บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 5

กรุงงานเขียนเก่า 1
กรุงงานเขียนเก่า 2
กรุงงานเขียนเก่า 3
กรุงงานเขียนเก่า 4
กรุงงานเขียนเก่า 5


>> กาแฟหอมกับหนังสือน่าอ่าน

เรื่อง : กาแฟหอมกับหนังสือน่าอ่าน

น้ำรินเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในเวลากลางวัน แต่ช่วงเย็นถึงดึก
เธอทำงานพิเศษเป็นพนักงานร้านกาแฟเฟรนด์ไชน์ชื่อดังในสถานีเติมน้ำมัน
ชานกรุงเทพมหานคร..
น้ำรินจัดได้ว่าเป็นหนอนหนังสือตัวยงก็ว่าได้เธอเสียสตางค์ไปกับหนังสือไม่
น้อยซึ่งเธอไม่ต้องการที่จะรบกวนทางบ้านมากไปกว่าค่าเทอมและค่าหอพัก
เธอจึงหางานพิเศษทำและงานในร้านกาแฟนี้เป็นงานที่เธอเลือกที่จะทำเนื่อง
จากไม่หนักนักและมีเวลาให้เธอได้อ่านหนังสือได้ในช่วงที่ลูกค้าไม่มาก
ในเวลากลางวันหรือช่วงเย็นซึ่งเธอไม่มีเรียนเธอจะใช้เวลาอยู่ในร้านหนังสือ
หรือห้องสมุดเป็นส่วนใหญ่นั่นอาจเป็นสาเหตุให้น้ำรินต้องสวมแว่นสายตา
ซึ่งเพื่อนเคยล้อเธอว่าเวลาเธอใส่แว่นดูเหมือน"ครูไหวใจร้าย" ยกเว้นช่วงที่
เธอมาทำงานในร้าน น้ำรินจะถอดแว่นเพราะเห็นว่าร้านเล็กนิดเดียว มองยัง
ไงก็เห็นทั่วร้านอยู่แล้วและเธอเองก็ไม่ต้องการที่จะสวมแว่นไว้ตลอดทั้งวันและ
ทั้งคืน..ซึ่งเธอเองก็คงไม่รู้ว่าเมื่อเธอถอดแว่นแล้วหน้าตาเธอก็จัดอยู่ในขั้น
ใช้ได้ทีเดียว
ร้านที่น้ำรินไปเลือกซื้อหนังสือและแอบอ่านเป็นประจำคือร้านดอกหญ้าซึ่งอยู่
ไม่ไกลจากร้านกาแฟร้านนี้มากนัก เธอจำได้ว่าเจ้าของร้านนั้นเป็นผู้ชายหน้า
คมเข้มและมักมองเธอบ่อยๆเวลาเธอแอบอ่านหนังสืออยู่ที่มุมใดมุมหนึ่ง
ซึ่งเธอก็ไม่เข้าใจ ทั้งที่คนในร้านก็ยืนอ่านกันแบบไม่ต้องแอบตั้งหลายคน
ทำไมไม่ไปจ้องพวกนั้นบ้าง นี่เธอพยายามแอบแล้วนะ แล้วบางทีก็ซื้อไป
ตั้งหลายเล่ม อ่านแค่นี้ไม่เห็นจะเป็นไร...เธอเคยจ้องมองเขาอยู่หลายครั้ง
หน้าตาคมๆ ผิวเข้มๆ ท่าทางเอาจริงเอาจัง และรอยยิ้มที่มีให้กับลูกค้าสาวๆ
..ยี้.. เธอคิด ก็เขาไม่เคยยิ้มให้เธอซักครั้งนี่นา..

ในร้านกาแฟลูกค้าประจำส่วนใหญ่เป็นขาจรที่แวะมาเติมน้ำมัน ขาประจำที่เธอ
ก็มีเพียงเขา...
ชายหนุ่มที่แต่งตัวตามสบายแต่มักจะเมามาทุกทีและสั่งกาแฟขมๆเพียงแก้วเดียว
เขามักจะมาประมาณสี่ทุ่มไปแล้ว น้ำรินเคยถามเพื่อนๆในร้านว่าในวันอื่นๆที่
เธอไม่ได้มาขาย ชายหนุ่มมีพฤติกรรมอย่างไร แต่เพื่อนๆทุกคนกลับบอกว่า
เขาเลือกมาเฉพาะวันที่น้ำรินมาขาย...เอ..หรือเขาจะมาจีบเธอนะ...
แต่เธอมาทำงานที่ร้านนี้ก็เกือบปีแล้ว ..เขาพูดกับเธอไม่กี่ประโยค ส่วนมาก
ก็เป็นเรื่องหนังสือที่เธออ่าน..
"เรื่องนี้สนุกหรอครับ.."เขาถามเมื่อเห็นเธอนั่งอ่านหนังสืออยู่หลังเคาท์เตอร์
"ค่ะ" น้ำรินตอบสั้นๆ
"คุณคงชอบอ่านหนังสือ"เขาพยายามชวนคุย
"ค่ะ" เธอตอบ
และจากนั้น เขาและเธอก็แทบไม่เคยได้คุยกันเลย บางครั้งเธอก็อยากจะถามว่า
ทำไมเขาจะต้องมีกลิ่นเหล้ามาทุกวันและก็มาดื่มกาแฟดำแก่ๆตาม ..เอ..
หรือจะมีแม่บ้านดุ เลยต้องมาดื่มกาแฟให้สร่างก่อนเข้าบ้าน....แต่เธอก็ชอบ
รอยยิ้มของเขาที่มีให้เธอ ...ดูดีกว่าอีตาเจ้าของร้านหนังสือตั้งเยอะ..

วันนี้เป็นวันที่ลูกค้าแน่นร้านวันหนึ่งของน้ำริน เด็กวัยรุ่น คนหนุ่มสาว ต่าง
ออกมา ซื้อกาแฟและนั่งคุยกัน ... นี่ละน้า วันวาเลนไทน์ เธอคิด
น้ำรินและเพื่อนไม่ได้หยุดพักเลยจนกระทั่งสามทุ่มครึ่ง ลูกค้าขาจรทั้งหลาย
ได้ทยอยกันกลับจนหมดแล้ว
เขา..ลูกค้าประจำของเธอเปิดประตูเข้ามาและตรงมาที่เคาท์เตอร์ นำรินได้
กลิ่นแอลกอร์ฮอร์อ่อนๆเหมือนทุกครั้ง...
"ขอเอสเปรโซ่ร้อนครับ .." เขาบอก
"สักครู่ค่ะ รอที่ก็โต๊ะได้นะคะ เดี๋ยวไปส่งให้"น้ำรินตอบ
เขาอ้ำอึ้งอยู่หน่อยก่อนจะถามเธอ.."ผมนั่งทานที่เคาท์เตอร์ได้มั้ยครับ ?"
น้ำริน มองหน้าเขางงๆ แต่ก็พยังหน้า "ค่ะ"
เพื่อนสาวของน้ำรินที่เป็นพนักงานขายอีกคนหันมายิ้มและยักคิ้วให้เธอก่อนจะ
กระซิบ... "ฉันอยู่ข้างนอกนะ ถ้าต้องการสลัดทิ้งบอก จะมาช่วย.."
"บ้า.. "น้ำรินกระซิบตอบพร้อมกับหยิกแขนแต่เพื่อนตัวดีก็วิ่งไปหลัง
ร้านแล้ว

น้ำรินวางกาแฟแก้วนั้นตรงหน้าเขา ก่อนจะถาม"ต้องการอะไรเพิ่มมั้ยคะ?"
" ไม่เป็นไรครับ คุณน้ำริน" เขาตอบ เธออดแปลกใจไม่ได้ว่าทำไมเขาถึง
รู้ชื่อเธอแต่ก็นึกได้ เพื่อนตัวดีแน่ๆเลย..
"วันนี้ไม่อ่านหนังสือหรอครับ" เขาถาม
"พอดี ช่วงนี้ใกล้สอบค่ะ เลยไม่มีเวลาไปเลือกหนังสือเลย" เธอตอบ
"มาขายกาแฟแบบนี้อ่านหนังสือทันหรอครับ" เขาถาม
"ก็ค่ะ ก็อ่านช่วงเย็นๆค่ะ ดีที่ตั้งใจเรียนตอนอาจารย์สอนเลยไม่ต้องทบทวน
เยอะ" เธอตอบ
"น้ารินเคยแปลกใจมั้ยครับว่าทำไมผม ถึงมาที่นี่บ่อยๆโดยเฉพาะเวลาที่น้ำริน
มาทำงาน" เขาถาม
"ค่ะ " เธอตอบได้แค่นั้น แต่หัวใจเธอเต้นตุ๊บ ตุ๊บ สงสัยจะเริ่มจีบแล้ว เธอคิด
"ผมตั้งใจมาคุยกับน้ำริน ตั้งนานแล้วแต่ก็ไม่กล้าซักที" เขาบอก
"ผมเป็นคนขี้อายน่ะครับ.."เขาบอกและหัวเราะออกมา
น้ำรินมองอย่างลืมตัว ท่าทางที่หัวเราะอายๆเหมือนเด็กๆของเขาก็ดูดีนะ..
ถ้าจะไม่เมา...
"แล้ววันนี้ทำไมกล้าล่ะคะ... " น้ำรินถาม
เขานิ่งไปอีกอึดใจเหมือนรวบรวมความกล้าก่อนจะบอก
"ก็ น้ำรินเรียนปีสุดท้ายแล้วนี่ครับ หลังสอบแล้วก็ไม่รู้ว่าจะได้เจอกันอีกมั้ย"
...โห สืบประวัติมาเสียละเอียดเลยนะ จะเสียมารยาทไปหน่อยแล้ว เธอคิด
เอาน่า ฟังอีกหน่อย เผื่อได้ข้อมูลเพิ่ม... น้ำรินตัดสินใจ
"ผมเห็นน้ำรินที่ร้านหนังสือบ่อยๆ แต่ก็ไม่กล้าทัก อยากจะทำความรู้จักแต่ก็ยัง
ไม่กล้า"เขาพูดต่อ
"เลยตามมาทานกาแฟที่ร้าน ... ก็ยังไม่กล้า"
คราวนี้น้ำรินมองหน้าเขาตรงๆ พร้อมกับขมวดคิ้ว..
"แต่เราไม่แทบไม่เคยรู้จักกันเลยนะคะ?" น้ำรินถาม พร้อมกับนึก ร้าน
หนังสือหรอ ไม่เห็นมีใครที่แอบดูเราเลยนี่นา นอกจากเจ้าของร้านตาดุนั่น
"เวลาไปที่ร้านน้ำรินหลบแล้วนะ ยังมีคนเห็นอีกหรอ"เธอถาม..
เขายิ้มอีกแล้วก่อนที่จะพูด " แล้วน้ำรินทำไมต้องหลบล่ะครับ"
"ก็ไปยืนอ่านหนังสือในร้านเค้า ตาเจ้าของร้านหน้าดุชอบมองน่ะค่ะ"เธอตอบ
"มีคนอ่านตั้งเยอะ ทำไมมาดุรินคนเดียวก็ไม่รู้" เธอบ่น
"คุณบอกเจอรินที่ร้านบ่อยๆ เคยโดนตาเจ้าของร้านจอมโหดจ้องมั้ยคะ"
น้ำรินถาม เขาอึกอักอีกครั้ง ก่อนจะตอบ
"เอ่อ ก็ ไม่นะครับ ที่เค้ามองเค้าอาจจะชอบคุณน้ำรินก็ได้ แต่ไม่กล้าบอก"
น้ำรินหัวเราะจนเห็นฟันซี่เล็กๆที่เรียงอยู่
"หรอคะ ผู้ชายแถวนี้เป็นอย่างนี้ทุกคนเลยหรอคะ" เธอถามเขา
เขาเกาศีรษะอย่างไม่รู้จะทำอะไรพร้อมกับหัวเราะ
"ไม่ละมังครับ คงมีไม่กี่คนมั้ง เชื่อมั้ย ปกติผมไม่ทานเบียร์นะ แต่คิดว่า
ถ้ามีแอลกอฮอร์นิดหน่อยจะทำให้ผมกล้าขึ้น ก็เลยทานมาก่อนเข้าร้าน"
เขาบอก
"แล้วได้ผลมั้ยคะ" น้ำรินถามพลางหัวเราะ เหมือนกำแพงระหว่างเขาและ
เธอนั้นเบาบางลง
"ก็ไม่ได้ผลจนวันนี้ละครับ" เขายิ้ม น้ำรินอดแอบมองรอยยิ้มของเขาไม่ได้
เรานี่ก็เจ้าชู้ไม่เบานะเนี่ยน้ำรินคิด
"ต่อไปไม่ต้องพึ่งเบียร์แล้วล่ะ คิดว่าอย่างนั้นนะ"เขาบอก
น้ำรินเอื้อมมือไปหยิบถ้วยกาแฟที่อยู่ตรงหน้าเขา
"เดี๋ยวรินชงให้ใหม่ค่ะ เย็นหมดแล้ว" เธอบอก
"ไม่เป็นไรครับ "เขาเอื้อมมือไปจับแก้วกาแฟไว้ หลังมือสัมผัสกันอย่างไม่
ตั้งใจ ด้วยความตกใจน้ำรินปล่อยให้แก้วกาแฟหก และเปื้อนแขนเสื้อขาว
สะอาดของเขา
"อุ๊ย รินขอโทษค่ะ " น้ำรินกระวีกระวาดหยิบผ้าเช้ดหน้าสีชมพูอ่อนออกมา
เช็ดแขนเสื้อให้เขา
"ไม่เป็นไรครับ ผมเช็ดเองได้" เขาบอก
น้ำรินจึงปล่อยให้เขาเช็ดแขนเสื้อด้วยผ้าเช็ดหน้าของเธอ และเธอวุ่นวายอยู่กับ
การเช็ดคราบกาแฟบนโต๊ะที่หกอยู่
"ผ้าเช็ดหน้าคุณริน เปื้อนหมดแล้ว ผมเอากลับไปซักให้นะครับ"เขาบอก
น่านแน่...ทำตัวสนิทสนมอีกแล้ว เรียกเรารินเฉยๆซะแล้ว เธอคิด แต่ก็ยัง
ยิ้มให้
"ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวรินซักเองได้ ความผิดของรินเอง" เธอบอกเขา
"ไม่ล่ะครับ ความผิดผมต่างหาก ...พรุ่งนี้คุณน้ำรินไม่มาที่ร้านใช่มั้ยครับ"
เขาถาม
"ค่ะ" น้ำรินตอบ
"ถ้างั้น ผมเอาผ้าเช็ดหน้าไปคืนที่ร้านหนังสือได้มั้ยครับ" เขาถาม
อืม..ก็ดีเหมือนกันนะ มีพันธมิตรเสียหน่อย พรุ่งนี้จะยืนอ่านตรงหน้าอีตา
เจ้าของร้านตาดุนั่นเลย น้ำรินคิด ก่อนจะพยักหน้า
"ค่ะ งั้นเจอกันที่ร้านนะคะ แต่ คุณรู้หรอคะว่ารินจะไปกี่โมง"เธอถาม
เขาทำหน้างง ก่อนจะทำหน้าเหมือนนึกอะไรออกและยิ้ม
"ครับ จำได้ครับ เจอกันที่ร้านนะครับ" เขาบอกและจ่ายเงินค่ากาแฟให้เธอ
ก่อนจะออกจากร้านไปยังหันมาโบมือให้อีก ซึ่ง น้ำรินก็ขำแต่ก็ยังโบกมือตอบ
"สวีทกันจริงน้า...คู่นี้" เพื่อนตัวดีกลับเข้ามาแล้ว
"บ้า .." น้ำรินตอบอายๆ
"แล้ว เค้าชื่ออะไรจ๊ะ ทางานอะไร โสดรึเปล่า ?" เพื่อนของเธอถาม
ตายแล้ว น้ำรินคิด เธอไม่รู้อะไรสักอย่างเลยนี่นา
"ชั้นลืมถามอ่ะ" น้ำรินตอบเสียงอ่อยๆ
"โธ่เอ้ย ยายริน...." เพื่อนของเธอยิ้มให้แบบอ่อนใจ
วันรุ่งขึ้นหลังเลิกเรียน น้ำรินมาที่ร้านหนังสือ เหมือนคนจะแน่นกว่าทุกวัน
เมื่อเดินผ่านประตูเข้าไป น้ำรินเห็นชายหนุ่มเจ้าของร้านกำลังขะมักขะเม้นหุ้ม
ปกหนังสือให้ลูกค้ารายหนึ่งอยู่และมีอีกหลายรายที่กำลังรอคิวอยู่
ดีละ วันนี้ตาเจ้าของร้านตาดุท่าทางยุ่งมากๆ เดี๋ยวจะอ่านนิยายให้จบเล่มเลย
น้ำรินคิด แต่ เอ๊ะ เธอเห็นชายหนุ่มส่งยิ้มให้เธอ น้ำรินหันหน้าหันหลัง เพราะ
เธอเองก็ไม่เชื่อว่าชายหนุ่มจะยิ้มให้ สงสัยจะกินยาผิดขนาด เธอคิด

น้ำรินพยายามมองหา เขา .. ของเธอ แต่ก็ไม่เจอ เธอจึงเดินไปเลือกหนังสือ
เล่มหนึ่ง และยืนอ่านที่หน้าชั้นหนังสือพร้อมกับแอบมองชายหนุ่มเจ้าของร้าน
น้ำรินยิ่งแปลกใจขึ้นไปอีกเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มมองมาทางเธอและยิ้มให้
...วันนี้มาแปลกแฮะ ... น้ำรินคิด ..ไม่เอาดีกว่าเข้ามุมเหมือนเดิม
ดีกว่า...น้ำรินจึงเดินไปที่มุมประจำของเธอ ..ไม่รู้ว่าเธอคิดไปเองหรือเปล่า
แต่เธอรู้สึกว่าชายหนุ่มจะชะโงกมองเธอเมื่อเธอหลบมา ..โห ..นี่ถ้าไม่
ติดว่าลูกค้าเยอะคงมาบ่นเราแน่เลย น้ำรินคิด..
น้ำรินอ่านหนังสือไม่ค่อยรู้เรื่องเพราะมัวแต่ชะเง้อหา..เขา..แต่ก็ไม่เจอ
เธอมองไปยังเค้าท์เตอร์หน้าร้านพบชายหนุ่มกำลังสาละวนกับการหุ้มปกลูกค้า
คนหนึ่ง .. น้ำรินหยิบหนังสือเล่มที่อ่านค้างไว้และเดินไปที่เคาท์เตอร์เพื่อ
จ่ายเงิน ... โดนเบี้ยวซะแล้ว..ความมั่นใจหายหมดเลย..น้ำรินคิด
ชายหนุ่มเจ้าของร้านยกแขนขึ้นซับเหงื่อบนใบหน้าก่อนจะถอนหายใจ
"ริน..ผมขอโทษ.." น้ำรินขมวดคิ้ว อีตาเจ้าของร้านมาขอโทษชั้นทำไม
"วันนี้ลูกค้าเยอะมากๆเลย ยังไม่ได้หยุดเลยเนี่ย"ชายหนุ่มบ่น
..น้ำรินยังคงขมวดคิ้วเข้มอยู่..แต่เอ ..เสียงของเขาคุ้นๆจัง..
ชายหนุ่มเห็นน้ำรินขมวดคิ้วจึงหลุดหัวเราะออกมา
"ริน ช่วยถอดแว่นออกแป๊บนึงได้มั้ยครับ" ชายหนุ่มบอก
"ค๊ะ" น้ำรินมองหน้าเขางงๆ แต่เหมือนจะนึกอะไรได้ และก็ถอดแว่นออก
แต่โดยดี..
สิ่งที่เห็นก็คือภาพเบลอๆและยิ้มของ "เขา" ที่เข้ามาที่ร้านกาแฟเกือบทุกวันที่
น้ำรินทำงาน
"ตายแล้ว!" น้ำรินอุทาน นี่ถ้าดำดินลงไปได้เธอคงทำไปแล้ว
"ผมเพิ่งจะนึกออกเมื่อคืนนี้เอง ว่าน้ำรินคงจำผมไม่ได้" ชายหนุ่มบอก
"นี่ครับ หลักฐาน" เขายื่นผ้าเช็ดหน้าสีชมพูที่ซักจนไม่เหลือคราบกาแฟ
และรีดมาอย่างเรียบร้อย
"ที่ผมรู้เรื่องรินนิดๆหน่อยๆก็มาจากประวัติสมาชิกของร้านที่รินสมัครไว้น่ะครับ"
เขาแก้ข้อสงสัยให้
"วันนี้ รินไม่ต้องไปทำงานที่ร้าน ..ผมเลี้ยงข้าวซักมื้อได้มั้ยครับ"เขาถาม
น้ำรินยังก้มหน้างุด แต่ก็อมยิ้มให้กับความเปิ่นของตัวเอง
"ริน นั่งรอผมที่ เก้าอี้หลังเคาท์เตอร์ก็ได้ครับ " ชายหนุ่มเหมาเอาเองว่า
น้ำรินคงไม่ปฏิเสธ
"ไม่ล่ะค่ะ" เธอตอบ พร้อมกับเห็นสีหน้าผิดหวังของเขา..
"ลูกค้าเยอะแบบนี้ รินช่วยทำงานดีกว่า..ไม่นั่งรอหรอก ดีกว่ามั้ยคะ"เธอ
ตอบยิ้มๆ พร้อมกับหยิบแว่นมาสวมเหมือนเดิม
เขายิ้มตอบพร้อมกับเปิดประตูเคาท์เตอร์ให้น้ำรินเข้าไป..
...อืม ..เค้าก็น่ารักดีนะ... ดูชัดๆยิ้มน่ารักกว่าเมื่อวานอีก..
นำรินคิด พร้อมกับ เอื้อมมือรับหนังสือจากลุกค้าอีกรายมาหุ้มปก......
บรรยากาศในร้านอบอุ่นขึ้นจนรู้สึกได้.....

....................................
โดย : กลิ่นกาแฟ
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 18 พ.ค. ปี 2007 [ เวลา 12 : 5 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook