเหลียวมองคนที่เดินตามหลังบ่อยๆ อาจเพราะเป็นคืนสุดท้ายผู้คนจึงมากเหลือเกินในคืนนี้

กลิ่นปลาหมึกย่างลอยหอมติดจมูก ปาราวีที่ตอนนี้สองมือเต็มไปด้วยขนมนานาชนิด ทั้งสายไหมเอย ขนมถังแตกเอย ยังมีลูกชิ้นปิ้งอีกสองไม้นอนแน่นิ่งอยู่ในถุง ปาราวีก็ยังไม่วายมองหาที่มาของกลิ่นหอม สุดท้ายก็ได้แต่ตัดใจเพราะกระเพาะไม่มีที่ว่างให้ปลาหมึกย่างอีกแล้ว

ชิงช้าสวรรค์...ปาราวียิ้มร่า

"คุณตรี...คุณตรีคะ" ปาราวีเรียกแต่ตรีภพไม่ได้ยิน เสียงดนตรีกับเสียงโฆษกร้องเชิญชวนให้ร่วมทำบุญกับวัดดังกลบเสียงเรียกของปาราวีจนหมด ไม่มีทางเลือกอื่นมือขาวผ่องเอื้อมจับชายเสื้อกระตุกให้ตรีภพหยุดเดิน

"อะไรของเธอเนี่ย" น้ำเสียงถึงจะเฉยเมยแต่ก็ไม่ได้เกรี้ยวกราดดังเช่นปาราวีกลัว

เฮ้อ...ค่อยหายใจหายคอคล่องหน่อย

"ปลา..." ไม่รู้ว่าจะขอดีหรือเปล่า ปาราวีชักไม่แน่ใจเกิดเขาอารมณ์
เสียขึ้นมาพากลับบ้านเดี๋ยวนี้ อดขึ้นชิงช้าสวรรค์กันพอดี

"ก็พูดมาสิ...ใครอุดปากเธอไว้เหรอปาราวี" ตรีภพคิ้วขมวดเริ่มหงุดหงิดขึ้นมาจริงๆ

"ปลา...เอ่อ ปลาอยากลองขึ้นชิงช้าสวรรค์ คุณภพขึ้นเป็นเพื่อนปลานะคะ"

"ไปสิ...อยู่ตรงไหนล่ะ"

"นั่นค่ะ...อยู่นั่น" ปาราวีชี้ไปทางซุ้มสอยดาว มีชิงช้าสวรรค์ขนาดใหญ่ตั้งอยู่ข้างๆ

ตรีภพเดินนำหน้าโดยมีปาราวีเดินตามมาติดๆ เสียงโวกเวกโวยวายของคนเฝ้าชิงช้าสวรรค์ร้องเรียกลูกค้าให้มาใช้บริการ ปาราวีหยุดมองอย่างสนใจ

"เอ้า...เร่เข้ามา...เร่เข้ามา รอบนี้ใครพาเมียมาเที่ยวขึ้นฟรีครับเพ่.............." เด็กหนุ่มโบกไม้โบกมือเรียกคนที่ลังเลไม่กล้าเข้ามาใช้บริการ

"งั้นพี่ก็ขึ้นได้สิ" ตรีภพแย่งขนมที่อยู่ในมือปาราวีทั้งหมดรวมใส่ถุงเดียวกัน แล้ววางไว้ที่โต๊ะตัวเล็กที่ตั้งอยู่ใกล้ๆทางขึ้นชิงช้า

"แหง๋แซะ" ภาษาอะไรของมันว่ะ ตรีภพนึกในใจ "เมียพี่เหรอ" เด็กหนุ่มมองปาราวีตาวาวผิวขาวจั๊วมันน่ามองอยู่ไม่น้อย

"อืม...ตกลงขึ้นได้ใช่มั๊ย" ตรีภพดันตัวให้ปาราวีหลบไปข้างหลัง ไอ้หมอนี่วอนโดนบาทาเสยหน้าซะแล้ว

"แหม...ทำหวง เอ้า...รีบๆขึ้นของฟรีมีรอบเดียวนะเพ่" เด็กหนุ่มเปิดประตูเหล็กให้ทั้งสองได้เข้าไปนั่งบนกระเช้า

ปาราวีเลือกที่จะนั่งตรงข้ามกับตรีภพ ไม่อยากอยู่ใกล้เขานักหรอกกลัวว่าถ้าทำหรือพูดอะไรไม่ถูกหูก็มีสิทธิ์ร่วงลงมานอนหัวแบะบนพื้นได้

"อยู่บนเนี้ยเห็นบริเวณงานรอบเลยเนอะ...คุณตรี" ปาราวีชวนคุยเพื่อไม่ให้เงียบเหงาเกินไป

ตรีภพถอนหายใจ ไม่ใช่เพราะเบื่อหรือรำคาญหากเขากำลังคิดถึงผู้หญิงอีกคนหนึ่ง คนที่เคยนั่งอยู่ต่อหน้าเขาเมื่อหกปีที่แล้ว สาวน้อยหน้าใส 'นิศาชล' หล่อนตื่นเต้นไม่แพ้ปาราวีในตอนนี้

"คุณตรีดูสิ...เขาจุดพลุด้วย"

ตรีภพค่อยๆ ลุกไปนั่งข้างปาราวีสองแขนโอบกอดไว้ คางเขาเกยไหล่ราวจะหาที่พักพิง ปาราวีลมหายใจสะดุดสัมผัสเขาแตกต่างจนหล่อนรู้สึกได้ ครั้งนี้มันไม่ได้กระด้างด้วยความเกลียดชังเหมือนคราวก่อน อ้อมกอดที่ประคองอยู่บ่งบอกความถนุถนอมที่ออกมาจากก้นบึ้งหัวใจ

"คุณตรี..." ปาราวีนึกไม่ถึงเขามีอ้อมกอดแบบนี้ให้หล่อนด้วยหรือ

"ขอผมกอดคุณไว้อย่างนี้ แป๊บนึงนะนิด..." ตรีภพไม่รู้ตัวว่าเผลอพูดอะไรออกไป แต่...

หัวใจปาราวีหล่นวูบ 'นิด...ชื่อเล่น' ของนิศาชลหลุดออกมาจากปากผู้ชายที่หล่อนแต่งงานด้วย จำต้องกล้ำกลืนความขมขื่นไม่ให้ตรีภพเห็นในใจก็ร่ำร้องอยากจะหลุดพ้นอ้อมกอดที่เขาคิดว่าเป็นคนอื่น...คนอื่น...ที่เขารักจนหมดหัวใจไม่เหลือที่ให้หล่อนได้เข้าไปนั่งแม้เพียงซอกหลืบ...

สี่ห้องหัวใจเป็นของนิศาชลแต่เพียงผู้เดียว

ตรีภพขยับตัวออกห่างขณะกระเช้าวนลงมาถึงพื้นพอดี ทันทีที่ประตูเปิดออกปาราวีก็รีบเดินหนีไม่ยอมหันมองตรีภพที่ร้องเรียกด้วยความโมโห

"เป็นอะไรของเขา เมื่อกี้ยังดีๆอยู่เลย" ตรีภพเร่งเท้าให้ทันปาราวีที่มุ่งหน้าเดินกไม่ทันเฉลียวใจว่าตัวเป็นต้นเหตุด้วยซ้ำ

"ควายหายเหรอ...ปาราวี" ตรีภพหอบแฮ่กกว่าจะตามทันทำเอาเขาเหนื่อย

"ปลา...จะกลับบ้าน เดี๋ยวนี้..."

ปาราวีเสียงแข็งไม่เกรงใจหน้าไหนทั้งนั้น รู้สึกว่าตัวเองนั้นโง่ หลงปลื้มนักหนาที่เขาพามาเที่ยวที่แท้หล่อนก็แค่ตัวแทนที่เขาใช้เป็นเครื่องมือกระตุ้นความทรงจำที่หอมหวานของตรีภพกับนิศาชลให้หวนคืน

"เก่งนี่...กล้าสั่งฉัน" ตรีภพเข่นเขี้ยว

"อย่าทำเหลิงไปปาราวี...เห็นฉันใจดีเข้าหน่อยอย่าคิดถือดีสั่งนู่นสั่ง
นี่ได้

ตรีภพไขกุญแจรถกระชากประตูออก "รีบขึ้นสิ...จะยืนให้รากมันงอกตรงนี้หรือไง" ตรีภพก้าวเข้าไปนั่งในรถก่อนปิดประตูเสียงดัง

ปาราวีสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ปลอบใจตัวเองว่าต่อไปนี้อย่าอ่อนแอเด็ดขาด ในเมื่อหัวใจรักของเขายังมั่นคงต่อรักแรกและรักเดียว จะมีประโยชน์อะไรที่จะฝืนชะตารักเขาต่อไป คนที่เสียใจไม่ใช่ใครอื่น...ปาราวีคนนี้...คนเดียวเท่านั้น

ปาราวีเช็ดน้ำตา...ก่อนจะเข้าไปนั่งในรถที่ประตูเปิดอ้ารออยู่

ดึกสงัด...

ตรีภพยังไม่เข้านอนเขาหายเข้าไปในห้องสมุดตั้งแต่กลับถึงบ้าน ปาราวีผุดลุกผุดนั่งหล่อนนอนไม่หลับ ว่าจะไม่สนใจว่าเขาจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร ก็อดห่วงไม่ได้ ไหนๆ ก็นอนไม่หลับแล้ว ย่องไปดู
ตรีภพสักหน่อยคงไม่เสียศักดิ์ศรีมากนักหรอก

ปาราวีแง้มประตูห้องสมุดออกไม่ให้เสียงดังรบกวนตรีภพ เขาอาจจะทำงานอยู่ก็ได้ใครจะไปรู้ พลางชะโงกหน้ามองเข้าไปในห้อง

ไฟยังสว่างโร่...ตรีภพนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานจริงๆ ในมือเขาถือกระดาษแผ่นเล็กใบหนึ่ง ปาราวีกำลังจะปิดประตูห้องถ้าตรีภพไม่หมุนเก้าอี้หันหลังกลับแล้วชูสิ่งที่อยู่ในมือขึ้นดู

ปาราวียืนนิ่งราวกับถูกสาป สองมือปิดปากไม่ให้ส่งเสียงร้องไห้ออกมา สองขาหมดแรงทรุดลงนั่งอยู่ตรงนั้น หัวใจเต้นอ่อนจนหล่อนกลัวว่ามันจะหยุดเต้นเมื่อเห็นว่าอะไรเป็นอะไร

รูปถ่ายนิศาชลในมือตรีภพปาราวียังจำติดตา...ติดใจ...ติดเข้าไปในห้วงสำนึก

...ผู้หญิงของเขา...ความรักของเขา




โดย : ฉัตรทอง
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 29 มี.ค. ปี 2007 [ เวลา 23 : 33 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook