บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 4

กรุงงานเขียนเก่า 1
กรุงงานเขียนเก่า 2
กรุงงานเขียนเก่า 3
กรุงงานเขียนเก่า 4
กรุงงานเขียนเก่า 5


>> ตำนานเหนือจินตนาการ6

เรื่อง : ตำนานเหนือจินตนาการ6

Title : ตำนานเหนือจินตนาการ
Author: agava [ จอมเวทย์ที่ถูกลืม]
Category: แฟนตาซีอนาคตฮาๆ
Rairing: อ่านได้ทุกเพศทุกวัย
Disclaimer: ตัวละครทั้งหมดมาจากแรงคิดและหัวสมองลีบๆของข้าน้อย กรุณาอย่าหาว่าไปลอกชาวบ้านเขามาเลย
Summary: กัลเดียน่า เด็กสาวในคราบของเด็กหนุ่ม ปริศนาในตัวเธอค่อยๆกระจ่างขึ้น มิตรหรือศัตรูคือคนที่ควรเชื่อ

novel นิยายเรื่องแรกที่เขียน ข้อความบทเขียนอาจห่วยไปนิด แต่อยากให้นักอ่านคนอื่นได้อ่านบ้าง วิจารย์กันตามสะดวกเจ้าค่ะ



ทางเดินแคบ ลัดเลี้ยว มีเพียงแสงไฟสลัวตามกำแพง แม้อากาศจะถ่ายเทไม่อับชื้น แต่บรรยากาศของมัน ทำให้เธอนึกถึงสภาพของท่อระบายน้ำที่มีหนูเต็มไปหมด

ชั่วโมงที่แล้ว หลังจากที่เซ็นท์ใบยินยอมกันเสร็จเรียบร้อย รองอาจารย์ใหญ่ก็นำทางทุกคนมาที่ดินแดนมายา โดยสุ่มแบ่งนักเรียนออกเป็นสายๆ จากนั้นแต่ละสายก็จะถูกเจ้าหน้าที่นำทางไปที่สนามสอบ กัลเดียได้อยู่สาย A ส่วนเอเชนกับเบิร์คอยู่สาย D

จากห้องโถงกว้างสู่บรรไดที่แคบและลัดเลี้ยว จนในที่สุด เจ้าหน้าที่ก็พาเรามาทีถึงห้องโถงเล็กๆห้องหนึ่ง ภายในรายล้อมไปด้วยประตูทั้งหมด สิบสองบาน จากนั้นก็ให้ผู้ทดสอบทุกคนเลือกประตูที่เข้าไปทดสอบ โดยกัลเดียเลือกประตูบานที่ สอง

หลังจากที่เดินมาถึงหนึ่งชั่วโมง เจ้าตัวยังไม่เจออะไรเลยนอกจากทางแยก ทางแยก แล้วก็ทางแยก เป็นเรื่องน่าแปลก เพราะจำนวนคนที่เข้าทดสอบ ถึงแม้จะแบ่งแยกออกเป็นสายๆแล้วก็ตามแต่มันก็ยังเป็นจำนวนคนที่มากอยู่ดี แล้วระยะเวลาที่บุคคนผู้ทดสอบ เข้าประตูไป ก็ห่างกันไม่เกินสามนาที แต่นี่เดินมาตั้งนานแล้วทำไมถึงยังไม่เจอใครเลย ทุกคนหายไปไหนหมด!!

ความคิดหยุดทันทีเมื่อเธอเจอสิ่งๆหนึ่ง ทางข้างหน้า มีประตูเหล็กบานหนึ่ง ลวดลายบนบานประตูเป็นรูปงูเก้าตัวกำลังรัดรอบหอคอยที่กำลังพังลงมา บนประตูสลักอัคระโบราณไว้ว่า "ผู้ที่มองเห็น จึงก้าวข้ามผ่าน" คำที่แฝงความหมายให้คิด

เธอใช้เวลาครู่หนึ่งก่อนตัดสินใจก้าวข้ามผ่านประตูเข้าไป ภายในกลายเป็นห้องโถงกว้าง ส่วนในสุดของห้องมีสิ่งๆนึงวางอยู่

นั่นมัน! ป้ายทอง!?


ป้ายสีทองอร่ามวางตั้งอยู่ในสุดของห้อง แต่เธอไม่เดินไปหยิบมัน สัญชาติญาณบางอย่างบอกให้กัลเดียระวัง เธอดึงเข็มกลัดอันหนึ่งออกมา ก่อนขว้างเข้าไปสุดแรง



" เปรี้ยง!! " กระแสไฟฟ้าวิ่งเข้าไปที่เข็มกลัด ก่อนจะเป็นประกายไฟลุกไหม้ สิ่งที่เห็น ทำเอาเจ้าตัวถึงกับฝิวปากหวือ



" อืม.... เอาไงดีล่ะเนี่ย "



ณ ห้องสังเกตุการณ์ จอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ภายในห้องควบคุมกำลังแสดงภาพของผู้ทดสอบ ร่างกำยำในชุดเสื้อคอปิดมีเครื่องแบบสีน้ำเงินสวมทับเดินเข้ามาในห้องควบคุม นัยน์ตาจับจ้องไปที่จอมอนิเตอร์ ก่อนหันไปคุยกับพนักงาน



" ไหนดูซิ เป็นยังไงกันบ้าง "

" ครับ ตอนนี้มีผู้ทดสอบตกรอบไปแล้ว 128 คนครับได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 65 คนบาดเจ็บหนั... " ร่างกำยำไม่ได้ฟังที่พนักงานพูด นัยน์ตาจับจ้องไปที่จอมอนิเตอร์จอหนึ่ง


" เด็กคนนั้นคิดจะทำอะไรน่ะ!?" ภาพผ่านทางจอ เห็นเด็กหนุ่มผู้มีผมสีเพลิง นัยน์สีน้ำตาลอ่อนกำลังจับจ้องไปที่อะไรบางอย่างอยู่ ก่อนแย้มยิ้มมุมปาก แล้วก้าวเท้าเดินเข้าไปที่ห้องโถงทันที


" แย่ล่ะ!! ตรงนั้นเป็นกับดักอันตราย "


" เปรี๊ยะ " กระแสไฟฟ้าแสนโวล์ วิ่งผ่านร่างของกัลเดียไปทันที โดยที่เจ้าตัวไม่ได้มีสีหน้าเจ็บปวดซักนิดแถมตอนนี้กำลังยิ้มอย่างมีชัย ก่อนเดินตรงเข้าไปหยิบป้ายทองได้อย่างสบาย

คนในห้องควบคุมเงียบกริบ นัยน์ตาเบิกกว้าง



" เด็กคนนั้น ทำได้ยังไง!? หรือว่าเป็น Human special ESP ( มนุษย์พลังจิตพิเศษ )



" ไม่ใช่หรอก " บุรุษในชุดเครื่องแบบสีเงินพูดขึ้น " เด็กคนนั้นแค่ใช้กติกาข้อสองเท่านั้นเอง เงื่อนไขที่ว่าใช้อุปกรณ์ในการสอบได้ยงไงล่ะ " คำอธิบายง่ายๆ แต่คนห้องควบคุมยังคงมองอย่างทึ่ง



" แต่.. ทำได้ยังไง "



" หึๆ เด็กๆปีนี้ร้ายกาจขึ้นเยอะนะ "



ตอนนี้กัลเดียผ่านห้องโถงนั่นมาได้แล้ว เธอกำลังเดินอยู่ในทางเดินแคบๆที่ไม่มีแสงไฟ ก่อนหน้านั้นเล็กน้อย หลังจากที่กัลเดียหยิบแผ่นป้ายทองนั่นออก ก็เกิดเสียงเครื่องจักรบางอย่างเดินเครื่อง เสียงสลักหลายร้อยอันดังขึ้นก่อนจะค่อยๆเงีบยลง แท่งหินที่ใช้วางแผ่นป้ายขณะนี้กลายเป็นช่องทางลับไปแล้ว!



เจ้าตัวลังเลอยู่สักครู่ก่อนตัดสินใจเดินเข้าไปข้างใน กัลเดียเริ่มออกเดินในความมืดมิด ไม่มีสีหน้าวิตกกังวลเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เธอกับมีสีหน้าที่สบายใจด้วยซ้ำ พ่อมักบอกกับเธอเสมอว่า ราตรีเป็นมิตรกับเรา ความมืดคือมิตรที่ควรไขว่หา มันไม่โกหกหรอกลวงเรา เมื่อเราลืมตาสิ่งที่เห็นยามค่ำคืนก็คือความมืด สิ่งที่เห็นตอนเราหลับตาก็คือความมืดอีกเช่นกัน และเมื่ออยู่ในความมืดก็จะไม่มีการมองเห็นและเมื่อมองไม่เห็นก็ไม่จำเป็นต้องกลัว



หลังจากที่เดินไปสักพัก จากทางเดินแคบๆก็มาโผล่อีกสถานที่หนึ่ง คราวนี้มันผิดกับสถานที่แรก ตัวอาคารทางเดินมีลวดลายสลักแบบ กรีก แสงไฟตามกำแพงเปลี่ยนจากไฟสังเคราะห์เป็นตะเกียงสลักลวดลายแบบโบราณ แม้จะดูหรูหราแต่สภาพที่ขาดการบูรณะ ทำให้มันดูเก่าแก่คล้ายจะมีผีโผล่ออกมาได้ทุกเมื่อ



" เปรี้ยง!!" เสียงอะไรบางอย่างกระทบเข้ากับกำแพงอย่างแรง เธอหันไปทางต้นเสียง รู้สึกได้ถึงบุคคลที่กำลังต่อสู้กันอยู่ที่ทางข้างหน้า

ภาพที่เห็นคือภาพของคนสองคนกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด ท่ามกลางควันฝุ่นมีบุรุษสองคนกำลังต่อสู้กันอยู่ ชายคนหนึ่งผมสีทองรูปร่างสูงโปร่งกับอีกคนร่างกำยำผมสีดำสนิท กำลังพลัดรับพลัดสู้กันอย่างดุเดือด



" ผัวะ!!" เสียงกะทบกับอะไรบางอย่างดังสนั่นขึ้น กัลเดียคิดว่ามันคงโดนส่วนใดส่วนหนึ่งเข้าอย่างเต็มที่ แต่ไม่เป็นอย่างที่คิด เมื่อบุรุษผมทองกับหลบหมัดพร้อมกับรับหมัดไว้แล้วโต้กลับอย่างรวดเร็ว



" หนอย!!" ชายผมดำหยิบโซ่ที่มีประกายไฟวิ่งแปรบปราบออกมา ก่อนพุ่งเข้าจู่โจม แต่ร่างสูงโปร่งกับทำเพียงหลบโซ่ที่ตวัดใส่ไปมาไม่มีท่าทีที่จะรุกตอบ ก่อนฉวยโอกาศตอนที่ชายผมดำเงื้อโซ่ฟาดลงมา วาดขาเตะที่มือชายหนุ่มอย่างแรง จนโซ่ในมือหลุด ก่อนที่จะถูกความแรงของการเตะ กระเด็นไปกระทบกับอีกผนังด้านหนึ่ง กัลเดียมองอย่างทึ่งจัด

บุรุษมองไปที่คู่ต่อสู้ นัยน์ตาสงบเงียบก่อนจะหันหลังเดินออกมา ทันทีที่ร่างสูงโปร่งหันหลังให้ ชายผมดำหยิบมีดสั้นที่ซ่อนอยู่ข้างหลัง ก่อนที่จะพุ่งเข้าใส่หมายจะแทงบุรุษที่อยู่เบื้องหน้า



" ระวัง!!! " ชั่วพริบตา ไม่สามารถอธิบายได้ ชายผมดำเหมือนถูกกระแสพลังงานบางอย่างพุ่งผ่านร่างไปกระทบเข้ากับกำแพงเข้าอย่างจัง



" เฮ้! พวกนายเป็นอะไรรึเปล่า " กัลเดียตะโกนถามท่ามกลางฝุ่นควันที่ฟุ้งกระจายทำให้มองไม่เห็นร่างของทั้งคู่



" มองอะไรอยู่ " เสียงของบุรุษผมทองดังขึ้นพร้อมกับการโจมตีที่คาดไม่ถึง กัลเดียหลบการโจมตีได้อย่างเฉียดฉิว เร็ว!!ชายคนนี้เพียงพริบตาเดียว เขาสามารถมาอยู่ข้างหลังราวกับหายตัวมายังงั้นล่ะ



" เฮ้! เดี๋ยวก่อนสิ นี่มันเรื่องอะไรกัน " เจ้าตัวพูดพลางหลบการโจมตีของอีกฝ่าย กัลเดียทำได้เพียงการหลบ ไม่ใช่จะไม่โจมตี แต่โจมตีไม่ได้ต่างหาก ไม่มีช่องว่างให้จู่โจมได้เลย ผู้ชายคนนี้!ไม่ธรรมดาจริงๆ!!



" หว๋า!!" เจ้าตัวดันเผลอซุ่มซ่ามซะเองจนเสียหลักล้มลงไป ก่อนที่จะได้ลุกปืนไฟฟ้าขนาดเล็กก็มาจี้ที่คอซะแล้ว นัยน์ตาสีอาร์ทีมีส งดงามมองอย่างไม่ไว้ใจก่อนจะตอบคำถามที่ถาม



" ก็นายมาเพื่อแย่งป้ายไม่ใช่รึ " เสียงขรึมดังขึ้นเบาๆ ทั้งที่พึ่งต่อสู้ติดต่อกันมาแท้ๆ แต่ชายคนนี้กับไม่มีอาการหอบเลยแม้แต่น้อย ทำเอาร่างบางฉุนเล็กๆ นอกจากสู้ความเร็วไม่ได้ยังสู้แรงไม่ได้อีกเหรอเนี่ย!!



" ฉันมีป้ายอยู่แล้ว จะเอาของนายไปทำไม แล้วลุกซะทีสิ หนักโว้ย!!! " เจ้าตัวร้องโวยวาย ก็ในเมื่อร่างสูงโปร่งนี่ดันมาขึ้นคร่อมเธอหลังจากที่เธอเสียหลัก ร่างสูงลุกขึ้นแต่โดยดี กัลเดียลุกขึ้นพลางบ่นพึมพำ " ขอโทษซักคำก็ไม่มี " แต่ดูเหมือนบุรุษผมทองจะได้ยินเจ้าตัวหันมามองเธอก่อนเอ่ยขึ้นเบาๆ



" ขอโทษ เข้าใจผิด" กัลเดียมอง ก่อนเอ่ยขึ้นมาอย่างไม่สบอารมณ์นัก



" เออ! ยกโทษให้ "





กัลเดียกับเพื่อนใหม่(รึเปล่า?) เดินไปตามทางระเบียงโคมไฟตามทางเดินส่องให้เห็นถึงสิ่งของที่ยังคงเหลือประดับอยู่ รูปภาพที่เอียงไปด้านหนึ่ง แจกันดอกไม่ที่แห้งตายแล้วกับทางเดินที่ตรงยาวและไม่มีทางแยก ทั้งคู่เดินไปซักพักหนึ่ง ร่างบางหันมองบุรุษผมทองก่อนเอ่ยถาม



" ชื่ออะไร "



"ก่อนจะถามชื่อคนอื่น ต้องแนะนำตัวเองก่อนไม่ใช่รึ " เป็นคำตอบที่ทำให้เส้นเลือดปูดขึ้นเป็นริ้วๆ


" กัลเดียน่า ออสกูด "



" ราคท์ บรุนฮิลล์ "



" งั้น ราคท์..."



" คนที่พึ่งรู้จักกัน ชั้นคิดว่าการเรียกชื่อห้วนๆเลยมันไม่ดีนักหรอกนะ ออสกูด " ราคท์ พูดอย่างไม่ใส่ใจมองกัลเดีย ซึ่งตอนนี้ เจ้าตัวกำลังทำหน้าเหมือน ทวานบาลที่เฝ้าประตูนรกยังไงยังงั้น



" งั้นบรุนฮิลล์ ทางเดินต่อไปมันตันแล้ว " คำพูดทำเอาคนฟังเลิกคิ้วสูง



" ตัน? งั้นรึ " กัลเดียพยักหน้าก่อนหันไปมองราคท์ นัยน์ตาฉายประกายจริงจัง



" เชื่อเหอะ มันตันแล้ว ฉันคิดว่ามันน่าจะมีทางลับอยู่ตรงไหนซักแห่ง เดี๋ยวจะลองหาดู " พูดเสร็จเจ้าตัวก็เอาหูแนบกำแพงพลางเอามือเคาะไปเรื่อยๆ ร่างสูงโปร่งหันมองกัลเดีย ก่อนไปดูทางข้างหน้า

แสงไฟจากโคมส่องสว่างถึงแม้มันจะไม่สว่างเท่ากับดวงไฟสังเราะห์แต่มันก็พอเห็นอะไรได้อย่างกว้างขวาง เท้าหยุดอยู่ที่ทางเดิน ทางข้างหน้าไม่มีทางไปต่ออีกแล้ว ความสงสัยเริ่มเข้ามาแทนที่ ระยะทางจากจุดที่เดินอยู่เมื่อครู่จนมาถึงตรงนี้ห่างกันมากกว่า100เมตร " ออสกูด รู้ได้ยังไงว่าข้างหน้าเป็นทางตัน!?"

" เฮ้ บรุนฮิลล์ ฉันว่าฉันเจออะไรแล้วล่ะ " เจ้าตัวร้องบอกพร้อมกวักมือเรียก
สิ่งที่อยู่เบื้องหน้า คือภาพของสุภาพสตรีอ้วน เลื้อผ้าของหล่อนเป็นแบบยุโรปในศตวรรตที่ 16

" ฉันได้ยินเสียงก้องจากตรงนี้ " ว่าเสร็จเจ้าตัวก็เอามือเคาะไปที่รูป เกิดเสียงก้องเบาๆคล้ายข้างในมันเป็นโพลง

" ข้างในน่าจะมีห้องอีกห้องหนึ่ง " ราคท์ออกความเห็นบ้าง

" ฉันก็คิดอย่างนั้น แต่ฉันยังหากลไกที่ใช้เปิดประตูไม่เจอเลย " นัยน์ตาสีอาร์ทีมีส มองไปที่รูปก่อนเห็นสิ่งผิดสังเกต ที่ตาข้างซ้ายของหญิงในรูป จางลงคล้ายกับมีอะไรไปสัมผัสมันหลายครั้งจนซีดจาง นิ้วเรียวยื่นมาสัมผัสที่ตาข้างซ้ายของสุภาพสตรีอ้วน เสียง คลิก เบาๆดังขึ้น ภาพสุภาพสตรีอ้วนแง้มเปิดออกเผยให้เห็นห้องอีกห้องนึง ภายใน มีชายชราคนหนึ่งนั่งจิบน้ำชาอยู่ ผมของเขาเป็นสีขาว ริ้วรอยที่เห็นจากใบหน้า คาดว่า ชายชราคนนี้คงมีอายุประมาณห้าสิบปี ในมือถือหนังสือเล่มโต ก่อนจะวางลงแล้วหันมายิ้มให้ทั้งคู่

" มากันจนได้ ใหนดูซิ มีป้ายกันรึเปล่า " ทั้งคู่หันมามองหน้ากัน ก่อนยื่นป้ายทองให้ดู ชายชรายิ้มอย่างพอใจ

" ฮื้มๆ นี่เป็นด่านสุดท้ายแล้วนะ ฉันจะถามคำถามพวกเธอข้อหนึ่ง แต่ก่อนจะถามฉันอยากจะบอกพวกเธอว่า คำถามที่จะถามนี้ไม่มีทั้งข้อถูกข้อผิด ให้เลือกตอบตามสบาย " ชายชรามองทั้งคู่ที่กำลังทำสีหน้าครุ่นคิด ก่อนยิ้มอย่างอ่อนโยนแล้วเริ่มถาม



" อดีต ปัจจุบัน อนาคต สิ่งใหนสำคัญกับเธอที่สุด " นัยน์ตาสีอาร์ทีมีสขมุ่นคิ้ว จมอยู่ในห้วงความคิดก่อนตอบ

" อดีต! ..เมื่อเราหันไปมองอดีตเราจะรู้ว่าเรามาจากที่ใด มีอะไรที่ต้องแบกรับบ้าง ประสบการณที่สร้างสมมาทำให้เราเติบโต ทุกวันอยู่อย่างมีความหมายเพื่อสิ่งสำคัญ.. " นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนมองบุรุษข้างตัว แว้บนึงรู้สึกถึงประกายตาที่ขุ่นมัวลง ก่อนกลับมาทำหน้า ที่เจ้าตัวมองว่า กวนเบื้องล่างเหมือนเดิม ก่อนเหลือบไปสบตากับชายชราพลางยิ้มแหงๆ ก่อนตอบ

" ปัจจุบัน! ..จะใช้ชีวิตให้มีค่า เพราะไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร เราควรจะทำตอนนี้ให้ดีที่สุด ทุกวินาทีใช้ให้คุ้มค่า.. "

ชายชรายิ้มให้ทั้งคู่อย่างอ่อนโยน ก่อนจดอะไรบางอย่างลงในสมุด

" อื้ม... เอาล่ะ! เดี๋ยวพวกเธอเดินเข้าไปที่ประตูนั่นนะ " ชายชราชี้ไปที่ประตูเล็กๆที่อยู่ตรงมุมห้อง " เดินตรงไปเรื่อยๆจะถึงห้องที่เด็กผ่านการทดสอบ จะทำการลงทะเบียนเรียน เอ้า! ไปได้แล้ว " ทั้งคู่ทำความเคารพชายชราก่อนเดินตรงไปตามทางเดิน เดินได้ไม่นาน พวกเขาก็พบประตูทางออก ภายในห้องโถงประด้วยสลักลายทองคำดูคุ้นตา ใช่แล้ว! ห้องโถงแรกที่เขามาสมัครเข้าเรียนนั่นเอง



" กัลเดีย " มีเสียงร้องเรียกพร้อมโบกมือเรียกอยู่ท่ามกลางฝูงคน เมื่อเห็นว่าเป็นใคร ดวงหน้างดงามเผยรอยยิ้ม โดยไม่สนคนข้างตัวที่กำลังเบิกตามองปริบๆด้วยความแปลกใจ

" เอเชน ว่าแล้วนายต้องผ่าน " เจ้ายิ้มแยกเขี้ยวให้ทำเหมือนไม่เห็นคนที่อยู่ข้างๆจนเจ้าตัวต้องกระแอมขึ้น

" อะแฮ่มๆ ลืมกระผมไปคนนึงรึเปล่าครับ "

" เบิร์ค ไม่คิดว่านายจะผ่านกับเขาด้วย " คำพูดยียวนแต่แฝงไปด้วยความยินดีที่มันก็สอบผ่าน

" พวกนายเป็นไงบ้าง "

“ ก็ สอบผ่านไง "


" ไม่ช่าย... ฉันหมายถึงการทดสอบน่ะมีไรหักมั่งปล่าว "

" อ๋อ! สบาย เผอิญพวกที่ฉันต่อสู้แย่งป้ายน่ะมันกระจอก เลยได้มาง่ายๆ " พูดเสร็จร่างกำยำก็เก็กมาดเข็ม(ในสายตากัลเดียเห็นว่ามันเก็กหน้าตื้บมากกว่า)

" จริงง่ะ ตอนนั้นฉันเห็นกำลังแย่ไม่ใช่เหรอ " เอเชนพูดก่อนหันมาเฉลยให้กัลเดียฟัง

"พวกเราไปกันคนละทางก็จริง แต่มาเจอกันตอนกลางทางน่ะ "



" แล้วนาย.. "

" เกือบ ได้เป็นปลาไหลไฟฟ้าน่ะ " คำตอบที่ทำเอาเลิกคิ้วสูง ก่อนเจ้าตัวพยักหน้าหงึกๆอธิบาย

" ทางเดินในด่านที่ฉันอยู่ มันมีแต่ทางแยกเต็มไปหมด พอเดินไปเรื่อยๆ ก็เจอห้องโถง ข้างในมันมีป้ายทองนี่อยู่ " พูดเสร็จเจ้าตัวก็หยิบป้ายมาให้ดู " แต่พอเดินเข้าไปเท่านั้นล่ะ แสงอินฟาเรสโยงเป็นเส้นเล็กๆเต็มห้องเลย จะค่อยๆเดินหลบแสงฉันก็ไม่มีแว่นตาสำหรับดูแสงอินฟาเรสด้วย แถมยังยุ่งยากอีก ก็เลยเดินตรงเข้าไปหยิบป้ายมันซะเลย แต่แย่เลยแฮะ ทำเอาเสื้อไหม้เป็นดวงๆเลย " พูดเสร็จเจ้าตัวก็แสดงหลักฐานให้ดู โค้ทสีเทาเข้มมีรอยไหม่สีน้ำตาลเล็กๆหลายดวง

" เฮ้ย! แล้วนายรอดมาได้ไงฟะ " ร่างกำยำพูดด้วยตาเบิกกว้าง



" ก็.. เสื้อของฉันมันมีส่วนผสมของสารกันไฟฟ้าอยู่ ถ้าไม่ให้ร่างกายโดนไฟฟ้าโดยตรงก็ไม่เป็นไรหรอก "

" มุทะลุ ไม่รู้จักคิด " น้ำเสียงเย็นชาดังขึ้น ทำเอาเจ้าตัวค้อนขวับ



" ฉันไม่อยากให้คนอย่างนายมาว่าหรอกนะ บรุนฮิลล์ " กัลเดียหันไปเถียงราคท์ โดยไม่ได้หันไปมองเอเชนที่กำลังเบิกตากว้าง ก่อนตะโกนด้วยเสียงอันดัง

" ราคท์ นายมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง!! " กัลเดียหันมามองด้วยสีหน้าฉงน

" รู้จักกันรึ " เอเชนยิ้มแหงๆ ก่อนบอก

" เอ่อ...คือ นี่เพื่อนเก่าฉันเอง " เอเชนหันไปพูดกับกัลเดียก่อนหันมามองราคท์ด้วยสีหน้าแปลกๆเหมือนเด็กถูกจับกินยาขม

" เอ้อ..! นายรู้จักกัลเดียแล้วซินะ ส่วนคนนี้ อลัน เบิร์ค เป็นเพื่อนกัลเดียแล้วก็เป็นเพื่อนฉันด้วย " นัยน์ตาสีอาร์ทีมีสมองเบิร์คอย่างไม่น่าไว้ใจ ขณะที่อีกฝ่ายก็มองราคท์อย่างประเมิณค่า

" ราคท์ บรุนฮิลล์ " นัยน์ตาสีอาร์ทีมีสแนะนำตัวเอง


" ยินดี.." แม้การทักทายจะเป็นไปด้วยดี แต่เธอรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟวิ่งแปรบปราบไปมาระหว่างสองคนนี่ยังไงก็ไม่รู้
ก่อนที่ทั้งสองคนจะเปล่งรังสีพิฆาตไปมากกว่านี้ ชายในชุดเครื่องแบบสีเทานัยน์ตาลีเขียวลึกโบ๋ไว้ผมทรงเรียบแปล้ก็เดินขึ้นเวทีก่อนประกาศ

" สวัสดีทุกๆท่าน ยินดีด้วยกับการสอบผ่าน ขอให้ทุกท่านนำป้ายทองของตัวเองมาขึ้นทะเบียนกับพนักงานที่อยู่ด้านนั้น " ชายหนุ่มพูดพร้องผายมือไปทางด้านซ้ายของเวทีซึ่งมีเจ้าหน้าที่นั่งประจำการอยู่ประมาณสิบคน



" ในบรรดานักเรียน300คนที่อยู่ ณ ที่นี้ คนที่มีคะแนนสอบเข้าสูงสุด ตั่งแต่อันดับหนึ่ง ถึงอันดับสาม จะไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าเล่าเรียนใดๆในการศึกษาตลอดทั้งปี ผู้เข้าทดสอบทุกคนจะมีแผ่นป้ายคนละหนึ่งแผ่นป้ายในแต่ละป้ายจะมีโค้ทหมายเลขอยู่และนั่นจะเป็นคะแนนช่วย โดยเป็นตัวบวกกับคะแนนของด่านสุดท้าย " เสียงฮือฮาดังขึ้น มีหลายคนดึงแผ่นป้ายของตัวเองออกมาดู

" หลังจากลงทะเบียนกันเสร็จแล้วทางเราจะมีเจ้าหน้าที่นำสัมภาระของทุกคนไปส่งที่ห้อง นักเรียนทุกคนจะได้รับเอกสารกฎข้อระเบียบต่างๆ
ใบรายการอุปกรณ์ที่ต้องซื้อและเอกสารการลงเรียนวิชาเลือก จากนั้นนักเรียนแต่ละแขนงวิชา จะมีตัวแทนของรุ่นพี่นำพวกเธอไปสู่หอพัก สำหรับวันนี้เราจะให้นักเรียนได้พักผ่อนกันเต็มที่ พรุ่งนี้ถึงจะมีการเปิดเรียนอย่างเป็นทางการ ขอให้ทุกคนโชคดี " ชายหนุ่มกล่าวพร้อมยิ้มให้ก่อนลงเวทีเสียงปรบมือดังขึ้นปิดท้ายก่อนตามมาด้วยเสียงฮือฮาของผู้คนที่ตื่นเต้นกับการลงทะเบียนและเริ่มจับกลุ่มคุยกัน

"คำกล่าวสุดท้ายชั้นว่ามันทะแม่งๆแฮะ" นัยน์ตาสีฟ้าพูดขึ้น

" ช่างเหอะ ว่าแต่ไอ้โค้ทที่ว่ามันมีอยู่ตรงใหนของป้ายน่ะ " เจ้าตัวพูดพลางหยิบป้ายตัวเองขึ้นมาดู

" ฉันคิดว่าน่าจะเป็นไอ้นี่นะ " เบิร์คชี้ไปที่มุมของป้ายทอง มีตัวเลขเป็นภาษาอาราติกโบราณเขียนอยู่ " แต่ชั้นอ่านมันไม่ออกแฮะ"



" เออ..!ถ้าเป็นตัวอักษรที่คนทั่วไปอ่านออกล่ะก็ เดี๋ยวก็มีศึกชิงป้ายกันในห้องนี้หรอก " เจ้าตัวพูดแขวะเข้าให้ ขณะที่อีกฝ่ายทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น

"อ้ะ ตราของนายแตกต่างจากของฉันนิดหน่อยนะ "

" เอ๋??? " เบิร์คลองเอาป้ายของตัวเองมาเทียบกับของกัลเดีย

" ตรงนี้ไง ของฉันจะมีแต่โค้ทเลข แต่ของนายมีรูปดาวห้าแฉกอยู่ข้างบนด้วย "

" อืม คงมีความเกี่ยวกันของคะแนนด้วยล่ะมั้ง " พูดเสร็จเจ้าตัวก็ยืนนิ่งสติอยู่ในห้วงความคิดก่อนหันไปหาเอเชน

" เอเชนนายคิดว่าไงป้ายนี่เป็นแค่คะแนนช่วยจริงๆน่ะเหรอ แล้วเขาให้คะแนนการทดสอบยังไงล่ะ "

" ไม่ค่อยแน่ใจนะ แต่คิดว่าเขาน่าจะให้คแนนเกี่ยวกับพวกกลวิธีการสู้ ไหวพริบ การคาดคะเน หรือไม่ก็ความกล้าละมั้ง เพราะทางในดินแดนมายาจะมีกล้องติดอยู่ทุกจุด บางทีเขาอาจจะดูจากกล้องวงจรปิดแล้วให้คะแนนก็ได้ แต่มีอยู่อย่างที่แน่ใจ ป้ายทองทีเจ้าหน้าที่คนนั้นบอกว่าเป็นแค่คะแนนช้วยแต่จริงๆแล้วคงเป็นคะแนนหลักเลยมากกว่า แต่ถ้าบอกอย่างนั้นก็เหมือนที่กัลเดียพูดน่ะแหล่ะ ถ้าเกิดมีคนอ่านโค้ทคะแนนออก มีหวังห้องนี้ได้กลายเป็นสนามประลองไปแน่ๆ" พูดเสร็จแต่ละคนต่างก็ดิ่งลงสู่ห้วงความคิด ในที่สุดเจ้าคนที่เงียบมานานก็พูดขึ้น


" เอเชน ชั้นไม่คิดจะห้ามหรอกนะถ้าพวกนายยังคิดจะคุยกันต่อ.. แต่ถ้าไม่ไปลงทะเบียนนายหมดสิทธิ์เรียนที่นี่แน่ " คำพูดที่ทำให้พวกกัลเดียมองไปรอบๆ ผู้คนเริ่มบางตา จากคน300คนตอนี้เหลืออยู่ไม่กี่สิบคน เอเชนมองราคท์ใบหน้ารูปสลักเดาอารมณ์ไม่ถูกแต่นัยน์ตาสีอาร์ทีมีสแฝงนัยน์บางอย่างไว้เจ้าตัวพยักหน้ารับ ก่อนหันไปหากัลเดีย

" นั่นสิ คนก็น้อยแล้ว งั้นพวกเราก็ไปลงทะเบียนกันดีกว่าเดี๋ยวจะปิดทำการซะก่อน เบิร์ค กัลเดีย เดี๋ยวค่อยเจอกัน " ว่าเสร็จเจ้าตัวก็ยิ้มน้อยๆก่อนโบกมือลา ทำเอาร่างกำยำมองพลางเกาหัวแกรกๆ

" อะไรกันหว๋า...? "


" เอาเถอะน่า เบิร์คนายก็ไปลงทะเบียนเถอะ "


" งั้น เราไปลงด้วยกันนะ " เจ้าตัวพูดพลางยิ้มแยกเขี้ยว

" นายเลือกลงอะไรไว้"


" วิศวกรรมเครื่องยนต์หุ่นรบ "

" งั้นก็คนละสาย.. จะลงด้วยกันได้ที่ใหนเล่า!! ไปเลย! นายก็รีบๆไปลงทะเบียนซะ ฉันไปล่ะ”

อีกด้านหนึ่ง นัยน์ตาสีนิลจับจ้องไปที่บุรุษผมทองอย่างตั้งใจใบหน้าเรียบเฉยแต่มีอะไรบางอย่างทำให้คนๆนี้ดูมีอำนาจก่อนพูด

" ราคท์ เรามีเรื่องต้องคุยกัน เดี๋ยวไปเจอกันที่ห้อง "



........................................................



เจ้าพนักงานยิ้มน้อยๆให้หญิงสาวผมสีดำขลับรวบเป็นมวย ดวงตาสีน้ำตาลกลมโตกำลังจ้องมองมาที่เธอ
" กรุณาบอกชื่อ นามสกุล ด้วยค่ะ " เจ้าตัวยื่นป้ายทองส่งให้พนักงานสาว

" กัลเดียน่า ออสกูด "

เจ้าพนักงานพรมนิ้วลงบนคีย์บอร์ด ไม่นานนัก พข้อมูลของกัลเดียในรูปแบบสามมิติปรากฏบนเจอมอนิเตอร์ทันที ข้อมูลบ่งบอกถึงนัยน์ตาส่วนสูงน้ำหนักละเอียดยิบ

" ค่ะ คุณออสกูด ตามผลคะแนนทดสอบของคุณ คุณไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าเล่าเรียนในปีการศึกษานี้ค่ะ ส่วนนี่ เป็นใบรายการสิ่งของที่คุณจะต้องซื้อเพิ่มเติมนะคะ "

" อะไรนะฮะ!! เอ้อ...ขอโทษครับ คุณช่วนพูดอีกครั้งจะได้ใหมครับ " เจ้าตัวพูดแบบไม่เชื่อหูตัวเอง พนักงานสาวอมยิ้มเมื่อเห็นปฏิกิริยา ก่อนจะทวนคำพูดอีกครั้ง

" ผลคะแนนของคุณสูงติด1ใน3ของโรงเรียนเราค่ะ ดังนั้นคุณไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าเล่าเรียนครั้งนี้ค่ะ " คำพูดที่ทำเอาเจ้าตัวถึงกับยิ้มกว้าง ` ไม่น่าเชื่อ!? ถ้าเธอไม่ได้ยินกับหูต้องไม่เชื่อแน่ คนอย่างเขาน่ะเหรอจะทำแนนได้ติด1ใน3ของโรงเรียน แค่สอบผ่านการทดสอบมาได้ ก็เหลือเชื่อแล้ว ถ้าพ่อมาได้ยินเข้าล่ะก็ หึ หึ..` เจ้าตัวนึกถึงสีหน้าของผู้เป็นพ่อยามเมื่อเขาบอกว่าได้เรียนฟรีล่ะก็.. เจ้าตัวนึกพลางหัวเราะคิกอยู่ในใจ ก่อนยิ้มให้พนักงานที่กำลังป้อนข้อมูลของเธอ

" ข้อมูลของคุณเรียบร้อยแล้วนะคะ แต่..ตามประวัติของคุณที่ส่งมาบอกว่าคุณยังอยู่ในสถานะเพศกลาง ไม่ทราบว่าต้องการจะอยู่หอพักหญิงหรือชายคะ " สิ้นคำพูดของหญิงสาว รอยยิ้มเจ้าเล่ห์กระตุกวูบนึงโดยที่ไม่มีใครเห็น...



" ผมขออยู่หอพักชายครับ "


โดย : จอมเวทย์จอมเวทย์ที่ถูกลืม
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 11 เม.ย. ปี 2007 [ เวลา 10 : 23 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook