บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 5

กรุงงานเขียนเก่า 1
กรุงงานเขียนเก่า 2
กรุงงานเขียนเก่า 3
กรุงงานเขียนเก่า 4
กรุงงานเขียนเก่า 5


>> สุดท้าย..ก็ไม่รอด

เรื่อง : สุดท้าย..ก็ไม่รอด

เมย์กับมดผู้เป็นพี่ชาย สนิทกับคุณป๋องมาก คุณป๋องให้เมย์เรียกเขาว่า “พี่ป๋อง” ด้วยเช่นกัน พี่ป๋องใจดีเมตตาเมย์เสมอ มดจึงรักและเชื่อใจเขา เชื่อว่าเขาเป็นเพื่อนสนิทที่ดีคนหนึ่ง ป๋องไม่เคยแสดงอาการดูถูกดูแคลนสองพี่น้องผู้กำพร้าพ่อแม่ มาพึ่งใบบุญของพ่อป๋อง

พ่อของป๋องเป็นนักธุรกิจใหญ่มีกิจการค้ามากมาย หนึ่งในกิจการค้าที่ทำเงินให้ปีละหลายสิบล้านบาทของการส่งออกคือ กล้วยไม้ สองพี่น้องเป็นผู้จัดการและฝ่ายบัญชีที่เรือนใหญ่เพาะปลูกที่นั่น มีบ้านพักหลังย่อมๆอยู่ด้านหลังเรือนกล้วยไม้ด้วย

คุณป๋องไปเรียนต่อวิชาการตลาดที่เมืองนอก3ปี เมื่อเมย์รับปริญญาตรี แล้วย้ายมาทำงานฝ่ายธุรการที่กรุงเทพฯ คุณลุงสนธิผู้เป็นพ่อของพี่ป๋องเป็นคนขอร้องให้เมย์ลงไปช่วยงานที่บริษัทใหญ่ เนื่องจาก2ปีที่ผ่านมา เงินบัญชีของบริษัทมักหายไปโดยไม่รู้สาเหตุ ฝ่าย
การเงินที่ต้องเปลี่ยนเกือบทุกเดือน ทำให้เมย์จำต้องแยกกับพี่มดชั่วระยะหนึ่ง

แรกๆที่มากรุงเทพฯเมย์เหงามากๆ ดีที่ว่าทุกคืนยังได้โทรคุยกับพี่มดบ้าง งานในบริษัทที่การเงินยุ่งเหยิง ด้วยมีญาติทางฝ่ายเมียคนปัจจุบันของคุณลุงสาธิต เข้ามาก้าวก่ายทำให้เมย์ท้อกับการจัดการบัญชีที่สุด ดีที่ว่าคุณลุงสนธิเข้าใจ เมย์จึงจัดการเคลีย์ทุกอย่างเกือบ
เป็นผลสำเร็จ ในเดือนที่4ที่เข้ามาทำงาน

“มด ขึ้นมากรุงเทพฯด่วน เมย์หายไป”

โทรศัพท์ทางไกลที่มดได้รับในคืนนั้น ทำให้เขานอนไม่หลับจนเช้ามืดก็ออกไปรอรถก่อนเวลาถึง2ชั่วโมง เมื่อถึงกรุงเทพฯสนธิพามดไปหาเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เป็นเจ้าของคดีเรื่องเมย์หายตัวไป

“เมื่อคืนก่อนเมย์โทรคุยกับผม ตอน3ทุ่ม แค่บอกว่าแล้วจะเล่าข่าวดีให้ฟังทีหลัง เพราะกำลังจะออกไปหาคนผู้หนึ่ง ผมถามน้องว่าใคร น้องผมบอกว่าจะเล่าให้ฟังในคืนนี้”

มดเล่าให้ผู้กองภาสกรฟังถึงการติดต่อกับน้องในครั้งล่าสุด แล้วก็กลับมาที่ห้องพักของน้องสาวที่ทางบริษัทจัดบ้านพักในชานเมืองแห่งหนึ่งให้เป็นที่อาศัยหลับนอน ระหว่างที่ลงมาช่วยเรื่องจัดการบัญชีเงินบริษัท เขาพบว่าห้องของน้องสาวแม้สะอาดสะอ้านก็จริง แต่มีบางสิ่่งแปลกๆตาไป ซึ่งเขาเองก็ยังบอกไม่ได้ในทันทีที่พบเห็น รู้แค่ว่าคนเจ้าระเบียบอย่างน้องสาวไม่ใช่คนนิยมจัดข้าวของรอบบ้านเป็นเช่นนี้แน่

คืนนั้นมดเข้าไปที่ระเบียงเล็กๆที่ยื่นออกไปนอกบ้าน มองดูดอกกุหลาบสีสันบาดตาพร้อมกับสูดกลิ่นหอมเข้าไปลึกๆ พลางพิจารณาความแปลกตาที่เกิดจากลางสังหรณ์ใจชอบกล เขาคิดว่าแปลงกุหลาบตรงระเบียงด้านข้างของตัวบ้าน เหมือนเพิ่งจัดแต่งอย่างตั้งใจ และเป็นการจัดแต่งที่เพิ่งผ่านเวลามาไม่นานนี้เสียด้วยสิ!!!

ดอกกุหลาบสีแดงที่ปลูกคละเคล้ากับดอกกุหลาบสีเหลืองและสีส้ม เป็นดอกก้านโตพันธุ์ต่างประเทศ น้องเมย์ไม่เคยชอบดอกกุหลาบสักนิด ทำไมปลูกไว้มากมาย และการปลูกดอกไม้พันธุ์นี้เป็นการปลูกที่สิ้นเปลือง เพราะดินฟ้าอากาศของที่นี่ไม่เหมาะเท่าไรเลย

น้องเมย์แม้ไม่ได้เรียนเกษตรมาเช่นตัวเขา แต่การอยู่รวมกับเขามาแต่เด็ก หล่อนก็พอรู้เกี่ยวกับการเพาะปลูกบ้างนี่นา มดเดินลัดเลาะไปมาที่แปลงกุหลาบนั้น แต่เมื่อไม่อาจหาความผิดปรกติอย่างอื่น เขาจึงกลับเข้าห้องคว้าผ้าขะม้าตรงไปที่ห้องน้ำ

ในห้องน้ำที่สวยสะอาดตาด้วยเครื่องใช้ไม้สอยราคาแพงหลายอย่าง ก็ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นนิสัยดั่งเดิมของเมย์ เขาหยิบน้ำหอมขวดเล็กราคาแพงมาดู แค่ไม่กี่เดือนคนมัธยัสถ์อย่างเมย์นะหรือจะยอมจ่ายเงินนับพันๆซื้อน้ำหอมชนิดนี้มาใช้?

แก้วน้ำลายละเอียดยิบนั่นก็เป็นของแพงจากเมืองนอก มีครบชุดทั้ง4ขนาด สำหรับใช้ดื่มน้ำเย็น ใช้เป็นแก้วน้ำรองน้ำสำหรับแปรงฟัน แล้วยังขนาดเล็กลงมาเป็นแก้วกาแฟอีก2ใบ กับจานรองและช้อนกระเบื้องเข้าชุดกัน ราคาไม่ต่ำกว่า5พันบาท เงินเดือนแค่หมื่นสอง
อย่างเมย์ หล่อนกล้าเข้าห้างซื้อของแพงขนาดนี้มาใช้ตั้งแต่เมื่อไรนะ?

มดหลับไปด้วยความมึนงงสับสนกับทุกอย่างในที่พักของน้องสาว ราวตี3 เขาสะดุ้งตื่นราวถูกอะไรบางอย่างปลุกให้ตื่น มดลุกออกมาที่หน้าต่างมองตรงออกไปที่แปลงกุหลาบ ก่อนขยี้ตาด้วยความตกใจอีกครั้ง เมื่อไม่พบสิ่งแปลกตาจึงเดินไปปิดไฟล้มตัวลงนอน

“เราคงคิดถึงน้องเมย์มากไปนั่นเอง”

เขาบอกตัวเองก่อนเคลิ้มหลับไปอีกหน ทว่าที่นอกหน้าต่างตรงแปลงดอกกุหลาบยามนี้ร่างนั้นกำลังมองเข้ามาในห้องจริงๆ ร่างของเด็กสาวในชุดนอนสีชมพูอ่อน ร่างซีดเซียวที่ปราศจากชีวิตของเมย์!!!

เมย์หายไปนับเดือน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้วี่แววอะไรสักนิด มดจึงลาสนธิตกลับไปทำงานที่เรือนกล้วยไม้อีกครั้ง มดผ่านเวลาไปครึ่งปีด้วยความเมาทุกค่ำคืนกว่าจะหลับนอนได้ เขาทรมานใจกับการที่น้องหายแต่ไม่มีข่าวคราวร้ายดีของเมย์จนวันที่ป๋องเดินทางกลับมา ป๋องแวะมาหาเขาแค่ครั้งเดียว และด้วยความเฉยเมยไม่มีความสนิทสนมเช่นที่ผ่านมา คืนนั้นมดพยายามชวนป๋องนั่งดื่มเหล้าด้วยกัน แต่เขาปฎิเสธขอขับรถกลับกรุงเทพฯทั้งๆที่ฝนกำลังตก

ป๋องขับรถด้วยความเร็วจากเรือนกล้วยไม้ของบิดาที่กระบี่ มาตามถนนที่มืดและเงียบมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ รถยนต์ที่แล่นมาด้วยความเร็วทั้งๆที่ฝนตกของป๋อง ต้องเบรคอย่างสุดตัวทันที เมื่อพบกับหล่อน หล่อนเกาะอยู่ที่หน้ากระจกรถ หล่อนทิ้งตัวลงมาจากบนฟ้า ราวตุ๊กแกตัวหนึ่ง ยึดจับกระจกตรงหน้ารถมองเขาด้วยสายตาอาฆาตพยาบาท

“ไอ้ป๋อง เอ็งคิดว่าจะหนีชั้นรอดงั้นรึรรรรรร...”

เสียงเยือกเย็นที่ดังมากระทบหูเขา ป๋องขนลุกตั้งชูชันด้วยความกลัวสุดขีด เขาไม่คิดจะกลับมาเมืองไทย ไม่คิดกลับมาที่นี่ ไม่อยากรับรู้เรื่องเมย์อีกต่อไป ทว่าพ่อก็เกิดคิดอยากให้เขาพาลูกค้าคนใหม่มาดูกล้วยไม้ที่เรือนด้วยตัวเองให้ได้สิน่า เมื่อส่งลูกค้าของพ่อเข้าบ้าน
พัก เขาจึงรีบออกรถมุ่งหน้ากลับกรุงเทพฯทันที แต่มีหรือจะรอด

“โอ๊ยยยยยยยยยยยย”

เสียงรถพุ่งเข้าชนหินข้างทาง เสียงกระดูกหักดังกร๊อบ ป๋องตาเหลือกแน่นิ่งก่อนขาดใจตายเขามองเห็นมือของตัวเอง มือที่บีบคอเมย์ในคืนที่ฝนตกหนักเหมือนคืนนี้ คืนที่เขาแอบกลับมากรุงเทพฯโดยที่พ่อไม่รู้เรื่องสักนิดเดียว กลับมาเพราะข่าวทางโทรศัทพ์ของนังเมย์

“พี่ป๋อง คุณสุวรรณสารภาพแล้วนะ เงินบัญชีที่หายไปทั้งหมด พี่เป็นคนเบิกไปเอง พี่เป็นชู้กับคุณเปิ๊ลเมียของพ่อตัวเองได้ไงกันนะทุเรศที่สุด แล้วพี่จะบอกพ่อเองไหม หรือจะให้เมย์เป็นคนบอก”

บ้านหลังนั้น บ้านที่เขากับเปิ๊ลคนรักแอบลักลอบได้อยู่ด้วยกัน ในยามที่พ่อเดินทางไปต่างประเทศ บ้านที่เขารักที่สุด บ้านที่ปลูกและจัดทุกอย่างตามที่เปิ๊ลชอบ ต้องหยิบยืมให้เมย์มาพักยังไม่พอ นังเมย์ยังคิดจะบอกพ่อเรื่องของเขากับเปิ๊ล ไม่ว่า้เขาจะขอร้องอย่างไรก็ตาม หล่อนก็ไม่ยินยอมฟัง จนเขาต้องหลอกว่า นายไท คนรักของหล่อนซึ่งเป็นเพื่อนกับเขาที่ไปเรียนที่อเมริกา ได้กลับมาเยี่ยมบ้านด้วยกัน ขณะนี้กำลังรอที่บ้าน นังเมย์ถึงหลงกลเข้ามาที่นี่

ในคืนนั้นอีก ทั้งๆที่หล่อนเพิ่งย้ายออกไปพักที่บริษัทได้2วัน โดยที่พ่อเขายังไม่รู้ และเมื่อพ่อกลับมาจากปีนัง เขาก็จัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว โดยฝังนังเมย์ไว้ตรงแปลงดอกกุหลาบนั่นเอง!!!!

โดย : ขุนพลน้อย
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 28 มิ.ย. ปี 2007 [ เวลา 0 : 31 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook