บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 4

กรุงงานเขียนเก่า 1
กรุงงานเขียนเก่า 2
กรุงงานเขียนเก่า 3
กรุงงานเขียนเก่า 4
กรุงงานเขียนเก่า 5


>> (แฟน) เพื่อนที่รัก 4

เรื่อง : (แฟน) เพื่อนที่รัก 4

บททที่ 4 เรื่องเค้าและเธอที่ฉันไม่รู้

ดูเหมือนไม่ว่าความรู้สึกของผมจะเป็นเช่นไร ในตอนนั้นสิ่งที่รู้อยู่

แล้วก็คือ ต่อให้ผมชอบเธอขึ้นมาจริงๆ ก็อกหักแน่อยู่แล้ว หลังจากนั้น

1 อาทิตย์เต็มๆ ที่ผมได้นั่งในระยะที่ใกล้ป๊อกมากกว่าเดิม ผมเพิ่งรู้

ว่ามีผู้ชายเพอร์เฟคอยู่ใกล้ตัวมากขนาดนี้ เรียกว่าหน้าตา ฐานะ นิสัย

มันเป็นอะไรที่เรียกได้ว่าไม่มีที่ติ เว้นซะแต่เรื่องวาดรูปและเรื่อง

อารมณ์ศิลปินอะไรเทือกนั้น ที่มันแตกต่างจากน้ำผึ้งยัยนี่เข้าขั้นติสท์

ตัวจริง แต่เธอไม่ใช่พวกเซอร์ๆแต่งตัวอาร์ทๆอะไรแบบนั้นนะครับ

ใกล้งานกีฬาสีของโรงเรียนผมเป็นนักกีฬาจึงต้องซ้อมหลังเลิกเรียน

และเสาร์-อาทิตย์จึงไม่ค่อยได้เจอเพื่อนในชมรม นอกจากในชม.

เรียน ตอนนั้นเพราะเรื่องกีฬาทำให้สมองผมได้พักบ้างจากเรื่องของ

ทั้งสองคน วันนึงผมซ้อมวิ่งจนเย็น(เป็นนักวิ่งครับ) สนามค่อนข้าง

โล่ง ตอนที่กำลังนั่งพักเหนื่อยที่แสตนก็มีลูกบาสกลิ้งผ่านหน้าไป ผม

เงยหน้าขึ้นมาเจอเธอยืนยิ้มแต้อยู่ “ไงยะ จะลงแข่งโอลิมปิคเหรอ แค่

กีฬาสีเองนะเธอ” เธอเก็บลูกบาสขึ้นมาเดาะเล่น “ทำไมยังไม่กลับ เย็น

แล้ว” “อยู่เป็นเพื่อนไง ไม่ดีเหรอเล่นบาสกัน ” เออ คนเพิ่งซ้อมเสร็จ

เหนื่อยจะตายชวนเล่นบาส ห่วงกันซะจริงเลย เธอตัวไม่สูงแต่ก็ชู๊ต

แม่นเหมือนกันแหะสักพักเราทั้งคู่ก็นั่งหอบกันข้างสนาม เธอเดินหาย

ไปไม่นานก็กลับมาพร้อมน้ำเย็น 1 ขวด กับโค้ก 1 กระป๋อง แล้วยื่น

ขวดน้ำเย็นเจี๊ยบมาแนบข้างแก้มผม “เห้ย ทำไมของตัวเองเป็นโค้ก

ล่ะลำเอียงนี่หว่า” ผมติงพร้อมๆกับที่เอื้อมมือไปรับขวดน้ำ เธอก็ทิ้ง

ตัวลงข้างนั่งท้าวแขนไปข้างหลัง “ก็นึกว่านักกีฬาเค้าต้องกินน้ำเปล่า

นี่หว่า ร้อนว่ะ” แล้วเธอก็นั่งหันหลังมาชนกับผม โดยไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย

เธอก็พูดขึ้นมา “ถ้าเธอไม่อยากให้ใครเปียกฝนเธอจะทำไง” “อะไร

นะ ไม่เข้าใจ” งง จริงๆครับไม่เกทคำถาม “ก็บอกให้เค้าเอาร่มมา

ด้วย” เธอมุ่ยหน้าใส่ผม “โหยย ไรเนี่ยกระด้างที่สุดอะ” และผมก็ได้

มารู้ว่าตอนที่เธอกับป๊อกติดฝนที่ป้ายรถเมล์ มันเยื้องมาด้านหน้าทำ

เป็นดูสายรถเมล์แต่จริงๆแล้วมันยืนบังละอองฝนให้เธอครับ ไอ้นี่มัน

โรแมนติคจริงๆ ต้องยกให้มันไปครับ และผมก็ไม่รู้เรื่องเลยว่าตอน

นั้นทั้งสองคน เริ่มเกิดความรู้สึกดีๆ ให้กันที่มากกว่าคำว่าเพื่อนซะ

แล้ว เมื่อเช้าวันหนึ่งอากาศก็ครึ้มฟ้าครึ้มฝนแต่เย็นสบายดีฟ้าจะไม่จ้า

มาก ผมเดินเข้าห้องเรียนด้วยความสดชื่นเพราะอากาศแบบนี่แหละ

ที่รอมานาน ภาพตรงหน้าทำให้ผมก้าวขาชะงักไป น้ำผึ้งนอนหลับ

ฟุบอยู่บนโต๊ะ แล้วป๊อกก็คลุมเสื้อกันหนาวให้เธอ แต่คราวนี้ป๊อกมันรู้

ตัวหันมาเจอผม ดูมันก็เก้อๆ ไปเหมือนกันที่เห็นผมยืนเป็นหินอยู่หน้า

ประตู มันเดินออกมาทักและตบไหล่สองทีเบาก่อนเดินเลยออกจาก

ห้องไป แต่ผมยังหยุดยืนอยู่ตรงนั้นโดยไม่รู้เหตุผล ใจมันหวิวๆต่าง

จากก่อนหน้านี้มากเกินไปจนเหมือนร่างกายปรับสภาพไม่ถูก เมื่อเธอ

ค่อยๆ โงหัวขึ้นมาเท่านั้นสติผมจึงถูกดึงกลับมาอีกครั้ง แล้วเริ่มสาว

เท้าเข้าห้องไป “มีซ้อมเช้าเหรอไง มาแต่ไก่โห่” เธอทักขึ้นก่อน อยาก

จะถามกลับไปว่า แล้วเธอล่ะมาทำอะไรแต่เช้านักกีฬาก็ไม่ใช่แต่ทำได้

แค่พยักหน้ายังพูดอะไรไม่ออก เหมือนกินกล้วยเข้าไปในการแข่งกิน

วิบาก เธอขยับตัวสองสามทีก็ดึงเสื้อที่คลุมอยู่ขึ้นมา “อะไรเนี่ย เธอ

เหรอ” “ห่ะ อะไรนะตลกเหอะ” แล้วส่ายหน้าสุดชีวิต “อะไรอยู่กัน

สองคนไม่ใช่ของเธอแล้วของใครล่ะ และก็ส่ายหน้าเหมือนลิงตีฉาบ

อย่างนั้นมันน่าสงสัยนะ” เอ้า ยัยนี่ คนยิ่งเบลอๆอยู่มาไล่ต้อนอะไร

เนี่ย “เสื้อวอร์มใครก็ของคนนั้นละ เสื้อชั้นอยู่ในล็อคเกอร์” พอดีมัน

เป็นเสื้อวอร์มของห้องที่มีเหมือนกันทุกคนครับแยกไม่ออกว่าของ

ใครนอกจากเจ้าของมันจะเขียนชื่อแสดงความเป็นเจ้าของ หลังเลิก

ซ้อมในตอนเย็นผมเข้าไปเปลี่ยนเสื้อในล็อคเกอร์ตามปกติ แต่สังเกต

ว่าล็อกเกอร์มันโล่งๆ ชอบกล อ้าวเสื้อวอร์มหายนี่หว่าไม่ต้องรื้อค้น

มากก็รู้ได้ครับ เพราะล็อกเกอร์ใช่จะใหญ่โตอะไร “มาแล้วเหรอวะ

รอตั้งนาน” ป๊อกมันเดินถือลูกชิ้นปิ้ง 1 ถุง กับน้ำอัดลมเข้ามายื่น

ให้ “มีไรวะ อยู่ที่สนามไม่ไปหาละ” มันส่ายหน้า ทำหน้าประหลาดๆ

อยู่คู่หนึ่ง “เอ่อ เรื่องเมื่อเช้าอะในห้องเรียน” “อ๋อ ไม่มีใครรู้หรอก น้ำ

ผึ้งก็ไม่รู้” มันพยักหนาช้าๆ “เอ่อ คือมีอีกเรื่อง เสื้อวอร์มแกอยู่กับน้ำ

ผึ้งว่ะ ชั้นเอาไปใส่ให้เมื่อเช้า” อ้าว ไหงทำงั้นวะเนี่ยอึ้งไปชั่วครู่ “ก็

กำลังจะเอาเสื้อมาคืนแก ที่ยืมไปวันก่อนแล้วเห็นยัยนั่นฟุบขดตัว

เหมือนจะหนาวๆอยู่เลยเอาไปใส่ให้ไม่ทันคิด” ความทรงจำย้อนกลับ

มาครับอาทิตย์ที่แล้วป๊อกมันมายืมเสื้อวอร์มใส่เพราะมันไปทำเสื้อ

เปื้อนอะไรซักอย่าง ตอนนั้นก็เออออไปไม่ได้สนใจ จนลืมไปเลย “เอ่อ

แล้วแกจะไปเอาคืนมาให้ชั้นใช่มั้ย” “คือ ไหนๆก็ไหนๆแล้วนะชั้นพูด

กับแกตรงๆเลยละกัน น้ำผึ้งไม่รู้เรื่องที่ชั้นชอบเค้าหรอกแล้วชั้นก็ไม่

อยากให้รู้ตอนนี้” “แล้วจะให้ชั้นเดินดุ่มๆไปเอาเสื้อกลับมาด้วยเหตุว่า

อะไรละวะ” หลังจากนั้นก็นั่งคิดกันไปร้อยแปดเหตุผล จนสุดท้ายผม

ก็บอกเดี๋ยวไปเอาเอง ไปคิดเอาดาบหน้าเพราะฝนเที่ตั้งเค้าเมื่อเช้าเริ่ม

โปรยแล้ว ....เช้านี้ตื่นมาก็กระสับกระส่ายพิกลมวลๆในท้องจนกิน

ข้าวเช้าไม่ได้เพราะกลัวข้าวจะพุ่งครับ ไม่รู้ยัยนั่นจะรู้รึเปล่าเพราะ

ผมเขียนชื่อเล่นไว้ที่ปลายแขนเสื้อด้านใน แต่มันก็ตัวไม่โตและอยู่ใน

ที่ ที่ชาวบ้านเค้าไม่เขียนกันเธออาจจะไม่ทันเห็นก็ได้ คิดไปคิดมาก็

เลยไปโรงเรียนสาย (เกี่ยวเปล่าหว่า) โดนทำโทษอีกตะหากแต่โชคดี

อ.ยังไม่เข้าห้องแต่เพื่อนก็เต็มห้องเลยเรื่องเสื้อวอร์มต้องพักไว้ก่อน

ไว้ตอนอยู่คนเดียวซึ่งก็ยากมาก แล้วโอกาสก็มา ตอนพักกินข้าว เธอ

ยืนซื้อน้ำอยู่ไร้ร่องรอยหมู่มิตรฝูงนกกระจอก ต้องเข้าประชิดตัวแล้ว

โอกาสไม่ได้มากันบ่อยๆ “ เอ่อนี่เสื้อวอร์มตัวนั้นอะ เอามาเปล่าวันนี้”

เธอหันมามองทำหน้าเจ้าเล่ห์ซึ่งก็อธิบายไม่ถูกเหมือนกันคงต้องไป

เปิดดูละครช่อง 3 5 7 9 “ จะมาบอกว่าเสื้อเธอรึที่เอามาคลุมให้ชั้น

น่ะ” ไม่ทันตั้งตัวครับตอนนั้น “รู้รึเปล่าว่าเสื้อใคร” ถามกันเหนี่ยว

เผื่อไม่รู้จะได้โบ้ย “ก็ไม่แน่ใจหรอก เพราะในห้องเราน่ะคนที่ใส่เสื้อ

เบอร์L มีตั้งเจ็ดคนแต่ที่รู้น่ะคนที่ยังไม่ได้ใส่เสื้อวอร์มมาโรงเรียน

เลยมีแค่สองคนเลยรอคนมาสารภาพ” พระเจ้าช่วยนี่ช่างตั้ง

สมมติฐานเหลือเกินนะแล้วใครฟ่ะไอ้อีกคนนึงเนี่ย ช่วงนั้นอากา

สเย็นๆเพราะฝนตกครับแถมบางวันไปเรียนห้องแอร์จริงมีการเอา

เสื้อวอร์มมาใส่กันอย่างหนาตา “เออ เสื้อชั้นเองเอามาเปล่าจะเอาไป

ซักหนาวอยากใส่แล้วเดี๋ยวตกเทรน” จนมุมแล้วในที่สุดต้องบอกไป

อย่างนี้ละ “แล้วทำไมตอนแรกไม่ยอมรับล่ะ” “อ้าวก็ตกใจ หน้าเธอ

ตื่นมาเลยโบ้ยไปก่อน นี่เห็นนั่งสั่นเป็นลูกนกหรอกนะเลยสละเสื้อไป

ให้หนาวจะตายเช้านั้น” “เออๆเอามาแต่ซักแล้วอยู่ในห้องขึ้นไปหยิบ

ให้” คิดว่าหมดเรื่องแล้วก็พอดีหันไปเห็นยัยจับฉ่ายยืนมองตาเป๋งท่า

ทางว่าจะได้ยินอะไรซะด้วยสะดุ้งเฮือกเลยสิครับ “มาตั้งแต่เมื่อไหร่

น่ะ” เธอทักก่อน

“นานพอจะจับต้นชนปลายเรื่องนายเสื้อวอร์มปริศนานั่นได้แล้วล่ะ”

ฝันร้ายของวสันตฤดูเริ่มต้นแล้วครับจากตรงนี้ บ่ายนั้นผมได้เสื้อวอร์

มคืนพร้อมกับตำแหน่งมดแดง(แฝงพวงมะม่วง) คุณเคยถูกเพื่อนล้อ

เรื่องไปแอบชอบใครรึเปล่าครับ ถ้าเคยคุณคงเข้าใจผมดีใน

สถานการณ์นั้น ไม่ว่าเรื่องใดๆถึงมันจะเคยเกี่ยวกับตัวคุณเลยเช่นใน

บทเรียน ขุนช้างขุนแผนเมื่อพูดถึงเพื่อนแอบรักเพื่อนคุรจะกลายเป็น

กรณีศึกษาของชั้นเรียนไปเลย ทุกที่ทุกแห่งที่ย่างกรายจะได้รับความ

สนใจและพูดถึงเสมอ ผมเลือกที่จะนิ่งเฉยด้วยน้ำท่วมปากพูดอะไร

ไม่ได้ เพราะไอ้ป๊อกไม่อยากให้น้ำผึ้งรู้เรื่องนี้ก็หมดสิทธิ์อธิบายความ

จริง ปฏิเสธก็จะไปกระเทือนใจน้ำผึ้งหรือเปล่า แต่ไม่ยอมรับแน่นอน

แล้วเย็นนั้นหลังผ่านสงครามกลับมาถึงบ้านได้ค่ำๆป๊อกโทรมาขอ

โทษ แต่ผมไม่ได้โกรธมันเลยจริงๆ เพราะผมก็ไม่รู้ว่ากำลังโกหกตัว

เองอยู่หรือเปล่าถ้าบอกไปว่า ผมไม่ได้คิดอะไรกับน้ำผึ้ง ป๊อกอาจ

กำลังเผชิญความรู้สึกแบบเดียวกับผมอยู่ก็ได้ ผมขอคุณสวรรค์ที่น้ำ

ผึ้งยังเหมือนเดิมแม้เธอจะเจอสิ่งเดียวกับที่ผมเจอ ก็ตามเธอไม่ได้

หลบหน้า แสดงทีท่าว่าผมไปแอบชอบเธอทุกอย่างสำหรับผมยัง

เหมือนเดิม นี่คงเป็นอีกเหตุผลที่ผมไม่ซีเรียสกับเรื่องที่เกิดขึ้นจนเกิน

เหตุไป แล้วน้ำผึ้งละจริงๆแล้วคิดยังไงอยู่กันแน่ แต่ท่าทางที่ผมเดาก็

คือเธอก็มีใจให้ป๊อกนั่นแหละ หรือเธอก็จะไม่รู้ใจตัวเองเหมือนกัน

แล้วผมละ ถ้าเธอคิดว่าผมชอบเธออยู่เธอจะมองผมต่างไปจากเพื่อน

คนอื่นหรือเปล่า จะเริ่มสนใจมองผมในแบบที่ไม่ใช่เพื่อนหรือเปล่า

แล้วเรื่องพวกนี้ก็เริ่มมากวนพื้นที่ ในการคิดเรื่องอื่นๆ ...ในวิชาดนตรี

วันนี้พวกเราเลือกเครื่องดนตรีกัน (เล่นไม่เก่งกันหรอกครับแค่พอ

ถูไถ) น้ำผึ้งขอร้องนำในวงที่เราจับกลุ่มกัน แล้ววันนี้ต้องแสดง เธอ

ร้องเพลง love fool ได้สะใจมากและก็เพราะเลยละครับ พร

สวรรณ์เยอะเหมือนกันนะยัยนี่ แถมท้ายด้วยการเปิดเพลง That

thing you doเต้น ยอมรับว่าเต้นได้โคตรบ้าเลย แล้วป๊อกมันก็ดูจะ

ชอบในความบ้าบิ่นของเธอมากซะด้วย ดูจากสายตา และทำไมผม

ต้องคอยมองมันด้วยว่ามันจะสนใจน้ำผึ้งเมื่อไหร่ คงไม่ใช่ว่าหึง

หรอกนะ เหอะๆ ชนักที่ติดหลังอยู่ยังดึงไม่ออกเลย



โดย : จอมยุทธไร้เงา
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 4 พ.ค. ปี 2007 [ เวลา 2 : 24 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook