บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 5

กรุงงานเขียนเก่า 1
กรุงงานเขียนเก่า 2
กรุงงานเขียนเก่า 3
กรุงงานเขียนเก่า 4
กรุงงานเขียนเก่า 5


>> เพียงร้อยยิ้ม....สู่รอยยิ้ม.......จากความรู้สึก.....สู่ความรู้สึก

เรื่อง : เพียงร้อยยิ้ม....สู่รอยยิ้ม.......จากความรู้สึก.....สู่ความรู้สึก

เพียงร้อยยิ้ม....สู่รอยยิ้ม.......จากความรู้สึก.....สู่ความรู้สึก
…………………*............................................................................................................*
การอยู่ตัวคนเดี่ยวคิดอะไรคนเดี่ยวมันก็ยากที่จะอธิบายออกมาว่า........มันรู้สึกอ่อนล้าเพียงใด...ส่วนลึกๆในจิตใจมันก็เหงาอย่างบอกไม่ถูก นี้ไม่นับความรักจากครอบครัวที่มีมากล้น....แต่บางครั้งการที่ออกจากบ้านมาอยู่ตัวคนเดียวคนเราก็ต้องแสวงหาความรู้สึกความต้องการจากใครบางคนที่คอยอยู่ข้างๆเราเมื่อรู้สึกเหงาๆ...วันนี้เรายืนอยู่เพียงลำพักกับความคิดกับจิตนาการที่มากมี ความรักได้เข้ามาตกกระทบ แล้วก็จากไป ...ความรักหรือว่าเราคิดไปเองกันแน่เฝ้าถามตัวเองว่าทำไม อะไร เหตุใด สิ่งที่เราต้องการเรียกร้องเพื่อจะได้มาซึ่งความอบอุ่น ความรู้สึกดีๆเหล่านั้นกลับอยู่กับเราไม่นาน....ยิ่งนานวันจิตใจเริ่มเปราะบาง เมื่อความรู้สึกดีๆจากใครตกกระทบมาก ก็เฝ้าแต่ฝันว่า ..ฉันคงได้มีใครสักคนคลายความเศร้าให้หนีหายออกจากไป...แต่เพื่อนฉัน ตัวฉัน ยิ่งทำให้ให้ความรู้สึกเหล่านั้นเลือนรางออกไป ออกไป เพื่อฉันคือความเหงา ก็ยังอยู่กับฉัน ...
วัน......นี้ฉันนั่งมองออกไปนอกหน้าต่างเห็นคนจูงมือกันเดินออกมาจากหน้าบ้าน ความรู้สึกแรกที่เห็นช่างน่าประทับใจจริงๆ ทั้งสองมีรอยยิ้ม มองหน้ากัน แสงอาทิตย์ตอนเย็นทอแสงลงทอดแสงตกกระทบใบหน้าคู่นั้น แม้จะมีริ้วร้อยแห่งวันเวลาที่ผ่านมาเกือบหกสิบกว่าปี ... ใบหน้าทั้งสองก็ยังคงเปรี่ยมไปด้วยร้องยิ้มแห่งความสุข ที่ฉันไม่อาจและไม่เคยได้สัมผัสกับสิ่งนั้น ช่างดูอบอุ่น มีความงดงามที่บอกไม่ถูก ... ฉันหันตัวช้าๆไปมองกระจกแล้วยิ้มให้กับตัวเอง “ ยิ้มสิ ยิ้มนึกเรื่องดีๆเข้าสิ เรื่องดีๆ “ ฉันยิ้มออกมาอย่างมีความสุขกับเรื่องดีๆ ต่างๆที่ผ่ายเข้ามาในชีวิต .. แต่รอยยิ้มของฉันมันคงแฝงไปด้วยความรู้สึกที่ ฉันอาจต้องการจากเรื่องดีๆเหล่านั้นก็เป็นได้ ....
สองตายาย..จับมือกันแล้วเดินออกจากหน้าประตูบ้าน...
ตายาย : คุณครูวันนี้ไปออกกำลังกายไหม?
ฉัน: ครับเดี่ยวผมคงไปเดี่ยวรอทำธุระเสร็จก่อน วันนี้ตากับยายจะไปเดินที่ไหน
ตายาย : คงที่เดิมนั้นแหละคุณครู
ฉัน: ครับเดี่ยวผมตามไปนะครับ
ตายาย : เดี่ยวครูช่วยมารับหลานตาไปด้วยนะ ตาให้น้องดาวแต่ตัวรอเสร็จแล้ว
ฉัน: ครับเดี่ยวผมแต่ตัวเสร็จเดี่ยวผมจะไปรับน้องดาวไปกันเลย

................................................................................................

ฉัน: น้องดาวครูมารับหละ ปะไปกัน
เด็กหญิงตัวเล็กๆอายุ 6 ขวบ ซึ่งอยู่กับตายาย โดยที่พ่อแม่ของหนูน้อย เดินทางไปทำงานที่ต่างจังหวัดปีหละ 2 -3 ครั้งก็จะกลับมา 2-3 อาทิตย์เพื่อมาเยี่ยมน้องดาวจึงอยู่กับคุฯตาคุณยาย และมีฉันเป็นเพื่อนบ้าน ซึ่งคงคงจะเป็นพ่อคนที่สองของน้องดาวเพราะแก่จะเรียกติดปากอยู่เสมอว่าคุณพ่อ.....น้องดาวร้องตะโกนออกมากจากตัวบ้าน
น้องดาว: คะคุณพ่อน้องดาวรอตั้งนานหละ
ฉัน: งันก็รีบใส่ร้องเท้าเลยจะได้ไปกัน
น้องดาว: เจ้าคะคุณพ่อ
ฉัน: นี้น้องดาว ครูขออะไรอย่างได้เปล่า ...ต่อหน้าสาวๆที่เราไปออกกำลังกายอย่าเรียกพ่อนะ เรียกคุณครู หรือ น้าก็ได้เดี่ยว สาวๆๆเข้าใจผิดหมด
น้องดาวทำหน้าสงสัย จะทำปากขะมุกขะมิบ เหมือกำลังสงสัยเตรียมตัวตั้งคำถาม ฉันรีบตัดบท นี่น้องดาวเดี่ยวใสร้องเท้าเสร็จก่อน ตอนเดินไปค่อยถามเดี่ยวก็มืดกันพอดีถ้ามั่วมาตอบคำถาม มาตอบกันตอนนี้ ค่ะ...... พอมาถึงสวนสารธารณ พอลงรถปุ๊....เตรียมตัวจะรอบรอบสวนซัก ห้ารอบ พอก้าวลงปีแม่หนูน้อยคงเก็บกดมาพอควรกับคำถามที่จะถามตั้งแต่อยู่ที่บ้าน พอมาถึงก็ประเดิมคำถามเลย..ฉันจูมือเด็กน้องที่ยังคงทำหน้าสงสัยเดินไปตอบคำถามไป
น้องดาว: พ่อ ทำไมไม่ให้หนูเรียกพ่อ ต่อหน้าสาวๆหละ
ฉัน: ฉันอมยิ้ม แล้วตอบไปว่า ก็นะ เดี่ยวสาวๆเข้าใจผิดหมดหละว่าครูมีลูกแล้ว เดี่ยวเขาเข้าใจผิดนึกว่าครูมีลุกหละเดี่ยวก็ไม่มีแฟนกันพอดี
น้องดาว: แล้วทำไมพ่อต้อง จะต้องมีแฟนด้วยหละ
ฉัน: อืม..................น้องดาวมีครูเป็นพ่อหละ แล้วน้องดาวไม่อยากได้คุณแม้บ้างเหรอ ครูกับน้องดาวก็จะได้มีคนดูแลไง ดีไหม
น้องดาว: (ทำหน้าครุ่นคิด...........) ไม่เอา....เดี่ยวพี่เขามาแย่งความรักของคุณครูไปจากน้องดาวหมด เดี่ยวน้องดาวก็จะไม่มีเพื่อนเล่น นะสิ
ฉัน: ว่าไปนั้น ใครจะมาแย่งความรักจากเราไปหละไม่มีหรอก อีกอย่างนะ ถ้าครูมีแฟน น้องดาวก็จะได้มีเพื่อนเล่นยกกำลังสองเลยไง ไม่ดีกว่าเหรอ
น้องดาว: ดีค่ะ ... น้องดาวก็จะได้มีเพื่อนเล่นสอนคนเลยใช้ไหม แล้วทำไมพ่อ ต้องมีแฟนด้วยหละ
ฉัน: ถามเยอะแยะจริงเรานี่ ... นู้นๆ........เห็นคุณคุณยายไหมเดินจูงมือกันนั้น นู้นมานั้นละ ครูก็อยากมีทำแบบนั้นบ้างสิ
น้องดาว: แล้วพ่อ เดินจูงมือน้องดาว อยู่เนี้ย....แล้วจะเอามือข้างไหนไปเดินกับแฟนคุณครูอีก
ฉัน:เอ๋...............น้องดาวนี่ถามอยู่นั้นแหละ ก็ครูมีมือสองข้าง ข้างหนึ่งก็น้องดาว อีกข้างหนึ่งก็แฟนไง
น้องดาว: อ๋อ..........................................
ฉัน: ไป..น้องดาวเดินดีกว่าไม่ต้องถามมากหละ ยังไงครูก็คงไม่มีต้อนนี้หรอก มั่วแต่ถามนั้นแหละเดี่ยวก็ไม่ได้ออกกำลังกายพอดี......................เอาวิ่งๆๆๆๆๆ

กลับจากออกำลังกายกินข้าวอาบน้ำทำธุระอะไรเสร็จเตรียมตัวเข้านอน ฉันเดินไปที่หน้าต่างแล้วอดยิ้มกับตัวเองไม่ได้ว่า วันหนึ่งถ้าน้องเขาโตขึ้นมา น้องเขาจะแสวงหาความรักในรูปแบบที่ฉันต้องการแบบนี้หรือเปล่า ยังไงวันนี้วันนี้ฉันก็ได้ข้อคิดอะไรดีจากเด็กหญิงตัวน้อยๆ ที่เฝ้าถามคำถามต่างๆน่าๆจนน่ารำคาญ แต่นี้แหละคือพลังที่ทำให้ฉันได้ต่อสู้กับความเหงานั้นได้ ความรัก ความห่วงหาจากคนใกล้ตัว ช่วยพยุงให้ชีวิตเราต้องดำเนินต่อไป ไม่มีสิ่งที่สมบูรณ์แบบที่สุดไม่มีสิ่งที่เลวร้ายที่สุด ทุกอย่างอยู่ที่เราคิดว่าจะพอหรือใช้ให้ดำเนินไปอย่างเหมาะสม ให้ความคิด ความรัก ความหวงหา ความเอื้ออาธร ให้กับคนรอบข้าง สิ่งนั้นก็คงกลับมาหาเราเช่นกัน ......................ความรู้สึกที่อาจไม่ได้หวัง อาจเกิดขึ้นกับเราเมื่อใดก็ได้ ไม่วันนี้ ก็วันนี้ ....เพราะอนาคตก็คือวันนี้ของพรุ่งนี้วันนี้อีกต่อไป.........

เพียงเฝ้าฝัน
เพียนใฝ่หา
อาจได้มา
เพียงความผิดหวัง
จากร้อยยิ้ม
สู่รอยยิ้ม
จากความรู้สึก
สู่ความรู้สึก
ไม่เฝ้าฝัน
ไม่ใฝ่หา
ได้ซึ่งรับมา
อบอุ่นใจ
....................................................

ไก่อู....


โดย : ไก่อู....
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 1 ต.ค. ปี 2008 [ เวลา 12 : 30 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook