บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 4

กรุงงานเขียนเก่า 1
กรุงงานเขียนเก่า 2
กรุงงานเขียนเก่า 3
กรุงงานเขียนเก่า 4
กรุงงานเขียนเก่า 5


>> นิทานโทรศัพท์74คนหลงทาง

เรื่อง : นิทานโทรศัพท์74คนหลงทาง

บนรถไฟสายนั้น
ดาวจระเข้วิ่งตาม เราเพ่ง “ชาน” หาคนหลงทาง
เอาละ เราเห็น เราเห็นอย่างชัดเจน
สมาธิเคลื่อน เราเร็วกว่ากงล้อรถไฟมากมาย คู่รักหลับอยู่เบาะหน้า
เราแอบเข้าฝันเฉลยภาพอดีตชาติเล็กๆน้อยๆ เป็นการหยอกล้อ แต่อาจเป็นฝันร้ายถ้าคุรัชเห็นสภาพกายเนื้อในอดีตชาติของเขา
หลังจากนั้น จึงออกไป
ออกตามหา “คนหลงทาง”



...เขาอยู่ที่นั้น
เขายังวนเวียนแอบมอง เทวีฟู อยู่ตามแนวผา ล้อมรอบลานหุบทุ่งกวีกานต์

คนหลงทาง
ชายหนวดงามใต้ร่มสนสามใบ ไม้แห้ง และอาสนะหินทราย
จากผาสูง มองเลียบไปยัง แนวป่า สายธารเล็กๆ และขบวนผู้คนที่มาตักน้ำ ทูนหม้อน้ำ
และอาบอย่างเป็นระเบียบ แกมกระจาย กระบวน
มีควันไฟออกมาจากบ้านหลายหลัง ,มีโรงเรือนประชุมหลังคาหญ้า มีแปลงเกษตร มีโรงเรียน มีเสียงเจื้อแจ้ว แว่วหวาน

จากเนินผา กลับมีเสียงก้องลอยมา
เสียงโศลกเพลงดอย จากโยคีหลงทาง
“...ข้าน้อยคนรกโลก น้ำตาโศกผ่านโศลกลำนำ

...ฮา ฮา ผ่า ผ่านภูผา...

จึงกลั้นอารมณ์หลงรัก
กลัวนักผลักพรากจากก่อน
แม้ร่วมรางทางจร
จะรอนหัวใจให้พอ

บรรจงกลั่นเรียงเรียบ
เก็บเงียบเก็บนานเจ็บหนอ
เคยยิ้มหัวเคล้าคลอ
เคยทรมานทานทวน

จึงรอราตรี...

กล่อมใจด้านด้วยร่ม
ดื่นห่มแสงดาวพราวพวน
ดื่มดมสมกลิ่นหวน
ตีตรวนย้ำกำราบใจ

กำหนัดจึงกำหนด
รัดทดจิตทนร่ำไห้
กลัดหนองหมองตกใน
ยืดใยยิ่งซ้ำร้าวราน”

เขา...แอบฟัง...เธอผู้มิเคยคาดคิด ว่าจะเป็นครูผู้เสียสละ

“แว่วสำเนียงเสียงสอน
บทวอนบ่มเพาะเสนาะสนาน
สาวน้อยกลาย...เป็น...อาจารย์
ใจเจ้านั้นให้สิ่งใด”

เขาแอบดู....ยามบ่าย โรงเรียนของเด็กๆหลากเผ่า บนดอย แววตาบางคู่อาจเห็น ร่างผู้จ้องมาจากภูผานั้น ...จากเช้าจรดเย็น

“...ฝุ่นทองแดงปริวปราย
ในสายเย็นลมเช้า
เริงร่าในรวดร้าว
คลุกเคล้าเกลือกกลิ้ง...กรวดดินทอง

บุกเบิกปัญญาเยาว์
ให้เจ้าคิดฝันฟู่ฟ่อง
ธารจินตนะ-ธรรมมะครรลอง
ท่ามกลางเพื่อนพ้องเถื่อนทาง”


เขาแอบคิด...มั่นใจได้ไหม ว่าไม่มีใครตกเขียวพวกเธอ มั่นใจได้ไหม อย่าดัดจริตเลยท่านผู้ใช้บริการ สาวอึ๋มหมวย ฮ่อ ลีซอ มูเซอ โยคีเมืองเคืองสลด ...เขาหลงทางเสียแล้วที่เชิงผาไพร

...และเขาแอบพบ และแอบถาม
หอมกลิ่นดอกไม้ดอย มองผ่านทะเลภูเขา
เด็กหญิง อามีมะ วันหนึ่งข้างหน้า อีก 10 ปีข้างหน้า หน้าบาร์เหล้าที่เกาะระเริง นั้น เธอจะจำได้ไหม...จำครูบนดอยของเธอได้ไหม
จำได้ไหม ในบทเพลง เซเซนา หลบยาเซ
แววตาเศร้า แกมสงสัย และในเขม็งมุ่งมั่น ของเธอ

“ดวงตาเจ้ามองมุ่ง
สายรุ้ง สะพานฝัน ข้ามโลก
ข้ามผ่านธารทะเลโศก
ทุ่งรก ทุ่งร้าง ลุยลาย

ผ่านดงดอยนี่นา
วอนว่าคุณครูเล่าง่าย
สงสัยได้คล่องคลาย
เมืองนาย แดนนั้น วานวอน

เสื้อสีสวย ลูกกวาด
รถวิ่ง ตลาดหอม ควันฟ่อน
ตึกสูง รีบ เร่งร้อน
ละอ่อน ละอิ่ม ละอาย

หากเธอยังคิดสู้
เร่งรู้ ก.ข.อ่านขยาย
เขียนอักษราพาพราย
ทักทายภาษาหัวใจ...หัวใจคนเมืองเรืองรุ้ง”

เขา โยคีเมือง ผู้กลายเป็นคนเถื่อนภูเขาแอบเฝ้ามอง สาวน้อย+เทพเจ้าสมดุลและเด็กๆ
เขาเห็น
ดวงตะวันที่ทอแสงให้ชีวิตและไออุ่น...เทพเจ้า
เขาเห็น
จันทร์เจ้าส่องนวลอุ่นยามตะวันอ่อนล้าลาลับ...เทวี

ทั้งสองสนิทสนมกันมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วสายสัมพันธ์อันวิเศษเกินศิษย์อาจารย์
โยคีเมืองเฝ้ามอง ทั้งคู่ประสานพลังแห่ง สุริยัน-จันทรา

เหมือนสุนัขป่าเฝ้าละเลียบ มองฝูง ที่มิอาจหาญเข้าใกล้ และแม้แต่เผยตัว

ในคืน
ในราตรี
ในดาว
ในเดือน
สาวน้อยฟูผู้ร้อนแค้นและรัก
เธอมองไปในฟ้า
ในฟ้า ในราตรี
ในห้วงคำนึง ในคิดถึง ในเกือบรัก ในเกือบไม่รู้เกลียด
ในการยินยอม ในอำนาจ ในสายเลือด
ในเครื่องหมายอาริยะกะ กังหันกากบากที่หน้าอก ในแรกกำเนิด
อำนาจพรากรักไป หรือรักคืออำนาจ เมื่อทั้งสองสิ่งต่าง อาจคือไฟร้อนเผาโลก

แต่ในนั้น เธอกลับสงบลงบ้าง เมื่อมองลึกผ่านผา ใต้แสงนวลจันทร์
เธออาจรู้ หรือไม่รู้ แต่แววตาราตรีโยคีหนวดยังมองถึงเช่นกัน
ใครกันแน่ที่เธอต้องการ พ่อ พี่ เพื่อน หรือคู่ชีวิต

...เราเองผู้วางแผน กลับมึนงงสงสัย
แต่เมื่ออำนาจที่แท้จริง แฝงอยู่ในตัวเธอ งานสร้างค่ายผู้ลี้ภัยก่อนวันสิ้นโลก
งานอะไร?
ใครใช้ให้ทำ?
ทำไปเพื่ออะไร?
เอะ...เราชักมึนงงสงสัย
และหลงๆลืมๆ อีกครั้ง อีกครั้ง และอีกครั้ง
เรากลับมาอีกครั้ง มองผ่านดาวจระเข้ ...ไข่ทั้ง24ของท่านฟักตัวหรือยัง
ในขบวนรถไฟสายนั้น
มีเสียงสวดในเครื่องจักร ระงมยาว
วูล ล ล ล ล ล ลวูล












โดย : นวพล ลีนิน
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 19 เม.ย. ปี 2007 [ เวลา 12 : 52 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook