บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 5

กรุงงานเขียนเก่า 1
กรุงงานเขียนเก่า 2
กรุงงานเขียนเก่า 3
กรุงงานเขียนเก่า 4
กรุงงานเขียนเก่า 5


>> บันทึกภูธร

เรื่อง : บันทึกภูธร

บันทึกภูธร

ข้าพเจ้าอยากไปอยู่ในที่ใดที่หนึ่งของต่างจังหวัดสักระยะ เพื่อสัมผัสความเป็นอยู่ของชุมชนว่าเขามีความเป็นอยู่กันอย่างไร จะเป็นที่ใดก็ได้ที่มีความเป็นธรรมชาติและห่างไกลความเจริญ แต่มาฉุกคิดหน่อยหนึ่ง ถิ่นที่อยู่ในจังหวัดของเราเองยังไม่รู้จัก น่าจะศึกษาทำความคุ้นเคยเสียก่อนที่จะออกไปต่างถิ่น ประจวบกับทางการประกาศรับสมัครอาสาสมัครรัฐธรรมนูญ (อสร.) ตามโครงการอาสาสมัครกับการเรียนรู้รัฐธรรมนูญและการเลือกตั้ง ข้าพเจ้าจึงได้มีโอกาสทำหน้าที่ผู้ประสานงานอาสาสมัครรัฐธรรมนูญกับเขาด้วย และหลังจากนั้นก็มีโอกาสเข้าไปอยู่ในสำนักงานขององค์การบริหารส่วนตำบลตามโครงการพัฒนาขีดความสามมารถให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในตำแหน่งเจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน และประจำอยู่ในหมู่บ้านในฐานะนักศึกษากองทุนหมู่บ้านตามลับดับ การทำงานของข้าพเจ้าจึงมิใช่เพียงแค่เงินค่าตอบแทนอย่างเดียว

สมาชิกกองทุนหมู่บ้าน

ในหมู่บ้านของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าไม่เคยเข้าประชุมประชาคมหมู่บ้านเลย ทั้งๆ ที่งานประชาคมหมู่บ้านเขาเริ่มต้นมา 4-5 ปีแล้ว ประธานประชาคมเป็นหัวคะแนนของ ส.ส. ในเขตคนหนึ่ง มีตำแหน่งหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากทางการและประชาชนมากมายจนลำดับไม่ไหว เรียกว่าเหมาหรือผูกขาดเลยทีเดียว เช่น ประธานกองทุนหมู่บ้าน หมอดินอาสา ประธานประชาคมหมู่บ้าน ฯลฯ สารพัดจริง ๆ ไม่ช้ามานี้ สาธารณสุขมาตรวจสารพิษให้คนในหมู่บ้าน ข้าพเจ้าไม่ทราบทำให้พลาดโอกาสไป คงเป็นเพราะข้าพเจ้าไม่ได้ทำนาก็ได้ จึงไม่น่าจะเป็นคนที่มีสารพิษอยู่ในตัว แต่ข้าพเจ้าเองกังวล กังวลเพราะกินผักที่ตลาดนัด เวลาชาวนาฉีดสารพิษๆ มันก็ลอยเข้าไปในบ้าน เวลาคนข้างบ้านทำนา ทางที่ใช้ส่งน้ำเข้ามาในบ่อน้ำใช้มีปลาตายทุกปี เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายข้าพเจ้าดื่มน้ำฝนจากหลังคา ถึงจะกรองแล้วแต่ไม่แน่ใจว่าเครื่องกรองจะกรองสารพิษได้ สิ่งเหล่านี้ทำให้ข้าพเจ้ากังวล ข้าพเจ้าเริ่มสงสัยและคิดว่าคงจะต้องเข้าไปสอดรู้สอดเห็นให้ได้ว่ามันเป็นอย่างไร ในหมู่บ้านเขาทำอะไรกัน ทำไมไม่บอกกันบ้าง หรือว่าข้าพเจ้ามันคนละพวก ประกอบกับเงินทองที่จะใช้ก็ค่อนข้างจะขัดสน จึงค่อนข้างเหมาะถ้าหากจะไปสมัครเป็นสมาชิกกองทุนหมู่บ้าน อย่างน้อยเวลาเขาประชุมกันก็คงต้องบอกให้ข้าพเจ้าไปประชุมบ้าง ด้วยเหตุนี้ข้าพเจ้าจึงหอบเอกสารไปยังบ้านประธานกองทุนหมู่บ้านทันที กองทุนที่ข้าพเจ้าอยากสมัครแต่ไม่สมัครเพราะเกรงว่าจะเกิดขัดใจกับกรรมการกองทุน กองทุนที่หน่วยงานบางแห่งบอกว่าบัญชีไม่ต้องทำหรอก กองทุนที่ข้อบังคับกองทุนคือตัวหนังสือที่อยู่ในกระดาษ เวลาปฏิบัติจริงขึ้นอยู่กับประธานกรรมการ กรรมการและสมาชิกคือคนฟัง
ประชุมประชาคม

บ่ายสามโมงวันนี้จะมีการประชุมที่วัด ไม่ทราบว่าเรื่องอะไร ใครเป็นเจ้าภาพ เพียงแต่ทราบจากคุณแม่ว่าผู้ใหญ่บ้านมาบอกไว้ให้ไปประชุมบ้านละคน ถามใครก็ไม่มีใครรู้ รู้แต่ว่าจะมีการประชุม ข้าพเจ้าเตรียมสมุดปากกาไว้บันทึกข้อมูล มันเป็นการประชุมครั้งแรกที่ข้าพเจ้าตื่นเต้นที่สุด
ก่อนถึงบ่ายสามโมงข้าพเจ้าออกรถกะให้ถึงวัดก่อนเวลานัดเพื่อสังเกตการณ์ แต่ก็มีเหตุล่าช้าจนถึงเอาจวนเจียน จอดรถไว้ใต้ร่มไม้หน้าศาลาการเปรียญ ครับ ! เขาประชุมกันใต้ถุนศาลาการเปรียญ ใต้ถุนศาลาเป็นพื้นปูนมีห้องเก็บของอยู่สี่มุมที่เหลือโล่งรอบทิศเย็นสบายตามประสาคนชนบท ข้าพเจ้ามองเข้าไปใต้ถุนเห็นผู้ใหญ่บ้านและคนที่มาช่วยทำหน้าที่สองสามคน รวมทั้งประธานประชาคมหมู่บ้าน ข้าพเจ้าเดินเข้าไปทักทายคนรู้จักสองสามคน เห็นเขาเซ็นชื่อกันจึงเดินเข้าไปดู เจ้าหน้าที่ยื่นสมุดให้เซ็น สังเกตดูหัวสมุดอ่านแวบๆ มีคำว่าสาธารณสุข เซ็นเสร็จเจ้าหน้าที่ยื่นให้อีกหนึ่งเล่มจึงเซ็นลงไปอีกเล่มโดยไม่ทันสังเกตหัวกระดาษ เข้าใจว่าเป็นสมุดเซ็นชื่อผู้เข้าร่วมประชุมคงทำเป็นสองเล่ม มาคิดได้ภายหลัง อ๋อ ! คงมีการประชุมโดยไม่ได้ประชุม อย่างไรก็ดีข้าพเจ้าขอยืนยันว่าหัวหน้าสถานีอนามัยคนนี้เป็นคนขยันขันแข็งเป็นที่รักของชาวบ้านจริงๆ อาจมีเหตุผลบางอย่างที่ข้าพเจ้าไม่ทราบ เมื่อข้าพเจ้าไปทำประชาคมหมู่บ้านสมัยเป็นเจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน สหกรณ์ก็ทำอย่างนี้ คือเอาสมุดเซ็นชื่อประชุมมาให้เซ็นแต่ไม่มีการประชุมจริง ปัจจุบันกองทุนหมู่บ้านก็ทำอย่างนี้ เรื่องนี้คงต้องพิจารณาเป็นเรื่องๆ รายๆ ไป ข้าพเจ้าเดินเตร่ออกไปพูดคุยกับผู้คนที่มาเข้าร่วมประชุมตามประสา บ้างก็วิพากษ์วิจารณ์กันว่าถ้าเป็นสาธารณสุขก็คงจะเป็นเรื่องไข้หวัดนก ไข้เลือดออก บ้างก็ว่าเขาจะแจกอะไร? ข้าพเจ้าได้แต่หัวเราะ กั้ก ! กั้ก ! แต่ก็ไม่เห็นเจ้าหน้าที่ที่แปลกไปจากคนท้องถิ่นสักคน มีคนนั่งบนเก้าอี้ที่ที่ประชุมจัดไว้ให้กลุ่มหนึ่ง ที่นั่งตามสบายอยู่บนพื้นถนนปูนข้างศาลาก็อีกกลุ่มใหญ่ ข้าพเจ้าแอบเข้าไปร่วมวง สักพักท่านประธานประชาคมก็กล่าวเปิดประชุม ผู้ใหญ่บ้านแบ่งกระดาษให้ ข้าพเจ้ามาจดสองแผ่น ข้าพเจ้าจึงเริ่มกางออกจด จดได้หลายเรื่อง
เรื่องถนนชำรุดที่ผ่านหมู่บ้านชำรุดมาหลายปี ประธานประชาคมแจ้งว่าได้งบประมาณมาทำแล้ว รพช. โอนให้มาอยู่ในความรับผิดชอบของ อบจ. จะเริ่มทำต้นเดือนหน้า แหม! ข้าพเจ้าเพิ่งโทรศัพท์ไปถามแขวงการทางจังหวัดมาเมื่อวานนี้เอง เผอิญเจ้าหน้าที่ไม่อยู่จึงไม่รู้เรื่องกันได้แต่ฝากให้มาช่วยดูแลหน่อย เพราะมันนานเกินรอ ช้าอีกนิดคงได้ออกรายการร่วมมือร่วมใจแน่
เรื่องภัยแล้งปี พ.ศ 2548 โครงการรังสิตใต้แจ้งว่าน้ำในการทำนาปรังครั้งแรกนั้นเพียงพอ แต่ครั้งที่สองไม่พอให้งดทำเด็ดขาดมิฉะนั้นจะไม่รับผิดชอบ ข้าพเจ้าต้องขอยืนยันอีกครั้งว่าเรื่องทั้งหมดนี้เป็นเรื่องไม่จริง เป็นแต่เพียงเรื่องที่ได้มาจากประสบการณ์ และสำนวนที่ใช้ก็เป็นสำนวนของคนชนบทซึ่งอาจจะผิดเพี้ยนไปได้ หรือผู้แจ้งข่าวอาจลืมบอกไปด้วยซ้ำว่าในปีต่อไปจะแก้ไขอย่างไร และเมื่อข้าพเจ้าเอามาเรียบเรียงก็ยิ่งอาจจะเพี้ยนไปใหญ่ จึงขอให้ท่านผู้อ่าน อ่านอย่างพินิจพิจารณา หรือที่เรียกว่าโดยโยนิโสมนสิการ ตามหลักของกาลามสูตร
หลังจากที่ประธานประชาคมได้แจ้งข่าวไปจนกระทั่งหมดแล้วท่านก็เริ่มให้ประชาชนเสนอโครงการต่างๆ ข้าพเจ้าต้องแจ้งให้ผู้อ่านทราบด้วยว่าท่านประธานประชาคมของเราท่านเป็นสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลของหมู่บ้านเราด้วย หน้าที่ของประธานประชาคมกับสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลจึงสอดคล้องเข้ากันได้เหมือนปี่กับขลุ่ยเลยทีเดียว
ในการประชุมครั้งนี้ข้าพเจ้าค่อนข้างจะกังขาหน่อยหนึ่งที่ประธานท่านพูดได้เก่งขึ้น ดีขึ้น แถมยังให้เสนอโครงการได้อีกด้วย ครับ ! ดูท่านพัฒนาขึ้น ทั้งๆ ที่ทุกครั้งผู้เข้าร่วมประชุมมีหน้าที่ฟังอย่างเดียว (เคยเข้าร่วมประชุมฐานะนักศึกษากองทุนหมู่บ้าน) แม้กระทั่งเคยมีกรรมการกองทุนหมู่บ้านคนหนึ่งร้องขอให้นำข้อบังคับกองทุนหมู่บ้านมาแจกจ่ายให้กรรมการได้ทราบบ้างเพราะฟังอย่างเดียวจำไม่ได้ ก็มีอันต้องกระเด็นไปจากกรรมการกองทุนหมู่บ้านฐานไม่เข้าร่วมประชุม (เหคุง่ายๆ คือเขาไม่ได้แจ้งให้ทราบว่ามีการประชุม)
เสนอโครงการกันมาหลายเรื่องจนถึงเรี่องที่ข้าพเจ้าเก็บไว้ในใจไม่กล้าพูด ที่ไม่กล้าพูดไม่ใช่เพราะพูดไม่เป็นหรือเกรงใจประธาน แต่เกรงชาวบ้านเขาจะร้องยี้ เพราะเมื่อมีการเสนอแม้แต่ประธานยังบอกว่า โอ้ย ! เดียวนี้เขาใช้มือถือกันเกลื่อนกลาดไปหมดแล้ว สาวน้อยชี้แจงว่าจะใช้อินเทอร์เน็ตค่ะ ในที่ประชุมไม่มีเสียงสนับสนุนหรือเสียงคัดค้าน จะเป็นเพราะเธอเป็นลูกกรรมการวัดคนสำคัญหรือเปล่าไม่ทราบ ข้าพเจ้าได้ทีหนุนส่งไปเลย ขออย่างมีสายนะครับอย่างยิงสัญญาณไม่เอา เพราะค่าบริการในการใช้อินเทอร์เน็ตถูกกว่าและเหมาะสมกว่าด้วยประการทั้งปวง เรื่องนี้ข้าพเจ้ารวบรวมพรรคพวกไปขอไว้นานแล้วแต่ความหวังมันริบหรี่ เพราะเขาเร่งขยายโทรศัพท์แบบยิงสัญญาณ อีกทั้งเมื่อแปรรูปมาเป็นบริษัทแล้วก็ไม่มั่นใจว่าจะไปโอดครวญเอากับใคร
ข้าพเจ้าจะไม่พูดว่าบริการโทรศัพท์หลังจากที่แปรรูปจากรัฐวิสาหกิจมาเป็นบริษัทแล้วเป็นอย่างไร เพราะถ้าบอกว่าดีบริษัทเขาก็ไม่ได้ให้ค่าโฆษณา บอกว่าไม่ดีถ้ายอดขายบริการของเขาตกลงไป ดีไม่ดีเขามาฟ้องเรียกค่าเสียหายเอา ข้าพเจ้าจะกลายเป็นคนล้มละลายตลอดชีวิต เพียงแต่ถ้าหากใครยังตัดสินใจไม่ได้ว่าแปรรูปรัฐวิสาหกิจเป็นบริษัทนั้นดีหรือไม่ดีอย่างไร ควรสนับสนุนฝ่ายไหน จะลองศึกษาดูก็น่าสนใจ ไม่ใช่เพียงน่าสนใจหรอกครับ เป็นหน้าที่ที่จะต้องสนใจเลยทีเดียว สำหรับการเมืองภาคประชาชน
อ้อ ! สุดท้ายมีเรื่องของสาธารณสุขด้วยครับ ฌาปนกิจสงเคราะห์หมู่บ้าน ใครประสงค์ที่จะสมัครเป็นสมาชิกไปสมัครได้ที่สถานีอนามัย
หลังจากที่ประชุมมานานพอสมควรท่านก็ประชาสัมพันธ์ให้สมาชิกในหมู่บ้านทราบว่าในวันที่ 14 ท่านจะต้องไปประชุมใหญ่ที่ อบต. ทำให้ข้าพเจ้ายิ้มกริ่ม ขอไปดู อบต. เขาประชุมกันสักครั้ง

ประชุม อบต.

พอถึงวันที่14 ข้าพเจ้าตื่นนอนแต่เช้าอาบน้ำแต่งตัวออกรถมุ่งตรงไป อบต. ถึง อบต. มีรถจอดอยู่แล้ว 2-3 คัน ข้าพเจ้าเดินขึ้นไปบนสำนักงาน เดินเลยไปถึงร้านกาแฟซึ่งอยู่ติดต่อระหว่างสำนักงานกับห้องประชุมมีหลังคาติดต่อถึงกันเรียบร้อยเหมือนกับมีร้านกาแฟตั้งอยู่ในสำนักงาน ข้าพเจ้าเดินเตร่ดูบอร์ดแสดงผลงานอยู่พักหนึ่ง จึงเปรยกับหญิงสูงอายุซึ่งน่าจะเป็นภรรยาของเจ้าของร้านกาแฟว่า
“วันนี้ อบต. เขาประชุมใหญ่กันหรือครับ”
“ค่ะ” คุณป้าตอบ
“ผมว่าจะมาขอเข้าร่วมฟังการประชุมสักคน ไม่รู้ว่าจะได้หรือเปล่า”
“คุณเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายไหนล่ะ”
“เปล่าครับ ผมเป็นประชาชนธรรมดา”
“วันนี้เขาประชุมภายในกัน” คุณป้าพูดพร้อมกับมองสารรูป
คงไม่ใช่ร้านกาแฟธรรมดา ข้าพเจ้าคิดในใจ แล้วก็เตร่ดูโน่นดูนี่ไปตามประสา ที่สุดข้าพเจ้าเข้าไปพบประธานสภา เผอิญนายก อบต. เห็นเข้ารีบทักทายดักหน้าไว้เสียก่อน ถามว่ามาทำไม ก็บอกไปว่า “จะมาขออนุญาตประธานสภาเข้าร่วมฟังการประชุมด้วยสักคนไม่ทราบว่าจะได้หรือเปล่า”
“ได้ไม่มีปัญหา” นายก อบต. รีบตอบแทนประธานสภา สั่งกาแฟมาเลี้ยงเนื่องจากพอรู้จักกัน ตกลงข้าพเจ้าได้เข้าไปร่วมฟังการประชุมครั้งใหญ่ของ อบต. ด้วย
หลังจากประธานสภากล่าวเปิดการประชุม และกล่าวแนะนำข้าพเจ้าผู้เข้าร่วมฟังการประชุมต่อสภา ประธานก็ขอให้สภารับรองการประชุมครั้งที่แล้ว ข้าพเจ้างัดสมุดขึ้นมาจด ทันบ้างไม่ทันบ้างพอเก็บมาเล่าสู่กันฟังได้ที่สะดุดหูสะดุดตาคือ
ประธานสภาขอให้ที่ประชุมอภิปรายซักถามเรื่องการซื้อรถบรรทุกน้ำช่วยดับเพลิง ข้าพเจ้ารีบกวาดสายตาดูว่าจะมีใครอภิปรายหรือซักถามบ้าง ผิดคาดไม่มีผู้ใดอภิปรายหรือซักถาม มติที่ประชุมเสียงข้างมากอนุมัติไม่มีเสียงคัดค้าน
โครงการนวดแผนโบราณ คุณเกียรติศักดิ์ ติงเรื่องผู้มาฝึกสอน ขอให้ผู้ฝึกสอนเป็นผู้มีความรู้จริง เพราะถ้ารู้ไม่จริงอาจก่อให้เกิดความเสียหายได้
ร.ต.ต. สมเดช เสนอขอให้โครงการซ่อมถนนควรซ่อมพร้อมกันตลอดสาย ไม่ซ่อมเป็นบางหมู่บ้านเพราะไม่เกิดประโยชน์ เนื่องจากเวลารถวิ่งจะวิ่งตลอดสาย นายก อบต. รับไว้พิจารณา
ปลัด อบต. ชี้แจงเรื่องต่างๆ อยู่พักหนึ่งท่านก็มีอาการหงุดหงิด ขอร้องให้สมาชิกสภาตั้งใจฟังตามที่เคยตกลงกันไว้ อ้างว่าเตือนมาหลายครั้งแล้ว ถ้าไม่ฟังเกรงว่าจะชี้แจงประชาชนไม่ได้ ที่ประชุมเงียบไม่มีสมาชิกสภาผู้ใดชี้แจงหรือแสดงความคิดเห็น
ครับเป็นอันสรุปบรรยากาศการประชุมในครั้งนี้ได้ว่า ค่อนข้างเป็นไปโดยราบรื่น สมาชิกสภาอยู่ในความเรียบร้อย การอภิปรายไม่รุนแรง วนเวียนอยู่ในวงสามสี่คน สมาชิกมีปัญหาทางอารมณ์และสมองต้องนำมาระบายแลกเปลี่ยนกันในที่ประชุม สมาชิกส่วนใหญ่อยู่ในโอวาทของท่านปลัด อบต. ดี และมีหน้าที่ชี้แจงการดำเนินงานของ อบต. ต่อประชาชนด้วย
สุดท้ายท่านนายกแจ้งให้ที่ประชุมทราบว่า โครงการต่างๆ มาจากการทำประชาคมหมู่บ้านซึ่งจะให้ปลัด อบต. เป็นผู้ไปดำเนินการประชุม
ครับ ประชาคมหมู่บ้านดำเนินการมาแล้วหลายปี ข้าพเจ้ายังไม่รู้จัก ปลัด อบต. ของข้าพเจ้าเลย ประชาคมหมู่บ้านหลายแห่ง ประธานประชาคมหมู่บ้านท่านทำหน้าที่ประธานได้เหมาะสมเข้มแข็งเป็นที่ยิ่ง คือนั่งเป็นประธานอยู่ในที่ประชุมไม่ไปไหนเลย ท่านปลัด อบต. หมออนามัย ตำรวจ พัฒนาชุมชน ได้มีโอกาสแจ้งข่าวต่างๆ ให้ประชาชนทราบได้เต็มที่ ประชาชนส่วนใหญ่นั่งฟังแล้วก็เอาไงเอากัน บางครั้งนัดพร้อมกันสามโมงเช้า เที่ยงแล้วยังไม่มีเจ้าหน้าที่มา บางครั้งเหมาะๆ ก็ตลอดทั้งวัน ผู้มาประชุมท่านเลิกราไปเอง ไม่ทราบว่าเป็นการทำลายแผนการทำประชาคมหมู่บ้านหรือเปล่า ตั้งแต่มีโอกาสเข้าร่วมประชุมประชาคมหมู่บ้านมา ข้าพเจ้ายังไม่เคยได้ยินใครพูดถึงการช่วยกันกำจัดการคอรัปชั่นโกงกินเลย นโยบายพลังแผ่นดินของท่านนายกทักษิณ น่าจะมีปัญหา เสียแล้ว โครงการนี้ไม่ทราบว่ามีการประเมินผลหรือเปล่า

ร.ป.ภ.

ข้าพเจ้าเดินเข้าไปในตรอกเล็กๆ ยาวประมาณ 200 เมตร ก่อนถึงประตูรั้วหน้าบ้านสุนัขเห่ากันขรม มันกระดิกหางข้าพเจ้ารู้ดีว่ามันไม่กัด จึงเดินผ่านไปโดยไม่สนใจ แต่ก่อนที่จะก้าวขึ้นบันใด หญิงวัยสาวใหญ่คนหนึ่งก็มาห้ามไว้บอกให้รอเดี๋ยว หล่อนก้าวขึ้นบ้านไปก่อน สักประเดี๋ยวบอกให้ข้าพเจ้าตามขึ้นไป สุนัขใหญ่หนึ่งตัวนอนอยู่ข้างประตู ข้าพเจ้าสะดุ้งเฮือก! มองดูแล้วไม่ธรรมดา เชื่อว่ามันเป็นสุนัขที่สั่งได้ แต่ถูกห้ามไว้จึงเพียงแต่นอนมองเฉยๆ ไม่เช่นนั้นไส้ผมอาจออกมากองกับพื้นก็ได้
ข้าพเจ้านั่งลงบนเก้าอี้ตรงหน้าโต๊ะเธอ
“ผมมาสมัคร รปภ.ครับ”
เธอยิ้ม
“อายุเท่าไหร่แล้วคะ?”
“ 59 ครับ”
“เกือบเกษียณแล้วนี่”
“ครับ”
เธอหยิบใบสัญญาส่งให้ ข้าพเจ้ารับมาดูแล้วเริ่มเขียน ก่อนที่จะตกลงกันเรียบร้อยเธอพิมพ์ลายนิ้วมือผมทั้งสิบนิ้วอย่างแคล่วคล่อง โอ้โฮ ! ยังกับผู้ต้องหาแน่ะ ข้าพเจ้านึกในใจ
“ขอบัตรประจำตัวด้วยนะ ไว้ทำประกันสังคม”
ข้าพเจ้ามองหน้า
“แล้วผมจะเอาบัตรที่ไหนใช้ล่ะครับ แค่ใบรับรองสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนก็น่าจะพอแล้ว”
เธอหยิบบัตรขึ้นมาปึกใหญ่
“นี่ไงผู้สมัครเขาให้ไว้กันทั้งนั้น”
“ผมออกไปนี่ตำรวจขอดูบัตรประจำตัวผม ผมไม่มีให้ก็ต้องถูกปรับแล้ว” ข้าพเจ้าเถียง
เธอมองหน้าผมสักประเดี๋ยวก็พยักหน้าแล้วก้มลง ตกลงเธอยินยอมให้ผมไม่ต้องใช้บัตร เธอขอตัวออกไปข้างนอกพักใหญ่ ข้าพเจ้านั่งรอตัวแข็งไม่กล้าขยับลุกเดิน ไอ้ตัวนั้นมันหมอบอยู่ข้างประตู
พวกที่มาสมัครถูกยึดบัตรประจำตัวกันเป็นแถว บริษัทก็เหมือนบ้าน มีเธอกับผมสองคนอยู่ในห้อง ตรอกก็แคบ แถมมีชายร่างใหญ่มายืนเมียงดูทางหน้าต่างตอนเถียงกันอีก สุนัขก็ไม่น่าไว้ใจ อะไรกันวะเนี่ย! ข้าพเจ้านึก
สักพักเธอเดินขึ้นมาพร้อมกับถามว่า
“พร้อมจะทำงานเมื่อไหร่?”
“ทำได้เลย” ข้าพเจ้าบอก
“ทำกลางคืนก่อนนะ ทดสอบความอดทน”
“ครับ เย็นนี้เลย” ผมตอบอย่างมั่นใจ
เธอเดินเข้าไปในอีกห้องหนึ่งที่ติดกัน หยิบชุด รปภ. มาให้ลอง
“นี่มันกางเกงเก่านี่ครับ” ผมท้วงเมื่อเห็นกางเกงมีรอยบุหรี่เป็นรู
เธอมองหน้า
“ผมทำงานเย็นนี้เลย ใส่ไม่ได้ต้องเอาไปซักก่อน ขอชุดใหม่ได้ไหมครับ?”
เธอพยักหน้าเดินเข้าไปเปลี่ยน ถือชุดใหม่ออกมาให้
“เข้าไปลองในห้องนี้แหละ” เธอชี้
ข้าพเจ้าเดินเข้าไปในห้อง หลบเข้าไปมุมหนึ่งที่เธอมองไม่เห็นทำท่าลังเล ความรู้สึกประหลาดเกิดขึ้น ถึงข้าพเจ้าจะอายุมากจัดอยู่ในเกณฑ์แก่แล้ว แต่ใจมันไม่ได้แก่ตามไปด้วยนี่ครับ ต้องมาถอดกางเกงอยู่ในห้องกับสตรีสองต่อสองเพียงแต่เธออยู่นอกห้องไม่เห็นกันเท่านั้นเอง ข้าพเจ้าลังเลหัวใจเต้นตูมตาม และแล้วก็เปลี่ยนเป็นระแวง นี่ถ้าเธอพรวดพราดเข้ามาแล้วหาว่าข้าพเจ้าปลุกปล้ำจะทำอย่างไร แต่คิดดูแล้วไม่มีเหตุอะไรที่น่าจะถึงขนาดนั้น จึงจัดแจงลองชุดจนเสร็จเรียบร้อย
ก่อนลากลับข้าพเจ้าเปิดกระเป๋าเอกสารให้เธอดูแสดงความบริสุทธิ์ เพราะเธอปล่อยข้าพเจ้าให้อยู่ในห้องคนเดียวเป็นเวลานาน หลังจากนั้นก็จ้ำอ้าวออกจากบ้าน รู้สึกน้ำหนักตัวลดจนตัวเบา
ข้าพเจ้าทำหน้าที่ รปภ. อยู่สองคืน พอคืนที่สาม ตอนดึกหัวหน้า รปภ. ก็ให้คนมาเรียกข้าพเจ้าไปพบ
ข้าพเจ้านั่งเผชิญหน้ากับหัวหน้า ฟังหัวหน้าพูดอย่างตั้งใจ
“คุณดูดบุหรี่หรือเปล่า?”
“ไม่ดูดครับ”
“กินเหล้าหรือเปล่า?”
“ไม่กินครับ”
“เสพยาหรือเปล่า?”
“ไม่เสพครับ”
“อือ ! ดี เรื่องยาผมไม่ชอบ”
“คืออย่างนี้ ทางบริษัทเขาแจ้งมาห้าม รปภ. เข้าไปในโรงงาน คุณเข้าไปกดสัญญาณแล้วก็ออกมา อย่าไปเดินดูนั่นดูนี่”
“ผมแกล้งเดินเข้าไปเพื่อให้คนห้าม เมื่อไม่มีคนห้ามผมก็เดินไปเรื่อยๆ”
“นั่นแหละเขาไม่ต้องการให้เข้าไป”
“คุณไม่ได้บอกผมไว้ก่อน ผมคิดว่า รปภ. มีหน้าที่รักษาความปลอดภัย จะไปได้ทุกแห่ง ผมเข้าไปสำรวจสถานที่”
“ไม่ต้อง”
“แล้วผมต้องรับผิดชอบอะไรแค่ไหนล่ะครับ ?”
“ต่อไปคุณอยู่แค่ในป้อม ความรับผิดชอบของคุณแค่จากป้อมไปถึงที่เก็บแก๊สโน่น” เขาชี้
ข้าพเจ้ามองตาม
“โอ้โฮ ! อย่างนี้ไม่มีปัญหา สบายมาก” ข้าพเจ้าอุทาน
“ผมยังไม่ทราบข้อบังคับ หรือข้อตกลงอะไรเลย พอมีให้ผมดูไหมครับ ? ข้าพเจ้าถาม
“ปกติผมจะประชุมทุกสัปดาห์แต่ตอนนี้ไม่ค่อยว่างเลยยังไม่ได้ประชุม” เขาตอบ
“อีกอย่างผมอยากให้คุณทำความเคารพผู้บังคับบัญชาด้วย”
“ครับ” ข้าพเจ้ารับปากในใจนึกถึงผู้จัดการบริษัทและคนสำคัญต่างๆในบริษัทแต่ข้าพเจ้าไม่รู้จักเลย แม้แต่ตัวหัวหน้า รปภ. คนนี้ก็เพิ่งรู้จัก
“ผมคงต้องบอกให้คุณรู้ว่า เมื่อบอกอะไร เตือนอะไร ก็ต้องฟังกัน ถ้าไม่ฟังก็อยู่ด้วยกันไม่ได้”
ข้าพเจ้างงเพราะไม่คาดว่าจะเจอคำพูดอย่างนี้ แต่ก็ยังไม่รู้สึกอะไรมากนัก
“คุณกลับไปประจำที่ได้”
“ครับ” ผมขานรับแล้วออกเดินไปประจำตู้ยาม
ข้าพเจ้านั่งอยู่สักพักก็ออกไปสำรวจสถานที่รับผิดชอบ ข้าพเจ้าเดินไปเรื่อยๆจนสุดทางที่หัวหน้า รปภ. ชี้ สังเกตเห็นว่าตรงนั้นเป็นที่ลงของ มีของลงอยู่เต็มรถ มองเห็นสลัวๆ เพราะไม่มีไฟตาม มองไปข้างๆ มีตู้ รปภ. อีกตู้หนึ่งตั้งอยู่ มันน่าจะให้ รปภ. ตู้นี้รับผิดชอบเพราะอยู่ใกล้มองเห็นอะไรชัดเจนกว่าเยอะ ข้าพเจ้าคิด
ข้าพเจ้ายืนอยู่ครู่หนึ่งก็เดินกลับเข้าประจำป้อม สงสัยอยู่ในใจว่าทำไมเขาไม่ให้ป้อมโน้นรับผิดชอบ ข้าพเจ้ามองไปที่ลานนั้นอีกครั้งแต่มองไม่เห็น รถบัสรับส่งคนงานสามคันจอดเรียงกันอยู่ บังรถส่งของไว้ แล้วนี่ถ้าคนแอบมาลักของข้าพเจ้าก๊อมองไม่เห็นน่ะซิ่ ข้าพเจ้านึก มันแปลก ไฟก็ไม่ตาม ถ้ามีคนมาลักป้อมโน้นก็ต้องเห็น แต่ทำไมมาให้เรารับผิดชอบ แล้วถ้า รปภ. ป้อมนั้นแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้บอกว่าไม่เห็นล่ะ ของหายขึ้นมาจริงๆ เขามาไล่เบี้ยเอากับข้าพเจ้าจะทำอย่างไร ข้าพเจ้านึกถึงของที่ลูกจ้างบริษัทต่างๆ แอบเอามาขายทันที มันไม่ง่ายเสียแล้ว คู่สัญญาก็ไม่ให้ ข้อบังคับก็ไม่ติดไว้ในที่ทำงานของลูกจ้าง ต้องทำงานถึง 12 ชั่วโมง ค่าแรงวันละ 165 บาท ผิดกฎหมายคุ้มครองแรงงานอยู่เห็นๆ เอาเปรียบทุกอย่าง แล้วยังจะต้องเป็นแพะรับบาปอีกหรือนี่
เช้าวันรุ่งขึ้น
“ผมลาออกครับ” ข้าพเจ้าบอกกับหัวหน้ายามคนหนึ่ง เพียงเพื่อจะให้รู้ว่าข้าพเจ้าไม่มาทำงานอีกแล้ว เธอเป็นญาติกับเจ้าของบริษัท
“เอาชุดไปคืนด้วย” เธอบอก
“ครับ” ข้าพเจ้ารับปากทั้งๆที่รู้ว่าไม่ไป มาตามเอาเองเหอะ ข้อหารออยู่หลายข้อหา ข้าพเจ้านึก
จะไปได้อย่างไร ข้าพเจ้ายอมทำงานฟรีสามคืน ค่าน้ำมันรถไม่คิด ดีกว่าเสี่ยงไปให้เขาปล้ำแถมอาจสั่งให้หมากัดอีกด้วย ค่าทนายเอย เสียเวลาเอย แถมยังไม่แน่ว่าศาลจะเชื่อข้าพเจ้าหรือผู้หญิง บ้านเขานะครับ ! ยังเสียวไม่หาย

โดย : อิสรินต์
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 21 มิ.ย. ปี 2007 [ เวลา 5 : 52 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook