บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 4

กรุงงานเขียนเก่า 1
กรุงงานเขียนเก่า 2
กรุงงานเขียนเก่า 3
กรุงงานเขียนเก่า 4
กรุงงานเขียนเก่า 5


>> กบฏหัวใจ บทที่ 4

เรื่อง : กบฏหัวใจ บทที่ 4

บทที่ 4

ตรีภพกับปาราวีก้มลงกราบหญิงชราที่นั่งอยู่บนเสื่อพร้อมกัน คุณย่าไสวมารดาตรีภูมิพ่อของตรีภพยังแข็งแรงแม้วัยล่วงเลยมากว่าแปดสิบห้าปีแล้วก็ตาม บ้านสวนที่ปทุมธานีเป็นบ้านทรงไทยเรือนต้นอายุร้อยกว่าปี พ่อของตรีภพเกิดและโตที่นี่ก่อนจะแยกย้ายออกไปสร้างครอบครัวเป็นของตัวเอง

“นี่รีหนูปลาเมียเรา พ่อตรี” คุณย่าไสวกวักมือเรียกปาราวีให้เขามาดูหน้าใกล้ๆ

“ครับ คุณย่า” ตรีภพนั่งพับเพียบเรียบร้อย ยิ้มแปล้สดชื่นแจ่มใสกว่าทุกวัน

“น่ารัก น่าเอ็นดู...ยิ้มสวยเสียด้วย” มือเหี่ยวย่นลูบหน้าลูบหลังหลานสะใภ้ที่เพิ่งเห็นหน้าเป็นครั้งแรก เหตุเพราะวันที่ตรีภพแต่งงานคุณย่าไสวขาเจ็บจึงไม่ได้ไปร่วมงานวันมงคลของหลานรัก

“พ่อตรีลุกมานั่งข้างๆเมียสิ” เสียงเรียกเนิบช้าทว่าเจือไปด้วยความรัก ความเอ็นดู

ตรีภพคลานเข่าเข้าไปหาแล้วนั่งเคียงกันกับปาราวีที่ส่งยิ้มหวานมาให้ ฤดูไหนที่ว่าอบอุ่นสวยงามไปด้วยพืชพรรณอันเขียวขจีก็ยังไม่งดงามเท่าความสดใสของคนตรงหน้า...คุณย่าพูดถูกรอยยิ้มของปาราวีสวยราวกับดอกไม้แรกแย้มที่เปล่งประกายความเดียงสาออกมาให้โลกมืดมนของเขาสว่างไสวขึ้น...ทำไมเขาไม่เคยสังเกตเห็นมาก่อนนะ

ปาราวีหลบสายตาเอียงอาย...ก็ตรีภพเล่นจ้องหน้าไม่กลัวว่าคนถูกมองจะเขินสักแค่ไหน คุณย่าก็นั่งอมยิ้มอยู่ใกล้ๆ ปาราวีก็เลยทำได้เพียงแค่เสมองพื้นกระดานเท่านั้น

“พ่อตรี...”

สิ้นเสียงเรียก ตรีภพสะดุ้งรู้สึกตัวเขาแก้เก้อด้วยการรินน้ำชาส่งให้คุณย่า แล้วกลับมานั่งพับเพียบเหมือนเดิม

“ย่าไม่ได้ไปรดน้ำสังข์อวยพรเจ้าในวันแต่ง ไม่ได้เห็นหลานเป็นฝั่งเป็นฝา แต่วันนี้ย่าขอทำหน้าที่ให้สมบูรณ์...แทนคุณปู่ด้วย” คุณย่าเรียกหาแม่บ้าน ก่อนจะหันมาจับมือตรีภพและปาราวีวางทับซ้อนกัน

“คุณย่า” ตรีภพตื้นตันแม้งานแต่งงานที่ผ่านมาเกิดขึ้นเพราะแผนการบ้าๆ ของทางฝ่ายครอบครัวปาราวีก็ตามที

ทั้งคู่พนมมือก้มหมอบลงเมื่อคุณย่ารับหอยสังข์จากแม่บ้านมาถือไว้ ปาราวีน้ำตาซึมเมื่อเห็นความเมตตากรุณาที่คุณย่าของตรีภพมีต่อหลานสะใภ้คนนี้ สิ่งที่จะสามารถตอบแทนความรักความเมตตาของท่านได้ ปาราวีเห็นอยู่หนทางเดียว...คือ รักและดูแลหลานชายท่านตราบเท่าลมหายใจจะหมดลง

หยดน้ำสังข์ที่ไหลผ่านมือเย็นวาบไปทั้งตัว ตรีภพหันมองคนนั่งข้างๆ ก็พอดีที่ปาราวีหันหน้ามา สายตาซึ้งนิ่งสบกันพักใหญ่ ร่างสองร่างสงบนิ่งฟังคำอวยพรจากคุณย่าด้วยหัวใจบริสุทธิ์

“ขอให้ความรักร่มเย็นเหมือนน้ำที่ย่ารดอวยพรเจ้า พ่อตรีความทิฐิ เอาแต่ใจตัวไม่ได้ช่วยให้ชีวิตคู่มีความสุข ย่ารู้นิสัยพ่อตรีดี อดีต...เราย้อนกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้ ในเมื่อผ่านไปแล้วก็ต้องเดินหน้าต่อไป อย่าเก็บเอาความทรงจำเก่าๆ มาทำร้ายเราและคนรอบข้าง ย่ารู้ว่าเรื่องบางเรื่องมันก็ยากที่จะลืมแต่พ่อตรีก็ควรจะฝังมันไว้ในหัวใจให้ลึกที่สุด ระลึกถึงบ้างเป็นครั้งคราวแต่อย่าให้มันมาทำลายคนที่เรารัก”

ตรีภพมองเงยหน้ามองบุคคลอันเป็นที่รัก สายตาฝ้าฟางที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมานานกลับมองเห็นเส้นทางชีวิตของหลานชายราวกับมีพรายกระซิบบอก

“ปาราวี ความรักที่หนูมีย่าขอให้มันมั่นคงเหมือนเช่นแรกเริ่ม อุปสรรคในวันข้างหน้ามีเพียงความรักและความอดทนเท่านั้นที่จะสามารถข้ามผ่านมันไปได้...หนูเชื่อในความรักมั๊ย” คุณย่าลูบมือปาราวีที่พนมอยู่

“ปลาเชื่อค่ะคุณย่า” ปาราวีตอบจิตใจสงบอย่างประหลาด

คุณย่าไสวก้มลงพูดกับปาราวีเพียงลำพัง “อย่าหมดศรัทธาในความรัก...แล้วหนูก็จะได้ความรักที่ยิ่งใหญ่กลับมา” มือเหี่ยวย่นตบหลังมือให้กำลังใจปาราวีเบาๆ

“ค่ะ...ปลาจะจำทุกถ้อยคำที่คุณย่าบอกปลาในวันนี้” ปาราวีก้มลงกราบบนตัก

ตรีภพกับปาราวีเขยิบถอยหลังออกมาหลังจากที่คุณย่าให้ศีลให้พรเสร็จแล้ว

“กำไลทองวงนี้ คุณปู่ของพ่อตรีสวมให้ย่าในวันแต่งงาน” ตรีภพมองกำไลทองที่อยู่บนข้อมือ ลวดลายโบราณยังคงชัดเจนแม้สีของทองจะหมองลงตามกาลเวลา “ย่าไม่เคยถอดออก ตั้งใจไว้ว่าจะให้ของรับขวัญเมียของพ่อตรี” คุณย่าหมุนกำไลดูเป็นครั้งสุดท้ายแล้วก็ปลดล็อกออกส่งกำไลที่ไม่เคยถอดมาตลอดชีวิตส่งให้ตรีภพ หลานชายเพียงคนเดียว

ตรีภพยื่นมือไปรับกำไลนั้นมาถือไว้

“สวมให้หนูปลาสิ...พ่อตรี” คุณย่าเตือนตรีภพที่ยังนั่งอึ้งมองกำไลไม่วางตา

“ครับ”

ตรีภพช้อนมือที่วางอยู่บนตักขึ้นมาบรรจงสวมกำไลให้ ปาราวีใจเต้นแรงตอนที่สวมแหวนหมั้นในวันแต่งงานยังไม่ตื่นเต้นเท่านี้เลย...มือน้อยก้มลงไหว้ทั้งคุณย่าและตรีภพ

ส่วนตรีภพก็ยกมือรับไหว้กุมมือขาวนวลไว้ไม่ยอมปล่อย

“คุณย่าจะว่าอะไรมั๊ยครับ ถ้าผมกับปลาจะขอค้างคืนสักวัน” ตรีภพเอ่ยขึ้น

“เอาสิ...ย่าน่ะดีใจซะอีกนานๆ พ่อตรีจะว่างมานอนค้างกับย่า” คนสูงวัยกว่าดีใจจนเห็นได้ชัด มีลูกหลานมาอยู่ใกล้ๆให้คนแก่ได้อุ่นใจว่าไม่ใช่คนที่ถูกลืม

“งั้นผมขอตัวเอาของไปเก็บก่อนนะครับ...เอ่อคุณย่าครับเรือยังอยู่มั๊ยครับ”

“อยู่สิพ่อตรี ย่าให้ชาวบ้านแถวนี้ยาตรงที่มันรั่วเมื่ออาทิตย์ก่อนนี่เอง”
“ดีเลย ผมไม่ได้พายเรือมานานไม่รู้จะล่มเหมือนคราวที่แล้วหรือเปล่า” ตรีภพกระตือรือร้น

“คุณตรีพายเรือเป็นเหรอคะ” ปาราวีเห็นสายตาตรีภพราวกับเด็กหนุ่มที่หาเรื่องเล่นซนได้

“เป็นสิ...ตอนเด็กๆ ฉันใช้เวลาตอนปิดเทอมขลุกอยู่ที่นี่เป็นเดือนๆ” ตรีภพอวด “ใช่มั๊ยครับคุณย่า” เขาหันไปหาคนเข้าข้าง

คุณย่าไสวพยักหน้าแทนคำตอบ “เอาเถอะ...ยังมีเวลาคุยกันอีกนานนี่ก็บ่ายแล้วย่าจะเอนหลังสักหน่อย พ่อตรีพาเมียไปพักผ่อนที่ห้องก่อนก็ได้ รอให้แดดร่มลมตกกว่านี้อีกนิดแล้วค่อยไปพายเรือเล่นกัน”

“ก็ได้ครับ” ตรีภพดึงมือปาราวีให้ลุกตามมา ห้องที่แม่บ้านเตรียมไว้เดิมเป็นห้องนอนของพ่อเขา ที่ตอนนี้ถูกดัดแปลงให้น่าอยู่มากขึ้น ตรีภพเดินนำทางไปมีปาราวีเดินตามมาติดๆ

เตียงสี่เสาไม้สักขนาดใหญ่ตั้งอยู่กลางห้อง มีมุ้งสีขาวขอบรอบฉลุลายเป็นเถาไม้เลื้อยสวยงามครอบอยู่ผ้าปูที่นอน หมอน ผ้าห่มเป็นสีเหลืองอ่อนเข้าชุดกันเป็นอย่างดี มีห้องน้ำในตัวอยู่ทางซ้ายมือปาราวีเปิดประตูเข้าไปสำรวจก็ต้องตื่นตาตื่นใจกับการอาบน้ำแบบโล่งโจ้งเพราะข้างบนไม่มีหลังคามีก็เพียงแต่กิ่งก้านของต้นไม้ใหญ่ที่ช่วยบดบังความร้อนจากดวงอาทิตย์ได้เป็นอย่างดี ปาราวีก้มมองดูโอ่งขนาดใหญ่ลองจุ่มมือดูก็พบว่าน้ำในนั้นไม่ร้อนเหมือนอย่างที่คิดไว้เพราะตั้งอยู่กลางแจ้งโดนแดดเผาซะขนาดนี้ ปาราวีสงสัยทำไมน้ำถึงไม่ร้อน

“โอ่งดิน ทำให้น้ำเย็น” ตรีภพยืนพิงประตูมองปาราวีเดินไปเดินมาอยู่นาน

“โอ่งดินหรือคะ” ปาราวีถามย้ำ

“ใช่...คุณปู่สั่งให้ช่างที่ราชบุรีปั้นให้เป็นพิเศษ” ตรีภพเดินเข้ามาใกล้เขาหยิบใบไม้แห้งที่ติดผมปาราวีออก “โอ่งดินเหนียวล้วนๆ ไม่ได้ผ่านการเผาเหมือนโอ่งทั่วไป” ตรีภพถือโอกาสกอดปาราวีไว้ริมฝีปากคลอเคลียแก้มใสตึงไม่ยอมห่าง

“คุณตรีไม่เอาค่ะ...เมื่อกี้ยังคุยเรื่องโอ่งกันอยู่ดีๆ” ปาราวีประท้วงดันอกตรีภพให้ออกห่าง

“ช่างหัวโอ่งมันสิ” ตรีภพรั้งเอวปาราวีให้เข้ามาใกล้ไม่ยอมให้ผลักไส

“แต่คุณย่าสั่งให้คุณตรีพาปลามาพักผ่อน”

“ก็กำลังพักผ่อนอยู่นี่ไง”

“ขี้โกง...” ปาราวียื่นหน้าแกล้งประนาม แต่กลับโดนตรีภพขโมยจูบซะได้กว่าเขาจะปล่อยให้เป็นอิสระก็ทำเอาปาราวีอ่อนละลายแทบทรงตัวไม่อยู่

“ไปพายเรือดีกว่า ปลาจะเปลี่ยนชุดก่อนก็ได้” ตรีภพเปลี่ยนอารมณ์ทันควัน ปาราวีก็ได้แต่ยืนงงไม่รู้จะทำสิ่งไหนก่อนดี

“ไปเปลี่ยนชุดสิปลา ยืนบื้...” คำว่าบื้อกลืนหายเมื่อตรีภพนึกขึ้นได้ “ไปเปลี่ยนเป็นกางเกงดีกว่าเวลาขึ้นเรือลงเรือจะได้ก้าวขาสะดวกหน่อย” ตรีภพบอก

ปาราวีรีบวิ่งออกจากห้องน้ำฉวยเสื้อยืดกับกางเกงสามส่วนที่เตรียมมาเดินเข้าไปเปลี่ยนหลังฉากที่กางอยู่บริเวณตู้เสื้อผ้า

ตรีภพเดินออกมาจากห้องน้ำ ปาราวีก็เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จพอดี

เรือแจวลำใหญ่ล่องไปตามคลองตรีภพนั่งคัดท้ายมีปาราวีนั่งเป็นกำลังใจอยู่กลางลำเรือ สองแก้มของคนกินแรงแดงระเรื่อด้วยอากาศร้อนหากแต่รอยยิ้มยินดีทำให้ให้ตรีภพมีแรงที่จะแจวเรือต่อไปโดยไม่ปริปากบ่นสักคำ

“เราจะไปไหนกันคะ” ปาราวีอยากรู้เพราะไม่มีทีท่าว่าตรีภพจะหยุดจอดเรือตรงไหนสักแห่ง

“ไป ...ไปดูเขาเก็บมะพร้าวตรงท้ายสวน เดี๋ยวก็ถึงแล้ว"

"นี่มันจะมืดแล้วนะคะ"

"จริงด้วย...เพลินจนลืมเวลาเลย" ตรีภพมองรอบตัวก็พบว่าเริ่มมองไม่เห็นทางเขาจึงหันหัวเรือกลับเพราะไม่มีไฟฉายติดมาด้วยเขาไม่อยากเสี่ยงถ้ามีเรือลำอื่นสวนมา คลองแคบอาจจะชนกันได้ง่ายๆ

"คุณตรีที่นี่มีหิ่งห้อยเหมือนที่สมุทรสาครหรือเปล่า" ปาราวีมองหาหิ่งห้อยอยากจะเห็นสักครั้งหนึ่ง

"ไม่รู้สิ...ฉันก็ไม่เคยเห็นเหมือนกัน" ตรีภพแจวเรือเรื่อยไปไม่รีบร้อน
เวลาผ่านไปนานแค่ไหนไม่รู้...แต่ท่าน้ำหน้าบ้านเห็นอยู่ลิบๆ ตรีภพอยากยืดเวลาให้ช้าลงอีกนิด เขากับปาราวีกำลังเข้าใจกันดี สังหรณ์ใจเหลือเกินว่าถ้าก้าวเท้าขึ้นจากเรือไปทุกอย่างจะเข้าอีหรอบเดิม...ความรู้สึกบางอย่างก่อกวนจนเขาไม่สบายใจ

ปาราวีลุกขึ้นไม่ทันระวัง ในขณะที่เรือยังจอดเทียบท่าไม่สนิทความมืดทำให้ก้าวพลาดตกน้ำโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว

" ตรีภพตกใจเขารีบกระโจนตามร่างบางไป

"คุณตรี...ลงมาทำไมคะ"

ปาราวีลุกยืนมองตรีภพที่ตอนนี้เปียกไม่แพ้กัน หล่อนตกน้ำก็จริงอยู่ แต่น้ำมันตื้นแค่เอวเท่านั้น

"อ้าว...เหรอก็นึกว่าลึก" ตรีภพหัวเราะลั่นดังที่สุดในรอบหกปี

ปาราวีดีใจที่วันนี้ตรีภพมีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้ "คุณตรีขึ้นบ้านไปอาบน้ำดีกว่า ป่านนี้คุณย่ารอทานข้าวแย่แล้ว"

คราวนี้ปาราวีเป็นคนลากตรีภพขึ้นจากน้ำเขาอิดออดแกล้งรั้งปาราวีอยู่นาน พอหนำใจเขาก็ขึ้นจากน้ำวิ่งนำหน้ากลับไปที่ห้องก่อนใคร
"โอ้ยเหนื่อย..." ปาราวีวิ่งตามเข้าห้องมานั่งหอบแฮ่กๆอยู่ข้างห้องน้ำ

"ไหนๆก็เปียกด้วยกันทั้งคู่ งั้นเรามาอาบน้ำพร้อมกันดีกว่า"

ตรีภพไม่รอให้ปาราวีอ้าปากคัดค้านเขาตรงเข้าไปอุ้มคนตัวเล็กเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ เสียงปิดประตูดังขึ้นพร้อมเสียงร้องโวยวายของปาราวี...แล้วมันก็เงียบหายไปตามสายลม

ดวงดาวพราวแสงเกลื่อนท้องฟ้า แสงจันทร์ละออนวลอาบร่างที่อิงแอบแนบชิดให้งดงามราวกับรูปปั้นกรีกโบราณที่กำลังเสพสม สายน้ำจากฝักบัวขนาดใหญ่รินรดทั้งสองร่างราวกับจะดับความร้อนที่รุ่มเร้าจนไม่อาจหักห้ามใจได้ ตรีภพจูบไซร้คนตัวเล็กแต่ซ่อนรูปไปทั่วทุกอณู ไม่มีความสุขใดในโลกเทียบได้กับความสุขในตอนนี้

ตรีภพพาปาราวีเดินทางกลับถึงบ้านในตอนบ่ายของวันรุ่งขึ้น

"ถึงบ้านซะทีนะปลา"

"เสียดายไม่น่ารีบกลับเลย" ปาราวีติดใจบ้านสวนของตรีภพเข้าอย่างจัง

"วันหลังฉันจะพาไปอีก แต่ตอนนี้เข้าบ้านก่อนดีกว่า" ตรีภพลงจากรถก็เห็นป้าพิมพ์วิ่งหน้าตาตื่นตรงมาหาเขา

"คุณตรีคะ คุณตรี" เสียงของป้าพิมพ์ดังก่อนจะถึงตัวตรีภพเสียอีก

"ใจเย็นๆ ป้าพิมพ์มีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ"

"มีคนมารอพบคุณตรีค่ะ" ป้าพิมพ์สีหน้าไม่สู้ดี

"ใครครับป้า พวกห้าแสบใช่มั๊ย" ตรีภพเดินอ้อมไปหยิบกระเป๋าออกมาจากหลังรถวางลงตรงพื้นหินอ่อนทางเดินเข้าบ้าน

"ไม่ใช่คุณกัน คุณวี คุณพล คุณธีร์ คุณนภหรอกค่ะ"

"ถ้างั้นใครล่ะครับ" ตรีภพส่งกระเป๋าถือให้ปาราวีที่ยืนพิงอยู่ข้างรถ
ป้าพิมพ์มีสีหน้าลำบากใจ มองตรีภพทีปาราวีทีก่อนจะตัดสินใจบอกออกไป

"คุณนิศาชลค่ะ...คุณตรี"

หัวใจของตรีภพกระตุกวูบไม่รู้ว่าดีใจหรือเสียใจกันแน่ หากแต่หัวใจดวงน้อยๆของปาราวีกำลังร่ำไห้กับชะตากรรมรักที่ไม่มีทางหนี้พ้น

ปาราวีจะทำเช่นไรเมื่อนิศาชลหวนคืน...

ความสุขที่ผ่านมาพังทลายเพียงชั่วข้ามคืน น้ำตามันก็เอ่อจวนจะหยดไหลภายในใจหวิวๆ เหมือนจะเป็นลม แต่คำสอนของคุณย่าที่สัญญาไว้ว่าจะจดจำทำให้ปาราวีสูดลมหายใจเข้าลึกๆ กระพริบตาถี่ๆ ไล่น้ำตาให้กลืนหายไปก่อนจะปรับสีหน้าให้เป็นปกติ

"คุณตรีเข้าบ้านเถอะค่ะ คุณนิศาชลคงมารอพบนานแล้ว" ปาราวีแตะข้อศอกตรีภพเตือนให้เขาเข้าบ้านไปต้อนรับแขกคนสำคัญ

ตรีภพดูสงบนิ่งเกินไปใบหน้าเข้มเคร่งขรึมเหมือนอย่างที่เคยเป็น เขาเดินเข้าบ้านช้าๆ โดยไม่ลืมจูงมือปาราวีให้เดินตามมาด้วย

ระยะทางจากหน้าบ้านมายังรับแขกห่างกันไม่ถึงร้อยเมตร แต่ปาราวีอยากให้มันยาวเป็นกิโลเพื่อจะได้ขอเวลาเตรียมใจและเตรียมตัวเผชิญหน้ากับอดีตคนรักของสามี

ความสัมพันธ์ระหว่างหล่อนกับตรีภพกำลังเป็นไปด้วยดี เขาไม่เกรี้ยวกราด ไม่โมโหร้าย รู้จักยิ้มรู้จักหัวเราะ นิศาชลจะกลับมาทำให้ตรีภพกลับไปเป็นอย่างเดิมหรือเปล่าปาราวีไม่อยากคิด...เอาเถอะที่ผ่านมาก็โดนฤทธิ์ตรีภพมาบ้างแล้วถ้าจะกลับไปเป็นแบบเดิมอีก ก็หวังว่าหล่อนคงจะไม่กระอักตายเสียก่อน

"ตรี" ผู้หญิงสวยท่าทางทะมัดทะแมงลุกขึ้นทันทีเมื่อเห็นตรีภพเดินเข้ามา

ตรีภพหยุดกึกตรงหน้าประตูห้องรับแขก มือที่จูงปาราวีเผลอบีบแน่นก่อนจะค่อยๆคลายออกแล้วปล่อยให้เป็นอิสระ...

ปาราวีมองมือตรีภพที่ห่างออกไปใจก็หายวาบ อยากจะเอื้อมมือคว้าให้เขากลับมายืนเคียงข้าง แต่ก็คงเป็นไปไม่ได้ในเมื่อตรีภพกำลังก้าวเท้าเข้าไปหานิศาชล

"ตรีคะ" เสียงเรียกนั้นอ่อนหวานบ่งบอกความคิดถึงจนสุดประมาณ

ปาราวีหลบไปยืนห่างๆ ไม่อยากได้ยินสิ่งที่ทำให้ระคายใจระเคืองหู แต่ก็ต้องสะดุ้งตกใจเมื่อเห็นตรีภพเงื้อมมือตบหน้านิศาชลเต็มแรง
หน้าสวยของนิศาชลหันตามแรงตบ แววตาที่หันกลับมาช้ำแดง "ตรี...นิดขอโทษ" น้ำตาหยาดหยดลงมาเป็นสาย

“คุณกลับมาทำไมนิด...กลับมาอีกทำไม” ตรีภพตวาดก้อง

ปาราวีเตรียมจะเข้าไปห้ามตรีภพที่กำลังจะเข้าไปหานิศาชลอีกครั้ง
สิ่งที่เห็น...กลับเป็นปาราวีเองที่ต้องหันหลังเดินกลับ!!! ตรีภพไม่ได้ตรงไปทำร้ายแต่เขาดึงนิศาชลเข้ามากอด...กอดแนบแน่น กอดที่ปาราวีเคยอิจฉาตรีภพซบหน้าลงกับผมยาวสลวย ลูบปลอบประโลมให้คนในอ้อมกอดหยุดร้องไห้

ความอ่อนโยนที่ตรีภพแสดงออกทำให้ปาราวีเมินหน้าหนีแล้วเดินออกจากห้องไปเงียบๆ "โอ๊ะ...ขอโทษค่ะ" ปาราวีไม่รู้ว่าเดินชนใคร พอเงยหน้าขึ้นมองก็พบว่าเป็นนภจรสเพื่อนผู้เงียบขรึมของตรีภพ

"คุณนภ มาพบคุณตรีเหรอคะ" ปาราวีพยายามปั้นหน้าให้ยิ้มไว้แต่คงฝืดเต็มทน เพราะนภจรสจ้องมองคล้ายๆจะเข้าใจความรู้สึกของ
ปาราวีในตอนนี้ เขามาทันเห็นเหตุการณ์พอดีอดสงสารคนตัวเล็กที่ยืนหน้าซีดเป็นส่วนเกินไม่ได้

"ปลา...อย่าคิดมากนะครับ" นภจรสตอบไม่ตรงคำถามเขาห่วงความรู้สึกคนตรงหน้ามากกว่า

วันนี้การมาหาตรีภพเป็นเพียงข้ออ้างที่เขาใช้เพื่อที่จะได้เห็นหน้าปาราวี...ผู้หญิงของเพื่อนแต่เขาก็ห้ามใจที่จะไม่สนใจไม่ได้ เพราะถูกตาต้องใจปาราวีตั้งแต่แรกเห็นเฝ้าคิดถึงทุกคืนวันจะกินจะนอนก็เห็นแต่หน้าปาราวีลอยมา จนหมดความอดทนรอให้ตรีภพกับปาราวีกลับมาจากบ้านสวนเขาจึงแล่นมาหาทันที

“ปลาจะพยายาม” บอกออกไปก็ใช่ว่าเจ้าตัวจะทำได้ดังเช่นที่รับปาก

“เราออกไปนั่งคุยกันที่ศาลาข้างนอกดีกว่านะครับ"

"ก็ได้ค่ะ" ปาราวีตอบรับขืนยืนอยู่ตรงนี้มีหวังช้ำในตาย

นภจรสเดินตามร่างบางไป ในใจนึกตำหนิเพื่อนที่ทำอะไรไม่นึกถึงคนข้างหลัง เขาดูออกว่าปาราวีนั้นรักตรีภพแม้หัวใจเขาเจ็บแปลบกับความจริงในข้อนี้ แต่ขอเพียงแค่ได้อยู่ใกล้ๆคนที่เขารักก็พอไม่หวังจะครอบครองภรรยาของเพื่อนให้เป็นบาปติดตัว

ตรีภพประคองนิศาชลให้นั่งลงเช็ดน้ำตาที่ไหลลงมาเป็นสายให้ นิศาชลจับมือที่กำลังไล้แก้มนั้นมากุมไว้

"ตรีไม่โกรธนิดใช่มั๊ย" นิศาชลกลั้นใจฟังรอคำตอบ

"อยากจะโกรธ...แต่ก็ช่างมันเถอะผมไม่อยากจะจำ" ตรีภพดึงมือออกความรู้สึกจับต้นชนปลายไม่ถูก

"นิดผิดเองที่เป็นฝ่ายทิ้งคุณไป ตรี...ที่มาหาคุณในวันนี้นิดไม่ได้มารื้อฟื้นเรื่องเก่าๆ ให้คุณไม่สบายใจ"

"แล้วคุณกลับมาหาผมอีกทำไม" ตรีภพลุกขึ้นเดินออกไปยืนตรงหน้าต่าง

"นิด...เอ่อตรีคะเรายังเป็นเพื่อน..." นิศาชลยังพูดไม่จบ ตรีภพก็ชิงบอกเสียก่อน

"ผมแค่อยากรู้ว่าคุณมาที่นี่ทำไมเรื่องอื่นผมไม่สนใจ"

นิศาชลอึ้งไม่แน่ใจเสียแล้วว่าตรีภพยังรักหล่อนอยู่หรือเปล่า การหย่าขาดจากสามีทำให้ขาดที่พึ่งพิงไม่รู้จะหันหน้าไปทางไหนตรีภพเป็นคนแรกที่นิศาชลนึกถึง...หล่อนขาดเงินและไม่อยากลำบาก

"นิดหย่าแล้ว" นิศ่าชลตัดสินใจบอกจะมีประโยชน์อะไรที่ปิดปังเขา

ตรีภพนึกว่าตัวเองจะดีใจที่เห็นคนรักเก่าไร้พันธะ...เปล่าเลยหัวใจเขาโล่ง เฉยชาไม่มีความรู้สึกใดให้นิศาชลอีกต่อไป จู่ๆ หน้าจิ้มลิ้ม เสียงใสๆของปาราวีก็แทรกเข้ามาแม้เพียงแวบเดียวแต่เขาก็รู้สึก

"คุณบอกผมทำไม" ตรีภพมองไปเบื้องหน้าแต่แล้วเขาก็ต้องหน้าบึ้งเมื่อเห็นปาราวีนังคุยสนิทสนมกับนภจรสเพื่อนของเขา

"โธ่ตรี...อย่าใจร้ายกับนิดนักสิคะ" นิศาชลเดินเข้ามากอดทางด้านหลังหวังจะให้คนที่มีแผ่นหลังกว้างอบอุ่นหันมากอดตอบเหมือนอย่างที่เคยทำเสมอเวลาที่นิศาชลกอดเขาแบบนี้

ตรีภพกลับรู้สึกอึดอัด เขายอมรับว่าตอนแรกที่เจอนิศาชลความรักความเกลียดมันปะเดปะดังเข้ามาพร้อมกัน แต่เมื่อได้ระบายออกกับการกระทำที่รุนแรงฝากเป็นรอยนิ้วมือที่แก้มนวลหรือกอดปลอบหลังจากนั้น มันเหมือนเขาปลดปล่อยความรักที่ฝังใจตลอดหกปีที่ผ่านมา การเจอนิศาชลอีกครั้งเท่ากับเป็นการสะสางความรู้สึกค้างคาเมื่อวันที่นิศาชลทิ้งเขาไปโดยไม่บอกลาและสาเหตุเลยสักคำ

"รู้จักภรรยาผมหรือยัง" ตรีภพปลดมือนิศาชลออก

"ยัง...อยู่ไหนล่ะคะ" นิศาชลกระเง้ากระงอดแต่ก็อยากเห็นหน้าผู้หญิงที่ตรีภพแต่งงานด้วย

"นั่นไง" ตรีภพบุ้ยใบ้ชีให้นิศาชลมองตาม

“เอ นั่นมันนภเพื่อนคุณนี่คะ แหม...นั่งคุยกันยังกับรู้จักกันมานาน นี่ถ้าใครไม่รู้นึกว่าเป็นสามีภรรยากันนะคะเนี่ย" นิศาชลมองท่าทีของตรีภพที่ยืนจ้องเขม็งก็รู้แน่ว่าความรักที่เคยมีให้แปรเปลี่ยนไปแล้ว ในเมื่อหล่อนไม่ได้คนอื่นก็อย่าหวังว่าจะมีความสุข

ตรีภพเดินออกไปจากห้องรับแขกมีนิศาชลเดินคล้องแขนตามไปด้วย

ศาลาทรงไทยประยุกต์หลังเล็กตั้งอยู่ตรงต้นไม้ใหญ่หน้าบ้าน ปาราวีมีสีหน้าดีขึ้นหลังจากได้พูดคุยกับนภจรส

"คุณนภรู้จักคุณนิศาชลด้วยเหรอคะ" ปาราวีอ้อมแอ้มถาม

"ครับ...ใครเป็นแฟนใครพวกเรารู้กันทั้งกลุ่ม" นภจรสตอบไปตามความจริง

"เขาสวยมากเลยนะคะ ตอนเรียนอยู่ปลาเคยแอบมองบ่อยๆ ไม่เห็นเสียนานก็ยังสวยเหมือนเดิม" ปาราวีหมายความอย่างที่พูดจริงๆ

นภจรสอย่าจะบอกเหลือเกินว่าความสวยของนิศาชลก็แค่ภายนอกเท่านั้น ทำไมเขาถึงรู้น่ะหรือก็เพราะตอนแรกนิศาชลเคยคั่วอยู่กับเขาพอเจอตรีภพหล่อนก็หันเหไปคบกับเพื่อนเขาโดยที่ตรีภพไม่ระแคะระคายมาก่อน

ผู้หญิงหน้าเนื้อใจเสือแบบนิศาชลเขาก็ได้แต่สาปส่งและหวังว่าตรีภพคงจะไม่ติดบ่วงเจ้าหล่อนอีก...เจ็บแล้วก็น่าจะจำ...

"นภ..." ตรีภพตะโกนเรียกเมื่อเห็นเพื่อนรักมองปาราวีไม่วางตา

นภจรสถอนหายใจเสียงห้าวดังอย่างนี้สงสัยอารมณ์ไม่ดี "มาแล้วเหรอ นึกว่า..."

"นึกว่าอะไรพูดดีๆ นะโว้ย" ตรีภพแกะมือที่นิศาชลคล้องไว้ออกเดินไปนั่งข้างๆ ปาราวีที่กำลังกลืนไม่เข้าคายไม่ออก

"อ้อ...ปลานี่นิศาชลเพื่อนฉัน" ตรีภพแนะนำนิศาชลให้ปาราวีได้รู้จัก

ปาราวียกมือไหว้คนที่สูงวัยกว่า "สวัสดีค่ะ" ปาราวีทักทาย

"สวัสดี" นิศาชลยกมือรับไหว้ส่งๆ ไปอย่างงั้น

"อ้าวนภ ไม่เจอกันซะนานสบายดีเหรอจ๊ะ"

"ก็ดี..." นภจรสไม่อยากมองนิศาชลเท่าไรนี่ถ้าเพื่อนเขารู้ว่าธาตุแท้ผู้หญิงคนนี้จิตใจร้ายกาจผิดกับใบหน้าสวยหวานนั้น เขาจะยังรักหล่อนอยู่อีกหรือเปล่า

"ตรี วันนี้เราออกไปทานข้าวข้างนอกกันนะ" นิศาชลจงใจชวนตรีภพเพียงคนเดียว

"เอาไว้วันหลังแล้วกันนะนิด ผมเพิ่งกลับจากบ้านสวนอยากไม่อยากออกไปไหนทั้งนั้น" ตรีภพหันไปยิ้มให้ปาราวีที่นั่งเงียบไม่พูดไม่จา

"วันหลังก็ได้ค่ะ สำหรับตรีนิดรอได้เสมอ" นิศาชลลอบมองปาราวีเห็นหน้าอ่อนใสเจื่อนลงก็สะใจอย่างยิ่ง

"ว่าแต่เอ็งเถอะนภ มีธุระอะไรหรือเปล่า" ตรีภพถามเพราะร้อยวันพันปีนภจรสไม่เคยย่างกายมาบ้านเขาถ้าคุณหญิงรัมภาแม่ของเขาไม่ถามถึง

"กะจะมาเยี่ยมคุณหญิงแม่ แต่ป้าพิมพ์บอกว่าท่านไม่อยู่ไม่รู้ไปไหนเหมือนกัน" นภจรสอ้างคุณหญิงรัมภามาไม่ให้ตรีภพจับได้ว่าที่จริงแล้วเขาอยากพบปาราวีมากกว่า

"ปลาหิวข้าวมั๊ย หน้าซีดจังเป็นอะไรหรือเปล่า" ตรีภพเอาใจใส่คนข้างจนนิศาชลหมั่นไส้

"ตรีคะ นิดกลับก่อนนะ" นิศาชลลุกขึ้นสะบัดหน้าเดินออกไปไม่คิดจะลาอีกสองคนที่นั่งอยู่ด้วย

"ฉันก็ขอตัวกลับเหมือนกัน ไปนะตรี ไปก่อนนะครับปลา" นภจรสไม่อยากอยู่ให้ตัวเองต้องปวดหัวใจและตรีภพก็เหมือนไล่เขากับนิศาชลทางอ้อม ใครจะอยู่ให้โดนไล่ซ้ำอีกรอบ

"ปลาจะขึ้นไปที่ห้อง" ปาราวีงอนไม่อยากเห็นหน้าตรีภพในตอนนี้
"ขึ้นไปด้วย" ตรีภพลุกตาม

"ปลาอยากอยู่คนเดียว คุณตรี...ปลาขออยู่คนเดียวนะคะ"

ปาราวีขอร้องวันนี้อยากจะพักใจให้สงบลงบ้าง ปาราวีไม่รู้ว่าในวันข้างหน้าจะต้องเจอกับอะไรบ้าง

"เป็นอะไรปลา ทีกับไอ้นภไม่เห็นเธออยากจะอยู่คนเดียวมั่งเลย พอกับฉันเธอเป็นอย่างนี้ทุกที มีเรื่องอะไรข้องใจก็ถามฉันสิทำไมต้องเดินหนีทุกทีที่เธอไม่สบายใจ ฉันเป็นสามีเธอนะปาราวี" ตรีภพดึงแขนให้คนแสนงอนหันหน้ามาคุยกันดีๆ

"ปลายังไม่คุยตอนนี้" ปาราวีเสียงเครือน้ำตาจะไหลอีกไม่กี่หน้าทีข้างหน้าปาราวีไม่อยากให้ตรีภพเห็น

"ก็ได้ตามใจเธอ ฉันก็รำคาญเหมือนกันจะไปไหนก็ไป" ตรีภพดุไม่นึกเอะใจเลยว่าปาราวีเป็นแบบนี้เพราะตัวเองเป็นต้นเหตุ

ปาราวีแทบจะวิ่งขึ้นห้องตรีภพรำคาญหล่อน ใช่สิ...แฟนเก่าผู้หญิงที่เขารักกลับมาหาแล้วนี่จะมาสนใจใยดีผู้หญิงที่เขาไม่ได้รักทำไม
ตรีภพมองปาราวีที่เดินแกมวิ่งหายเข้าไปในบ้านก็กลุ้มใจ...นี่เขาจะหาความสงบสุขกับเขาบ้างได้ไหม

เมื่อก่อนเขาอยากเจอนิศาชลใจแทบขาด คิดถึงแทบทุกลมหายใจแต่พอเจอเข้าจริงๆ เขาอยากให้หล่อนอย่ากลับมาหาเขาซะดีกว่า...ถ้ามันแลกกับรอยยิ้มที่หายไปของปาราวี

เย็นย่ำสนธยาแสงสว่างของดวงอาทิตย์ก็ริบหรี่ลงเรื่อยๆ ลำแสงสีทองทาบอาบต้นไม้ใหญ่ที่ยืนแผ่กิ่งก้านใบต้นให้ลำแสงนั่นลอดผ่านแล้วแตกแยกเป็นแฉกๆ ส่องประกายระยิบระยับราวกับอัญมณีอันมีค่า บนกิ่งไม้นั้นเสียงนกกระจิบร้องจิ๊บ...จิ๊บ...ดังแว่วหวานก่อนจะโผบินเข้าหาคู่แล้วพากันบินกลับสู่รวงรัง...

ปาราวีมองเหม่อออกไปนอกหน้าต่าง ธรรมชาติสร้างสรรพสิ่งในโลกให้สวยงามสมดุลเช่นนี้เสมอ แต่ทำไมความรักของตัวเองกับตรีภพถึงไม่สมดุลกันสักทีต้องมีเรื่องก่อกวนให้วุ่นวายใจไม่รู้จักจบสิ้น

อยากจะลืมผู้ชายอารมณ์แปรปรวน ปากร้าย เอาแต่ใจตัวเอง ชอบใช้กำลังเป็นที่สุด...แต่ก็ไม่เคยทำได้เลยสักครั้ง

เวลาหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมาแม้จะโดนทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจปาราวีก็พยายามอดทนเพราะถือว่าตัวเองมีส่วนผิดและต้องรับผิดชอบสิ่งที่ทำลงไปอยู่เหมือนกัน

...แต่พอทุกอย่างเริ่มจะดีขึ้นก็มีนิศาชลมาแทรกให้ต้องหมองใจกันอีก

"เฮ้อ....." เสียงถอนหายใจยาวของปาราวีทำให้ตรีภพที่เปิดประตูเข้ามามองคนที่นั่งบนเก้าอี้ผ้าใบตรงระเบียงห้องนอนอย่างสงสัย

อะไร...รบกวนจิตใจให้ปาราวีต้องคิดมาก

ตรีภพยืนมองปาราวีอยู่นานตัดสินใจไม่ถูกว่าจะเข้าไปปรับความเข้าใจตอนนี้ดีหรือปล่อยให้นั่งคนเดียวสักพัก บางทีปาราวีอาจต้องการอยู่คนเดียว

อีกใจหนึ่งตรีภพก็อยากเข้าไปถามให้สิ้นเรื่องสิ้นราวจะได้ไม่มานั่งแคลงใจกันทั้งสองฝ่ายแต่ก็อีกนั่นแหละเขาเพิ่งปากเสียบอกปาราวีว่าน่ารำคาญมาหยกๆ ไอ้นิสัยไม่คิดก่อนพูดนี่ทำยังไง...ยังไงก็แก้ไม่หายก็เลยมานั่งมองภรรยาถอนหายใจครั้งแล้วครั้งเล่าอยู่อย่างเนี้ย
ในที่สุดตรีภพก็ทนไม่ไหวเขาเดินออกไปนั่งบนเตียงผ้าใบอีกตัวที่ตั้งอยู่ตรงข้ามกับตัวที่ปาราวีนั่งอยู่

"คุณตรี" ปาราวีเงยหน้ามองเมื่อเห็นสายตาห่วงใยที่มองมาหล่อนก็ใจชื้นไม่ต้องกลัวพายุอารมณ์ที่เอาแน่เอานอนของตรีภพไม่ได้

"เป็นอะไรไป เป็นไข้อีกหรือเปล่า" น้ำเสียงเขายังห้วนคงเอกลักษณ์เดิมทุกประการ

"เปล่า...ปลาไม่ได้เป็นไข้" ปาราวียกแขนเอามือขึ้นเท้าคางมองลำแสงสุดท้ายของวันลับขอบฟ้าไป

"งั้นมีเรื่องอะไรถามฉันมั๊ย" ตรีภพอยากรู้ว่าปาราวีกำลังคิดอะไรอยู่

"แล้วคุณตรีคิดว่าปลาควรจะรู้เรื่องอะไรบ้างล่ะคะ" ปาราวีลองหยั่งเชิง

คำถามนี้ทำให้ตรีภพถึงกับอึ้ง นั่นสิ...ปาราวีอยู่ในฐานะภรรยาของเขาเรื่องทุกเรื่องในบ้านที่เกิดขึ้นหล่อนมีสิทธิ์รู้ รวมทั้งเรื่องนิศาชลด้วย

"นิดเขาหย่ากับสามีแล้ว" ตรีภพเอนกายลงนอนมือประสานไว้ที่ท้ายทอย เอาขาทั้งสองข้างไขว้กัน

ปาราวีหันมองตรีภพสีหน้าไม่สู้ดี นิศาชลหย่าแล้วก็แปลว่าตอนนี้ไร้พันธะใดๆ มิน่าถึงได้บุกมาหาแฟนเก่าถึงที่บ้านไม่ได้เกรงใจภรรยาที่ยืนหัวโด่ช้ำใจบ้างเลย

"แล้วไงคะ" ความจริงไม่อยากจะรู้นักหรอก

ปาราวีขยับตัวจะลุกแต่ตรีภพหันมาคว้าเอวรั้งลงมานอนด้วยกันสองแขนกอดปาราวีไว้หลวมๆ กดหน้าของคนขี้งอนซบลงกับอกอุ่น...อกที่ปาราวียอมหนุนนอนแต่โดยดี...

"เขาขอกลับมาเป็นเพื่อนกับฉัน เวลาหกปีที่ผ่านมาฉันเริ่มไม่แน่ใจว่าที่ฉันยังไม่ลืมเขาเป็นเพราะยังรักหรือแค้นที่ถูกทิ้งกันแน่" ตรีภพเผยความรู้สึกออกมาเป็นครั้งแรก

"คุณตรีได้คำตอบหรือยังคะ"

"ยัง...อาจจะรักแต่ความรู้สึกมันเบาบางมากฉันก็ไม่แน่ใจตัวเองเหมือนกัน" ตรีภพกอดกระชับคนในอ้อมกอดแน่นขึ้นอีก

คำว่า 'อาจจะรัก' ของตรีภพก็ไม่ได้แปลว่าหมดรัก ปาราวีสะท้อนใจเยื่อใยของตรีภพที่มีต่อนิศาชลคงตัดขาดกันลำบาก อีกนานเท่าไหร่ตรีภพถึงจะมีที่ว่างให้หล่อนบ้าง

มือถือสั่นครืด...ครืด...ปาราวีจะลุกขึ้นไปหยิบแต่ตรีภพไม่ยอมปล่อยเขากลับลุกขึ้นนั่งช้อนตัวปาราวีนั่งบนตักก่อนจะเชยคางให้แหงนรับจูบอันดูดดื่ม

ปาราวีไม่ได้ขัดขืนจูบนี้ของตรีภพนุ่มนวลอ่อนหวานเขาไล้ริมฝีปากชื้นทั่วใบหน้าก่อนจะขบเม้มปากอิ่มนุ่มหยอกเอินเบาๆ ปาราวีโอบรอบคอเขาเฝ้าคลอเคลียจนภายนอกมืดสนิทตรีภพถึงยอมให้ปาราวีผละออก

“หายโกรธนะ” ตรีภพกุมมือถาม

“ปลาไม่ได้โกรธสักหน่อยคุณตรีคิดเองทั้งนั้น ปลาก็แค่...แค่...” ปาราวีเกิดติดอ่างขึ้นมากระทันหัน

“แค่อะไร...ไหนบอกให้ฉันหายข้องใจทีซิ”

“ช่างมันเถอะ คุณตรีไปอาบน้ำดีกว่าค่ะ” ปาราวีไล่แล้วหันหลังหยิบ
มือถือขึ้นมาถือไว้

“แต่ฉันอยากรู้” คิ้วขมวดเริ่มออกคำสั่งอีกแล้ว

“ปลาก็แค่น้อยใจ...คุณตรีบบอกว่ารำคาญ” ปาราวีเดินกลับเข้ามาให้ห้องเปิดตู้เสื้อผ้าหยิบชุดนอนของตรีภพวางไว้ตรงปลายเตียง

“เดี๋ยวคุยกันก่อน” ตรีภพเรียกปาราวีไว้

“คะ...” ปาราวีหันกลับมาตรีภพก็ยืนอยู่ข้างหน้าแล้ว

“ฉันอาจจะไม่ใช่สามีที่ดีนักแต่สัญญาว่าจะพยายามมากกว่านี้” คำสัญญานั้นหนักแน่น ปาราวียิ้มรับเพราะเชื่อได้แน่ว่าตรีภพจะทำได้จริงอย่างที่พูด

“อาบน้ำด้วยกันมั๊ยสงสัยจะติดมาจากบ้านสวนพออาบน้ำคนเดียวแล้วมันเหงาๆ ชอบกล...ไม่รู้สึกมั่งเหรอ”

ปาราวีหน้าแดง “ปลาไม่เห็นรู้สึก คุณตรีเจ้าเล่ห์ใหญ่แล้วนะไม่เอาแล้วเข้าไปอาบน้ำเถอะค่ะ”

ตรีภพยีหัวปาราวีเล่นเบาๆ ก่อนจะเข้าไปอาบน้ำตรามคำสั่งภรรยาอย่างว่าง่าย (สงสัยผีเข้าแฮะ)

ส่วนปาราวีกดโทรศัพท์อ่านข้อความที่เข้ามาสักครู่นี้บนเตียง แล้วหน้าที่แดงอยู่กลับซีดลง...ซีดลง...จนหน้าขาวโพลนเหมือนกระดาษไม่มีผิด

ของที่เคยเป็นของฉันมาก่อน ฉันจะมาทวงคืน ระวังตัวไว้ให้ดี...นิศาชล

ปาราวีกลืนน้ำลายได้อยากเย็นชีวิตที่คิดว่าจะราบเรียบเห็นทีจะไม่สงบเหมือนอย่างที่หวัง จะทำยังไงดีในเมื่อนิศาชลบอกเจตนาชัดเจน....ทวงตรีภพคืนเป็นความปรารถนาที่น่ากลัวของผู้หญิงคนนั้น คนที่ทิ้งตรีภพไป



โดย : ฉัตรทอง
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 3 เม.ย. ปี 2007 [ เวลา 17 : 7 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook