บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 4

กรุงงานเขียนเก่า 1
กรุงงานเขียนเก่า 2
กรุงงานเขียนเก่า 3
กรุงงานเขียนเก่า 4
กรุงงานเขียนเก่า 5


>> ลุงอ้วนเล่าเรื่องคนบ้า

เรื่อง : ลุงอ้วนเล่าเรื่องคนบ้า

เงามืดแห่งยุคหกศูนย์สะท้อนให้เห็นพฤติกรรมของมนุษย์อย่างชัดแจ้ง
ยุคหกศูนย์ถือเป็นยุคสำคัญของการปฏิวัติอุตสาหกรรมภาพยนตร์ หลายเรื่องได้รับการยอมรับว่าเป็นแรงกระตุ้นในการสร้างผลงานชั้นดี และเป็นส่วนเติมเต็มให้ผู้กำกับหน้าใหม่นำแนวทางไปใช้ได้อย่างกลมกลืนกับวิธีการพัฒนาผลงานในปัจจุบัน หนึ่งในแรงบันดาลใจนั้นขอยกให้ ไซโค มาเป็นอันดับหนึ่ง
ลุงอ้วนอัจฉริยะ สรรค์สร้างผลงานด้วยการตรึงใจผู้ชม ที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางงานศิลปะอย่างพอเหมาะ ผสมผสานกับพาณิชย์ภาพยนตร์อย่างลงตัว ส่งผลให้ ไซโค เป็นภาพยนตร์ที่ถูกกล่าวขานให้เป็นงานสุดคลาสิกตลอดการสำหรับคนทุกรสนิยม
จากบทประพันธ์ของ Robert Bloch เรื่อง Psycho ออกตีพิมพ์ในปี 1959 อีกหนึ่งปีต่อมา Alfred Hitchcock ได้นำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ในชื่อเรื่องเดียวกัน โดยมอบให้ Joseph Stefano รับหน้าที่เป็นผู้เขียนบทภาพยนตร์ พร้อมด้วยทีมงานมืออาชีพอย่าง Robert Berg ในการควบคุมด้านภาพ Bernard Hermann ดูแลเรื่องเสียงและดนตรีประกอบภาพยนตร์ และที่ขาดไม่ได้คือ เหล่านักแสดงฝีมือดีอย่าง Janet Leigh, John Gavin, Vera Miles, และ Anthony Perkins ที่ช่วยทำให้ภาพยนตร์มีสีสันตามครรลองศิลปะทางภาพยนตร์อย่างเข้มแข็ง โดยเฉพาะ Janet Leigh ครั้งหนึ่ง ฮิทช์ค็อค เคยเอ่ยปากชมเธอว่าเป็นนักแสดงซึ่งถ่ายทอดความรู้สึกของหญิงสาวชนชั้นสองได้อย่างสมบูรณ์แบบ
เนื้อหาของภาพยนตร์เริ่มต้นเมื่อ แมเรียน เครน ขโมยเงินสี่หนื่นเหรียญจากนายจ้าง โดยคิดว่าเงินจำนวนนั้นจะนำไปสร้างครอบครัวและเริ่มต้นชีวิตใหม่กับ แซม ลูมิส คนรักของเธอได้ หลังจากที่เธอขับรถยนต์ออกจากเมืองฟินิกซ์พร้อมกับเงินสี่หมื่นเหรียญที่เธอขโมยมา ระหว่างทางที่เธอขับรถไปหาแซมนั้น ฝนได้ตกลงมาอย่างบ้าคลั่งราวกับว่าพระเจ้ากลั่นแกล้ง จึงทำให้เธอต้องหลงทางจากเมืองหลวงเข้าสู่เส้นทางไฮเวย์สายเก่า และแวะพักค้างคืนที่เบทส์โมเต็ลซึ่ง นอร์แมน เบทส์ หนุ่มโสดหน้าตาดีที่อาศัยอยู่กับแม่ขี้บ่นเพียงลำพังเป็นเจ้าของ จนกระทั่งระหว่างที่เธอกำลังอาบน้ำในห้องพักส่วนตัวอยู่นั้นเอง เงาของหญิงชราก็ปรากฎขึ้น พร้อมกับมีดที่จ้วงแทงร่างกายอย่างโหดเหี้ยมทำให้ แมเรียน เครน หญิงสาวโชคร้ายที่หวังจะใช้เงิน 4 หมื่นเหรียญจากการขโมยมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ต้องจบชีวิตลงอย่างน่าเศร้า
หลังจากการหายตัวไปอย่างลึกลับของ แมเรียน และเงินอีก 4 หมื่นเหรียญทำให้น้องสาวของเธอ ไลล่า ต้องออกตามหาตัวเธอพร้อมกับ แซม แฟนหนุ่มของ แมเรียน และ อาร์โบกาสต์ นักสืบจากบริษัทประกันภัย จนกระทั่งทั้งสามได้พบข้อมูลว่า ก่อนที่แมเรียนจะหายตัวไป เธอได้พักที่เบทส์โมเต็ล ทำให้ทั้งสามต้องออกไลล่าตามหาพี่สาว แต่สิ่งที่พบนั้นกลับน่าสะพรึงกลัวกว่าการคาดหวังที่จะได้พบแมเรียนอย่างมหาศาล
นัยของภาพยนตร์เรื่องนี้ถูกดึงมาใช้อย่างน่าสนใจ เริ่มต้นที่การใช้นกเป็นสัญลักษณ์ อย่างเช่นในฉากเปิดเรื่องที่ Phoenix และ ชื่อของนักแสดง Marion Crane ซึ่งในจุดหลังถือเป็นความจงใจของฮิทช์ค็อคที่ต้องการชี้ให้เห็นว่าเธอคือนกที่ตกเป็นเหยื่อในเรื่อง สังเกตได้คือนามสกุลของเธอคือ Crane ซึ่งหมายถึง นกกระเรียน มากไปกว่านั้นสัญลักษณ์ที่สื่อถึงนกยังปรากฎให้เห็นในหลายฉากไม่ว่าจะเป็น ในฉากพูดคุยในห้องนั่งเล่นระหว่างนอร์แมนกับแมเรียนซึ่งผู้ชมจะสังเกตเห็นนกสตัฟฟ์ที่ประดับไว้ในห้อง ฉากหลังการฆาตกรรมที่นอร์แมนไปพบศพแมเรี่ยนแล้วเพลอทำรูปนกที่แขวนอยู่หน้าห้องน้ำตก หรือ การจงใจในการใช้มุมมองของกล้องแบบ Bird’s eye view ในฉากฆาตกรรมครั้งที่2 ซึ่งสื่อให้เห็นว่านกถูกนำมาใช้สื่อสารกับคนดูอยู่ตลอดเวลาถึงสัญญาณแห่งการตกเป็นเหยื่อกำลังจะเกิดขึ้น
ชื่อของภาพยนตร์ Psycho น่าจะมีมูลเหตุมาจากคำว่า Psychoanalysis อันเนื่องมาจากว่าฮิทช์ค็อคต้องการให้ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นบททดสอบจิตใจมนุษย์ในด้านมืด ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์ผ่านตัวละคร หรือตัวผู้ชมเองก็ตาม ยกตัวอย่างเช่นในฉากเปิดเรื่อง กล้องฉาพภาพให้ผู้ชมได้เห็นตัวเมือง ก่อนที่กล้องจะแผนภาพให้เห็นห้องมืดห้องหนึ่งในตัวตึก ซึ่งในช่วงนี้ตัวผู้ชมเองจะได้รับการพิสูจน์ว่าเราเป็นนักถ้ำมองหรือไม่ และไม่อาจปฏิเสธได้ว่ามันคือด้านมืดของผู้ชมเอง ต่อมาในฉากยั่วยุอย่างฉากที่นอร์แมนมองผ่านรูของห้องของเขาผ่านห้องหมายเลข 1 ที่แมเรียนพักอยู่ ภาพตัดให้เป็นแบบอัตวิสัยแสดงให้เห็นภาพของ แมเรียน กำลังเตรียมตัวอาบน้ำซึ่งยั่วเย้าถึงพฤติกรรมถ้ำมองของผู้ชมให้อยากรู้อยากเห็นผ่านสายตาของ นอร์แมน และในฉากหลังการฆาตกรรม ในระหว่างที่นอร์แมนกำลังทำความสะอาดห้องอย่างเร่งรีบเพื่ออำพรางการฆาตกรรม นอร์แมน นำศพของ แมเรียนใส่ไว้ที่ท้ายรถก่อนที่จะนำไปทิ้งที่หนองน้ำหลังบ้าน ซึ่งในช่วงเวลานี้ภาพยนตร์ไม่เพียงแต่ยั่วยุ่ให้ผู้ชมร่วมกระทำผิดต่อนอร์แมนแต่ยังเป็นการหักหลัง แมเรียน ซึ่งถ้าวิเคราะห์แล้วพฤติกรรมเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผิดศีลธรรมอย่างแน่นอน
มุมมองของกล้องถือเป็นอีกจุดสำคัญในการนำเสนอของภาพยนตร์ ผู้ชมจะสังเกตได้ว่า ฮิทช์ค็อค จงใจที่จะใช้มุมกล้องแทนสายตาแบบอัตวิสัย(Subjective) อยู่บ่อยครั้ง ก็เพราะว่า ฮิทช์ค็อค ต้องการให้ผู้ชมสามารถร่วมอยู่ในเหตุการณ์เดียวกับนักแสดงได้ มีหลายฉากที่น่าสนใจเช่น ในฉากที่ มิสเตอร์ลาวรี่ เดินข้ามถนนขณะที่ แมเรียน เองก็อยู่ในรถ ภาพตัดเป็นสายตาแบบอัตวิสัยฉายให้เห็น มิสเตอร์ลาวรี่ หันหน้ามาหา แมเรียน ด้วยท่าทางสังสัยว่าเธอมาทำอะไรบนถนน ทั้งๆที่ความเป็นจริงแล้วเธอน่าจะนำเงินไปฝากธนาคารและกลับบ้านไปนอน ซึ่งทำให้ผู้ชมร่วมกังวลและอึดอัดตามไปกับ แมเรียน ด้วย หรือในฉากที่ตำรวจสายตรวจหยุดรถเพื่อสอบถาม แมเรียน ที่จอดรถนอนข้างทาง ภาพได้ตัดเป็นแบบอัตวิสัยอีกครั้งซึ่งในครั้งนี้ผู้ชมจะรู้สึกกดดันและอึดอัดกว่าฉากก่อนหน้านี้เพราะภาพยัดเยียดความกดดันด้วยวิธีการโคลสอัพใบหน้าตำรวจซึ่งผู้ชมไม่อาจหลีกเลี่ยงที่จะเผชิญหน้าไปพร้อมๆกับ แมเรียน ได้
กระจกยังเป็นอีกปัจจัยหนึ่งในการสื่อความหมายได้อย่างน่าสนใจ มันสื่อให้เห็นถึงการแปลแยกทางบุคลิกภาพ (Split Personality) ของตัวละครทุกตัว รวมไปถึงมันยังทำหน้าที่ย้ำเตือนผู้ชมด้วยว่าเราทุกคนก็มีบุคลิกที่แปลกแยกเฉกเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงฉากไคลแมกซ์ของเรื่อง ในระหว่างที่ ไลล่า น้องสาวของ แมเรียน บุกเข้าไปในบ้านขอ งนอร์แมน เพื่อต้องการที่จะพบกับ มิสซิสเบตส์ ซึ่งในระหว่างการสำรวจห้องอย่างเร่งรีบ ฉากได้ตัดให้เห็นภาพของ ไลล่า ในกระจกทั้งสองบานที่สะท้อนภาพของเธอออกมาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ฉุดเสียงหวีดร้องด้วยความตกใจ ซึ่ง ฮิทช์ค็อค ต้องการแสดงสัญลักษณ์บ่งบอกถึงบุคลิกที่แปลกแยกของตัวนักแสดงในภาพยนตร์และผู้ชมด้วยในเวลาเดียวกัน
หนึ่งในสิ่งที่ ฮิทช์ค็อค ต้องการสื่อสารกับผู้ชมคือการใช้ภาพเขียนเป็นสัญลักษณ์ในการบ่งบอกถึงความป่าเถื่อน และ ความกระหายทางเพศของ นอร์แมน ภาพเขียนนี้ชื่อว่า “Susanna and Her Elders” ซึ่งความหมายในภาพเขียนนี้เปรียบเทียบหญิงสาวในภาพที่ชื่อ Susanna กับ แมเรียน ซึ่งหลังจากภาพได้ปรากฏให้เห็นในภาพยนตร์มันคือสัญญาณเตือนว่าเธอกำลังถูกละเมิดทางเพศโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว
ลำดับภาพและดนตรีประกอบสอดประสานกันอย่างน่าปะหลาดใจ โดยเฉพาะในฉากฆาตกรรมในห้องอาบน้ำ ที่ได้รับการกล่าวขานอย่างไม่รู้จบถึงความอัจฉริยะในการลำดับภาพและดนตรีประกอบที่สอดคล้องกันได้อย่างลงตัว ลำดับภาพถูกจัดการอย่างประณีต ซึ่งใช้เวลาถ่ายทำถึงหนึ่งสัปดาห์ในการเลือกสรรค์ภาพใน78มุมมองเพื่อฉายเพียง1นาทีและการใช้เสียงไวโอลีนอันหวีดแหลมยังช่วยส่งอารมณ์ของคนดูให้ไปถึงความสะพรึงกลัวอันสูงสุดได้ แต่เหตุผลสำคัญที่สุดที่ ฮิทช์ค็อค ต้องการสื่อในฉากนี้คือ การใช้ช่วงเวลาที่ไม่คาดคิดกระทำการฆาตกรรมในลักษณะการจู่โจมอย่างกะทันหัน ไม่อาจป้องกันตัวเองได้ ก่อนที่เสียงดนตรีจะค่อยๆลดความหวีดแหลมลงแทนที่ด้วยเสียงทุ้มหนัก ขณะที่ภาพก็ฉายให้เห็นสายน้ำจากฝักบัวที่ไหลสู่ท่อน้ำทิ้ง แล้วค่อยๆเลือนไปสู่ดวงตาที่เบิกกว้างของ แมเรียน ในสภาพแน่นิ่ง ซึ่งบ่งบอกนัยว่าสายป่านเส้นสุดท้ายระหว่างเธอกับผู้ชมได้ขาดสะบั้นลงแล้ว
ไซโค คือเงามืดของสรรพสิ่งถูกถ่ายทอดออกมาผ่านภาพยนตร์ในฐานะกระจกเงาสังคม ที่สรรค์สร้างผลงานออกมาด้วยการผสมผสานระหว่างศิลปะและพาณิชย์อย่างกลมกลืน
จึงไม่อาจปฎิเสธได้ว่า “ไซโค” เป็นภาพยนตร์คลาสิกชั้นครูที่น่ายกย่องตลอดกาล


โดย : พี่มณู
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 17 เม.ย. ปี 2007 [ เวลา 0 : 40 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook