บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 5

กรุงงานเขียนเก่า 1
กรุงงานเขียนเก่า 2
กรุงงานเขียนเก่า 3
กรุงงานเขียนเก่า 4
กรุงงานเขียนเก่า 5


>> ความเศร้าหมองอันเป็นนิรันดร์(ตอนที่1)

เรื่อง : ความเศร้าหมองอันเป็นนิรันดร์(ตอนที่1)

เรื่อง ความเศร้าหมองอันเป็นนิรันดร์
ตอนที่1: มารขาวออกจากผนึกนิรันดร์
เย็นวันหนึ่งที่อะไรๆมันก็เหมือนกับทุกๆวันได้มีพี่น้องคู่หนึ่งเดินกับบ้านตามปกติ แต่ที่ไม่ปกติก็คือวันนี้ฝนตกหนักมากที่สำคัญที่สองก็ลืมเอาร่มมาน้องสาวจึงพูดกับพี่ชายว่า

นิกิ: พี่ริวคะ ทำไมเดียวนี้ฝนตกหนักจังเลย ทั้งๆที่ไม่ใช้ฤดูฝน
ริว: อืม.... พี่ก็ไม่รู้เหมือนกันนะ
นิกิ: ทำไงดีละคะพี่ หนูไม่ได้เอาร่มมาด้วยอะคะพี่ พี่เอามารึป่าวคะ
ริว: พี่ก็ไม่ได้เอามา ทำยังไงดีละ

ทั้งสองคนต่างก็คิดกันว่าจะเอาอย่างไรกันดี บ้านของทั้งสองก็อยู่ไกลพอสมควรอีกทั้งยังรอให้ฝนอยุดตกก็ไม่ได้ซะด้วยเพราะว่าริวนั้นต้องรีเข้าบ้านแล้วไปทำงานพิเศษที่ร้านขายอาหาร ริวจึงตัดสินใจแล้วก็บอกกับนิกิว่า

ริว: เอาอย่างนี้ละกันนะนิกิ คือว่าเราไปทางลัดกันดีไหมละ
นิกิ: จะดีหรอคะพี่ ทางนั้นมันอันตรายนะคะพี่
ริว: พี่รู้.. แต่พี่ว่ามันคงไม่อันตรายก็ได้นะ บ่างทีอาจจะมีคนไม่อยากให้ใช้ที่ก็อาจเป็นไปได้นะ ยังไงจะลองได้ดูไหมละ มันใกล้กว่าทางตรงมากพอสมควรนะ ว่าไงละ
นิกิ: อืม.... คะไปก็ไปคะ

จากนั้นทั้งสองก็เดินไปทางด้านหลัง รร. ของนิกิโดยที่ไม่ได้สนใจคำเตือนของป้ายที่เขียนว่า อันตรายห้ามเข้า
จากนั้นทั้งสองก็เดินตรงไปยังทางไปหลังบ้านของพวกเขา เมื่อเดินได้ซักพักฝนที่ตกหลักกลับไม่มีแม้แต่หมู่เมฆฝน ทั้งสองต่างพากันดีใจแล้วเดินต่อไปเรื่อยๆ ทันใดนั้นนิกิกับริวก็ได้ยินเสียงร้องให้ช่วย ทั้งสองก็ว่าตามเสียงนั้นเพื่อหวังว่าจะช่วยเหลือเจ้าของเสียงนั้น แต่เมื่อมาถึงกลับไม่มีคนอยู่เลยแม้แต่คนเดียว มีแต่ก้อนหินก้อนโต มียันต์ติดไว้ ในยันต์นั้นเขียนว่า จงหลับชั่วนิรันดร์กาล ด้วยความสงสัยนิกิเลยยื่นมือไปเตะยันต์ใบนั้น ทันใดนั้นก็มีลมจากทุกทิศพัดมายังตัวของนิกิ นิกิตกใจมากดั้งนั้นจึงก้าวออกห่างจากก้อนหินนั้นประมาณ5ก้าว แล้วริวก็ถามว่า

ริว: นิกิ น้องเป็นอะไรไปหรอ? บอกพี่ได้ไหม
นิกิ: น้องเป็นอะไรก็ไม่รู้ อยู่ๆก็รู้สึกเหมือนมาลมเย็นๆมาจากทุกทางก็เลยถอยออกมาคะ
ริว: นิกิน้องจะบ้าหรอ เราก็อยู่ด้วยกันพี่ไม่เห็นจะรู้สึกอะไรเลย
นิกิ: หรอคะ สงสัยน้องจะคิดไปเองละมั้งคะ
ริว: เอ๋..... นิกิพี่ว่ายันต์นั้นนะสวยดีนะว่าไหมนะน้องพี่
นิกิ: ก็..... ค่ะ พี่ริว
ริวสังเกตเห็นนิกิทำหน้าไม่ค่อยจะสบายใจเลยถามนิกิว่า
ริว: นิกิ นิกิ นิกิ นิกิ................
นิกิตอบอย่างสะดุงว่า
นิกิ: ค่ะ..... พี่ พี่ริวมีอะไรหรอคะ?
ริว: ไม่มีอะไรหรอกแค่พี่เห็นนิกิทำหน้าไม่ค่อยดี มีอะไรบอกพี่ได้นะ พี่พร้อมรับฟัง
นิกิ: ไม่มีอะไรจริงๆคะพี่ แค่รู้สึกหน้าวๆร้อนนะคะพี่ริว
ริว: อ๋อ.... สงสัยว่านิกิจะเป็นไข้เพราะฝนละหละ
นิกิ: สงสัยจะใช่คะ
ริว: งั้นเรากลับบ้านกันเถอะนิกิ
นิกิ: ค่ะ...

หลังจากพูดกันเสร็จแล้วสองพี่น้องก็พากันเดินกลับบ้าน แต่ว่าริวก็ได้หยิบยันต์ไปด้วยโดยที่นิกิไม่รู้ หลังจากนั้นทั้งสองก็กลับบ้านกันอย่างมีความสุข แต่หารู้ไหมว่าริวได้ปล่อยปีศาจแห่งความเศร้าหมองออกมา นั้นก็คือ มารขาว
มารขาว: ฮ้า ฮ่า ฮ้า...... ในที่สุดข้าก็ได้ถือกำเนิดขึ้นอีกครา แต่ต้องล้างแค้นตระกูลผู้ใช้ยันต์ ที่บังอาจมาผนึกข้าไว้ ณ.ที่จองจำแห่งนี้ ต่อไปก็ตระกูล ผู้วิเศษ ฮ้า ฮ่า ฮ้า......
หลังจากนั้น5วัน ก็มีข่าวรายงานเรื่องจอมโจรชุดขาว ที่ฆ่าคนยกสองตระกูลอันเก่าแก่ ที่สำคัญแม่ต่เด็กก็ยังไม่เว้น
หลังจากริวดูข่าวแล้วก็หันไปพูดกับนิกิว่า

ริว: นิกิๆ ทีนี้น้องนะไปไหนมาไหนต้องบอกพี่ทุกครั้งนะ เพราะว่าโจรใจโหดนั้นอาจอยู่แถวๆนี้ก็เป็นไปได้นะนิก ถ้าจะไปก็หาเพื่อนไปมามากๆนะ
นิกิยิ้ม ด้วความดีใจที่พี่ริวเป็นห่วงตัวเองมากขนาดนี้ แล้วต่อริวว่า
นิกิ: คะพี่ หนูจะบอกพี่ทุกครั้ง แล้วจะเอาเพื่อนไปมากๆคะ งั้นหนูไปก่อนนะคะ โซละกับเมจิรอหนูนานละหละคะ
ริว: อืม.... รีบไปรีบมานะนิกิ
นิกิ: ค่ะ.....พี่ชาย

นิกิกับริวได้ลากันที่หน้าบ้านแต่หารู้ไหมว่ามารขาวได้ซุ่มดูอยู่บนหลังคาบ้าน จากนั้นมารขาวก็ตามนิกิไป

โซละ: นี้....... นิกิ ทำไมมาช้าจังหละ
เมจิ: นั้นสิ...
นิกิ: ก็ฉันรู้สึกเหมือนว่ามีคนตามหลังฉันมาก็หันไปดูเป็นระยะๆนะสิ
โซละ: แล้วเจอไหมละนิกิ
นิกิ: ก็ไม่เจอนะซิ
เมจิ: เอาหละๆ เข้าบ้านกัน นิว ออร่า รุตแล้วฮิล รออยู่

จากนั้นทั้งสามก็เดินเข้าบ้านของเมจิ โดยที่ไม่รู้ว่าถูกมารขาวจ้องมองดูอย่างไม่คราดสายตา

นิกิ: Hi นิว ออร่า รุต อิล
นิว/ออร่า/รุต/ฮิล: สวัสดี นิกิ
โซละ: เอาหละๆพอๆ เอาเป็นว่าเรามาเริ่มทำรายงานกันดีกว่านะทุกคน
ทุกคน: เห็นด้วย
เมจิ: วิวกิ ขอของว่าง7ทีด้วยนะคะ
วิวกิ: คะ... คุณหนู

หลายชั่วโมงผ่านไป...........

ทุกคน: เอาหละเสร็จแล้ว
ฮิล: ดีใจจัง
รุต/นิว: งั้นเราสองคนขอตัวกลับก่อนนะ บาย
นิกิ/ออร่า/ฮิล/โซละ/เมจิ: อืม... งั้นเจอกันที่ รร.นะ บาย
รุต: อืม...บาย
นิว: ป้าวิวกิ ผมสองคนกลับแล้วนะครับ เดียวคาวหน้ามาใหม่นะครับ
วิวกิ: คะ... สวัสดีค่ะกลับดีๆนะคะ
รุต/นิว: ครับ สวัสดีครับ
ออร่า/ฮิล: งั้นเราสองคนขอตัวกลับแล้วนะ บาย
นิกิ/โซละ/เมจิ: แล้วเจอกันนะ บาย
โซละ: งั้นฉันกลับด้วย ไปละนะ บาย
นิกิ/เมจิ: อืม...บาย แล้วเจอกันนะ
เมจิ: นินิ!! นิกิอยู่กินข้าวเย็นบ้านเรานะ
นิกิ: เรายังไปไห้บอกพี่ริวเลยอะ
เมจิ:ไม่เป็นไรๆ เดียวเราโทรบอกให้ละกัน นะนะ
นิกิ: อืม... ก็ได้จ๊ะ
หลังจากนั้นเมจิก็ได้โทรไปที่บ้าบของนิจิ ซึงแน่นอน ริวต้องรับอย่างแน่นอน
ริว: สวัสดีครับบ้าน มิวโจ ครับ
เมจิ: สวัสดีคะพี่ริว นี่เมจินะค่ะ
ริว: อาว เมจิหรอกหรอมีอะไรหรอเมจิ
เมจิ: อืม...คือว่าเมจิอยากจะขอให้นิกิ ทานข้าวบ้านเมจิได้ไหมค่ะพี่ริว
ริว: อ๋อ...นึกว่าเรือ่งอะไร ก็ได้ซิจ๊ะ แล้วกลับประมาณกี่โมงหรอจ๊ะ
เมจิ: ประมาณ3ทุ่มอะค่ะ
ริว: จ๊ะรู้แล้วหละ แล้วเมจิมีอะไรอีกไหมจ๊ะ
เมจิ: ไม่มีแล้วค่ะ แค่นี้นะคะ สวัสดีคะ
ริว: สวัสดีจ๊ะ.....
ทั้งสองจบการสนทนาลงเพียงเท่านั้น แล้วต่างฝ่ายก็วางหูโทรศัพท์ลง
นิกิ: เป็นไงบ่างละเมจิ พี่ยอมไหม
เมจิ: ก็ยอมนะสิ
นิกิ: งั้นก็กีนะซิ
เมจิ: ใช่ๆ ปะเราไปกินขาวกันเลย

นอกบ้านอันมืดแต่มีแสงไฟสลัว ออกมาจากตัวบ้านในความมืดนั้นก็มีเสียงดีใจเช่นเดียวกัน

มารขาว: ฮ้า ฮ่า ฮ้า... ใช่ก็ดี โอกาศนี้ ผู้คลายผนึกเจ้าต้องดับชีพลงด้วยมือคู้นี้ของข้า รอก่อนเถอะผู้ปลดปล่อยข้ามิอาจยอมให้เจ้าผนึกข้าอีกเป็นคราที่2เป็นแน่แท้ ฮ้า ฮ่า ฮ้า...

เมื่อเวลาผ่านไป นิกิ ได้รับประทานอาหารเสร็จ นิกิก็กล่าวลากันเมจิเพื่อไม่ได้มันมืดค่ำไปมากกว่านี้

นิกิ: เมจิฉันกลับแล้วนะ
เมจิ: เราเราไปส่งไหมนิกิ
นิกิ: ไม่ต้องหลอกเรากลับเองได้ ไปละนะ
เมจิ: อะนี้ไฟฉาย มันมืดมากนะ เอาไปเถอะ กลับบ้านดีๆนะ บาย
นิกิ: จ๊ะ บาย เมจิ
นิกิเดินกลับบ้านอย่างระวังตัวตามที่เคยให้สัญญาแก่พี่ชายไว้ แต่กลับเกิดเหตุไม่คาดคิดเกิดขึ้น ได้มีชายชุดขาว สง่างาม ลอยตัวลงมาจากิ่งของต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งแล้วชายผู้นั้นได้กล่าวกับนิกิว่า

มารขาว: สวัสดีท่านผู้ปลดปล่อยข้า
นิกิ: อะไรกันนายพูดอะไรของนาย หรือว่านายจะเป็นจอมโจรชุดขาวนั้น
มารขาว: ใช่พัวมนุษย์ยุคนี้เรียกข้าว่าอย่างนี้ แต่เมื่อประมาณ2500ปีก่อนก็เรียกข้าว่ามารขาว ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเจ้าจะเรียกข้าเช่นใดกัน ก็แล้วแต่ประสงค์ของท่านผู้ปลดปล่อย
นิกิ: ปลดปล่อยอะไรกันฉันไม่เห็นจะรู้เรื่องอะไรเลย
มารขาว: แน่ใจหรือท่าน
นิกิ: ใช่ฉันแน่ใจ
มารขาว: งั้นในประเทศนี้คงมีหลายคนที่เห็นหินก้อนโต มียันต์เขียนว่า จงหลับชั่วนิรันดร์กาล กระมัง ท่านผู้ปลดปล่อย
นิกิ: ใช้ฉันเคยเห็นมัน แต่ฉันแค่เตะมันเฉยๆนะ
มารขาว: อันเหตุนี้ข้าพเจ้าก็มิอาจทราบได้ แต่เรื่องของผู้ปลดปล่อยจะเป็นคนผนึกข้าอีกคราการนี้กันย่อมดีกว่าแก้ งั้นท่านจงสงบซะ

หลังจากมารขาวกล่าวจบก็ได้ใช้ผ้าสีขาวยาวประมาณ10เมตรมัดนิกิไว้ ส่วนที่ด้านนิกิก็พยายามดิ้นสุดแรงแต่ก็ดิ้นไม่หลุด
ดังนั้นนิกิรู้ว่าตนต้องตายแน่ๆก็เลยอย่ากจะขออะไรมารขาวซักข้อก็เลยพูดกับมารขาวว่า

นิกิ: มารขาว ฉันมีอะไรจะขอสักข้อได้ไหม

มารขาวก็หัวเราะรั้น แล้วกล่าวต่อไปว่า

มารขาว: ก็ได้ท่านประสงค์สิ่งใดจงเล่ากล่าวมา
นิกิ: ฉันอยากจะขอให้พี่ชายของฉันอยู่อย่างสุขสบายได้ไหม
มารขาว: ข้าไม่แน่ใจกับคำขอนี้
นิกิ: ทำไมละ
มารขาว: ก็ข้อคือปีศาจแห่งความหมองเศร้าอันเป็นนิรันดร์ แล้วข้าจะมอบความผาสุขกับผู้อื่นได้เช่นไรกันเล่า
นิกิ: แล้วนายลองทำดูหรือยังหละมารขาว
มารขาว: ยังเลยนายหญิง แล้วข้าก็รู้ว่าข้ามิอาจจะทำได้สัมฤทธิ์ผลเป็นแน่แท้ อภัยด้วยที่ข้าให้ท่านมิได้
นิกิ: หรือ...
มารขาว: แต่ข้าพเจ้าสามารถจะทำให้เขาลบเลือนความทรงจำได้ จากมากเป็นน้อยได้ แต่มิอาจจะให้ลืมเลือนได้ทั้งหมดสิ้น นายหญิงสนใจหรือไม่
นิกิ: จริงหรือ
มารขาว: เป็นความสัจ
นิกิ: ก่อนลงมือขอถามชื่อนายจะได้ไหม
มารขาว: ได้ซินายหญิง ชื่อของข้าคือ คิว
นิกิ: เชิญลงมือได้เลย
คิว: นายหญิง ก่อนชีพท่านจะดับลงข้าอยากจะเห็นหน้าท่านชัดๆสักคราได้หรือไม่
นิกิ: ได้ซิ

เมื่อคิวได้เห็นใบหน้าของนิกิ คิวถึงกับตกใจ เพราะใบหน้านั้นเหมือนกับ เหมียวซึ ภรรยาของดิวก่อนที่คิวจะได้รับพลังมารและมารเป็นมาร คิวกล่าวอย่างตกใจว่า

คิว: นี้ข้าฝันไปหรืออย่างไรกัน ทำไม่ใบหน้าของนายหญิงได้ละไม้คล้ายกับเหมียวซึเช่นนี้หรือว่านายหญิงจะเป็นเหมียวซึในชาติภพนี้
นิกิ: นายพูดอะไรของนาย ฉันไม่เห็นรู้เรื่องเลย
คิว: อาจเป็นไปได้
นิกิ: แล้วเหมียวซึเป็นใครกันฉันไม่รู้จัก
คิว: ภรรยาของข้าเอง

เมื่อมารขาวกล่าวเสร็จ ผู้สีขาวที่เคยผูกแน่นมากกับคลายออก ด้วยความสงสัยของนิกิ เลยไม่รู้ตัวว่าผ้านั้นครายออกแล้ว

นิกิ: นายก็มีภรรยาแล้ว ทำมนายถึงเลือกจะเป็นมารซะละ
คิว: ก็เพราะ2500ปีก่อนได้มีสงครามระหว่างศาสนาเก่าและใหม่ ต่างคนต่างว่าของตนดีต่างไม่ยอมแพ้กันเลยรวบรวมคนของตนเองมาก่อสงครามขึ้น....
นิกิ: แล้วเป็นอย่างไงต่อหรอ
คิว: ข้าทั้งสองก็ได้พากันหลบหนีออกจากหมู่บ้าน แต่ก็มีคนตามมาคิวว่าข้าทั้งคู่เป็นคนของอีกฝ่ายข้าพอเป็นการรบบ้างเลยต่อสู้หวังว่าจะรอดทั้งคู่ แต่มีอืกคนหนึ่งมาทางข้างหลังแล้วมันก็ฆ่าเหมียวซึตายต่อหน้าต่อตาข้า ด้วยความแค้นข้าจึงสังหารพวกมันจนหมดก็ประมาณ29คนได้ จากนั้นข้าก็ได้พบกับจอมมาร ครูชิน แล้วจอมมารก็มอบพลังให้แก่ข้าเพื่อจะล้างแค้นให้แก่เหมียวซึ....
นิกิ: แล้วทำไมนายถึงโดนผนึกหละ
คิว: เพราะข้าจัดการทั้งสองฝ่ายจนพินาศไปกับกองไฟของเหมียวซึ จากนั้นก็มีผู้วิเศษมาพบเจอเข้าพอดี เขาเลยต้องการจะสังหารข้าแต่ไม่สำเร็จแต่ข้าที่บาดเจ็บก็ได้พบคนมากมาย คนที่พบข้าก็เห็นข้าไม่ยิ้ม เอาแต่ทำหน้าตาเศร้าหมองก็ไม่ว่าอะไร ต่อมาผู้วิเศษผู้นั้นได้มาพบข้าเข้าอีกคราแต่ครานี้มีนักพรตผู้ใช้ยันต์นายว่า เคียว โกนาจิ....
นิกิ: ตระกูล โกนาจิ
คิว: ใช่ โกนาจิ ตอนนี้พินาศไปแล้ว
นิกิ: ตระกูล ไผ่จู ละ อย่าบอกนะว่าเป็นผู้วิเศษผู้นั้น
คิว: ใช่ นิโจ ไผ่จู นามของผู้วิเศษนั้น
นิกิ: แล้วทำไมนายถูกผนึกหละ
คิว: สองคนนั้นรวมมือกันข้าผู้นี้เลยแพ้ แล้วถูกผนึกมาจน6วันที่แล้ว
นิกิ: พอละเชิญลงมือเถอะ
คิว: พอเถอะนายหญิง นี้ก็ดึกมากแล้ว รีบกลับบ้านเถาะนายหญิง
นิกิ: แล้วถ้าฉันเป็นผู้ปลดปล่อยจริงนายไม่กลัวฉันผนึกนายหรอ
คิว: ถึงครานั้นก็ลบกานทีนายหญิง เหมียวซึ....
.............................................................................................โปรดติดตามชมตอนต่อไป.........
เงาศิลาจันทร์
โดย : เงาศิลาจันทร์
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 31 พ.ค. ปี 2007 [ เวลา 12 : 25 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook