บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 5

กรุงงานเขียนเก่า 1
กรุงงานเขียนเก่า 2
กรุงงานเขียนเก่า 3
กรุงงานเขียนเก่า 4
กรุงงานเขียนเก่า 5


>> คลองภาษีเจริญ คลองแห่งความเร้นลับ

เรื่อง : คลองภาษีเจริญ คลองแห่งความเร้นลับ

คุณเชื่อหรือไม่ว่าคลองภาษีเจริญเป็นคลองแห่งความเร้นลับ ถ้าไม่เชื่อ จงตามข้าพเจ้ามา ข้าพเจ้าจะพาไปสู่ความเร้นลับนั้น
คลองภาษีเจริญ เป็นคลองที่เชื่อมต่อกับคลองบางกอกน้อย ซึ่งเป็นคลองที่ขึ้นในเรื่องของความรักที่มั่นคง แต่ว่า คลองภาษีเจริญกับขึ้นชื่อในเรื่องของภูตผีปีศาจที่ดุร้าย คลองภาษีเจริญนั้นยาวไปจนจรดประตูน้ำอ่างทอง เป็นคลองที่มีระยะทางไกลหลายกิโลเมตรที่เดียว และในอดีตคลองนี้นี่เองที่ได้ฉุดคร่าชีวิตของชาวบ้านในละแวกริมคลองไปหลายต่อหลายคน

หนึ่งในจำนวนนั้นก็มีช่างอ้อยรวมอยู่ด้วย มาเถอะ ข้าพเจ้าจะลำดับเรื่องให้ฟังช่างอ้อยเป็นคนรูปร่างสูงใหญ่เหมือนกับคนโบราณ เป็นคนใจกล้า ไม่เกรงกลัวใครแม้กระทั่งภูตผีปีศาจ เพราะแกถือว่าแกมีอาจารย์ดี ในขณะที่ชาวบ้านกำลังร่ำลือถึงเรื่องพรายน้ำที่มาอาละวาดฆ่าผู้คนอยู่ในบริเวณคลองภาษเจริญ แกกับดูถูกชาวบ้านเหล่านั้นว่างมงาย ไร้สาระ

ช่างอ้อย นอกจากจะมีฝีมือในทางก่อสร้างอย่างหาตัวจับได้ยากแล้วแกยังเป็นนักดื่มตัวยงอีกด้วย หลังจากเลิกทำงานแกจะต้องดื่มกับพวกคนงานจนดึกดื่นทุกวัน เรียกได้ว่าเป็นกิจวัตรของแกเลยทีเดียว ซึ่งทางครอบครัวของแกก็รู้ แต่ว่าห้ามปรามแกไม่ได้

จนกระทั่งวันหนึ่ง หลังจากที่ช่างอ้อยออกไปทำงานตอนเช้าแล้ว แกก็ไม่ได้กลับมาอีกเลย ปล่อยให้ลูกเมียต้องเฝ้าคอยการกลับมาของแกเก้อ จนรุ่งเช้าลูกเมียก็ออกตามหาแกไปทั่วจนถึงที่ทำงาน สอบถามพวกคนงาน ก็ได้รู้ว่า เมื่อคืน หลังจากดื่มกันสักพัก ช่างอ้อยก็กลับบ้านไปตามเวลาปกติ ซึ่งตอนที่ช่างอ้อยกลับไปนั้น แกก็ไม่ได้มีอาการว่าเมาเลย พวกคนงานก็ยังสงสัยว่าแกไม่สบายถึงได้ไม่มาทำงาน

เพราะปกติ ช่างอ้อยจะเป็นคนที่รับผิดชอบต่องานมาก แกจะไม่ขาดงานโดยไม่จำเป็นเด็ดขาด
หลังจากที่พวกคนงานรู้เรื่องที่ช่างอ้อยหายไปแล้ว ต่างก็พากันออกตามหา แต่ว่า ตามหาจนตลอดทั้งวัน ก็ไม่มีวี่แววของช่างอ้อยเลย จนพวกคนงานท้อใจ เลิกตามหา แต่ว่า ลูกเมียของช่างอ้อยยังคงตามหาแกไปตามบ้านของญาติๆ แต่ก็ไม่มีวี่แววเหมือนกัน

จนกระทั่งวันที่สองของการหายตัวไปของช่างอ้อย ก็ได้มีข่าวร้ายไปถึงลูกเมียของช่างอ้อยว่าตอนนี้ได้เจอศพช่างอ้อยแล้ว อนิจจา!!! ข่าวนี้ได้สร้างความเศร้าโศกเสียใจให้กับครอบครัวของช่างอ้อยยิ่งนัก หัวหน้าครอบครัวมาเสียชีวิตอย่างนี้ แล้วใครจะเป็นผู้รับภาระต่อไปเล่าลูกเมียของช่างอ้อยรีบไปดูศพของช่างอ้อยทันที สภาพศพของช่างอ้อยนั้นทำให้ลูกเมียของแกถึงกับร้องไห้ออกอย่างไม่อายสายตาของใครๆเลย

ชาวบ้านคนหนึ่งที่มาช่วยเอาศพขึ้นเล่าว่า ขณะที่เดินกลับบ้าน ได้เห็นสิ่งหนึ่งลอยอยู่ใต้สะพาน จึงได้ก้มลงไปดูแล้วก็เห็นศพของช่างอ้อย จึงได้เรียกคนมาช่วยกันเอาขึ้น สภาพศพที่เห็นครั้งแรกนั้น ลอยคว่ำหน้า แต่ว่ามันแปลกมาก เพราะว่ามือทั้งสองข้างของช่างอ้อยกอดเสาสะพานอยู่และที่สำคัญคือที่ข้อเท้าเป็นรอยเขียวช้ำเหมือนถูกใครจับดึงแรงๆ

ใครดึงช่างอ้อย แล้วช่างอ้อยทำไมถึงต้องกอดเสาสะพานแน่น ลักษณะเหมือนกำลังต่อสู้เพื่อเอาตัวรอดสุดชีวิต มันน่าสงสัยไหม

ถ้าสงสัย โปรดคอยอ่านต่อกั๊ปป๋ม

หลังจากที่ช่างอ้อยตายได้ไม่นาน ก็มีเหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้นอีก

ช่างเล็กอายุ ยี่สิบเจ็ด นิสัยดี ไม่กินเหล้า ไม่สูบบุหรี่ แกยังไม่มีครอบครัว อาศัยอยู่กับพี่ชาย พี่สะใภ้กับหลานสาวอีกคนหนึ่ง บ้านของพี่ชายแกอยู่ริมคลองภาษีเจริญซึ่งอยู่อีกฝากหนึ่งของถนน ทุกๆเช้าแกจะให้หลานสาวของแกพายเรือไปส่งอีกฝากหนึ่งเพื่อจะขึ้นรถโดยสารไปทำงาน พอตอนเย็นหลักจากเลิกงานแล้ว แกจะรีบกลับบ้านทันที เพราะว่าแกจะต้องเรียกให้หลานเอาเรือมารับ แต่ว่า บางวันที่แกทำงานเลิกดึก แกจะว่ายน้ำข้ามไปบ้านเอง เพราะแกเกรงใจพี่ชายที่จะต้องลำบากเอาเรือข้ามมารับแก
จนกระทั่ววันหนึ่ง หลังจากที่ช่างเล็กไปทำงานตอนเช้าแล้ว คืนนั้นทั้งคืน แกก็ไม่ได้กลับบ้านเลย สร้างความเดือดร้อนใจให้ผู้เป็นพี่ชายอย่างมาก พี่ชายของแกไปตามหาแกถึงที่ทำงานของแกก็ไม่พบ ทราบจากพวกคนงานว่า เมื่อคืน ช่างเล็กทำอยู่จนดึกถึงได้กลับบ้าน

พี่ชายของช่างเล็ก หลังจากที่ตามหาน้องชายไม่เจอ ก็ได้กลับบ้านด้วยความเสียใจ

หลังจากนั้นอีกสองวันศพของช่างเล็กก็ลอยปรากฏแก่สายตาชาวบ้าน แต่ว่าศพนั้นลอยอยู่ห่างจากบ้านของพี่ชายช่างเล็กหลายกิโลเมตรทีเดียว และที่สำคัญ ที่ข้อเท้าของศพก็มีรอยเขียวช้ำเหมือนกับศพของช่างอ้อยเช่นกัน ทำไม ศพถึงได้ลอยไปไกลทั้งๆที่น้ำในคลองภาษีเจริญไหลขึ้นลงไม่แรง ทำไม ที่ข้อเท้าถึงได้มีรอยเขียวช้ำเหมือนกับศพของช่างอ้อย

คุณรู้ไหม ถ้าไม่รู้ ก็ตามข้าพเจ้ามา ข้าพเจ้าจะไขปัญหานั้น

ป้าถมยา แกเป็นคนรูปร่างอ้วนมีบ้านอยู่ริมคลองภาษีเจริญ ธรรมดา คนอ้วนมักจะเป็นคนขี้ร้อน ป้าถมยาแกก็เป็นเช่นนั้นด้วย แกจะอาบน้ำวันละหลายครั้งเลยทีเดียว

อยู่มาวันหนึ่ง น้ำประปาที่ส่งไปใช้ภายในหมู่บ้านไม่ไหล ป้าถมยาก็เลยต้องลงไปอาบน้ำในคลองแทน ตอนกลางวันก็ไม่ค่อยเท่าไหร่ แต่ว่า พอตอนกลางคืน ป้าถมยาแกก็เกิดอาการกลัวพรายน้ำในคลองภาษีเจริญขึ้นมา เพราะว่า ตอนนั้น ได้มีคนในหมู่บ้านตายติดๆกันหลายคน ถึงจะกลัว แต่เพราะความอยากอาบน้ำ ป้าถมยาจึงได้ชวนลูกหลานไปอาบน้ำเป็นเพื่อน ซึ่งลูกหลานของแกก็ตามใจ ไปอาบน้ำเป็นเพื่อน

ในขณะที่กำลังเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนานนั่นเอง ป้าถมยาซึ่งกำลังอาบน้ำอยู่ที่กระไดท่าน้ำก็ร้องขึ้นว่า “เฮ้ย ใครดึงขากูวะ” พวกลูกหลานต่างก็พากันแปลกใจ เพราะว่า พวกตนก็ยังเล่นน้ำกันอยู่ครบ ไม่มีใครหายไปเลย แต่ทำไม ป้าถมยาถึงได้ร้องว่ามีคนไปดึงขาแก เมื่อพากันหันไปดูก็เห็นป้าถมยากำลังดิ้นรนอย่างรุนแรงและร้องขึ้นว่า “เอก ช่วยแม่ด้วย มีคนกำลังดึงขาแม่” พี่เอกซึ่งเป็นลูกชายคนโตของป้าถมยาพร้อมกับหลานต่างพากันรีบว่ายน้ำเข้าไปหาแก ซึ่งกำลังจะจมน้ำ พร้อมกับช่วยกันยื้อยุดฉุดแกขึ้นมาจากน้ำได้สำเร็จ

พอพาป้าถมยาขึ้นมาจากน้ำได้แล้วทุกคนต่างก็พากันแปลกใจ เพราะว่า ที่ข้อเท้าของป้าถมยามีรอยเขียวช้ำเหมือนถูกใครจับดึงอย่างที่แกร้องบอกจริงๆ และในวันรุ่งขึ้นรอยเขียวช้ำนั้นก็เกิดอาการอักเสพและเป็นแผลผุพองอย่างน่ากลัว สร้างความทรมานให้กับป้าถมยาเป็นอย่างมาก ไม่ว่าลูกหลานของแกจะพาไปรักษาที่ไหน อาการนั้นก็ไม่ทุเลาลงเลย จนหมดปัญญาที่จะรักษา

พี่เอก จึงได้ไปหาท่านเจ้าอาวาสที่วัดใกล้บ้านและเล่าเรื่องราวทั้งให้ท่านเจ้าอาวาสฟัง ท่านเจ้าอาวาสจึงได้ให้น้ำมันมนต์ไปพร้อมกับกำชับให้ทาทุกวัน มันน่าแปลกมาก เพราะว่าเมื่อป้าถมยาได้ทาน้ำมันมนต์แล้ว อาการของแกก็ดีขึ้นเป็นลำดับ จนในที่สุดแผลนั้นก็ได้หายลง

ข่าวที่ป้าถมยาถูกพรายน้ำดึงขานั้น ได้แผ่กระจายไปอย่างรวดเร็ว ได้สร้างความหวาดกลัวให้กับชาวบ้านที่อยู่ติดริมคลองเป็นอย่างมาก จนไม่มีใครกล้าอาบน้ำในเวลากลางคืนเลย

มีบางคืนที่พวกชาวบ้านจะเห็นเงาคนดำผุดดำว่ายอยู่กลางคลองแต่เมื่อลงไปดูเงานั้นก็หายไป ทั้งๆที่น้ำก็ยังกระเพื่อมเป็นวงกว้างอยู่ แต่ว่ามองหาเงานั้นไม่เห็นเลย

จนกระทั่งพวกชาวบ้านลงความเห็นว่าควรนิมนต์พระมาทำการขับไล่พรายน้ำนั้น จึงได้ไปมิมนต์ท่านเจ้าอาวาสมาพรมน้ำมนต์ในคลองภาษีเจริญ โดยนิมนต์ท่านเจ้าอาวาสนั่งบนเรือแล้วมีชาวบ้านสองคนพายไปตามลำคลองเริ่มตั้งแต่หัวหมู่บ้านยันท้ายหมู่บ้าน ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา ก็ไม่เคยเกิดเหตุการณ์เช่นนั้นอีกเลย

คุณละ คิดอย่างไรกับเรื่องของป้าถมยา คืนนั้น ถ้าป้าถมยาไม่ชวนลูกหลานไปอาบน้ำด้วย เหตุการณ์มันจะเหมือนกับสองศพที่ผ่านมาหรือไม่ บาดแผลของป้าถมยา ถ้าไม่ได้รักษาด้วยน้ำมันมนต์ของท่านเจ้าอาวาส มันจะหายหรือไม่ รอยเขียวช้ำที่เกิดขึ้นเหล่านั้น ใครเป็นผู้กระทำ เงาที่พวกชาวบ้านเห็นนั่นเป็นเงาของใครและถ้าพวกชาวบ้านไม่นิมนต์พระมาประพรมน้ำพระพุทธมนต์ เหตุการณ์เช่นนั้นมันจะเกิดขึ้นอีกหรือไม่ สิ่งเหล่านี้ มันชวนให้สงสัยจริงๆ แต่ว่า คุณพร้อมที่จะพิสูจน์หรือเปล่า

สิ่งเร้นลับเหนือธรรมชาติ บางครั้งมันก็ไม่ต้องการให้ใครมาพิสูจน์ตัวของมัน แต่มันจะมาปรากฏกับตัวของคุณเอง แล้วคุณล่ะ พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับสิ่งเร้นลับนั้นหรือยัง

….ปีศาจน้อย….
โดย : ปีศาจน้อยจอมซน
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 22 มิ.ย. ปี 2007 [ เวลา 13 : 55 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook