บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 4

กรุงงานเขียนเก่า 1
กรุงงานเขียนเก่า 2
กรุงงานเขียนเก่า 3
กรุงงานเขียนเก่า 4
กรุงงานเขียนเก่า 5


>> กบฏหัวใจ บทที่ 3

เรื่อง : กบฏหัวใจ บทที่ 3

บทที่ 3

"ตรี...ขอแม่คุยอะไรด้วยหน่อย"

คุณหญิงรัมภา ในวัยหกสิบยังคงความสวยไว้ไม่เสื่อมคลายร่างท้วมผิวสีน้ำผึ้ง ผมตัดสั้นซอยสมวัย ใบหน้าละมุ่นละไมเปี่ยมไปด้วยความเมตตาอยู่เป็นนิจ เรียกบุตรชายเพียงคนเดียวที่เดินผ่านห้องรับแขกให้หยุดคุยกันก่อน

"ว่ามาเลยครับ ผมรอฟังอยู่" ตรีภพเข้ามานั่งอ้อนอยู่ข้างคุณหญิงรัมภา ไม่มีเค้าของคนใจร้อน เอาแต่ใจตัวและชอบใช้กำลังเหลืออยู่เลย

"เมื่อคืนแกพาหนูปลาไปไหนมา"

"ไปเที่ยว"

คำตอบเดียว สั้น ง่าย แต่คุณหญิงรัมภาไม่เข้าใจบุตรชายมากนัก เลี้ยงลูกเองมากับมือนิสัยใจคอเป็นยังไง มีรึ...คนเป็นแม่จะไม่รู้
ตรีภพอาจจะใจร้อน เอาแต่ใจตัวเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็ไม่เคยสักครั้งที่จะทำให้คนอื่นเดือดร้อนเพราะการกระทำของตนเองเหมือนเมื่อคืนนี้

"แต่การไปเที่ยวของแก มันทำให้แม่ปวดหัว" ร่างท้วมหยิบหมอนอิงสี่เหลี่ยมสีม่วงมาวางบนตัก "บรรดาเพื่อนๆ หัวโจกของแกโทรเข้ามาถามสายโทรศัพท์บ้านแทบไหม้"

"ผมก็บอกให้ทนงโทรไปยกเลิกแล้วนี่นา" ตรีภพทำไม่รู้ไม่ชี้

"ตรี...เพื่อนแกแต่ละคนมันเฮี้ยวหยอกซะเมื่อไหร่" คุณหญิงรัมภากำลังหมายถึง กลุ่มเพื่อนสนิทของตรีภพที่คบกันมาตั้งแต่เรียนชั้นประถม ทุกคนในกลุ่มที่มีอยู่ห้าคนรวมตรีภพด้วยก็เป็นหก พวกเข้านอกออกในบ้านนี้มาตั้งแต่เด็กๆ แต่ละคนซน แสบอย่าบอกใคร จนกระทั่งเดี๋ยวนี้ก็ยังไม่วายเอานิสัยเดิมๆ มาใช้

"ใครโทรมากวนแม่บ้างล่ะ"

"ทั้งห้าคนนั่นแหละ" เสียงถอนหายใจบอกถึงความระอา แต่ตรีภพเห็นแววตาของแม่เจือด้วยความเอ็นดูไม่เปลี่ยนแปลง

"ตากัน ตาพล ตาธีร์ ตาวี ตานภ...ครบเซ็ต" คุณหญิงทิ้งตัวเอนหลังติดโซฟามองตรีภพกลั้นหัวเราะอย่างขัดใจ

ตรีภพรู้ดีเพื่อนรักทั้งห้าคนเป็นห่วงเขามากกว่าที่จะโทรมากวนคุณหญิงแม่เล่นๆ เหมือนที่เคยทำเสมอเวลาที่เขาหายตัวไปเฉยๆ

ความลับระหว่างเพื่อนที่คบกันมาเกือบทั้งชีวิต...ตรีภพไม่คิดจะปิดบัง เรื่องการแต่งงานครั้งนี้ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น เพื่อนรักทั้งห้าคนรู้เรื่องนี้ดีทุกอย่าง

กันตยศ ลูกเสี่ยประกิตเจ้าของร้านทองชื่อดังย่านเยาวราช หนุ่มตี๋ ใส่แว่นคงแก่เรียนรักความยุติธรรมเป็นสุด

ส่วนคนที่สองพลรบ ไฮโซชื่อดังคาสโนวาเมืองไทย มีความรักเหลือเฟือให้กับผู้หญิงทุกคนบนโลก แต่ไม่ยอมสละโสดเพราะยังไม่เจอนางในฝัน

ธีร์...หนุ่มโสด ชื่อสั่นจำง่าย ขี้เล่น เอาใจคนเก่งเลยทำให้คุณหญิงรัมภาเอ็นดูมากกว่าใคร

คนที่สี่วรวี เจ้าพ่อแห่งวงการนักเลง ภายนอกดูเป็นหนุ่มน้อยหน้าใสไร้พิษสง หากทั่ววงการรู้ดี ไอ้หน้าอ่อนคนนี้ เข้มแข็ง เด็ดขาด ว่องไว ไม่กลัวใครทั้งสิ้น

คนสุดท้ายนภจรส ผู้เข้มขึง หนุ่มหล่อลูกครึ่งไทย อียิปต์ มีรอยยิ้มพิมพ์ใจ แต่ก็ยากนักที่จะได้เห็น

"แล้วนั่นแกจะไปไหน...แม่ยังไม่รู้เลยว่าแกพาหนูปลาไปเที่ยวไหนมา" คุณหญิงรัมภาท้วงเมื่อเห็นตรีภพลุกขึ้น

"ผมคงไม่ต้องบอกมั๊งแม่ เดี๋ยวเลขาคนขยันเขาก็คงโทรมารายงานแม่เอง" ตรีภพเดินไปพูดอะไรบางอย่างกับป้าพิมพ์ที่ยืนคุมสาวใช้ทำความสะอาดราวบันได สักครู่ป้าพิมพ์ก็เดินขึ้นข้างบนตรงไปยังห้องนอนของเขากับปาราวี

"แม่ครับ...พ่อไม่อยู่เหรอ" ตรีภพมองหาบิดา 'ตรีภูมิ' อดีตรัฐมนตรีหลายสมัยที่ปลดตัวเองให้หลุดพ้นจากวังวนการเมืองที่ชักจะไร้ประชาธิปไตรขึ้นไปทุกที

"โน่น...วันนี้เกิดฟิตขึ้นมา ลงสระแต่เช้ามืด" คุณหญิงรัมภาบอกแล้วเอื้อมมือรับโทรศัพท์ที่สาวใช้ส่งให้

ส่วนตรีภพเดินออกไปหาตรีภูมิผู้เป็นบิดาที่สระว่ายน้ำ

"ว่าไง...ชีวิตแต่งงานแกมีความสุขดีเหรอวะ...ไอ้เสือ" ตรีภูมิว่ายน้ำเข้ามาหาลูกชายที่ยืนอยู่ตรงริมขอบสระ

"ทำไมพ่อถามผมยังงั้น" ตรีภพยื่นผ้าขนหนูผืนใหญ่สีน้ำเงินเข้มให้ตรีภูมิที่กำลังปีนบันไดขึ้นมาจากน้ำ

"เฮ้ย...อย่าทำหน้าซีเรียสขนาดนั้น" ตรีภูมิเอาผ้าขนหนูพันท่อนล่างไว้ เรียกลูกชายให้มานั่งคุยกันที่เก้าอี้เหล็กดัดที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากสระว่ายน้ำมากนัก

"พ่อถามก็ถามไปส่งๆน่ะ ไม่เห็นต้องทำหน้าบูดเลย" ตรีภูมิมองลูกชายที่เพิ่งแต่งงานมาได้สองวันด้วยความรู้สึกแปลกใจ มันน่าจะมีความสุขสิ ไม่ใช่นั่งหน้างอเป็นจวักอย่างนี้ ทีก่อนแต่งเห็นระริกระรี้จัดการเรื่องงานแต่งงานเองทั้งหมด...ผ่านไปยังไม่ทันครบอาทิตย์ไอ้ลูกชายออกปากบ่นซะแล้ว

"ช่างมันเถอะพ่อ...วันนี้ผมเซ็งๆน่ะ"

"อะไรกันเพิ่งแต่งงานมาหยกๆ" ตรีภูมิชักเริ่มรู้สึกกลุ้มใจแทนลูกสะใภ้ ถึงพ่อแม่จะไม่ถูกกัน ก็ใช่ว่าจะรังเกียจคนเป็นลูกตามไปด้วย

"เซ็งนักก็พาหนูปลาไปข้างนอกสิ แล้วนี่แกไม่คิดจะพาเขาไปฮีนนีมูนกะเขามั่งเหรอ" ตรีภูมิสงสัยพฤติกรรมแปลกๆ ของลูกชาย

"พ่อคิดว่าผมควรจะพาเขาไปงั้นเหรอ" ตรีภพย้อนถามบิดาบังเกิดเกล้า

"อ้าว...ไอ้นี่ถามแปลกๆ ก็ต้องพาไปสิ แกลางานไว้อาทิตย์นึงไม่ใช่เหรอ"

"..." เสียงถอนหายใจยาวลึกของตรีภพไม่ได้ช่วยให้ตรีภูมิหายกังวลใจได้เลย

ปาราวีเดินตรงมาที่สองพ่อลูกนั่งอยู่ สายตาแข็งกร้าวที่มองมาทำให้ปาราวีแทบจะเดินไม่ตรงทาง ขาแข้งสั่นจนกลัวว่าจะล้มลงให้ได้อาย

"หนูปลา...แต่งตัวจะไปข้างนอกกับเจ้าตรีมันเหรอ" ตรีภูมิทัก

"ค่ะ...คุณอา" ปาราวีตอบนอบน้อม

"จนป่านนี้แล้วยังเรียกอาอยู่อีก เรียกพ่อมันจะเหมาะกว่านะลูก" เสียงอ่อนโยนของพ่อสามีทำให้ปาราวีใจชื้นขึ้นมาบ้าง เพราะอย่างน้อยก็ยังมีคนให้ความเมตตา...

"ผมไปก่อนนะครับพ่อ..." ตรีภพรีบลุกแล้วจูงมือปาราวีให้เดินตามมา

ตรีภูมิมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกโล่งใจ...เขาอาจจะคิดมากไปเองก็ได้ว่าการแต่งงานครั้งนี้มีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นที่เขายังไม่รู้ว่ามันคืออะไร

ตรีภพปล่อยมือปาราวีทันทีที่พ้นสายตาของตรีภูมิ

ปาราวีหน้าเสีย หากแต่เหตุการณ์เมื่อคืนมันทำให้หล่อนไม่มีเวลามานั่งเสียใจ หรือสมเพชตัวเอง ในเมื่อเดินหน้ามาหลายก้าวแล้วก็คงต้องเดินต่อไปตามบุญตามกรรมที่ทำมา เมื่อคิดได้อย่างนั้นปาราวีก็รีบสาวเท้าให้ทันตรีภพที่เดินตัวปลิวไปยังโรงรถหน้าบ้าน

ไม่มีใครเลยสักคนที่เดินเข้ามาในร้านอาหารแห่งนี้จะไม่เหลียวมองห้าหนุ่มสุดหล่อที่จับกลุ่มคุยกันเบาๆ ท่าทางราวกับมีเรื่องสำคัญที่ไม่อยากให้คนอื่นรับรู้

"ไหนเอ็งบอกไอ้ตรีมันใกล้ถึงแล้วไง...ทำไมมันยังไม่โพล่หัวมาวะไอ้วี" พลรบชะเง้อหาตรีภพ

"คิดถึงมันเหรอ" วรวีนั่งเอาแขนเท้าพนักเก้าอี้ หน้าอ่อนใส ทรงผมกับหน้าตาสไตล์นักร้องเกาหลีช่างขัดกับมาดมาเฟียที่กำลังดำรงฐานะอยู่เสียจริงๆ

"ปล่าววว....แค่อยากเห็นหน้าเมียมัน จะสวยสู้ยัยนิดแฟนเก่าได้หรือเปล่า เท่านั้นเอง" พลรบเฉไปเรื่อย ผู้หญิงของเพื่อนเขามีจรรยาบรรณพอที่จะไม่แตะต้อง

"อยากเห็นก็ดูกันซะให้เต็มตา มันเดินมาโน่นแล้ว" ทันทีที่กันตยศบอกทั้งหมดก็พร้อมใจกันหันหน้าไปทางประตูร้านที่ตรีภพเดินนำปาราวีมา

"สวย...สวยนี่หว่า" เสียงพลรบกับธีร์ที่นั่งฟังเพื่อนอยู่นานดังขึ้นพร้อมกัน

ใบหน้ารูบไข่งามระหง เครื่องหน้าจิ้มลิ้มพริ้มเพรา ผิวขาวผ่องเป็นยองใย นั่นยังไม่ทำให้นภจรสใจเต้นรัวเร็วเท่ารอยยิ้มแย้มเป็นมิตรที่ส่งมาให้

ก้าวย่างแต่ก้าวของปาราวีคล้ายจะดึงหัวใจที่เคยแห้งผากให้กลับมามีน้ำหล่อเลี้ยงอีกครั้ง นภ หรือนภจรสถึงกลับหันหลังกลับกลัวใจตัวเองจะตกหลุมรักที่ปาราวีขุดไว้โดยไม่ตั้งใจ หนึ่งแม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าการแต่งงานครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะอะไร เขาก็ไม่อยากได้ชื่อว่าเป็นเพื่อนทรยศแอบรักแม้กระทั่งเมียเพื่อนอยู่ดี

นภจรสข่มสีหน้าและแววตาให้เป็นปกติ หากแต่ไม่รอดพ้นความฉลาดและไวต่อความรู้สึกของกันตยศไปได้

"ทางนี้โว้ย...ตรี" เสียงพลรบตะโกนเรียกท่าทางดี้ด้าจนคนอื่นอยากจะถีบมันออกนอกโต๊ะ

ตรีภพโบกมือให้เพื่อน หันหลังจูงมือปาราวีให้เดินมาเคียงกัน "อย่าพูดมากถ้าไม่จำเป็น...จำไว้" ตรีภพแค่นเสียงสั่ง เพื่อนเขาแต่ละคนรูปหล่อ พ่อรวยทั้งนั้น

"ปลาไม่รู้จักพวกเขามาก่อน คงไม่กล้าเสนอหน้าไปคุยด้วยหรอก" ปาราวีเมินเฉยน้ำเสียงแข็ง ผิดไปจากเมื่อคืนก่อน

"ก็ดี" ตรีภพบีบมือที่จูงแน่น จนปาราวีกัดฟันเพราะความเจ็บ

"ไง...นี่จะไม่แนะนำภรรยาผู้น่ารักของแกให้พวกเรารู้จักบ้างเหรอ" พลรบมองปาราวีไม่วางตา คิดอยากจะแกล้งตรีภพเล่น

"ก็กำลังจะแนะนำอยู่นี่ไง" ตรีภพเลื่อนเก้าอี้ทางด้านซ้ายมือของเขาให้ปาราวีนั่งโดยมี นภจรสนั่งติดอยู่ข้างๆ

"นี่กันตยศ กำลังเรียนปริญญาเอก" ปาราวียกมือไหว้เพราะอายุน้อยกว่า

"ส่วนผมชื่อพลรบ...ยินดีที่ได้รู้จักครับ" พลรบยื่นมือมาจะทักทายแบบฝรั่ง แต่ต้องเก้อเมื่อตรีภพกระแอมเสียงดังแถมส่งสายตาอาฆาตมาให้

"นั่นชื่อธีร์เป็นสถาปนิค ที่นั่งถัดไปชื่อวรวี ส่วนคนที่นั่งข้างเธอชื่อนภจรสเขาเป็นช่างภาพ"

ปาราวียกมือไหว้จนครบทุกคนแล้ว ตรีภพกับพ้องเพื่อนก็เริ่มสั่งอาหารมาทานกัน

"เอ็งทำแสบมากนะไอ้ตรี" วรวีเอ่ยขึ้น

"เรื่องอะไรวะ" ตรีภพดูผ่อนคลายไม่เจ้าอารมณ์เหมือนตอนอยู่บ้าน

"จะมีเรื่องอะไร้" ธีร์รินเหล้าส่งให้ตรีภพ "ก็เรื่องที่เอ็งยกเลิกงานเลี้ยงกะทันหัน"

"พวกข้ารู้นะว่าเอ็งโกหก คุณปาราวีเขาไม่ได้ป่วยสักหน่อย...จริงมั๊ยครับ" พลรบตาเชื่อมหันไปถามปาราวีที่นั่งยิ้มลูกเดียว

"เอาน่า...เรื่องของตรีมันพวกเอ็งไปยุ่งอะไรด้วย" กันตยศเข้าข้างตรีภพที่เถียงไม่ออก

"ไอ้คุณกันครับ ถ้าไม่พูดก็ไม่มีใครว่านะคร๊าบบบ" ธีร์อดเย้ากันตยศไม่ได้

"พอแล้วๆ บอกก็ได้จะได้เลิกเถียงกันซะที" ตรีภพเริ่มเล่าเรื่องที่พาปาราวีไปงานวัดให้พวกที่อยากรู้เรื่องชาวบ้านฟัง ปล่อยให้ปาราวีนั่งหงอยรู้สึกเป็นส่วนเกินขึ้นมาทันที

นภจรสเห็นภรรยาของเพื่อนอึดอัดจึงชวนคุยผิดวิสัยเงียบขรึมไม่ค่อยพูดของเขา...

"คุณปาราวีเรียนจบจากที่ไหนมาครับ" นภจรสเริ่มต้นสนทนาด้วยเรื่องส่วนตัวทั่วๆไป

"เรียกปลาเฉยๆก็ได้ค่ะ" ปาราวีหันหน้ามาคุยกับคนที่นั่งข้างตัว พอเอ่ยชื่อสถาบันที่เรียนจบมาออกไป นภจรสก็อุทานด้วยความดีใจ

"ไม่น่าเชื่อ...ว่าจบจากที่เดียวกัน" เสียงคนที่ไม่ค่อยพูดเริ่มดัง ตรีภพเป็นคนแรกที่หันมองมาทั้งคู่

"จริงเหรอคะ ว่าแต่คุณใช่พี่นภประธานค่ายอาสาฯ ที่ตอนนั้นไว้ผมยาว ชอบผูกผ้าเช็ดหน้าสีแดงไว้ที่ข้อมือข้างขวาหรือเปล่า หน้าคุ้นๆนะคะ"

"ใช่ ใช่...พี่เองแหละพี่กับได้ตรีเราเรียนอยู่คณะนิเทศฯ เหมือนกันแต่คนละเอกพี่เรียนถ่ายภาพส่วนตรีมันเลือกเรียนวิทยุ โทรทัศน์" นภจรแทนตัวเองว่าพี่โดยไม่รู้ตัว

จู่ๆ ตรีภพก็ลุกขึ้นพร้อมกับขอตัวกลับบ้านทั้งๆที่อาหารที่สั่งไปยังไม่มา เขาฉุดปาราวีให้ลุกตามแทบจากลากออกจากโต๊ะด้วยซ้ำไป

"เฮ้ย...ไอ้ตรีมันเป็นอะไรของมันวะ" วรวีบ่นหลังจากตรีภพกลับออกไปแล้ว

"นั่นดิ มายังไม่ทันไรลากเมียกลับบ้านซะแล้ว" พลรบช่วยบ่นอีกคน
แต่กันตยศกลับเดินไปตบบ่านภจรสก่อนจะกระซิบได้ยินกันเพียงสองคนว่า

"หักห้ามใจตัวเอง ก่อนที่มันจะสายไป"

นภจรสไม่มั่นใจว่าจะทำตามสิ่งที่เพื่อนบอกได้หรือเปล่า ในเมื่อหัวใจเขาเริ่มแง้มรับปาราวี หรือนี่เป็น 'รักแรกพบ' ความรักที่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นกับคนอย่างเขา....

แต่ปาราวีเป็นหญิงต้องห้าม ผู้หญิงที่เขาไม่ควรเข้าใกล้ที่สุด

“คุยกันก่อน...ปาราวี” ตรีภพเท้าเอวจ้องเล่นงานเต็มที่

คราวนี้จะเล่นงานหล่อนเรื่องอะไรอีกล่ะ “มีอะไรคะ” ปาราวีมีสีหน้าเบื่อหน่ายอย่างเห็นได้ชัดส่งผลให้ตรีภพอารมณ์เสีหนักขึ้น

ห้ตายสิ!!! เขาไม่ชอบให้ปาราวีพูดหรือสนิมสนมกับผู้ชายคนอื่นเลย

“ทำไม...คุยกับฉันมันไม่สนุกเท่ากับไอ้นภงั้นสิ” ตรีภพย่างสามขุมเข้าหาปาราวีที่ยืนอยู่ริมสระว่ายน้ำจุดเดิมเมื่อตอนก่อนออกจากบ้าน

แล้วแต่จะคิด” ปาราวีพยายามเข้มแข็ง ไม่อยากให้ตัวเองร้องไห้เพราะความไม่เห็นค่าของตรีภพอีกแล้ว

“มันรุ่มร้อนมากสินะ ห่างจากอกฉันไปแค่วันเดียวก็ทนตัณหาราคะของตัวเองไม่ไหวเที่ยวโปรยเสน่ห์ให้ใครต่อใครจนทั่ว”

“คุณตรีมันจะมากไปแล้วนะคะ ปลาก็แค่นั่งคุยกันไม่ได้ทำบ้าๆ อย่างที่คุณตรีคิด” ปาราวีโต้กลับเดินหนีคนไร้เหตุผลไม่อยากจะเถียงด้วย

“ไม่มากไปหรอก...มานี่” ตรีภพย่อตัวลงอุ้มปาราวีที่กำลังกลับเดินเข้าบ้านพาดบ่าก่อนจะหันหน้าไปทางสระน้ำ

“ปล่อยปลานะ...ปล่อย” ปาราวีรู้สึกกลัวขึ้นมา เพราะอารมณ์ของตรีภพยากต่อการคาดเดา

“ฉันปล่อยแน่...ไม่ต้องกลัว” ตรีภพยิ้มเหี้ยมโยนปาราวีลงสระน้ำอย่างแรง

ตู้ม...เสียงน้ำแตกกระจายปาราวีตะเกียกตะกายขึ้นมาหายใจ ตรีภพเดินกลับเข้าบ้านไม่สนใจว่าหล่อนจะว่ายน้ำเป็นหรือเปล่า

เขาเกลียดหล่อนอยากจะฆ่าให้ตายเชียวหรือ?

"คนใจร้าย...ปลาจะไม่รักคุณอีกแล้ว"

ปาราวีบอกกับตัวเอง ในเมื่อรักตรีภพได้ก็ต้องตัดใจให้เลิกรักได้...เช่นกัน

รัตติกาลเคลื่อนคล้อยเข้ามาแทนที่ เวลาของดวงอาทิตย์หมดลงดวงจันทร์ก็โผล่พ้นขอบฟ้าขึ้นมาส่องแสงนวลหยอกเย้ากับดวงดาวที่กระพริบวิบวาวเกลื่อนท้องฟ้า

บนเตียงกว้างปาราวีนอนซมด้วยพิษไข้ ร่างบางคุดคู้อยู่ในผ้าห่มลมหายใจร้อนผ่าวราวกับจะแผดเผาให้เจ้าของร่างไหม้เป็นจุณ

ในห้วงคำนึงปาราวีกำลังทุกข์ทรมาณต่อพันธนาการรักที่ตัวเองเป็นคนก่อขึ้น ความรักที่ตรีภพไม่เคยสนหรือใส่ใจ ได้แต่ใช้ความเกลียดชังเป็นโล่กำบังจนทำให้เมินเฉยหัวใจที่เปี่ยมรักของผู้หญิงตัวเล็กๆคนหนึ่ง

ปาราวีรู้สึกหายใจติดขัด เนื้อตัวปวดร้าวเหมือนมีแรงกดทับดึงและรั้งจนยากที่จะขยับตัว อาการภายในห้องวิปริตหรืออย่างไร...ทำไมร้อน...หนาวสลับกันอย่างนี้

เสียงประตูห้องนอนเปิดออก ตรีภพเพิ่งกลับจากการไปส่งคุณหญิงรัมภาที่บ้านเพื่อน พอเขาก้าวเท้าเข้าบ้านป้าพิมพ์มีสีหน้ากังวลเดินรี่เข้ามารายงานว่า ปาราวีเอาแต่หมกตัวอยู่ในห้องไม่ยอมลงมาทานอาหารเรียกถามกี่ครั้งก็บอกไม่หิว ป้าพิมพ์ไม่กล้าเข้าไปรบกวนก็ได้แต่รอให้ตรีภพกลับมาเผื่อว่าคนในห้องจะไม่สบาย

ตรีภพปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีฟ้าออกทีละเม็ด พลางมองปาราวีที่นอนหัวยุ่งไม่รู้เรื่องด้วยสายตาว่างเปล่าก่อนจะเดินหายเข้าห้องน้ำ ไม่ได้สนใจไต่ถามคนนอนซมว่าสบายมั๊ย หรือเจ็บป่วยจากการกระทำที่แสนจะป่าเถื่อนของเขาหรือเปล่า

ปาราวีสะลึมสะลือได้ยินเสียงอาบน้ำจึงพยายามลืมตาลุกขึ้นมาจัดชุดนอนเตรียมให้ตรีภพเหมือนอย่างที่เคยทำ จนแล้วจนรอดแค่จะผงกหัวขึ้นมาจากหมอนปาราวียังไม่มีแรงนับประสาอะไรจะลุกขึ้นจากที่นอน

เอาเถอะคงไม่เป็นไรหรอก ตรีภพไม่ได้พิการมือเท้าด้วนซะหน่อยคงหาใส่เองได้ ปาราวีคิดในใจแล้วซุกตัวนอนต่อ

แต่คนไร้เหตุผล เอาแต่ใจตัวเอง ชอบใช้กำลังอย่างตรีภพกำลังยืนอารมณ์เสียอยู่หน้าห้องน้ำเมื่อไม่เห็นชุดนอนที่เวลานี้สมควรจะวางอยู่ที่ปลายเตียงเหมือนเช่นทุกครั้ง มองไปที่ปาราวีก็ไม่มีทีท่าว่าจะตื่นลุกขึ้นมาทำหน้าที่ภรรยาที่ดี

"ปลา...ปลา..." ตรีภพเรียกชื่อเล่นที่น้อยคนนักจะเคยได้ยินออกจากปากเขา

ปาราวีรู้ว่าตรีภพเรียกจะตอบกลับหัวสมองก็เบลอไปหมดทุกอย่างหมุนติ้วแม้กระทั่งยามหลับตา...

"ปาราวี" คราวนี้ตรีภพเดินเข้ามาใกล้เตียงไม่พอใจที่ไม่มีเสียงตอบรับ แถมยังนอนนิ่งสบายอยู่บนเตียงปล่อยให้เขาหงุดหงิดอยู่คนเดียว

"ลุกขึ้นเดี๋ยวนี้...ชุดนอนฉันอยู่ไหน" ตรีภพจ้องเสี้ยวหน้าที่โผล่พ้นขอบผ้าห่มเพียงนิดเขม็ง นอนหลับสบายจริงนะเขาขอดค่อนในใจ "สบายมากไปแล้วมั๊งได้แต่งงานกับเศรษฐีเข้าหน่อยใช่ว่าจะมานั่งกินนอนกินได้หรอกนะ" ตรีภพหาเรื่องได้ทุกครั้ง ชุดนอนเพียงชุดเดียวเขาก็สามารถทำให้มันเป็นเรื่องใหญ่ได้

ปาราวีได้ยินทุกคำพูด ถ้าเขาหัดเอาใจใส่หล่อนบ้างก็ต้องสังเกตได้สิว่าภรรยาที่นอนแบ็บอยู่บนเตียงกำลังไม่สบายไม่มีเรี่ยวแรงแม้กระทั่งจะลุกขึ้นมาต่อล้อต่อเถียงเขา

"..."

ตรีภพไม่ง้อเดินไปกระชากบานประตูตู้เสื้อผ้าคุ้ยหาชุดนอนจับเหวี่ยงตัวที่เกะกะมือเขาออกมา กว่าจะหาเจอบนพื้นห้องก็เต็มไปด้วยกองเสื้อผ้า...ตรีภพหยิบกางเกงกับเสื้อผ้าป่านลายสก๊อตสีขาวปนน้ำเงินออกมาสวมเขาใช้เท้าเขี่ยผ้าขนหนูที่ถอดออกให้พ้นทางเดินแล้วกลับไปเรียกปาราวีอีกครั้งหนึ่ง

"นี่เธอจะไม่ลุกขึ้นมาคุยกับฉันดีๆ ใช่มั๊ย" ตรีภพกระตุกผ้าห่มหวังจะให้ปาราวีตื่นขึ้นมาทะเลาะกับเขา

ปาราวีเงียบเกินไป ตรีภพรู้สึกเหงา...ไม่รู้ตัวเลยสักนิด

"ทำนิสัยขี้เกียจยังงี้สิเล่า ครอบครัวเธอมันถึงล่มจมเป็นหนี้สินจนท่วมหัวเอาตัวไม่รอดเหมือนอย่างทุกวันนี้" ตรีภพเสียงดังไม่เกรงใจใครทั้งนั้น

สุดจะทน...ปาราวีนอนฟังอยู่นานเขาไม่ปล่อยให้หล่อนสบายใจได้สักวัน ต้องมีเรื่องให้เขาดูถูกไม่ว่าจะขยับตัวทำอะไรหรืออยู่เฉยๆ ตรีภพเห็นเป็นผิดไปหมดความเกลียดชังของเขามีมากกว่าที่ปาราวีคิด

ชาตินี้...ตรีภพจะมอบความรักให้ปาราวีได้บ้างหรือเปล่า...หล่อนก็ตอบตัวเองไม่ได้เช่นกัน

ปาราวีฮึดสุดแรงยันกายลุกขึ้นนั่งด้วยความยากลำบาก หน้าซีดขาวหันมาสบตาตรีภพที่ยืนข้างเตียงรอให้หล่อนลุกขึ้นมาคุยกัน

"อย่าลามปามถึงครอบครัวปลา..." ปาราวีปวดหัวมาก หล่อนกลั้นใจ
พูดต่อ "ถึงปลาต้องแต่งงานเพราะฐานะทางบ้านเป็นหนี้ ใช้วิธีสกปรกกับคุณ คุณตรีก็ไม่มีสิทธิ์พูดจาไม่ดีพาดพิงถึงพวกท่าน" เสียงแหบพร่ากระท่อนกระแท่นของปาราวีก็ไม่ทำให้ตรีภพรู้สึกเอะใจขึ้นมาเลย

"โอ้ย...อย่ามาทำหน้าบางปัญญาอ่อนแถวนี้หน่อยเลย ฉันไม่อยากฟัง" ตรีภพพูดเสร็จก็ชี้ไปที่เสื้อผ้าที่กองอยู่เพราะฝีมือการรื้อของเขา "ลุกขึ้นไปเก็บด้วย มันเป็นความผิดของเธอที่ไม่ยอมเตรียมชุดนอนไว้ตั้งแต่แรก"

ปาราวีมองตรีภพเหมือนไม่เคยเห็นมาก่อน หัวใจอันหนักอึ้งอ่อนล้าโรยแรงลงทุกวันคิดอยู่หลายครั้งว่าจะตัดใจเลิกรักเขาแต่ก็ทำไม่ได้สักที ยิ่งอยู่ด้วยกันทุกวันปาราวีก็ยิ่งรักเขา รัก...ทั้งๆที่ตรีภพเอาแต่ใจ ชอบใช้กำลังกับหล่อน ไม่เคยพูดจาหวานหูให้ปาราวีชื่นใจแม้แต่ครั้งเดียว

ผู้ชายร้ายกาจ...แต่ปาราวีก็รักเขา รักทุกอย่างที่เขาเป็น

ตรีภพมองปาราวีลุกเซลงจากเตียง เขาเพิ่งสังเกตเห็นปาราวีท่าทางผิดปกติดูเหมือนคนไม่มีแรงหน้าตาก็ซีดเซียวไร้เลือดฝาด หรือจะไม่สบายจริงๆ อย่างที่ป้าพิมพ์นึกเป็นห่วง

"ไม่ต้องลุก...ฉันเก็บเอง" ตรีภพเดินไปเก็บเสื้อผ้าท่ามกลางความแปลกใจของปาราวี

หล่อนนั่งมองเขาสาละวนหยิบจับบรรดาเสื้อกางเกงที่วางอยู่เต็มพื้นมารวมกัน ท่าทางเขา เก้ๆกังๆ พับเสื้อก็ไม่เป็น พับกางเกงก็ไม่ได้ปาราวียิ้มเอ็นดู...อย่างน้อยเขาก็มีน้ำใจ แม้จะพูดจาน่าตบอยู่บ้าง

ตรีภพนั่งจ๋องมองฝีมือพับเสื้อผ้าที่ไม่เอาไหนของตัวเอง ไม่น่าหาเรื่องเล้ย...ของมันเป็นระเบียบเรียบร้อยดีๆ เขาไม่น่าใจร้อนรื้อซะกระจุยกระจาย ปาราวีก็ดูไม่ค่อยสบายเขาก็เลยต้องมานั่งพับไอ้เสื้อผ้าพวกนี้เองกับมือ...เวรกรรมนี่มันเร็วกว่าสปีดอินเตอร์เน็ตอีกนะเนี่ย

"คุณตรี...ปลาพับเองค่ะ" ปาราวีหน้ายังซีดหล่อนเกาะพนักเก้าอี้เครื่องแป้งทรงตัวไว้ไม่ให้ล้ม

"ลุกมาทำไมไม่สบายไม่ใช่เหรอ เห็นป้าพิมพ์ว่าเธอไม่ยอมลุกมาทานอาหารตั้งแต่บ่าย เป็นอะไรไปล่ะ" แม้ไม่รื่นหูเหมือนคำหวานๆ ที่สามีคนอื่นเขาพูดกันแต่ปาราวีก็รู้ได้ตรีภพยังมีใจแบ่งปันความห่วงใยมาให้หล่อนได้ชุ่มชื่นใจ...เท่านี้ปาราวีก็ดีใจ

"กลับไปนอนซะ เดี๋ยวฉันไปบอกป้าพิมพ์ให้หาข้าวกับยามาให้"

ตรีภพยัดเสื้อผ้าที่เขาพับไว้กลับเขาไปในตู้ พอลุกขึ้นหันมองปาราวีก็เห็นคนป่วยซวนเซจวนล้ม ตรีภพถึงกับผวาเข้าไปรับร่างบางก่อนที่หัวจะฟาดกับขอบโต๊ะเครื่องแป้ง

"ปลา...ปลา...ปาราวี" ตรีภพเขย่าเรียก ปาราวีลืมตามองส่งยิ้มแห้งแล้งให้เขา

"ปลา...รู้สึกหน้ามืด" เสียงหล่อนเบาหวิว "คุณตรีช่วยพาปลาไปที่เตียงได้มั๊ย"

ตรีภพอุ้มปาราวีขึ้นผิวขาวนวลตัวร้อนเป็นไฟไม่รู้ว่าปาราวีจับไข้มานานแค่ไหนแล้ว

"บ้าชะมัด" เขาสบถเบาๆ

"ไม่สบายทำไมไม่บอกป้าพิมพ์...เกิดตายคาบ้านฉันจะทำไง" ตรีภพปากเสียแต่พอวาง ปาราวีลงกับที่นอนเขาก็ห่มผ้าให้ ต่อโทรศัพท์ลงไปข้างล่างเรียกป้าพิมพ์ให้เอาข้ามต้ม ผ้ากับน้ำอุ่นมาให้

"ปลาเกรงใจ...ป้าพิมพ์ดูแลทั้งบ้านก็เหนื่อยมากพอแล้ว ขืนปลาไปรบกวนจะเป็นภาระเปล่าๆ" ปาราวีหลับตาพูดรู้สึกร้อนขึ้นมาอีกแล้ว

"เกรงใจไม่เข้าเรื่อง โทรศัพท์บอกฉันก็ได้นี่" ตรีภพทรุดนั่งตรงที่ปาราวีนอน

"ปลาเกรงใจ...คุณตรีกำลังทำธุระ"

"เอ้า...เกรงกันเข้าไป เรื่องบางเรื่องมันไม่สมควรเกรงใจ ถ้าฉันกลับดึกกว่านี้เธอไม่ช็อกตายก่อนเหรอ"

ป้าพิมพ์อมยิ้มเมื่อผลักประตูเข้ามาเห็นตรีภพกำลังใช้มืออังใบหน้าปาราวีทั่ว สวีตหวานกันแบบนี้เห็นทีเร็วๆนี้อาจจะได้เลี้ยงคุณหนูตัวน้อย

"คุณตรี ของที่สั่งได้แล้วค่ะ" ป้าพิมพ์วางข้าวต้มไว้บนโต๊ะข้างเตียงจัดการเอาผ้าชุบน้ำอุ่นบิดหมาดเตรียมเช็ดตัวให้ปาราวี

"ไม่ต้องครับป้าพิมพ์ เดี๋ยวผมจัดการเอง"

"ค่ะ...งั้นป้าลงไปปิดไฟข้างล่างก่อน คุณปลาหายไวๆนะคะ" ป้าพิมพ์อวยพรปาราวีแล้วเดินออกไปจากห้อง

"ความจริงให้ป้าพิมพ์เช็ดตัวให้ก็ได้"

"ไหนว่าเกรงใจป้าพิมพ์..." ตรีภพหยิบผ้าขนหนูขึ้นมาคลี่

"ก็คุณตรีเพิ่งกลับมา...คงเหนื่อย" ปาราวีแก้ตัว

"ใครเช็ดให้ก็เหมือนกันนั่นแหละ ทำไมอายฉันหรือไง"
ปาราวีพยักหน้า...ก็หล่อนยังไม่ชินนี่นา สายตาของตรีภพยามมองร่างเปลือยเปล่าสามารถทำให้ปาราวีละลายได้

"ไม่ต้องอายแล้ว เห็นจนหมดแล้ว" ตรีภพบอกเหมือนเป็นเรื่องปกติ

"แต่..." ปาราวีเตรียมขัด

"ลุกขึ้นนั่งดีๆ" ตรีภพประคองให้ปาราวีลุกขึ้นนั่งจะได้เช็ดตัวได้ถนัด

เสื้อนอนตัวยาวถูกตรีภพดึงออกทางศีรษะ ปาราวีดึงผ้าห่มมาคลุมตัวไว้อายแสนอายไม่อยากให้ตรีภพถูกเนื้อต้องตัวสักเท่าไหร่
ตรีภพค่อยๆ เช็ดตัวให้ไล่ลงมาตั้งแต่หน้า ลำคองามระหง ไหล่ลาดตรง เว้นไว้แต่เนินอกที่ปาราวีกอดผ้าห่มแน่นไม่ยอมให้เขารุกล้ำ

"หันหลังมาสิ" ตรีภพบอกขณะที่เขาเอาผ้าชุบน้ำอุ่นอีกหน
ปาราวีอิดออดในตอนแรก เมื่อเห็นสายตาเอาจริงของตรีภพก็ไม่กล้าขัดคำสั่ง หล่อนยังแสบจมูกไม่หายหลังจากสำลักน้ำไปหลายอึก

ตรีภพมองหลังโค้งสวยไร้รอยตำหนิรู้สึกร้อนวูบขึ้นมาทันที เขาข่มใจเช็ดตัวให้ปาราวีจนเสร็จ ส่งชุดนอนตัวใหม่ที่เขารื้อ (อีกแล้ว) ให้ปาราวีที่นั่งจวนจะหลับเขาก็เลยใส่ชุดนอนให้ ปาราวีขอบคุณเสียงเบาก่อนจะล้มตัวนอนไม่คิดทานข้าวต้มที่ป้าพิมพ์ยกมา

"ปลา...ลุกขึ้นมาทานข้าวต้มก่อน จะได้ทานยา" ตรีภพเรียกปาราวีที่ตอนนี้หลับไม่รู้เรื่องแล้ว

"คนอาไร้...หลับง่ายจริงๆ" ตรีภพยกข้าวต้มกับอ่างที่ใส่น้ำอุ่นไปวางไว้นอกห้อง เขากลับเข้ามาในห้อง ปิดไฟแล้วเดินไปล้มตัวนอนเคียงข้างปาราวีที่นอนตะแคงหันหน้ามาทางเขา ท่าทางสบายอกสบายใจ หน้าสวยจิ้มลิ้มหลับตาพริ้มบ่งบอกว่าหลับสนิทไม่มีความรู้สึกทุกข์ใจรบกวนเหมือนอย่างในตอนแรก

ตรีภพช้อนตัวปาราวีให้เข้ามาแนบชิดอยู่ในอ้อมกอด "ฉันขอโทษ...ปาราวี" ตรีภพพร่ำกระซิบบอกแต่จะมีประโยชน์อะไรในเมื่อปาราวีไม่ได้ยิน...

ลมพัดวีดวิ้วใบไม้ปลิวว่อน ความมืดไม่ได้ช่วยนำพาให้แสงสว่างส่องชีวิตในวันข้างหน้าของปาราวีดีขึ้น...อีกนานเท่าไหร่ที่ 'ลูกปลาน้อย' จะพบกับความสุขจริงๆเสียที

...ดึกแล้ว...

อีกฝากหนึ่งของเมืองไทย 'นิศาชล' นอนน้ำตาไหลไร้ความสุขเหลียวมองข้างกายก็พบแต่ความว่างเปล่า คิดถึง...แสนคิดถึงตรีภพจับขั้วหัวใจจะทำอย่างไรได้ในเมื่อหนทางนี้หล่อนเป็นคนเลือกเอง...

ความอบอุ่นที่ปาราวีรู้สึกยามลืมตาตื่นขึ้นรับแสงอรุณของวันใหม่ เช้าวันไหนก็ไม่สุขใจเท่าเช้านี้...ตรีภพยังนอนอยู่ข้างๆ ไม่ได้หลบลี้หนีหายเหมือนอย่างคืนแรกในวันแต่งงาน ใบหน้าคร้ามแนบหมอนหนานุ่ม ผมที่เคยเรียบอยู่ทรงดูยุ่งเหยิง

ปาราวีนอนมองตรีภพไม่รู้เบื่ออาการป่วยไข้ดีขึ้นจนไม่น่าเชื่อแค่มี เขา คนที่เรารักคอยดูแลอยู่ใกล้ๆ กอดประคองไว้แนบอกตลอดคืนปาราวีก็แทบลืมสาเหตุของความเจ็บป่วยครั้งนี้ไปหมดสิ้นและหากเป็นไปได้อยากจะอ้อนวอนเทวดาบนฟ้า...หยุดเวลาเอาไว้ตรงนี้...จะได้ไหม

ปาราวีขยับกายให้ใกล้ชิดตรีภพอีกนิด กลิ่นหอมอ่อนเหมือนกลิ่นตัวเด็กกลายเป็นกลิ่นประจำตัวเขาที่ ปาราวีจำได้ติดจมูก...ตรึงเข้าไปถึงหัวใจ

คนตัวใหญ่รับรู้ถึงสัมผัสที่คุ้นเคยจึงกอดกระชับรับขวัญด้วยจุมพิตที่หน้าผากมน เช้าวันใหม่...ความรู้สึกใหม่ ตรีภพต้องยอมรับว่าการมีปาราวีเข้ามาในชีวิตทำให้เขามีความสุขมากขึ้นถึงจะไม่มากแต่นับวันก็เพิ่มพูน

ตรีภพนอนคิดมาทั้งคืน...ความบอบช้ำจากรักครั้งเก่าถึงจะทุเลาหากเขาก็ยังไม่ลืม การที่จะรับปาราวีเข้ามาในหัวใจไม่ใช่เรื่องง่ายแต่ก็ไม่ยากจนเกินไป เขาต้องการเวลา...เวลาที่จะสมานรอยแผลให้ปิดสนิทไม่มีความทรงจำในอดีตตามมาหลอกหลอนให้เขาและปาราวีต้องหมองใจ

ถ้าคิดจะรัก...คนอย่างตรีภพต้องรักทั้งหมด ไม่ใช่รักเพราะต้องการลืมผู้หญิงอีกคน

“คุณตรี...” ปาราวีเรียกตรีภพเสียงเบา

“ฮื่อ...” ตรีภพตอบแล้วกอดคนตัวเล็กแน่นขึ้นอีก

ปาราวีซุกลงกับอกกว้างฟังเสียงเต้นของหัวใจว่ามันผิดปกติเหมือนหัวใจของปาราวีตอนนี้หรือเปล่า “หัวใจคุณตรีเต้นคงที่เป็นจังหวะมั่นคง ไม่เห็นเหมือนของปลาเลย” เสียงปาราวีราวกับเพ้อ

“หัวใจปลามันเป็นยังไง” ตรีภพลูบผมนุ่มเบาๆ

“ก็...เต้นแรง เร็ว ปลากลัวว่ามันจะทะลุออกมานอกอกเต้นให้คุณตรีดู”

“ไหน...ขอฟังหน่อยซิ” ตรีภพลดตัวลงเขาบรรจงแกะกระดุมชุดนอนออก นอนฟังหัวใจของปาราวีตรงซอกอกเสียงหัวใจเต้น ตึก...
ตึก...ตึก...ถี่ยิบ ริมฝีปากจึงจูบซับรับความรู้สึกนั้นหวังให้เจ้าของหัวใจที่เต้นระรัวคลายความตื่นเต้นลง

“หัวใจเธอฉันรู้ว่ามันเต้นเร็วเพราะใคร แต่ฉันขอได้มั๊ย สั่งหัวใจของปลาให้มันเต้นช้าลงบ้าง” อย่ารักเขาไปมากกว่านี้เลย ประโยคหลังตรีภพเก็บงำไว้คนเดียวในใจ

“หัวใจปลา...ใครก็ห้ามไม่ได้ อุ๊บ...”

เสียงปาราวีเงียบหายเมื่อตรีภพใช้ปากหยักสวยปิดปากเรียวบางให้หยุดเถียง เมื่อคืนนี้ถ้าหูเขาไม่แว่วไป ปาราวีตัดพ้อต่อว่าเขาที่โหดร้ายสารพัด แต่คำสุดท้ายที่ออกจากปากทำให้เขานอนอึ้ง ปาราวีเพ้อว่ารักเขา รักเขามานานแล้ว...นี่พิษไข้เล่นงานหล่อนจนเพ้อหรือเป็นพิษรักกันแน่ที่ทำให้ปาราวีเผยความในใจออกมา

สิ่งเลวร้ายที่เขาทำลงไปผุดขึ้นเป็นฉากๆ เขากลายเป็นซาตานชอบทำร้ายผู้หญิงตั้งแต่เมื่อไร ความทรมาณที่ปาราวีได้รับเป็นเพราะเขาคิดว่าหล่อนเป็นแค่ผู้หญิงหิวเงินไม่มีค่าอะไรหรือเป็นเพราะเขาเองกลัวที่จะรักปาราวีจึงได้ทำตัวป่าเถื่อนไร้มนุษยธรรมเช่นนั้น...เขาก็ตอบไม่ได้จริงๆ

เขาเคยรักและเจ็บช้ำเพราะนิศาชล หล่อนเปรียบเสมือนน้ำค้างที่เคยรินรดหัวใจเขาให้สดชื่นนำพาความรื่นรมณ์มาให้ไม่เว้นวัน

ครั้นถูกตัดสัมพันธ์ เขาก็กลายเป็นไอ้บ้าคนหนึ่งที่เอาแต่เมาหัวราน้ำ ใช้ชีวิตและลมหายใจให้หมดไปวันๆ ไม่คิดด้วยซ้ำว่าจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้...น้ำตาของแม่ในวันที่เขาดื่มหนักมาเป็นเดือนตกต้องใบหน้าซูบโทรมไม่มีคำต่อว่ามาหลุดออกมาให้ระคายใจ มีเพียงแววตาหม่นเศร้ากับมือที่คอยประคับประคองเขา มันสะท้อนความรัก ความห่วงใยจนล้นเปี่ยม เขาทำร้ายความรักของแม่ ความรักที่ไม่มีเงื่อนไข...ความรักที่ไม่ต้องการสิ่งตอบแทนนอกจากเห็นลูกรักมีความสุข...จากนั้นเป็นต้นมาตรีภพก็สัญญากับตัวเองว่าจะไม่ยอมตกอยู่ในสภาพน่าทุเรศนั่นอีก

“ปาราวี” เสียงเรียกของตรีภพเบานิ่มที่สุดเท่าที่ปาราวีเคยได้ยินมา

“ขา...” ตรีภพจูบซ้ำตรงเปลือกตา ความโหดร้ายที่เขาทำลงไปจะแก้ตัวตอนนี้หวังว่าคงไม่สายเกินไป

"เธอเกลียดฉันมั๊ย" ตรีภพถามทั้งๆที่รู้คำตอบดี

"คุณตรีถามทำไมคะ" ปาราวีนอนคว่ำหันหน้าหนีไม่อยากให้เขาเห็นแววตาหล่อนในตอนนี้ เพราะคำตอบมันฉายชัดว่าปาราวีไม่มีวันเกลียดเขา

"ก็อยากรู้เฉยๆ ฉันทำไม่ดีตั้งหลายอย่างถ้าเธอจะเกลียดฉันมันก็ไม่แปลกอะไรหรอก" ตรีภพคร่อมร่างปาราวีที่นอนคว่ำเขาปัดปอยผมที่ซอกคอออกก่อนจะก้มลงหอมลำคอเรียวฟอดใหญ่

"คุณตรี...พอเถอะค่ะ ปลาจั๊กกะจี้" ปาราวีดิ้นพล่านเบี่ยงหลบตรีภพพัลวัน

"ก็อย่าดิ้นสิ ยิ่งดิ้นชุดนอนมันก็ยิ่งหลุดนะ" ตรีภพมืออยู่ไม่สุขเอื้อมมือลงไปทางปลายเท้าเริกชุดนอนของปาราวีขึ้นเตรียมจะถอดออกจริงๆ ตามคำพูด

"หยุดแล้ว ปลาไม่ดิ้นแล้ว" ปาราวีหันกลับมาดึงชุดนอนลงไม่ยอมตรีภพง่ายๆ

"งั้นก็บอกความจริงมาเธอเกลียดฉันหรือเปล่า"

"ปลาว่า คนที่โดนเกลียดน่าจะเป็นปลามากกว่านะคะ" ปาราวีมองตรีภพที่กำลังอึ้งกับสิ่งที่ไม่คิดว่าจะได้ยิน

ตรีภพยังจำได้คืนแรกของชีวิตคู่มันจบลงด้วยการที่เขาใช้กำลังบังคับปาราวีให้ตกเป็นของเขาเพราะความโมโหที่รู้ว่าถูกหลอกมันตอกย้ำความเจ็บปวดในอดีตให้บ้าคลั่ง ปาราวีจึงกลายเป็นที่รองรับอารมณ์อย่างช่วยไม่ได้

"ไม่รู้สิ..." ตรีภพตัดบท เขายังไม่อยากฟื้นฝอยหาตะเข็บทะเลาะกับปาราวีในตอนนี้

เมื่อตรีภพไม่อยากเอ่ยถึงเรื่องที่ทำให้เขาเหนื่อยใจปาราวีก็เงียบไม่เซ้าซี้ให้เขารำคาญ ดูสีหน้าเริ่มหงุดหงิดคิ้วเข้มขมวด ปาราวีนึกหวาดไม่อยากให้ตรีภพจอมโหดคนเก่ากลับมาหล่อนเพิ่งจะฟื้นไข้ หากโดนตรีภพเล่นงานอีกคราวนี้คงได้นอนโรงพยาบาลหรือไม่ก็นอนโลงศพแทน

"ปลาจะลุกไปอาบน้ำ คุณตรีปล่อยปลาเถอะนะ" ปาราวีพยายามดึงแขนที่กกก่ายหล่อนไว้แต่ก็ไม่ได้ผล ตรีภพไม่ยอมขยับนอนกอดปาราวีอยู่อย่างนั้น

"ให้ผัวกอดมันน่ารังเกียจมากเหรอ"

"คุณตรี..." เขาปากไม่ดีอีกแล้ว "ปลาไม่ได้รังเกียจแต่นี่มันเช้าแล้วปลาอยากอาบน้ำ"

"ฉันจำได้ว่าเมื่อคืนเราไม่ได้ออกแรงซักหน่อย...เอาน่านอนต่อเถอะฉันยังไม่อยากลุก"

ตรีภพจงใจเน้นคำว่าเราให้ปาราวีหน้าแดงเล่นๆ คนบ้าหล่อนนอนเป็นไข้ทั้งคืนจะเอาเรี่ยวแรงที่ไหนมาทำเรื่องอย่างว่า

"ปลาเหนียวตัวปล่อยปลาไปอาบน้ำนะ"

"ก็ได้..."

"ก็ได้...แล้วทำไมไม่ปล่อยสักทีเล่า" ปาราวีหันหน้ามองตรีภพที่อยู่ห่างเพียงคืบ

"ต้องพิสูจน์ก่อนว่าเหนียวตัวจริงหรือเปล่า" ตรีภพไม่รอช้าเขารีบถอดชุดนอนของปาราวีออก

แล้วจูบพิสูจน์ของเขาก็ทำให้ปาราวีต้องพ่ายแพ้ต่อความต้องการ ความนุ่มนวลที่ตรีภพมอบให้ช่างลึกล้ำงดงามกว่าครั้งแรกมากมายนัก ปาราวีไม่ต้องร้องขอให้เขาหยุดเพราะความกลัวอีกแล้ว แต่คราวนี้เสียงที่กลั้นไว้ไม่อยู่บ่งบอกถึงความสุขแม้รู้ดี 'ตรีภพ' ยังมีใครอยู่ในหัวใจ...


โดย : ฉัตรทอง
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 31 มี.ค. ปี 2007 [ เวลา 22 : 51 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook