บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 5

กรุงงานเขียนเก่า 1
กรุงงานเขียนเก่า 2
กรุงงานเขียนเก่า 3
กรุงงานเขียนเก่า 4
กรุงงานเขียนเก่า 5


>> ในช่วงชีวิตหนึ่ง

เรื่อง : ในช่วงชีวิตหนึ่ง

เรื่อง ในช่วงชีวิตหนึ่ง
โดย ภัทรวรมัน

ในช่วงชีวิตหนึ่งของคนเรา อาจมีบ้างที่ต้องพบเจอกับเรื่องราวที่เลวร้ายจนเราแทบไม่อยากมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้เลยก็ได้ แต่ใครจะรู้ละค่ะว่าช่วงเวลาที่ดูโหดร้ายนี้ อาจจะเป็นช่วงเวลาที่มีค่าที่สุด ในชีวิตของคุณเลยก็ว่าได้ อย่างที่มันได้เคยเกิดขึ้นกับผู้หญิงตัวเล็กๆอย่างฉัน
หลังจากจบม.ปลายจากโรงเรียนประจำอำเภอ ๆหนึ่งในจังหวัดพิษณุโลก ฉันก็พาตังเอง เข้ามาอยู่ในสังคมเมือง ที่ดูวุ่นวายจนน่าปวดหัว และตามประสาลูกตาสีตาสา ที่ผิดหวังจากการสอบเข้ามหาลัยปิดและไม่มีเงินมากพอที่จะเข้าเรียนในมหาลัยเอกชนชื่อดัง ที่ค่าเทรอมๆหนึ่ง ครอบครัวของฉันใช้ได้เป็นปีๆ ฉันก็เลยมาเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยเปิดแห่งหนึ่ง พร้อมทั้งหาทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย แจกใบปลิวบ้าง แจกสินค้าตัวอย่างบ้าง ไม่เว้นแม้แต่รับซักรีดตามห้องพักนักศึกษาฉันก็ทำทั้งนั้น
ถึงค่าตอบแทนจะไม่ได้มากมายอะไร แต่มันก็ทำให้ฉันมีค่าเทรอม ค่าห้องพัก และค่าใช้จ่ายต่างๆในการดำรงชีวิต โดยที่ไม่ต้องแบมือขอเงินทางบ้านให้พ่อแม่ต้องวุ่นวายใจ แม้จะต้องหนื่อยบ้างแต่ฉันก็อดภูมิใจไม่ได้
การที่ต้องมาอยู่คนเดียวในสังคมเมืองใหญ่ ที่มีแต่การแก่งแย่งและแข่งขันกัน มันทั้งเหงาทั้งเดียวดายอยู่ไม่ใช่น้อย บางครั้งก็ทำให้ผู้หญิงตัวเล็กๆอย่างฉันอดท้อแท้ไม่ได้เหมือนกัน แต่ทุกครั้งที่ฉันรู้สึกท้อ ฉันจะบอกกับตัวเองเสมอว่า ไม่มีใครได้อะไรมาโดยที่ไม่ต้องเสียอะไรไป ถ้าฉันอยากได้ความรู้ก็ต้องเรียนต้องศึกษา ถ้าฉันอยากได้เงินก็ต้องทำงาน และถ้าอยากได้ทั้งสองอย่าง ก็ต้องทำทั้งสองอย่างให้ได้ในเวลาเดียวกัน ฉันต้องทำได้ ฉันได้แต่พร่ำบอกตัวเองอย่างนั้น
เคยเหมือนกันที่แอบอิจฉาเพื่อนนิดๆว่าทำไมฉันต้องทำอะไรๆมากมาย โดยที่เพื่อนๆไม่ต้องทำอะไรนอกจากเรียนๆๆแล้วก็เรียนอย่างเดียว แต่รู้ไหมว่าเมื่อเวลาผ่านไปความที่ฉันได้ทำอะไรมากมายนี่แหละ มันทำให้ชีวิตของฉันนั้นมีค่า มากกว่าการได้รับจากตำราเรียนเพียงอย่างเดียว ที่ไม่อาจหาซื้อได้ที่ไหนในโลก แม้ว่าจะมีเงินทองมากมายแค่ไหนก็ตาม นั่นก็คือประสบการณ์ชีวิต ที่ต้องเรียนรู้ด้วยตัวของตัวเอง
และในที่สุดฉันก็ประสบความสำเร็จในเรื่องการศึกษา และการงาน แต่แล้วชีวิตฉันที่ดูสดใสก็พลันต้องพังทลายลง เพราะผู้ชายคนหนึ่งที่ได้ชื่อว่าเป็นเพื่อนสนิทที่ฉันไว้เนื้อเชื่อใจ ว่าเป็นเพื่อนรักเขาเป็นคนดีในสายตาของฉันมาตลอดระยะเวลากว่า 10 ปี เราเรียนม.ต้น และม.ปลายมาด้วยกัน รู้จักกันมานาน สนิทกันมากแต่ต้องแยกจากกันเพราะเขาสอบเข้ามหาวิทยาลัยปิดชื่อดังได้ ไม่ได้เจอและติดต่อกันอยู่หลายปี จนมาเจอกันอีกครั้งในตึกที่ทำงาน ที่ฉันทำงานอยู่แต่คนละบริษัท เขาได้เข้าทำงานในบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์รายใหญ่ที่มีชื่อเสียง ส่วนฉันทำอยู่บริษัทเล็กๆที่ไม่ได้ใหญ่โตอะไร อาจเป็นเพราะความเหงาที่เกาะกินหัวใจมานาน หรือเพราะความหว้าเหว่ที่สังคมเมืองหยิบยื่นให้ จึงทำให้การเจอกันครั้งนี้เราจึงสนิทกันมากขึ้น สำหรับฉันเขาเป็นเพื่อนที่รู้ใจ เข้าใจฉันดีที่สุด ฉันก็ไว้ใจเขามาก ด้วย และเขานี่แหละที่ทำให้ฉันต้องเสียใจที่สุดในชีวิต
เขาใช้ความไว้เนื้อเชื่อใจของฉันยักยองเงินในธนาคารและทรัพย์สินมีค่าของฉันไปจนหมด แต่ที่เลวร้ายไปกว่านั้นเขาใช้ความสนิทและไว้ใจวางยา จนฉันต้องตกเป็นของเขาอย่างที่ไม่เคยคิดมาก่อนว่าเขาจะทำได้ ฉันพลาดอย่างไม่น่าให้อภัยตังเอง ที่ไว้ใจคนผิด ฉันพยายามที่จะหาคำตอบ ว่าเขาทำอย่างนั้นไปเพื่ออะไร แต่ดูจะไร้ประโยชน์ เพราะหลังจากวันนั้นฉันก็ไม่เคยได้พบหรือเจอเขาอีกเลย เขาลาออกจากงาน และหายตัวไปอย่างไร้ล่องลอย แต่นั่นยังไม่โหดร้ายเท่า กับที่ฉันได้มารับรู้ในเวลาต่อมาว่าฉันตั้งท้อง ท้องกับคนลวงโลก คนที่ฉันไม่ได้รัก คนที่ฉันเชื่อใจ ไว้ใจ คนที่ทำร้ายฉันได้ลงคอ และเขาก็คือเพื่อนสนิทที่แสนเลวของฉันเอง
เหมือนโลกทั้งโลกพังทลาย ความภาคภูมิใจที่มีต่อตัวเองดับสลายเพราะคนๆเดียวที่ฉันไว้ใจ ฉันได้แต่นั่งร้องไห้ ให้กับความโง่งมของตัวเอง อย่างสิ้นหวัง มันจับต้อนชนปลายไม่ถูก ไม่รู้ว่าจะเริ่มแก้ปัญหาตรงไหนก่อนดี จะแจ้งความดีไหม จะทำอย่างไรต่อไป ฉันอัปอายจนไม่รู้ว่า จะเอาเด็กไว้ดีไหม เพราะถ้าเอาไว้ก็ไม่รู้ว่าจะบอกกับพ่อ แม่ หรือแม้แต่เพื่อนที่ทำงานว่าฉันท้องได้ไง และกับใคร หรือถ้าให้ฉันไปทำแท้ง ฉันก็คงไม่ใจแข็งและกล้าพอที่จะทำอย่างนั้นได้ มีคำถามรอคอยให้ฉันตอบมากมายจนแทบไม่กล้าคิด และตัดสินใจอะไร ได้แต่ปล่อยเวลาผ่านไปวันๆ
จนวันเวลาล่วงเลยมาราวสี่เดือนเศษ ฉันได้สัมพัสถึงสิ่งมีชีวิตน้อยๆที่อยู่ในร่างกาย ฉันรับรู้ได้ถึงความเคลื่อนไหวอย่างอบอุ่น และความรู้สึกอิ่มใจอย่างประหลาด ที่ได้มีชีวิตๆหนึ่งร่วมหายใจไปกับฉันในทุกวินาที ถึงวันนี้ความคิดที่จะทำลายชีวิตน้อยๆที่กำลังจะเกิดมาในอีกหลายเดือนข้างหน้าได้หมดไปแล้ว ฉันไม่กลัวกับความอับอายที่จะเกิดขึ้นอีกต่อไป คงเหลือแต่เพียงความรู้สึกอบอุ่น ที่จะได้มีโอกาสได้ให้ชีวิต ชีวิตหนึ่งได้เกิดมาลืมตาดูโลก แม้ว่าฉันจะต้องเลี้ยงดูเขาเพียงลำพังก็ตาม
เพราะนี่คงจะถึงเวลาแล้วที่ฉันจะต้องเรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ๆ อีกครั้ง เห็นไหมค่ะว่าบางทีช่วงเวลาที่เราคิดว่าเลวร้ายที่สุดในชีวิต ถ้าเราทำใจยอมรับและกล้าเผชิญหน้ากับมันได้ ก็อาจกลายเป็นช่วงเวลาที่สำคัญและมีค่าที่สุดสำหรับชีวิตของเราเลยก็ได้

จบ
โดย : ภัทรวรมัน
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 18 พ.ค. ปี 2007 [ เวลา 12 : 36 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook