บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 5

กรุงงานเขียนเก่า 1
กรุงงานเขียนเก่า 2
กรุงงานเขียนเก่า 3
กรุงงานเขียนเก่า 4
กรุงงานเขียนเก่า 5


>> ศึกเทพอสูรถล่มฟ้า Past:1

เรื่อง : ศึกเทพอสูรถล่มฟ้า Past:1

บนท้องนภาสีทองเรือนรอง มีสถานที่สำหรับเทพเจ้าเท่านั้นที่สามารถอยู่ได้ ตำหนักแบ่งเป็นหลายชั้น แต่ที่โดดเด่นไม่แพ้ตำหนักของราชาสวรรค์เห็นทีจะเป็นตำหนักเฉินจินของเทพเอ้อหลางเสินเทพผู้คุมกฏผู้เป็นใหญ่รองลงมาจากองค์เง็กเซียนหลานชายที่เหลือรอดคนเดียว..แน่นอนว่าต้องเข้มงวดเรื่องระเบียบวินัยเป็นธรรมดา ครานี้เจ้าของตำหนักกำลังแพ่งสมาธิไปที่หญิงสาวเรือนผมสีดำใบหน้าสวยราวกับรูปวาดแกะสลักผิวขาวดั่งไข่มุขเนื้อละเอียดอ่อนของนางขัดกับอาภรณ์ที่ดูทะมัดทะแมงยิ่งนัก! นางถือกระบี่จันทรากวัดแกว่งหัดยุทธกับเงาร่างแยกสีดำ ใบหน้าสวยระบายรอยยิ้มเหยีดเย้ยหยันเล็กน้อยก่อนจะตวัดดาบเป็นแนวเฉียงฟาดเข้าใส่เงาของตนที่ได้แตกสลายจากกระโจมตีเมื่อครู่
เสียงเค้นเหอะ ดังออกมาจากลำคองามระหงส์ หมิงเทียนหลงคือชื่อของนางบุตรีคนเดียวของเทพฝูซีและหนี่หวา สมัยเด็กเขาออกจะเลี้ยงดูนางมาอย่างดีก่อนที่ความทรงจำทั้งหมดจะกลับมาฟื้นคืนและทำให้เกิดความหมางใจ ซุนหงอคงเอ๋ย เจ้าไม่น่าทำให้เวลาแห่งความสุขข้าถดถอยไปเลย ชายหนุ่มคิดถึงเรื่องเมื่อสิบห้าปีก่อนแล้วรู้สึกเสียดายอย่างยิ่ง แม้เพียงข่มตาภาพนางที่เขาเคย รักก็ยังปรากฏอยู่อย่างเลือนลาง บนสวรรค์มีแต่คนคิดว่าหมิงเทียนหลงคือบุตรสาวของเขาแต่ความจริงยังไงก็ไม่ใช่ พระแม่สวรรค์รับสั่งให้เขาสมสู่กับมนุษย์แล้วนำหินก้อนหนึ่งไปใส่ในท้องตอนที่คนรักเขาหลับ ผลพลอยได้ก็คือนางท้องและคลอดอาหมิงออกมา แต่ผลสุดท้ายเขาก็ไม่เหลือใครเลยนับตั้งแต่ เสี่ยวเหมยจากเขาไป...
“เสี่ยวเอ้อนำสุรามาให้ข้า”เสียงน่าเกรงขามของเทพวานรดังขึ้นชายร่างเล็กใส่เสื้อซ่อมซ่อค่อยๆรินสุราใส่จอกแล้ววางไหเหล้าวางไว้ข้างๆกายของแขกของโต๊ะข้างๆ
“ขออภัยท่านดื่มมากเกินไปแล้ว”เสียวเอ้อกล่าวอย่างนอบน้อม
“ดื่มมากแล้วไงข้าอยากเมา ข้าสั่งให้เจ้าเอาเหล้ามาก็เอามาสิ”ซุนหงอคงตะหวาดดังลั่น เสี่ยวเหมยผู้เป็นเจ้าของโรงเตี๊ยมรีบออกหน้าแทนเกรงว่าลูกน้องที่แสนจะใสซื่อดวงสั้นเอา
“สุราหมดแล้ว นายท่าน”หญิงสาวกล่าวเสียงอ่อนโยนพยายามยิ้ม
“อะไรกัน ที่นี่มันโรงเตี๊ยมนะ ไฉนมีสุราหมด”เขากล่าวอย่างไม่สบอารมณ์
“วันนี้วันโปรดสัตว์ความจริงข้าจักต้องปิดร้านด้วยซ้ำถ้าไม่ติดว่าบุตรสาวข้าอยากเปิดร้านเพื่อขายอาหารธรรมดามิได้ขายสุรา”
“แต่เจ้าก็ขายมันเพราะฉะนั้นเจ้าต้องไปหาสุรามาให้ข้า”
“ข้าบอกท่านแล้วไงละว่าสุราหมดแล้วต้องรออีกสี่ชั่วยามสุราถึงมาส่ง”สิ้นเสียงเทพวานรยันกายลุกขึ้นยืนคว้ากระบอกวิเศษของคู่กายพังร้านทำให้แขกในร้านวิ่งหนีไปคนละทิสคนละทาง
“ท่าน!ทำอย่างนี้ทำไมไฉนท่านเป็นเยี่ยงนี้”
“ถ้าหากยังไม่มีสุราให้ข้า สิ่งต่อไปที่ข้าจะทำลายก็คือเจ้า”
“ข้าบอกท่านแล้วไงว่าสุราหมด”นางเอ่ยอย่างไม่พอใจ ก่อนจะหันหลังแล้วเดินไปหาบุตรสาวของยืนตัวสั่นหวาดหลัวซุนหงอคง
“อาหมิงไม่ต้องกลัวนะลูก”นางกล่าวอย่างอ่อนโยนมือเรียวบางของนางลูบศรีษะเด็กน้อย
“ท่านแม่ระวัง!”เสียงตะโกนของเด็กน้อยทำให้นางหันกลับไปมองด้านหลัง เทพวานรง้างกระบองวิเศษแล้วตีนางสุดแรง ทำให้นางล้มลงไปน้ำสีแดงกระเซนใส่ชุดสีขาวของเด็กจนแทบมองไม่ออกว่านี่คืออาภรณ์สีขาว


หยาดโลหิตไหลอาบทั่วร่างที่ไร้วิญญาณของหญิงสาวนางหนึ่งข้างกายนางมีเด็กหญิงในอาภรณ์สีขาวที่บางส่วนเปราะไปด้วยเลือดสีชาด ร่างเล็กสั่นเพิ้มไปด้วยความหนาวบรรยายกาศอืมครึ้มหยาดฝนค่อยๆตกลงมาค่อยๆชำละลอยเลือดให้จางหายไปหมอกขวันที่หนาค่อยๆจางจนเผยให้เห็นโฉมหน้าของฆาตกร มือน้อยๆกำจนกลายเป็นหมัดที่แฝงไปด้วยความแค้นร่างเล็กๆขยับกายลุกขึ้นมาอย่างช้าๆก้มหน้านิ่งไม่พูดจาอะไร
“ขอโทษนะข้าไม่ได้ตั้งใจ”เทพวานรกล่าวจากใจจริง เขาไม่น่าดื่มสุราจนเมามายจนทำให้เด็กคนนี้ต้องพลอยฟ้าพลอยฝนไปด้วยเลย
“เจ้าพูดขอโทษแล้วแม่ข้านางจะฟื้นไหมฆาตกร”เด็กน้อยเงยหน้ามองฆาตกรด้วยสายตาอาฆาตแค้นซุนหงอคงมองเด็กหญิงด้วยสายตาที่ตกตะลึง
“ทำไมเจ้าถึงมีเนตรที่สาม”
“มันไม่เกี่ยวอะไรกับเจ้า!”เด็กน้อยตอบกลับเขา
“แม่ข้าทำอะไรผิด ทำไมเจ้าต้องฆ่านาง ทำไม...”
“ข้าซุนหงอคงขออภัยเจ้าจริงๆเด็กน้อย”
“ข้าไม่สนว่าเจ้าจะเป็นใคร เจ้ามันฆาตกร”สิ้นเสียงเด็กน้อยสาวเท้าสั้นๆวิ่งตรงหมายจะชกที่หน้าของเทพวานร
แต่ว่าเขาเบี่ยงตัวหลบทันทำให้เกิดแค่รอยหมัดถากๆที่แก้มซ้ายทำให้มีเพียงรอยเลือดเล็กๆเป็นแนวยาวไม่มากนัก
ส่วนตัวเด็กหญิงเกือบล้มถลาไปกองกับพื้นดีที่มีคนมาขว้างแขนไว้ทัน
“มันเกิดอะไรขึ้นอาหมิง”บุรุษในอาภรณ์สีนิลกล่าว เด็กน้อยก้มหน้านิ่งแล้วเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้กับบุรุษที่ซุนหงอคงเห็นแล้วอยากจะฟาดกระบองวิเศษของเขาใส่
“ไม่ต้องกลัวนะ เรื่องนี้ปล่อยให้พ่อดีกว่าเจ้านะ ไปหลบกับเห่าฟ้าก่อน”
“นางเป็นลูกสาวที่เจ้าเคยเอ่ยถึงใช่ไหม เอ้อหลางเสิน”ซุนหงอคงถามเสียงสั่นๆ
“ถูกแล้ว นางเป็นลูกสาวข้า ว่าแต่เจ้าเถอะ เจ้าเมาใช่ไหม”
“ใช่แล้ว..ข้าเมาข้ามันไร้สติก็เลยเผลอ..”
“เจ้ารีบไปสะก่อนที่ข้าจะเปลี่ยนใจสู้กับเจ้าต่อหน้า ลูกสาว”เทพเอ้อหลางเสินกล่าวราวกับออกคำสั่ง
เทพวานรมองหน้าเด็กน้อยก่อนจะใช้วิชาเหยียบเมฆทะยานฟ้าหายไปกับสายฝนที่หยุดตก
“ฆาตกรเจ้าฟังคำของข้าไว้แม้วันนี้พ่อข้าจะปล่อยเจ้าไปสักวันหนึ่งข้าฆ่าเจ้าเอาเลือดของเจ้ามาล้างความแค้นข้า”
เด็กน้อยตะโกนสุดเสียงระบายความในใจไปพร้อมกับความแค้นที่เริ่มก่อตัวขึ้นมา
“เรื่องนี้พ่อว่าปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผู้ใหญ่ดีกว่าอาหมิง..”
“ท่านปล่อยฆาตกรหนีไป..ข้าไม่มีอะไรพูดกับท่านอีกแล้ว”หมิงเทียนเอ่ยเสียงสั่นๆ
“อาหมิง..ใช่ว่าข้าปล่อยแล้วข้าไม่โกรธแค้นมันนะเพียงแต่ข้ายังไม่อยากให้สามภพต้องสะเทือนเพียงเพราะอารมณ์ที่ข้าเองก็เดือดพาล”เอ้อหลางเสินกัดฟันพูด
“ข้าไม่สนหรอก ท่านเคยห้ามข้าว่าอย่าเป็นเหมือนท่านพี่ แต่ว่าตอนนี้ข้าเองก็ขอเลือกทางที่ท่านพี่เคยเดืนดีกว่า ข้าขอยอมเป็นเทพอสูรดีกว่าเห็นมันมีชีวิตแล้วมันเจ็บปวดใจ”
“ไม่ได้นะอาหมิงตอนนี้ข้าเหลือเพียงแค่เจ้าแล้ว”สิ้นเสียงเขาดึงตัวเด็กน้อยมาโอบกอดไว้ราวกับว่านางเหมือนแก้วที่เปราะบางสามารถแตกได้อย่างง่ายดาย
“เจ้าต้องไปอยู่กับข้าที่เหยาฉืออย่างถาวรแล้วอาหมิง”
“ก็ได้..แต่ว่าต่อจากนี้ไปคนที่ปล่อยฆาตกรให้ลอยนวนไปข้าจะไม่เรียกเขาว่าพ่ออีกต่อไปแล้ว”เทพเอ้อหลางเสินนัยน์ตาเบิกกว้างคิดไม่ถึงว่าลูกสาวของเขาจะกล้าพูดถึงเพียงนี้
“อาหมิง..ข้าเชื่อว่าสักวันเจ้าจะเข้าใจข้า”
“ไม่มีวัน ไม่มีสิ่งใดจะย้อนใจข้าอีกแล้ว ชีวิตของข้ามันเริ่มต้นขึ้นจริงๆจังๆแล้ว ข้าจะกลายเป็นเทพอสูรให้ได้สักวันหนึ่งข้าขอสัญญาต่อฟ้า หากข้าไม่กลายเป็นเทพอสูรก็ขอให้ข้าพ่ายแพ้ทุกสิ่งแม้กระทั่งสัตว์ตัวเล็กๆ”
“หมิงเทียน..”เด็กน้อยเงียบไม่พูดจาอะไรต่อเทพเอ้อหลางจึงพานางกลับไปยังเหยาฉือ ในใจของเขามีเพียงความหวังอันลิบหลี่..หวังว่าสักวันหนึ่งนางจะกลับมาเป็นลูกสาวของเขาดั่งเดิม

เอ้อหลางเสินคล้ายตกอยู่ในห้วงภวังค์แห่งความทรงจำ เขานึกถึงลูกชายแท้ๆของเขา หมิงอี้หลง[อู่เสิน]ที่กลายเป็นมารสามภพ เพราะความกดดันของผู้ใหญ่ละเลงจากสีผ้าสีขาวเป็นสีดำสนิท ไม่อยากจะย้อมกลับมาให้เหมือนเดิมได้ แต่ตอนนี้หมิงเทียนหลงกลายเป็นสีเทา เขาจะต้องพยายามชักนำนางให้กลับมาเป็นสีขาวดั่งเดิม...

เหมือนดังลูกสาวคนเล็กหมิงเซียงหลง ที่เรียบร้อยอ่อนหวาน ที่สุดในบรรดาสามใบเถา ใบหน้าที่มาจากเสี่ยวเหมย นิสัยก็คล้ายนางยิ่งนัก ดูยังไงก็แตกต่างจากหมิงอี้หลงและหมิงเทียนหลง ชัดๆ นางเท่านั้นที่จะเป็นต้นแบบให้สองคนนั้นกลับมาดั่งเดิม แต่ย่อมรู้ดีว่ามันเหมือนละเมอเพ้อคาดวาดฝันไว้......





โดย : มังกรพงาดฟ้า
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 13 ธ.ค. ปี 2008 [ เวลา 15 : 16 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook