บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

มนต์ผีเสื้อ
ตอน ทักษิณายันนคร สาวิตรี : เขียน

1…เช้าวันหนึ่งอันแสนประหลาด

ทางสายหนึ่งทอดยาวไปไกลอย่างไม่รู้จุดหมายปลายทาง สีดำยามค่ำคืนตัดกับละอองไอสีขาวที่ลอยมาจากเบื้องล่าง ทุกอย่างเงียบสงบไร้สรรพสำเนียง ขาทั้งสองข้างยังคงก้าวไปข้างหน้าอย่างสม่ำเสมอ สิ่งชักจูงคือแรงปรารถนาเร้นลับภายใน ไป…ต้องไป

ความรู้สึกเหม่อลอยเกิดขึ้นไม่นานนัก บังเกิดมีแสงสว่างจ้าพร้อมกับลมพายุที่พัดเข้ามาปะทะอย่างรุนแรง ความรู้สึกคล้ายกับร่างกายถูกพัดพาให้ลอยล่อง ภายในสมองมีคลื่นอย่างหนึ่งอัดอยู่เต็ม สิ่งนี้เป็นดั่งเสียงสะท้อนจากระฆังใบใหญ่ที่บรรจุในกะโหลกศรีษะ ยามเมื่อตีกระทบก็เกิดเสียงเหง่ง…หง่างก้องไปมา แรงดันที่มีพลังมหาศาล ราวกับจะทะลายทุกสิ่งที่กั้นขวาง แต่การณ์กลับไม่เป็นเช่นนั้น เสียงสะท้อนนั้นค่อย ๆ หายไป จนกระทั่งกลับเข้าสู่ความราบเรียบเงียบงัน อันไม่ต่างไปจากความสงัดในครั้งแรก

ความรู้สึกภายในร่างกายที่มีชีวิตถูกปลุกขึ้นมาอย่างช้า ๆ จากความเย็นที่ปลายมือและปลายเท้า สัมผัสนั้นน่าแปลกใจ แทบจะทำให้ร่างนี้คิดว่าตนเองกำลังดำเนินอยู่ในความฝัน เปลือกตาทั้งสองข้างเปิดขึ้นอย่างยากเย็น ครั้นเมื่อมีแสงลอดเข้าไปยังนัยน์ตา พลันต้องหลับลงอย่างขัดเคือง ครู่หนึ่งเมื่อสายตาเริ่มชินกับแสงสว่างภายนอก หันไปมองรอบกายให้สะดุ้งสุดตัว ชุดนอนกระโปรงยาวสีครีมสะบัดไปตามแรงของผู้สวมใส่ เหล่าแมลงและผีเสื้อตัวเล็กสองสามตัวพลอยตกใจไปด้วย

สีเขียวของต้นหญ้าเปรียบประดุจพรมผืนใหญ่ที่ปูลาดรองรับร่างกาย บัดนี้เริ่มแปรเปลี่ยนไปช้า ๆ ด้วยลำแสงที่ส่องลอดมาจากเรือนยอดไม้สูงด้านบน สิ่งที่เคลื่อนไหวรอบกายเป็นไปตามแรงลมที่พัดผ่านไปอย่างเยือกเย็น งามมยุรา รัตนเภตรา รู้สึกได้กับความเย็นที่เกิดขึ้น มือทั้งสองข้างชื้นเย็นจากน้ำค้างบนใบหญ้า คำถามแรกที่มีให้กับตนเอง

ตอนนี้เธออยู่ที่ไหน แล้ว…มาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร จากนั้นคำถามอีกมากมายระคนไปกับความกลัวก็ประดังเข้ามาอย่างวุ่นวาย เวลาผ่านไปชั่วครู่จึงสงบและพยายามคลี่คลายความยุ่งเหยิง

เมื่อคืนนี้ฝันไป….ความฝันที่จำได้เพียงเลือนๆ ฝันถึงอะไรบ้าง !

ทำไมความจำจึงมืดทึบไปเช่นนี้ นี่เธอกลายเป็นคนละเมอไปได้อย่างไร นึกแล้วใจหายวาบ สำรวจตนเองก็ดูเป็นปกติดี

ขณะที่พยายามรวบรวมกำลังใจ สมองกับสายตาพยายามลำดับภาพว่าที่นี่ควรจะเป็นที่ไหน สิ่งที่นึกออก จากหน้าต่างห้องนอน ไกลออกไปแลเห็นทิวเขาเตี้ยสองลูก กับฉากหลังอีกไกลลิบและเทือกเขาขนาดใหญ่ ขนาดกินพื้นที่ส่วนหนึ่งของขอบฟ้า นึกไปพลางลุกขึ้นก้าวเดิน หันไปมองทางด้านหลัง เทือกเขาขนาดใหญ่ดูจะขยับเข้ามาใกล้กว่าเดิม กับข้างหน้าเป็นภูเขาเตี้ยสองลูก

ถ้าไม่ติดอยู่กับความกังวล มีความคิดที่จะเดินดูให้มากกว่านี้ รู้สึกเสียดายลึก ๆ ที่จะต้องเดินจากสถานที่นี้ไป แม้จะดูแปลก ๆ ไปบ้าง แต่สัมผัสได้กับกลิ่นอายความบริสุทธิ์ของต้นไม้ใบหญ้า กระแสลมเย็นพัดเยือกมาจากที่อันไกล เธอเดินเร็วขึ้นตามความรู้สึกหวั่นใจภายใน ชั่วอึดใจจึงมาถึงบริเวณที่เล็งไว้แต่ไกล

มีทางเดินผ่านระหว่างภูเขาสองลูกนี้ ช่องทางเดินนั้นถูกบังจากเหลี่ยมหิน โดยที่อธิบายกับตนเองไม่ได้ เธอหันกลับไปมองทางด้านหลัง ไอหมอกเหมือนจะตามมาคลุมทุกอย่างไม่ให้มองเห็นภาพขุนเขาที่ไกลออกไป

ช่องเขาที่กำลังเดินเข้าไป ระยะระหว่างผนังทั้งสองด้านมีขนาดกว้างประมาณหนึ่งเมตร เมื่อเดินไปไม่กี่เมตรดูเหมือนจะไปสู่ทางตัน เธอไม่มีโอกาสรู้ว่าหนทางข้างหน้า ยังจะเดินต่อไปได้หรือไม่ แม้จะเร่งรีบเพียงใด แต่ความช่างสังเกตอันเป็นนิสัย ทำให้สายตามองเรื่อยขึ้นไปยังผนังทั้งสองด้านที่เป็นหินขรุขระสีน้ำตาลแดง รอยตัดเรียบจนคล้ายกับใช้เครื่องจักรตัดลงมา เท้าที่เดินก้าวเร็วจนได้กลายมาเป็นวิ่ง อุปทานได้บอกว่าผนังด้านซ้ายและขวา รอยหยักทั้งด้านต่ำลาดลงและที่สูงขึ้นไป ถ้าเลื่อนเข้าหากันได้ล่ะก็…มันคงติดสนิทกันทีเดียว

พอพ้นออกมาได้สักพัก หันกลับไปมองทางเดิม เห็นปกติดีทุกอย่าง งามมยุรายืนจ้องอย่างนิ่งอึ้งอยู่พักหนึ่ง

นี่เธอกลัวไปเองแท้ ๆ จะเป็นไปได้อย่างไรที่ภูเขาจะเลื่อนมาติดกันได้ !

อีกพักหนึ่งสำหรับการตั้งสติ ความกังวลที่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรกับตนเองยังคงติดตัวมาตลอด เธอเดินไปเรื่อยๆ ตามทาง กระทั่งมาเดินอยู่เส้นทางสัญจรของชาวบ้าน ตามข้างทางที่ผ่านมาเริ่มได้ยินเสียงแว่วๆของเด็กที่ตื่นขึ้นมา แล้วถูกแม่บ่นให้ช่วยงานบ้านก่อนจะออกไปเล่น และยังได้ยินเสียงเป็ดไก่ร้องหาอาหาร

ชายวัยกลางคนคนหนึ่งกำลังเดินงุดๆ สวนทางมา ดูทีว่าเขาจะใช้เส้นทางนี้เป็นประจำ แล้วเขาก็มาหยุดกึกต่อหน้าเธอ พร้อมกับอาการชะงักตกตะลึง งามมยุราที่เดินก้มหน้าค่อยเหลือบตาขึ้นมามอง พร้อมกับรอยยิ้มน้อยๆ

“สวัสดีค่ะ” งามมยุราเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงสดใส เมื่อเห็นหน้าตาชัด คลับคล้ายคลับคลากับหน้าตาท่าทางของชายวัยกลางคนผู้นี้ เป็นเพราะเธอห่างเหินจากที่นี่นับสิบปี ถึงแม้จะไม่รู้จักสนิทสนมกันมาก่อน กับชาวบ้านที่นี่ภายในใจเธอรู้สึกสนิทสนมด้วย ทั้งนี้เป็นเพราะว่าชาวบ้านที่นี่มีอัธยาศัยดี เมื่อวานนี้รถจิ๊ปขนของเกิดติดหลุมโคลน เมื่อพวกเขามองเห็น หลายคนอาสามาช่วยกันเข็นรถขึ้น ทำให้แต่ละคนเปื้อนโคลนที่กระเด็นใส่ตัว ทุกคนยังยิ้มและหัวเราะได้

งามมยุราเห็นชายคนนี้ยืนนิ่งไม่เคลื่อนไหว และไม่ได้ตอบรับอะไร เธอไม่ได้ติดใจ เดินเลี่ยงไปทางด้านหนึ่ง เหตุผลที่เดินผ่านไปพร้อมกับแก้ต่างให้ชายชาวบ้านคนนี้ เขาคงตกใจกับชุดนอนยาวพริ้วเปิดไหล่ที่เธอสวมอยู่ในตอนนี้ แม้จะดูไม่ถึงกับโป๊ แต่ดูน่าสงสัยว่าทำไมหญิงสาวคนนี้จึงสวมชุดนอนออกมาเดินนอกบ้าน

“คุณออกมาเดินเล่นแต่เช้า” เสียงทุ้มสำเนียงแบบท้องถิ่นเอ่ยไล่หลังมา

งามมยุราหันกลับมา “ที่นี่อากาศดีนะคะ เลยออกมารับความเย็นข้างนอก” งามมยุรายอมรับทันทีเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายสงสัย สายตามองเรื่อยไปทางอื่น เมื่อหันมาสบสายตากันอีกที

ดวงตาที่มองมาทำให้เธอสัมผัสได้ทันทีถึงความปราณี แล้วชายคนนี้ก็ผลุบตาลงมองพื้น

“เอ่อ…..คุณไม่ใส่รองเท้าหรือครับ” เขาถามต่อมา

“อืม……” งามมยุราอ้ำอึ้งนิดหนึ่ง คิดในใจว่าอีกฝ่ายอาจจะนึกขำสภาพขมุกขมอมของเธอ เธอใช้มือทั้งสองข้างจับชุดนอนยาวแก้เก้อ ก้มลงมองเท้าตนเอง

“ฉันเดินไปทางนั้น” เธอชี้ไปทางหนึ่ง “พอดีก้าวผิดรองเท้าก็เลยจมโคลน ฉันเห็นว่าเลอะเทอะมากจึงทิ้งเอาไว้อย่างนั้น แล้วเดินมาทั้งอย่างนี้” หลังการตอบไปตามน้ำ พลางสังเกตชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่ข้างหน้าไปด้วย เขาเป็นคนที่มีโครงร่างสูงใหญ่แข็งแรง เสื้อกางเกงพื้นบ้านสีน้ำเงินเข้มดูเก่าแต่สะอาดสะอ้านดี

“เดี๋ยวผมไปเก็บให้นะครับ” เขาทำท่าว่าจะเดินไปตามทางที่เธอแกล้งชี้ไปจริง ๆ ทำเอาเธอต้องห้ามเสียงหลง “ไม่ต้องหรอกค่ะ…ฉันเองก็ไม่ค่อยแน่ใจแล้วละว่าเมื่อสักครู่เดินไปทางไหน ขอบคุณมากค่ะ นี่ก็ใกล้จะถึงบ้านแล้ว กำลังจะไปไหนหรือคะ”

“กำลังจะไปเก็บของป่าครับ”

“เก็บของป่าหรือคะ” เธอเน้นเสียงด้วยความสนใจ

“เปลือกไม้ ยาสมุนไพร มีคนมาสั่งไว้”

“ดีที่มาเจอกัน ฉันเองก็สนใจและก็อยากรู้เรื่องพวกนี้มาก คราวหลังเห็นทีจะต้องเหนื่อยพาฉันไปด้วยแล้วนะ” งามมยุรารวบรัดด้วยประกายตาที่สดใส เจตนาเพื่อสร้างไมตรี

ชายชาวบ้านยิ้มรับ

“เอ่อ…เคยไปด้านนั้นไหม” เธอลังเลคำเรียกอีกฝ่าย พลางชี้ทางทิศใต้ไปยังภูเขาสองลูกที่เพิ่งจะเดินผ่านมา “ฉันหมายถึงด้านภูเขาสูงที่ไกลออกไป”

เขามองไปตามนั้น ดูจะห่างไกลไปกว่าความหมายของเธอด้วยซ้ำ

“เคยไปครับ แต่นานมากแล้ว เดี๋ยวนี้ไม่มีใครกล้าไป ไปแล้วอาจจะไม่ถึง ไปแล้วอาจไม่ได้กลับ มีตำนานเล่าต่อมาว่า ถ้าเดินต่อไปจากภูเขาสองลูกนั้น เดินต่อไปเรื่อย ๆ ผ่านเทือกเขาสูงก็จะถึงภูเขาลูกหนึ่งที่มีบ่อน้ำอยู่กลางภูเขา น้ำที่อยู่ในนั้นไม่มีวันแห้ง ไม่ว่าจะผ่านมานานแค่ไหน”

ด้วยการเล่าไปด้วยท่าทางจริงจัง ทำเอาคล้อยตามไปด้วย แต่เมื่อหวนมานึกถึงสภาพตามที่เล่ามา เธอยิ้มออกมา ในใจคิดว่า ที่เขาบอกถ้าไม่เป็นทะเลสาบบนภูเขาก็น่าจะเป็นอ่างเก็บน้ำ ถ้ามีจริงอาจจะเป็นพื้นที่ตกสำรวจ เพราะไม่เคยรู้มาก่อน

สีหน้าของชายคนนี้ยังคงเคร่งขรึมจริงจัง ทั้งยังมองมายังเธออย่างจับท่าทาง หรือว่าเธอจะคิดไปเอง เมื่อความรู้สึกสงสัยกำลังจะก่อตัวขึ้น อย่างรวดเร็วที่เขากลับมาอยู่ในอากัปกิริยาตามปกติ ผิดกับชั่วเสี้ยววินาทีที่เธอเองก็ไม่มั่นใจว่าคืออะไร

“ตำนานหรือเรื่องเล่าขานหลายๆ เรื่อง มักจะมีที่มา แต่ยากเหลือเกินที่จะค้นให้เจอความลับที่ซ่อนอยู่หลังเรื่องราวเหล่านั้น น่าเสียดายที่ความรู้หลาย ๆ อย่าง หรือสถานที่สำคัญหลายแห่ง ต้องสูญหายไปกับเวลา คงมีสักวันนะ….” งามมยุราหยุดคำพูดเอาไว้แค่นั้น นึกไม่ออกเช่นกันว่าทำไมความคิดจึงขาดหายไปเฉยๆ รู้สึกมึนหัวขึ้นมาทันที

“ถ้าอยากไป ผมจะพาไป” ถ้าฟังไม่ผิดเธอได้ยินเขาพูดเบาๆออกมาเช่นนั้น

งามมยุรายิ้มรับอย่างอ่อนหวาน รู้สึกพอใจและถูกชะตากับชายคนนี้

พอแยกจากชายชาวบ้านคนนั้น อย่างไม่รอช้า เธอรีบจ้ำเดินเพื่อกลับมาถึงบ้านอย่างรวดเร็ว

แล้วงามมยุราก็ถอนหายใจกับตนเองอย่างโล่งอก บ้านไม้สองชั้นกลางป่าของเธอแลดูเด่นเพราะบริเวณใกล้เคียงเป็นที่ราบมีลานกว้าง ใกล้กันมีต้นไม้ใหญ่ขึ้นสลับห่างๆ บนพื้นส่วนใหญ่เป็นทุ่งหญ้ากับดอกไม้เล็กๆหลากสีขึ้นแซม ทำให้พื้นที่แถวนี้ดูเหมือนพรมที่เธอลงความเห็นว่าช่างสวยงามและมีชีวิตชีวายิ่งนัก

บ้านไม้สองชั้นที่สร้างมาแล้วยี่สิบปี ยังคงสภาพดีและกลมกลืนกับธรรมชาติ

งามมยุราก้มมองเท้าของตนเอง แม้จะเปื้อนเศษดินและใบไม้ แต่ให้ความรู้สึกที่ดีอย่างประหลาด ถ้าเป็นเวลาปกติคงไม่คิดจะออกมาเดินเท้าเปล่าแน่นอน และเธอก็คงไม่ได้สัมผัสกับน้ำค้างเย็นบนยอดหญ้าอย่างในขณะเวลานี้

เมื่อเปิดประตูรั้วซึ่งทำด้วยไม้วางซี่ห่างๆกัน ความสูงของรั้วอยู่ระดับอก

“ฮื้อ…คุณ” เสียงอุทานของสาวใช้ตัวอ้วนที่อยู่นอกบ้าน พาให้อีกคนหนึ่งเปิดประตูบ้านออกมาอย่างรวดเร็ว

“โอย…บัวกำลังตกใจ ว่าคุณหายไปไหน พูดกันกับแย้มว่าคุณจะออกไปเดินเล่นหรือเปล่า ไปดูรองเท้าก็อยู่ครบ ไปเดินเล่นจริง ๆ นั่นแหละ” บัวสรุปง่ายๆ

แย้มที่ตามออกมาพยักหน้าเห็นด้วยกับเพื่อน

“อืม…ก็ไปเดินเล่นน่ะสิ คราวหน้าถ้าเห็นฉันหายไปไหนอีก ไม่ต้องตกใจนะ นิสัยฉันเป็นแบบนี้เอง อยู่กันไปนานๆ สองคนจะคุ้นไปเองละ” งามมยุราพูดตัดบท ทั้งสองคนยืนฟังกันตากลม

“เดี๋ยวให้ฉันขึ้นไปอาบน้ำสักครู่ จะให้ติดรถไปซื้อของในตลาดด้วยกัน”

ทั้งสองคนร้องเฮอย่างดีใจที่จะได้นั่งรถเล่น

เช้าวันหนึ่งอันแสนประหลาด
นักค้าวัตถุโบราณแปลกหน้า
สำรวจช่องเขาขาด
วางแผนเพื่อรู้ความลับ
จารึกโบราณของโลกียะ
เที่ยวป่า
ทีมสำรวจออกเดินทาง
ชายแปลกหน้าในความเลือนลาง
คัมภีร์อนันตภพเป็นจริง
เจ้าหญิงแห่งทักษิณายันนคร
พระแม่เจ้าบนจันทราคีรี
คีตะมิตรที่แสนดี
ทางลับเข้ามหาปราสาท
ความลับในปราสาท
ทางลอดใต้น้ำ
ความจริงที่น่าสะเทือนใจ
รัชทายาทนักรบ
งานเลี้ยงในท้องพระโรง
ดั่งนกในกรง
โลกียะส่งคนมาช่วย
พิธีเรียกดวงไฟ
ภาพฝัน
กลุ่มคนไม่น่าไว้วางใจ
เมืองโบราณใต้น้ำ
ความโหดร้ายในหุบเขาสัตตคีรี
ลูกน้องจอมทรยศ
ดร.วัลลภอยู่ในอันตราย
แม่เฒ่าผู้เฝ้าจันทราคีรี
ในสายตาของพระแม่เจ้า 
ห้องพิธีกรรม
หลงไปในอดีตกาล
ความตื่นเต้นของเจ้าหญิง
คำสัญญาของตรีศูล 
ล้วงความลับ
ภาพอนาคตอันน่าพิศวง  
เฝ้ามองจันทราคีรี
พิธีกรรมในคืนวันเพ็ญ
ตอนจบ

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook