บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 5

กรุงงานเขียนเก่า 1
กรุงงานเขียนเก่า 2
กรุงงานเขียนเก่า 3
กรุงงานเขียนเก่า 4
กรุงงานเขียนเก่า 5


>> โกโก้เย็นและเจ้าหญิงของฉัน

เรื่อง : โกโก้เย็นและเจ้าหญิงของฉัน

บางคนบอกผมเป็นนักเขียน บ้างก็ว่าเป็นนักเล่าเรื่อง แต่นั่นก็แล้วแต่คุณจะเรียก สิ่งที่
ผมเขียนหรือถ่ายทอดก็ล้วนแต่เป็นสิ่งที่คุณพบเห็นอยู่ทุกวัน แต่จะมีใครสักกี่คนที่เคย
นึกถึงมันอย่างจริงจัง....อย่างเรื่องนี้ก็เหมือนกัน
ป้อมเป็นเด็กชายตัวเล็กๆคนหนึ่ง อายุไม่เกินหกขวบ ที่คุณพบได้ทั่วไป หากคุณเดินไป
ตามสถานที่ก่อสร้างที่ยังไม่เสร็จ เด็กชายท่าทางมอมแมม เสื้อและกางเกงขาสั้นที่ปะแล้ว
ปะอีก ใช่คุณหาตัวเขาได้ไม่ยากหรอก...
ป้อมไม่ได้ไปโรงเรียน เหมือนเด็กอีกหลายคนและ..ก็ต่างจากเด็กอีกหลายคนที่มีโอกาส
นั้น เรื่องของป้อมเริ่มขึ้นจากเย็นวันหนึ่งที่เจ้าของอาคารที่กำลังก่อสร้างเข้ามาตรวจดู
ความคืบหน้าของงาน.. พวกเขามากันสามคนพ่อ แม่และลูกสาวตัวเล็ก...

"เด็กคนนั้นเหมือนเจ้าหญิง" แป้นน้องสาวของป้อมชี้ให้เขาดูลูกสาวของเจ้าของอาคารที่
พ่อของป้อมและแป้นเป็นคนงานก่อสร้างอยู่
ในมือของเด็กหญิงที่อยู่ในชุดเจ้าหญิงสีขาวในสายตาของป้อมและแป้นมีแก้วโกโก้เย็น
ของร้านกาแฟยี่ห้อดังยี่ห้อหนึ่ง ..จะด้วยเป็นเพราะเด็กหญิงหันมามองป้อมและน้องหรือ
กำลังคิดอะไรเพลินอยู่ โกโก้ในแก้วจึงหกรดไปบนชุดเจ้าหญิงสีขาวเป็นทาง

"น้องแก้ว ! " เสียงแม่ของเด็กคนนั้นดุ
"ทำไมทำอย่างนี้ล่ะคะ ชุดเปื้อนหมดแล้ว ...ไม่ต้องกินแล้ว" แม่ของเด็กหญิงพูดด้วยน้ำ
เสียงไม่พอใจก่อนจะโยนแก้วพลาสติกที่มีโก้โก้เหลืออยู่กว่าครึ่งลงพื้น
"คุณก็ " เจ้าของอาคารปราม เมื่อเห็นว่าเด็กหญิงทำท่าจะร้องให้
"เด็กๆทำเลอะเทอะบ้างก็เรื่องธรรมดา" เจ้าของอาคารลูบหัวเด็กหญิงอย่างปลอบใจ
"เดี๋ยวป๊าไปซื้อให้หนูใหม่นะ อยู่แค่นี้เอง" ชายเจ้าของอาคารชี้ให้เด็กหญิงดูตึกสูงที่อยู่
ข้างกัน
"งั้นรีบไปเถอะ เดี๋ยวต้องไปซื้อโกโก้แก้วใหม่กัน" เจ้าของอาคารพูดโดยไม่สนใจอาการ
ฮึดฮัดของแม่เด็ก ก่อนที่จะกล่าวลาหัวหน้าคนงานที่คอยรายงานอยู่

เมื่อเจ้าของโรงงานกลับไปแล้ว ป้อมและแป้นวิ่งไปยังแก้วโกโก้ที่ถูกทิ้งไว้ แม้ว่ามันจะหก
ออกมาบ้างแต่โกโก้ในแก้วก็เหลืออีกเกือบครึ่ง ป้อมเก็บแก้วนั้นขึ้นมาเช็ดกับเสื้อขาดรุ่งริ่ง
ของเขา เมื่อเห็นว่ามันสะอาดดีแล้วเด็กชายจึงยื่นมันให้กับน้องสาวที่หน้าตามอมแมมไม่
แพ้กัน
"อร่อย" เด็กหญิงบอกหลังจากชิมโกโก้ ในแก้วเข้าไปอึกใหญ่พร้อมกับยื่นแก้วนั้นให้กับ
ป้อม เด็กชายจิบโกโก้แก้วนั้นไปหน่อยหนึ่ง มันมีกลิ่นหอมและรสหวานอย่างที่เขาไม่เคย
ได้สัมผัสมาก่อน เด็กชายหมุนแก้วและเห็นสัญลักษณ์ที่ไม่คุ้นตาบนแก้ว
"สงสัยจะเป็นของฝรั่ง" ป้อมบอกน้องสาวก่อนจะยื่นแก้วนั้นให้น้องสาว
"รู้ได้ยังไง "เด็กหญิงถาม พร้อมกับรับแก้วโกโก้มาดูดต่อ
"ตัวเองอ่านหนังสือไม่ออก" เด็กหญิงพูด
"รู้ก็แล้วกันล่ะน่า" เด็กชายบอกก่อนจะจูงมือเด็กหญิงวิ่งกลับไปที่พักที่ทำจากสังกะสีเพื่อ
กันแดดกันฝนเพียงชั่วคราว

ผมเห็นเด็กชายตัวเล็กท่าทางมอมแมมคนนี้อยู่ที่หน้าห้างสรรพสินค้าแห่งนี้เกือบเดือน
ปกติผมมักมาใช้เวลาในร้านกาแฟยี่ห้อหนึ่งในห้างสรรพสินค้าแห่งนี้วันละหลายชั่วโมง
ผมรู้ดีว่าราคาของกาแฟแต่ละแก้วที่ผมดื่มเป็นค่าอาหารให้เด็กอย่างป้อมไปได้หลายมื้อ
แต่บางครั้งความสุขของคนเราจะเกิดได้ก็ต่อเมื่อเราไม่รับรู้ความทุกข์ของคนอื่นเป็นบาง
ครั้งบางคราว ..ผมคิดอย่างนั้น... และเวลาที่ผมอยู่ในร้านกาแฟก็เป็นเวลาที่ผมเลือกที่จะ
ไม่รับรู้ เพียงแต่มองเรื่องราวที่มันผ่านไป...
เด็กชายมานั่งรับจ้างขัดรองเท้าอยู่ที่ทางเข้าเหมือนกับผู้ใหญ่ที่เป็นคนพิการอีกหลายคน
ผมแอบประทับใจในความใฝ่ดีของเด็กคนนี้ไม่ได้ แต่ก็ยิ่งแปลกใจมากขึ้นเมื่อเด็กชาย
มาที่ร้านกาแฟพร้อมกับหอบอุปกรณ์ขัดรองเท้าเข้ามาด้วย
ผมเห็นท่าทางที่ไม่พอใจของพนักงานในร้านเมื่อเห็นเด็กชายอายุไม่เกินหกขวบหน้า
ตามอมแมม พอๆกับเสื้อผ้าที่ใส่เข้ามาในร้าน เด็กหนุ่มคนหนึ่งซึ่งเป็นพนักงานร้าน
เดินเข้าไปหาก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
"น้องเข้ามาไม่ได้นะ ในร้านไม่ให้ขัดรองเท้า" เด็กหนุ่มบอก
ผมเห็นเด็กชายนิ่งไป ก่อนที่จะพยักหน้า และเดินไปด้านที่เป็นกระจกของร้าน เด็กชาย
เดินมองแต่ละโต๊ะจากนอกร้านอย่างช้าๆ ลูกค้าในร้านเริ่มหันมามองป้อม แต่ก็เพียงชั่ว
ขณะจากนั้นก็เริ่มพูดคุยและหัวเราะเหมือนกับไม่เคยมีเด็กชายอยู่ตรงนั้นมาก่อน....
ผมเองก็เช่นกัน..ความรู้สึกว่ามีก้อนอะไรวิ่งขึ้นมาจุกที่ลำคอมันหายไปเพียงแค่เราเบือน
หน้าหนีมัน..ก็เท่านั้นเอง
ผมยังเจอป้อมที่หน้าห้างสรรพสินค้าแห่งนั้นทุกวัน บางครั้งก็อดสงสัยไม่ได้ว่าการที่เขา
มาขัดรองเท้าอย่างนี้จะได้วันละกี่บาทกัน .. หลายครั้งที่ผมเห็นป้อมเดินอยู่รอบๆร้านกาแฟ
ที่ผมไปนั่งทานอยู่ ผมสังเกตว่าส่วนใหญ่ป้อมมักจะหยุดและยืนมองลูกค้าที่มีเด็กมาด้วย
ครั้งนี้ป้อมหยุดยืนจ้องอยู่นาน จนเด็กหนุ่มที่เป็นพนักงานในร้านเห็นผิดสังเกตุและเดิน
ออกมาไล่เขาไป

วันนี้ฝนตกที่หน้าห้างสรรพสินค้าไม่มีคนพิการมานั่งขัดรองเท้าเหมือนเคย แต่สายตาผม
แอบไปเห็นกล่องเล็กๆที่เบียดอยู่กับกำแพงในส่วนที่แห้ง ภาพของเด็กตัวเล็กมอมแมม
ปรากฏขึ้นในจินตนาการของผมทำให้ผมต้องหยุดอยู่ตรงนั้นชั่วขณะ ก่อนจะตัดสินใจเดิน
เข้าไปหา ป้อมนั่งตัวสั่นอยู่กับกล่องอุปกรณ์ขัดรองเท้าของเขา..
"ยังรับขัดรองเท้าอยู่มั้ย" ผมถาม
หน้าตามอมแมมพยักหน้าอย่างดีใจ
"เท่าไร"
"ห้าบาท" เด็กชายตอบ
คำตอบนั้นทำผมแปลกใจ ..ห้าบาท ... เด็กป้อมอาจต้องนั่งอยู่ที่นี่ทั้งวัน บางวันอาจมีลูกค้า
เพียงคนเดียว ข้าวกลางวันก็ไม่ได้กิน เพื่อรอเงินเพียงห้าบาท...
"ทำไมถูกนัก" ผมถามด้วยเสียงที่อ่อนลงจนตัวผมเองก็แปลกใจ..
"ผมขัดไม่เก่ง" เด็กชายตอบซื่อๆ ...
ผมนั่งลงบนม้านั่งเล็กๆที่เด็กชายเตรียมมาให้ เด็กป้อมลงมือขัดรองเท้าเก่าๆของผม ท่าทางมี
ความสุขเสียเหลือเกิน
"ผมเห็นเราไปที่ร้านกาแฟข้างบนนั่น" ผมถาม มือเล็กๆนั้นหยุดทำงานและมองผมอย่างไม่
แน่ใจ
"ผมไม่ได้มาดุเราหรอก เพียงแค่อยากรู้" ผมอธิบายพร้อมกับยิ้มให้ เด็กป้อมพยักหน้าและ
เริ่มทำงานต่อ
"ผมอยากรู้ว่าที่เค้ากินเรียกว่าอะไร" ป้อมบอกผม ยิ่งทำให้ผมสงสัยเข้าไปใหญ่
"คนไหนล่ะ" ผมถาม นี่คงเป็นสาเหตุที่ทำให้เด็กชายมอมแมมคนนี้ไปยืนมองอยู่นอกกระจก
ของร้านอยู่บ่อยๆละมัง
"เด็กผู้หญิง" เด็กชายบอก
ผมนึกถึงวันที่ป้อมไปยืนมองข้างโต๊ะของเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง เด็กคนนั้นทานอะไรอยู่นะ ..
ดูเหมือนจะเป็น โกโก้เย็น ถ้าผมจำไม่ผิด
"น่าจะเป็น โกโก้เย็นนะ" ผมบอก ป้อมแสดงท่าทางดีใจมากพร้อมกับทวนชื่อของเครื่องดื่ม
ที่ผมเพิ่งบอกไป
"โกโก้เย็นหรอครับ"
ผมพยักหน้า ผมเฝ้ามองเด็กชายตัวเล็กขัดรองเท้าจนเสร็จ มันเงาวับอย่างที่ผมไม่มีทางขัดเอง
ได้จนต้องอมยิ้ม
ผมยื่นธนบัตรใบละยี่สิบบาทให้เด็กชาย ซึ่งมีสีหน้าสลดลงทันที
"ไม่มีเหรียญห้าบาทหรอครับ ผมไม่มีสตางค์ทอน" เด็กชายบอก
"ไม่ต้องทอนหรอก" ผมบอก
"แต่ผมคิดครั้งละห้าบาทนี่ครับ" เด็กชายถามด้วยความไม่เข้าใจ
"งั้นวันหลังผมจะมาขัดให้ครบ" ผมบอก เด็กชายจึงยิ้มออก นี่ผมติดหนี้เด็กคนนี้อีกสามครั้ง
เชียวนะ..ผมคิดในใจ

ในร้านกาแฟ ผมเห็นเด็กชายกำลังเดินเข้ามาในร้าน คราวนี้ไม่มีกล่องและอุปกรณ์ขัดรองเท้า
มาด้วย เด็กหนุ่มซึ่งเป็นพนักงานในร้านทำท่าไม่แน่ใจแต่ก็ยังเดินเข้าไปหา
"เอาอะไรดีน้อง" เด็กหนุ่มถามด้วยน้ำเสียงเรียบๆ
"โกโก้เย็น เท่าไร" เด็กชายท่าทางมอมแมมถาม
จากสีหน้าและแววตาของป้อมทำให้เด็กหนุ่มพูดเสียงอ่อนลง
"แก้วเล็กสี่สิบบาท แก้วกลางหกสิบ แก้วใหญ่แปดสิบ "
ป้อมล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงจนผมได้ยินเสียงกรุ๋งกริ๋งดังออกมา
เด็กชายพยักหน้าก่อนจะพูด
"ถ้างั้นผมจะมาใหม่ ผมจะเอาแก้วใหญ่"
ผมเห็นเด็กหนุ่มที่เป็นพนักงานในร้านทำสีหน้าแปลกใจ แต่ก็ไม่ได้ซักอะไรอีก ทั้งผมและ
เด็กหนุ่มคนนั้นได้แต่มองป้อมเดินจากไปด้วยความสงสัยว่าป้อมต้องการโกโก้เย็นแก้วใหญ่
ไปทำไม แก้วขนาดนั้นน้ำแข็งต้องละลายหมดก่อนที่เด็กหกขวบจะทานหมดแน่นอน

ผมยังคงเห็นป้อมมานั่งขัดรองเท้าที่เดิมอีกสามสี่วัน และก็หายไป หรือที่ร้านกาแฟที่ป้อมเคย
มาประจำก็ไม่เห็น เด็กคนนั้นไปไหนนะผมเฝ้าถามตัวเอง
ด้วยความสงสัยผมจึงเดินไปบริเวณที่มีคนพิการนั่งขัดรองเท้าอยู่ ที่ด้านข้างยังคงมีกล่องและ
อุปกรณ์ขัดรองเท้าของป้อมวางอยู่..หรือเกิดอะไรขึ้นกับเขานะ ผมอดใจหายไม่ได้

"พี่ครับ " ผมเรียกชายพิการขาด้วนที่นั่งอยู่
"ครับคุณ ขัดรองเท้าหรอครับ" เขาถาม ผพยักหน้าและนั่งลงบนเก้าอี้ตัวเล็กที่เขาจัดให้
"เด็กตัวเล็กๆที่ชื่อป้อมไม่มาแล้วหรอครับ" ผมถามและมองไปยังกล่องที่วางอยู่ด้านข้าง
ชายพิการถอนใจก่อนจะตอบผม
"คงไม่มาแล้วล่ะครับ "
"อ้าวทำไมล่ะครับ อุปกรณ์ของเขายังอยู่ที่นี่เลย" ผมถามพร้อมกับชี้มือไปยังกล่องที่วางอยู่
ด้านข้าง
"อ๋อ นี่ของผมเองล่ะครับ" ชายพิการตอบ
"ผมให้ไอ้ป้อมมันยืม มันอยากได้ตังค์ไปซื้อโกโก้อะไรนี่ละ" เขาเล่าต่อ
"กล่องนี่เป็นเครื่องมือเก่าผม ไม่ได้ใช้แล้วก็เลยให้มันยืมสงสารมัน" ชายพิการเล่า จากนั้น
เรื่องราวของป้อมที่ผมไม่เคยรู้ก็ได้ถูกถ่ายทอดออกมา

เมื่อสองเดือนก่อน เด็กหญิงอายุประมาณสี่ขวบ ..แป้น..น้องสาวของป้อมป่วยด้วยโรคที่หมอ
เองก็ไม่รู้จัก หรืออาจทำเป็นไม่รู้จัก พ่อและแม่ของป้อมพาน้องสาวของเขาไปที่โรงพยาบาล
รักษาด้วยบัตรผู้ป่วยอนาถาและเงินเก็บที่พอจะมีจนกระทั่งเงินเก็บบาทสุดท้ายของครอบครัว
หมดไป....อาการของเด็กหญิงยังไม่ดีขึ้น การที่แม่ของป้อมที่หยุดงานไปดูแลอยู่เกือบสอง
เดือนทำให้รายได้ของครอบครัวไม่พอใช้จ่าย สุดท้ายทางโรงพยาบาลก็ไม่สามารถทำอะไรได้
ได้แต่ให้เด็กหญิงกลับมารักษาตัวที่บ้านตามอาการ ซึ่งทั้ง พ่อและแม่ของป้อมไม่มีทางเลือก..
ด้วยเหตุผลของปากท้อง..ซึ่งทุกคนในครอบครัวต่างรู้ดีว่าเวลาที่จะยื้อชีวิตของเด็กหญิงนั้นน้อย
ลงทุกวัน

"ป้อมมันบอกว่ามันจะซื้อโกโก้ไปให้น้อง"ชายพิการเล่า ถึงตอนนี้เสียงของชายผู้พิการสั่นเครือ
"ผมเห็นมันมาด้อมๆมองๆอยู่ ทีแรกนึกว่ามันจะมาขโมยเงิน" เขาเล่า
"ต่อมามันก็มาขอว่า มันจะขัดรองเท้าให้ แค่แบ่งเงินให้มันครั้งละห้าบาท"
ถ้าผมดูไม่ผิดผมคิดว่าผมเห็นน้ำตาคลออยู่ที่สองตาของชายพิการ
"ผมก็เลยเอาเครื่องมือเก่าๆมาให้มันใช้ แต่มันก็เก็บเงินแค่ห้าบาทอยู่ดี" เขาเล่าต่อ
ผมนับเวลาคร่าวๆที่เด็กชายมารับจ้างขัดรองเท้าที่นี่ อย่างน้อยเขาควรจะได้โกโก้แก้วเล็กแล้ว
นี่นา ...
"ถ้างั้นผมจะมาใหม่ ผมจะเอาแก้วใหญ่" เสียงเล็กนั้นแว่วเข้ามาในความทรงจำ .. มีอะไรที่ผม
ยังไม่รู้อีกนะ
"แล้วป้อมเค้าซื้อได้หรือยัง" ผมถาม ก็น่าจะได้แล้วนี่นา เพราะไม่เห็นเด็กชายมอมแมมคนนั้น
อีก คราวนี้ชายพิการถึงกับป้ายน้ำตา ยาขัดร้องเท้าที่เปรอะมือเปื้อนหน้าเป็นทางยาว
"ยังหรอก แต่ป้อมมันไม่ต้องการแล้ว มันก็เลยไม่มาอีก"
คำตอบนี้ทำให้ผมรู้สึกถึงการบีบของหัวใจจนเกือบหายใจไม่ออก ...หรือว่า...
"น้องสาวมันตายไปเมื่อสองวันก่อน " ชายพิการเล่า
"มันเอากล่องและอุปกรณ์มาคืนผม คุณรู้มั้ยว่ามันเก็บเงินได้กี่บาท" เขาถามแต่ไม่ต้องการคำตอบ
"เจ็ดสิบบาท...." ชายพิการตอบพร้อมกับสะอื้น
ผมรู้สึกร้อนๆที่ขอบตาขึ้นมา... ผมพยายามก้มมองรองเท้าที่ชายพิการเพิ่งขัดเสร็จ มันมีหยดน้ำ
เล็กๆเกาะอยู่...ผมไม่รู้เหมือนกันว่าหยดน้ำนั้นมันมาจากผมหรือจากชายพิการคนนั้น...
ผมกลับมานั่งที่ร้านกาแฟร้านเดิม... ทุกๆอย่างยังคงเหมือนเดิม ผู้คน ร้านกาแฟ แต่หัวใจผมนี่สิ
ผมรู้ว่ามันไม่มีวันเหมือนเดิม...
ผมนึกถึงชายพิการคนนั้น ... เขาพิการจริงๆน่ะหรือ.. ไม่หรอก ผมต่างหากที่พิการ.. หัวใจผมมอง
ไม่เห็นความทุกข์ของคนรอบข้าง.. แต่ชายคนนั้นเห็น.. หัวใจผมมันคับแคบและเย็นชา...แต่หัว
ใจของชายคนนั้นกลับกว้างขวางและอบอุ่น...ใช่...ผมต่างหากที่พิการ...

เด็กชายตัวเล็กที่แบกรับภาระเกินตัว ป่านนี้หัวใจดวงน้อยนั้นจะเป็นอย่างไร..บาดแผลนี้สร้าง
ความเจ็บปวดและฝังลึกลงไปในใจเขามากแค่ไหน.... เสื้อผ้าที่มอมแมมและขาดรุ่งริ่งนั้นไม่
ได้ทำความสกปรกให้ป้อมเลยแม้เพียงนิด ...เขาบริสุทธิ์ถึงเพียงนั้น...

ไม่ว่าป้อมจะรับรุ้หรือไม่ผมก็อยากบอกเขา.. มีปราชญ์ท่านนึ่งเคยบอกว่าช่วงเวลาที่มีความสุข
นั้นไม่ใช่เวลาที่ความสมหวังมาถึงหากแต่เป็นช่วงเวลาทีเรารอคอยด้วยความหวังต่างหาก......
เวลาที่เด็กชายตัวเล็กพร้อมกล่องขัดรองเท้ากำลังรอคอยอย่างมีความหวัง...เวลาที่เด็กหญิงตัวเล็ก
รอคอยและรู้ว่ามีใครบางคนกำลังทุ่มเทเพื่อเธอ... นั่นควรเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุด....
...ไม่ว่าผลของมันจะสมหวังหรือผิดหวัง......

แต่ที่ผมยังไม่เข้าใจก็คือ ป้อมมีสตางค์พอที่จะซื้อโกโก้แก้วเล็กหรือแก้วกลางได้แน่ๆ แต่เขาต้อง
การโกโก้แก้วใหญ่ไปทำไมนะ...... คำถามนั้นผมเฝ้าถามตัวเองนับจากวันนั้นมา.........
.....................................................................................................................................................

"พี่ป้อม ถ้าตายไปแป้นจะไปเกิดเป็นเจ้าหญิงมั้ย"

"เป็นสิ ..... "

"เป็นเจ้าหญิงจะได้ใส่ชุดขาวและกินของหวานๆหอมๆเหมือนวันนั้นใช่มั้ย"

"ใช่สิ ..."

"ถ้างั้น ทั้งพ่อ แม่และพี่ป้อม ก็ต้องได้กินด้วยใช่มั้ย"

"ทำไมล่ะ?"

"ถ้าเรากินด้วยกัน พี่ป้อมจะได้เป็น เจ้าชาย แป้นจะเป็นเจ้าหญิง เป็นลูกของพ่อกับแม่ไง"

".............."

"แต่ถ้าแป้น ไม่ได้เป็นเจ้าหญิงล่ะ..."

"เป็นสิ... พี่สัญญา... พี่จะทำให้แป้นเป็นเจ้าหญิง..............เป็นเจ้าหญิงจริงๆ สัญญา...."

......................................................................................................................................................

โดย : กลิ่นกาแฟ
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 26 มิ.ย. ปี 2007 [ เวลา 16 : 51 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook