บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 4

กรุงงานเขียนเก่า 1
กรุงงานเขียนเก่า 2
กรุงงานเขียนเก่า 3
กรุงงานเขียนเก่า 4
กรุงงานเขียนเก่า 5


>> (แฟน) เพื่อนที่รัก 3

เรื่อง : (แฟน) เพื่อนที่รัก 3

บทที่ 3 ความเข้าใจที่ต่างกัน

เมื่อเริ่มรู้ตัว เทปของผมก็เต็มไปด้วยภาพของเธอทั้งภาพเคลื่อนไหว

และรูปถ่ายแน่นอนว่าผมไม่ได้เจาะจงจะถ่ายแต่เธอหรอกครับ เพราะ

รูปคนอื่นๆก็มีเหมือนกัน แต่ให้เทียบดูแล้วกล้องผมมันมักจะถ่ายติด

แต่เธอเสมอ อาจเพราะเธอมีโฟกัสที่ผมต้องการพอดีก็ได้

และผมรู้สึกว่าผมถ่ายรูปได้สวยเมื่อได้ถ่ายเธอ ไม่ใช่ว่าเธอเป็นคน

สวยหรอกครับ อย่างที่ผมเคยบอกว่าเธอหน้าตาธรรมดามากๆ ไม่ได้

สวยโดดเด่นอะไรเลย แต่เชื่อว่าถ้าเดินสวนกันคุณต้องมองเธอแน่ๆ

ตาของเธอเป็นสิ่งที่ผมชอบมากที่สุด เธอตาไม่โตแต่ดูสดใสขนตา

เธอสวยทั้งงอนและยาวครับ เธอยังเคยบอกว่าตอนเด็กๆคนแถวบ้าน

ชอบทดชอบความยาวโดยการให้เธอ เอาก้านไม้ขีดมาวางบนขนตา

กระพริบตายังไม่หล่นเลย แต่ผมก็ไม่เคยให้เธอทดลองทำให้ดูหรอก

นะ ความเปลี่ยนแปลงอีกอย่างที่เข้ามาตอนนั้นก็คือ จากการที่ป๊อก อยู่

ชมรมเดียวกับเราทำให้กลายเป็นเพื่อนสนิทกับพวกเราไปด้วยแต่ก็ไม่

ใช่มาคลุกอยู่แต่กับพวกเรา เพราะป๊อกมันก็มีเพื่อนในกลุ่มอยู่แล้ว

ครับ แต่เมื่อเราจัดทริปไปเที่ยวกันเพื่อถ่ายรูปหรือวีดีโอป๊อกจะไป

ด้วยกันกับเราเสมอ(ก็มันอยู่ชมรมเดียวกับพวกเรานี่ครับ ไอ้ที่เป็นทริ

ปไปด้วยกันเป็นคณะใหญ่ทั้งชมรมก็มีครับแต่ส่วนมากเราจะไปกัน

เจ็ดคนมากกว่าเพราะว่าคนเยอะเรื่องแยะอันนี้เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่

ได้ครับ อ่อชมรมเรามีสมาชิก 21 คนครับ) และเสาร์-อาทิตย์เรามักมี

กิจกรรมทำร่วมกันเสมออย่างอาทิตย์นี้ เราไปทุ่งทานตะวันกันครับ

ขึ้นชื่อว่าเป็นสถานที่ที่เหมาะกับการถ่ายรูปอย่างยิ่งและที่สำคัญไม่

ไกลด้วย ผมได้ทั้งภาพนิ่งและเคลื่อนไหวของเพื่อนๆกลับมาประดับ

บนกำแพงในชมรมมากทีเดียว ผลงานของคนอื่นๆก็อยู่ในกำมือผม

เหมือนกันครับ เพราะเป็นเวรผมที่ต้องมาจัดการติดรูปในทริปนี้ น้ำ

ผึ้งชอบถ่ายรูปเพื่อนผู้หญิงทุกอิริยบทครับโดยเฉพาะตอนเผลอ แต่

จะเป็นรูปที่ดูดีเสมอไม่ใช่จ้องจะถ่ายแต่ภาพคนเผลอๆที่มักจะออกมา

ไม่ดี ผมเคยถามเธอว่าทำได้ยังไง เธอว่าเราต้องจับกล้องหันไปทาง

คนที่เราจะถ่ายตลอดเวลา และเมื่อได้มุมที่เค้าดูดีที่สุดก็กดชัตเตอร์

ทันที มีรูปนึงในทริปนั้นที่ผมชอบมากคือ รูปมิ้นต์นั่งยืดขาทั้งสอง

ข้างกับพื้นแล้วถ่ายโฟกัสที่เท้าไปจนเห็นทั้งตัว แต่จะเห็นเท้าชัดมาก

หน้าจะอยู่ไกลหน่อยดูเป็นมิติ จริงๆแล้วผมก็เป็นแค่คนที่ชอบถ่ายรูป

ไม่ได้มีความรู้ด้านนี้ หรือมีพรสวรรค์ใดๆหรอกครับ แต่ก็พอ

มองออกว่ารูปไหนถ่ายแล้วดูเป็นศิลป ผมชื่นชมกับรูปในมุมแปลกๆที่

เธอถ่ายไว้จนไม่ได้ยินเสียงคนเข้ามาในห้อง “ตั้งเป็นประธานชมรม

เลยดีมั้ยเนี่ย ทำไรอยู่คนเดียว” ผมตกใจจนเกือบตะโกนคำสบถออก

มา ดีที่ยั้งทัน “บ้า มาเงียบๆ จะมาปล้นรึไงแล้วมาทำอะไรไม่ทราบ”

มือก็โกยๆรูปบนโต๊ะที่กระจัดกระจายอยู่เข้าด้วยกัน “อ้าว ๆนี่มัน

ชมรมนะไม่ใช่ห้องส่วนตัวเข้ามาได้คนเดียวรึไงแล้วทำไรอยู่เนี่ย”

ไม่พูดเปล่าแต่เดินยื่นหน้าเข้ามามองรูปในมือ “ เป็นเวรเอารูปมาติด

น่ะสิ นี่วันหยุดเข้ามาทำไรเธอน่ะลืมอะไรไว้หรอ” “ เปล่าอะ มากะ

ไอ้มิ้นต์ พิกกี้ และก็ผักกาดจะไปดูหนังกันนัดเจอที่โรงเรียนแต่มาแล้ว

ยังไม่เจอใครก็เลยว่าจะเข้ามานั่งรอในชมรม ” ผมเลือกรูปที่จะนำมา

ติดบอร์ดตามกำแพงห้องต่อแต่ยังสนทนากับเธอต่อไป “ไปดูหนัง

เรื่องอะไรกันละ” “ไม่รู้หรอก ไปดูเอาน่าโรงอะไปด้วยกันป่ะ” “คัด

รูปอยู่ไม่เห็นหรอ” “โอ้ยย แค่นี้อะช่วยทำเดี๋ยวเดียวก็เสร็จ” แล้วเธอก็

โดดมานั่งบนโต๊ะใกล้ๆเริ่มหยิบรูปขึ้นมาดู “ป๊อกนี่ ถ่ายรูปไม่เอาไหน

เลยว่ะว่ามะ” ผมมองรูปในมือเธอและเผลอคิดเออออไปด้วย “แล้ว

วาดรูปก็ไม่เป็นด้วยอะแปลกมั้ย” “เคยเห็นมันวาดเหรอ” เธอพยัก

หน้าโดยยังพุ่งความสนใจไปที่รูปในมือ ในใจผมคิดว่า หรือที่เธอเข้า

มาในชมรมวันนี้มันมีอะไรมากกว่าที่จะมารอเพื่อนตามนัดเป็นไปได้

มั้ยว่าเธอจะมาดูรูปที่ป๊อกถ่ายไว้ “เธอว่า ป๊อกมันเข้าชมรมเราเพราะ

อะไร มันจะแอบชอบใครอยู่รึเปล่า” “ชอบใคร เธอน่ะเหรอ” ผมหลุด

ปากพูดไปแทบจะในทันทีจนเธอหันมาจ้องตาแป๋ว “บ้า ไม่ใช่โว้ย

หมายถึงคนอื่นในชมรม” “เธอคิดว่าใครละ” ผมเริ่มสนใจในหัวข้อ

สนทนานี้ซะแล้ว “ไม่รู้สิ อาจจะเป็นไอ้มิ้นต์ก็ได้” “ทำไมคิดว่ามัน

ชอบมิ้นต์ละ” “ก็เหมือนที่เธอชอบไง” สมองผมเบลอๆไปนิดนึงก่อน

จะเรียกสติกลับเข้ามา “เราอะนะชอบมิ้นต์” เออแหะผมยังไม่รู้ตัวเลย

นะเนี่ยว่าไปชอบยัยมิ้นต์นั่นตั้งแต่เมื่อไหร่ “เอออะดิ ฉันเห็นนะเว้ย

เธอชอบถ่ายรูปไอ้มิ้นต์” ผมเริ่มนึกทบทวนรูปถ่ายของตัวเอง จริงๆ

แล้วแต่ก่อนผมชอบถ่ายคนที่ไม่รู้จัก ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ที่ผมมักจับ

กล้องขึ้นมาถ่ายเพื่อนๆในห้อง แต่ผมนึกไม่ออกเลยว่าถ่ายรูปยัยมิ้นไว้

เยอะขนาดไหนถึงทำให้เธอคิดอย่างนั้นได้ แต่ก็แอบโล่งใจที่เธอไม่รู้

ตัวว่าจริงๆแล้วผมถ่ายรูปเธอตะหาก แต่ผมไม่โง่พอที่จะเอารูปทุกใบ

ที่เป็นรูปเธอมาแปะโชว์ในชมรม อาจเพราะเธอจะอยู่กับมิ้นต์ตลอด

ผมจึงถ่ายติดมิ้นต์มาด้วย และไม่ได้แยกรูปมิ้นต์ออกมาเลยทำให้ดู

เหมือนว่าผมจะถ่ายรูปมิ้นต์มากกว่าคนอื่น “เอากล้องมารึเปล่า” ผม

ถามเปลี่ยนประเด็น “เปล่าอะ ไปดูหนังนะจะเอากล้องมาถ่าย

อะไร” “’งั้นเอานี่ไปฝากถ่ายด้วย อยากได้รูปที่เป็นบรรยากาศไปเที่ยว

กัน ตามถนนหรืออะไรก็ได้” ผมยื่นกล้องตัวเองให้เธอ “แน่ะๆ จะถ่าย

รูปไอ้มิ้นต์ไว้อะดิ” “ถ่ายเพื่อนๆ เราชอบรูปที่เธอถ่ายมันสวยดี” เธอ

รับปากว่าจะถ่ายรูปมิ้นต์มาให้เยอะๆ แล้วเราก็คุยอะไรกันอีกนิด

หน่อย จับฉ่ายก็มาถึง พวกนั้นกรี๊ดกร๊าดกับรูปที่เพิ่งล้างเสร็จ และ

ช่วยผมติดบอร์ด ก่อนที่มิ้นต์จะมาถึงผมก็เสร็จงานแล้วขอตัวกลับไป

ก่อน และแอบจิ๊กรูปมิ้นต์ไปใบนึง (รูปที่โฟกัสเท้า) ไม่มีใครสนใจอยู่

แล้วว่ารูปจะหายไปกี่ใบ เพราะรูปจะเยอะมากและบางทีเราไปกัน

สองสามทริปถึงจะล้างรูปกันทีหนึ่ง คงไม่มีใครจำได้ว่าตัวเองถ่าย

อะไรไว้บ้าง นอกจากที่ผมจะสนใจในมุมที่ถ่ายของรูปนั้นแล้วมันยังมี

อย่างอื่นที่ผมไม่สามารถจะนั่งพิจารณาดูต่อหน้าเธอได้ เมื่อกลับถึง

บ้าน ผมเอารูปนั้นมาดู รูปนั้นถ่ายติดเพื่อนมาคนนึง มันอาจไม่แปลก

อะไรถ้าคนคนนั้นไม่ใช่ป๊อก แล้วมันก็มองกล้องซะด้วยผมคิดว่าบาง

ทีมันอาจจะไม่ได้มองกล้องแต่มองเลยไปหลังเลนส์ มองไปถึงคนที่

อยู่หลังกล้องหรือเปล่า และคนที่อยู่หลังเลนส์นั้นก็จงใจที่จะถ่ายติด

ป๊อกเช่นกัน ผมอาจจะคิดมากไปแต่ระหว่างสองคนนี้ผมว่ามันมีอะไร

แปลก ๆอยู่ซึ่งผมเองก็ตอบไม่ได้เช่นกัน ผมไม่รู้ว่าข้อสันนิฐานถูก

หรือเปล่า แต่ที่แน่ๆ เธอกำลังเข้าใจผมผิดคิดว่าผมสนใจยัยมิ้นต์อยู่

แล้วผมก็ไม่ปฏิเสธซะด้วยนะ หลังจากนั้นเธอก็จะส่งสายตาล้อเลียน

เวลาที่มีการสนธนาเกี่ยวโยงระหว่างมิ้นต์กับผม จนจับฉ่ายทั้งสอง

เริ่มที่จะสงสัย หลังจากที่เธอเอากล้องที่ผมฝากให้ถ่ายมาคืน ในนั้นก็

มีรูปหมู่เพื่อนๆและรูปเธอเองซะเป็นส่วนใหญ่แล้วตอนท้ายเธอยังพูด

ใส่กล้องว่า “โทษทีนะ คือรู้ว่าอยากได้รูปใคร แต่ว่ามันต้องมีสินบน

บ้างสิ หึหึ” อืมถ้าผมชอบมิ้นต์จริงๆ คงอยากจะบีบคอยัยนี่ทิ้งเลยที

เดียว ทั้งที่ตอนนี้ผมยังไม่รู้ว่ารู้สึกยังไงกับเธอ และอดคิดไม่ได้ว่านี่

ผมกำลังตกหลุมรักหรือเปล่า แล้วทำไมผมต้องบอกตัวเองเสมอว่าคิด

กับเธอแค่เพื่อน ทุกครั้งที่ผมเริ่มนึกถึงเธอ ทั้งที่ตอนนี้ก็มีเรื่องให้ต้อง

ถกเถียงกับตัวเองอยู่แล้ว มันก็มีเรื่องเกิดขึ้นอีกในวันนึงที่ผมไป

โรงเรียนแต่เช้า (สาเหตุคือ พ่อแม่ไม่อยู่บ้านและไม่มีอะไรจะกินตอน

เช้าต้องไปอาศัยข้าวโรงเรียนลองท้อง) ผมแวะโรงอาหารก่อนขึ้น

ห้องซื้อแซนวิสติดไปกินข้างบนเพราะคนจะเยอะขี้เกียจต่อแถว ไม่

ทันที่จะเลี้ยวที่มุมห้องผมเห็นเงาคนสะท้อนจากประตูหลังห้องที่ถูก

เปิดไว้ (ประตูแบบดึง บานประตูเปิดอ้าเข้าข้างในห้อง) ผมมองไม่

ถนัดว่าเป็นใครแต่กำลังก้มๆเงยๆอยู่ที่โต๊ะนร. จึงตัดสินใจยืนอยู่หน้า

ห้องยังไม่เข้าไป จนมีคนเดินออกมาทางประตูหลัง เธอตกใจนิด

หน่อยที่เห็นผมยืนนิ่งอยู่หน้าประตู อืม โง่จริงๆมายืนเป็นหุ่นให้น่า

สงสัยอยู่อย่างนี้มันน่าเคาะกระโหลกจริงๆ “ทำอะไรอยู่หรอ มายืน

ทำหน้าเกือบหล่ออยู่เนี่ย” “ทำของตกเลยหาอยู่” (ท่าทางไม่เหมือน

หาของอยู่เลยแต่คิดอะไรไม่ออกจริงๆ) “อะไรตก หัวใจเหรอ” ยักคิ้ว

ข้างซ้ายหนึ่งที ยิ้มแบบเจ้าเล่ห์ตรงมาหา “จะอ้วก น้ำเน่า แล้วผมก็รีบ

เดินเข้าห้องทางประตูหน้าไป เธอจะเชื่อที่ผมปลดไปหรือเปล่าไม่รู้

เพราะผมอยากรู้มากกว่าว่าเธอมาทำอะไร มันไม่ใช่ที่นั่งเธอ กลาง

ห้องแถวที่สี่คือโต๊ะเรียนเธอ แต่เธอเพิ่งจะเดินออกมาจากโต๊ะติด

กำแพงเกือบหลังห้อง มันไม่ใช่โต๊ะของป๊อกซะด้วยแต่ผมก็จำไม่ได้

ว่าใครนั่งโต๊ะตัวนั้น เพราะนักเรียนในห้องประมาณ 40 คนใจนึงก็

อยากรู้ว่าเธอไปทำอะไรตรงนั้นอีกใจนึงก็ให้นึกถึงมารยาทว่า มันเป็น

เรื่องส่วนตัวของเธอ แซนวิสมื้อเช้าค่อนข้างจะฝืดคอเสียแล้ว ใจผม

จดจ่อรอการมาถึงของเพื่อนในห้อง ไม่นานทุกคนก็เดินเข้าห้องมา

ผมจ้องโต๊ะตัวนั้นไม่กระพริบ ทั้งที่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอไปทำอะไรที่

โต๊ะตัวนั้นก็ยังอดอยากรู้ ไม่ได้ว่าใครเป็นเจ้าของโต๊ะแล้วป๊อกก็เดิน

เข้ามานั่งที่ว่างตรงนั้น ผมเกิดความกระจ่างขึ้นพร้อมกับความสงสัย

เลยถามออกไป “ไอ้ป๊อกแกย้ายที่นั่งเหรอวะ” “อ่อเมื่อวานไอ้นิคขอ

แลกที่ว่ะมันทะเลาะกะไอ้เก่ง” แล้วเรื่องนี้เธอรู้หรือเปล่านะผมคิดใน

ใจแต่ถ้าถามเธอ เอคงสงสัยว่าเมื่อเช้านี้ผมแอบเห็นเธอทำอะไรอยู่ที่

โต๊ะตัวนั้นหรือเปล่า และแล้วก็ไม่รู้อะไรตามเคยจนเย็นพวกเรามา

คลุกอยู่ในชมรม ทำป้ายโปสเตอร์กันอยู่แล้วป๊อกก็พูดขึ้นมา ”ภู หยิบ

EE ในกระเป๋าดิ๊” (เพื่อนจะเรียกผมว่าภู มันมาจากคำว่าภูเขา ซึ่ง

แปลได้จากชื่อจริงผมเองแรกๆเรียกภูเขา นานไปเหลือแต่คำว่าภู ดีที่

มันไม่เหลือคำว่า เขา ไว้) ผมค้นดินสอ EE ในเป้ของป๊อกแต่บังเอิญ

ไปควานเจอยาแก้หวัดที่แม๊กกระดาษโน้ตไว้ มีตัวหนังสือเขียน

ว่า “เป็นหวัดก็กินซะ” ผมส่งดินสอให้ป๊อก พร้อมกับที่ป๊อกมันจาม

พอดี “เป็นหวัดเหรอวะป๊อก” ผมอดถามไม่ได้ “ใช่ดิ มันนั่งจามทั้ง

วันไม่ได้ยินเหรอไง” มิ้นต์สวนขึ้น “เป็นหวัดกันถ้วนหน้าไอ้น้ำผึ้งก็

เป็น มันไม่จามแต่ไอทั้งวันเลย” ผมมองป๊อกและน้ำผึ้งสลับกันไปมา

แต่ทั้งคู่ไม่ได้แสดงท่าทีอะไรออกมาไม่แม้แต่จะสบตากันด้วย

ซ้ำ “โดนฝนเหรอเมื่อวาน” ทั้งคู่หันมามองที่ผม “ก็ติดฝนอยู่ที่ป้าย

รถเมลล์” ป๊อกพูดขึ้นก่อนแล้วมิ้นต์ก็เล่าต่อว่าเมื่อวานน้ำผึ้ง ป๊อกและ

เธอกลับบ้านพร้อมกันแล้วยังได้เห็นนิคกับเก่งทะเลาะกันจนนิคมันมา

ขอแลกที่นั่งด้วย ภาพทุกอย่าที่เคยพร่ามัวอยู่ๆก็เริ่มชัดเจนขึ้นตอน

นั้น


โดย : จอมยุทธไร้เงา
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 23 เม.ย. ปี 2007 [ เวลา 21 : 29 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook