บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 4

กรุงงานเขียนเก่า 1
กรุงงานเขียนเก่า 2
กรุงงานเขียนเก่า 3
กรุงงานเขียนเก่า 4
กรุงงานเขียนเก่า 5


>> ความลุ่มหลง ความโลภ และ การสารภาพ

เรื่อง : ความลุ่มหลง ความโลภ และ การสารภาพ

ไม่อาจปฎิเสธได้ว่าอุตสาหกรรมภาพยนตร์ทั่วโลกเปลี่ยนแปลงไปในเชิงพาณิชย์
จากแต่ก่อนการบริโภคภาพยนตร์หรือเรียกสั้นๆว่า “หนัง” นั้นต้องมีส่วนผสมที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นในด้านศิลปะ นัยของหนัง และเทคนิคการถ่ายภาพต้องใช้ให้เกิดประโยชน์และไม่ฟุ่มเฟือยจนเกินพอดี แต่ปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงอาจเปลี่ยนทัศนะคติของใครหลายๆคน วัฒนธรรมการบริโภคนิยมถูกแทนที่ ไม่ว่าคุณหรือผม อาจตกเป็นทาสไม่ว่าด้านใดด้านหนึ่ง ส่งผลทำให้การผลิตภาพยนตร์ในปัจจุบันต้องตอบสนองกับวัฒนธรรมใหม่ ศิลปะถูกลบเลือนไปแทนที่ด้วยเทคนิคภาพที่ถูกใช้อย่างฟุ่มเฟือย

แต่การสืบทอดทางความคิดของคนรุ่นก่อนและใหม่ยังคงอยู่ ปีที่ผ่านมามีหนังเรื่องหนึ่งของผู้กำกับ Woody Allen เรื่อง Match Point (2005) ดูเหมือนจะเป็นกระบอกเสียงของคนกลุ่มหนึ่งที่ยังยึดหลักเหนียวแน่นในการทำหนังแบบเก่าไว้ หนังของ Allen ไม่มีแอฟเฟกภาพที่หวือหวา และฉากเอกชั่นอลังการณ์ แต่ด้วยการที่มีplotเรื่องที่เข้มแข็งและการได้นักแสดงที่มีคุณภาพก็การันตีได้ว่าหนังเรื่องนี้มีคุณภาพอย่างแน่นอน เป็นนิมิตรหมายที่ดีอย่างหนึ่งว่าการตอบรับของ Box office ด้วยรายรวมทั้งสิ้น 23,089,926ดอลล่าร์ และการถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลทั้งในเวที Oscarและ Golden Globes เป็นตัวบ่งชี้หนึ่งอย่างว่ายังมีคนบริโภคงานในทำนองนี้อยู่บ้าง

Match Point เปิดตัวด้วยการดำเนินเรื่องราวผ่านตัวละครที่ชื่อ คริส วิลตัน (โจนาธาน ไรส์ เมเยอร์) อดีตนักเทนนิสมืออาชีพ ที่กำลังมองหางานใหม่เป้นผู้ฝึกสอน เขาได้เจอกับทอม เฮเวตต์ (แมทธิว กู๊ดดี้) ชายหนุ่มที่มีฐานะซึ่งพี่สาวของทอมคือ โคลเอ้ (เอมิลี่ มอร์ทีเมอร์) ได้ตกหลุมรักคริส แต่คริสกลับไปชอบคู่หมั้นของทอม นั่นก็คือ โนล่า (สการ์เล็ตต์ โจแฮนสัน) ทั้งคู่มีใจให้กันทั้งที่รู้ว่าเป็นสิ่งที่ผิด

ประเด็นหลักของ Match Point พูดถึง มนุษย์ ความลุ่มหลง และการสารภาพ ทำให้ฉุดคิดถึงหนังอีกหนึ่งเรื่องที่น่านำมาเปรียบเทียบและหาความเชื่อมโยงกันระหว่างการนำเสนอเรื่องราวผ่านทางภาพยนตร์ในอดีตและปัจจุบันคือเรื่อง Vertigo (1958) ของลุงอ้วนอัจฉริยะ Alfred Hitchcock

Vertigo เปิดตัวด้วยการดำเนินเรื่องคล้ายๆกันผ่าน จอห์น สก็อตตี้ เฟอร์กูสัน (เจมส์ สจ้วต) นักสืบแห่งเมืองซานฟรานซิสโก ที่พบว่าตัวเองเป็นโรคกลัวความสูงหลังจากที่ประสบอุบัติเหตุระหว่างการจับกุมคนร้ายบนตึกสูง ในช่วงหลังจากเกษียณอาชีพตำรวจ สก็อตตี้ ถูกว่าจ้างจากเพื่อนเก่าสมัยเรียนที่ชื่อว่า เกวิน เอลสเตอร์ (ทอม เฮล์เมอร์) ให้สะกดรอยตาม แมดเดลีน (คิม โนแว็ค) ภรรยาของเขาเองที่คิดฆ่าตัวตาย สก็อตตี้ตกหลุมรักแมดเดลีน ตั้งแต่แรกเห็น ในระหว่างการสืบสวน สก็อตตี้ได้ช่วยชีวิตเธอครั้งหนึ่งขณะที่เธอกระโดดน้ำตายในอ่าวซานฟรานซิสโก ทำให้ความรักของทั้งสองบังเกิดขึ้น

ในทางด้านภาพพยนตร์ต้องยกย่องว่าทั้งสองผู้กำกับได้นำเอาประเด็นของความลุ่มหลงขึ้นมาถ่ายทอดผ่านตัวละครที่มี เสน่ห์และเย้ายวน ไม่ว่าจะเป็น โนล่า ที่นำแสดงโดย สการ์เล็ตต์ โจแฮนสัน และ แมดเดลีน ที่นำแสดงโดย คิม โนแว็ค ต้องยกย่องความดีความชอบนี้ให้กับผู้กำกับทั้งสองที่สามารถสร้างตัวละครให้มีมิติที่สามออกมา ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนทำให้หนังไม่น่าเบื่อและมีรสชาติมากกว่าหนังทั่วไปที่เน้นการสร้างตัวละครในแบบ 2 มิติ คือ ไม่ดีสุดขั่วก็เลวสุดขั่ว

ความสารถในการสร้างสรรค์ตัวละครของทั้งสองผู้กำกับ ไม่ว่าจะ Alfred Hitchcock หรือ Woody Allen ถือเป็นจุดแข็งของทั้งสองคน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Hitchcock ที่เน้นความสำคัญของตัวละครในหนังเกือบแทบจะทุกเรื่อง โดยตัวละครของ Hitchcock จะเป็นในแนวแอนตี้ ฮีโร่ เน้นรายละเอียดของตัวมนุษย์จริงๆ Hitchcock ไม่เคยสร้างวีรบุรุษหรือวีรสตรีใดๆ มีแต่ตัวละครที่มีปัญหาในชีวิตเกือบทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็น จอห์น สก็อตตี้ เฟอร์กูสัน นักสืบที่พบว่าตัวเองเป็นโรคกลัวความสูงในเรื่อง Vertigo แอล.บี.เจฟฟรียส์ ตากล้องหนุ่มที่ประสบอุบัติเหตุขาหักในเรื่อง Rear Window หรือนางเอกในเรื่อง Dial M for Murder มาร์โกต์ ที่แอบปันใจให้นักเขียนหนุ่มอเมริกันซึ่งอันที่จริงมาร์โกต์มีสามีอยู่แล้ว

ประเด็นของความความลุ่มหลงเกิดขึ้นเมื่อ คริส วิลตัน อดีตนักเทนนิสมืออาชีพ ที่มีสัมพันธ์สวาสกับ โนล่า คู่หมั้นของทอม และในเรื่อง Vertigo ก็เช่นกัน จอห์น สก็อตตี้ เฟอร์กูสัน อดีตนักสืบแห่งเมืองซานฟรานซิสโก ตกหลุมรักภรรยาเพื่อนเก่าคือ แมดเดลีน ความลุ่มหลงก่อให้เกิดแรงผลักดันของสัญชาตญาณทางเพศ (Sex drive) โดยไม่คำนึงถึงความถูกต้องทางศีลธรรม หรือกฏเกณฑ์ทางสังคมใดๆ

ประเด็นของความขัดแย้งที่มีผลมาจากความลุ่มหลงและความโลภเริ่มเห็นได้อย่างชัดเจนเมื่อ ในเรื่อง Match Point เกิดขึ้นเมื่อมาถึงจุดหักเหของหนังคือเมื่อโนล่าเริ่มตั้งท้อง เธอต้องการให้คริสหย่าขาดจากภรรยาคือโคลเอ้ แรงกดดันต่างๆทำให้คริสต้องสารภาพว่าเขามีชู้กับโนล่า แต่มนุษย์ก็ไม่อาจต้านทานแรงกดดันต่างๆได้เสมอไปบางคนเลือกที่จะสารภาพแต่ก็มีบางคนเลือกที่จะหนีโดยวิธีแตกต่างกันออกไป ความฟุ้งเฟ้ออาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้มนุษย์ต้องเลือกเดินทางที่ผิดคริสเลือที่จะเดินหนีปัญหาที่ตัวเองก่อโดยการกำจัดโนล่าด้วยการฆาตกรรม

เช่นเดียวกับ Vertigo ที่ความโลภเข้าครอบงำแมดเดลีนให้ประพฤติในสิ่งที่ผิด และการหลงเข้าไปอยู่ในวังวนของสิ่งชั่วร้ายหลายต่อหลายคนมักไม่ได้กลับออก แมดเดลินได้รับเงินว่าจ้างจากเกวิน เอลสเตอร์ให้ปลอมตัวเป็นภรรยาของเขาและใช้สก้อตตี้เป็นฉากบังหน้ากลบเกลื่อนการฆาตรกรรมภรรยาตัวจริงของเขา การสารภาพถือเป็นเรื่องที่ยากนักสำหรับเธอดูเหมือนว่าการกระทำของเธอในหนังบ่งบอกได้ชัดเจนว่าเธอไม่ได้ยินดีกับความรักที่คริสมีให้เท่าไรนัก กับกลายเป็นแรงกดดันทำให้ยากที่จะตัดสินใจสารภาพหรือไม่ แต่ด้วยเหตุที่ความสัมพันธ์ของทั้งสองเป็นเพียงแค่ความลุ่มหลงเท่านั้นการที่เธอจะสารภาพก็คงจะไม่ใช่ทางออกสำหรับเธอ แต่สิ่งที่เลวร้ายกับส่งผลกระทบแรงกล้ากับคนอื่นเมื่อสก้อตตี้นั้นหลงเธออย่างหัวปักหัวปำ เหตุการณ์เริ่มทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นเมื่อสก้อตตี้สืบรู้ว่าแมดเดลินหลอกเธอเมื่อเขาพบว่าจูดี้ก็คือแมดเดลิน ในฉากสุดท้ายของเรื่องสก้อตตี้พาจูดี้ไปที่วิหารที่ซานฮวนบาติสตา เขาขอร้องแกมบังคับให้จูดี้ขึ้นไปบนหอคอย หลังจากทั้งสองขึ้นไปความรู้สึกที่อัดอั้นจนถึงขีดสุดก็ระเบิดขึ้นมา สก้อตตี้ระเบิดอารมณ์ใส่จูดี้อย่างไม่ยั้งผ่านบทสนทานาที่กดดันจูดี้อย่างแสนสาหัส จูดี้พยายามอธิบายแต่ก็ไม่เป็นผล ขณะที่จูดี้กำลังขอร้องสก้อตตี้นั้นถือสังเกตเห็นเงาของใครบางคนก้าวขึ้นมา จูดี้คิดไปว่านั่นคือแมดเดลิน จูดี้ร้องผวาและก้าวถอยหลังทำให้ผลัดตกลงจากยอดหอคอยเสียชีวิต

ความลุ่มหลงและความโลภก่อให้เกิดปัญหาต่างๆมากมาย การสารภาพอาจเป็นหนทางเพียงอย่างเดียวเท่านั้นที่จะแก้ใขเหตุการณ์ต่างๆได้ แต่ด้วยความที่มนุษย์นั้นยังละซึ่งกิเลสตัณหาไม่ได้การสารภาพว่าตัวเองนั้นผิดก็ไม่อาจมีประโยชน์ใดๆเลย เพราะความลุ่มหลงและความโลภจะเป็นตัวสะกัดกั้นมนุษย์จากการสารภาพได้


โดย : พี่มณู
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 17 เม.ย. ปี 2007 [ เวลา 0 : 39 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook