บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

มนต์ผีเสื้อ
ตอน ทักษิณายันนคร สาวิตรี : เขียน

15…ทางลอดใต้น้ำ

ภายในห้องเก็บสมบัติใต้พื้นปราสาทหนุมานของสัตตคีรีนคร เจ้าหญิงยืนตะลึงมองประกายของขุมทรัพย์ อันได้แก่ เพชรนิลจินดา เทวรูปทองคำ เครื่องใช้ทองคำ บางส่วนเก็บอยู่ในหีบ ที่มองเห็นคือส่วนที่ล้นออกมา แต่ละกองสูงเทียมศรีษะ โดยยังไม่มีการจัดเก็บให้เป็นระเบียบ ห้องเก็บสมบัตินี้กะประมาณด้วยสายตา ขนาดความกว้างประมาณห้องโถงด้านหน้าชั้นบน

อะไรกันนี่ ! สัตตคีรีนครได้เก็บความร่ำรวยจากทั่วทุกดินแดนที่พวกเขาไปถึงมาไว้ที่นี่เองหรือ… เจ้าหญิงหันไปมองคีตะที่มองเห็นภาพเดียวกัน เขายืนมองอย่างสงบ

เจ้าหญิงเดินเข้าไปตามทางเดินที่พอจะก้าวเท้าเข้าไปวางได้ จนอยู่ท่ามกลางกองมหาสมบัติ เธอเดินไปหยิบดูของแต่ละชิ้นด้วยความสนใจและทึ่งในฝีมือช่าง ในหีบเหล็กใบหนึ่งที่ดูโดดเด่นตั้งแต่ภายนอก ข้างในนั้นเป็นเครื่องทรงกษัตริย์และราชินี มีทั้งสร้อยคอ มงกุฎ กำไลข้อมือ กำไลข้อเท้า เข็มขัด แต่ละชิ้นตกแต่งด้วยอัญมณีเม็ดงาม ประดับตัวเรือนทองคำที่มีลวดลายสวยงามเป็นเอกลักษณ์

ผู้เป็นเจ้าของนี้คือดินแดนไหนกัน… เมื่อสมบัติส่วนตัวเหล่านี้ถูกนำมากองรวมอยู่ที่นี่ ไม่รู้ว่าชะตากรรมของพวกเขาเป็นอย่างไร

ด้วยความรู้สึกหลายอย่างของเจ้าหญิง เธอจึงไม่รู้ว่าคีตะเดินเข้ามาใกล้ตั้งแต่เมื่อใด

“ถ้าเจ้าหญิงเป็นราชินีของสัตตคีรีนคร ของมีค่าเหล่านี้จะเป็นของเจ้าหญิงทั้งหมด” อย่างไม่รู้ว่ามีเจตนาเช่นใด คีตะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบๆ

“ไหนเจ้าพูดใหม่สิ” เจ้าหญิงชะงัก ใบหน้าแดงก่ำ หันกลับมาช้าๆ ถามออกมาด้วยอาการมีโทสะ

“เอ่อ…ข้า” คีตะอึกอัก รู้สึกตกใจกับอาการโกรธของเจ้าหญิง

ด้วยแววตาบริสุทธิ์ใจของเขา ทำให้เจ้าหญิงคลายความโมโหไปได้เล็กน้อย

“ข้าจะบอกให้เจ้ารับรู้ไว้อย่างหนึ่ง ทักษิณายันนครมีอัญมณีที่งดงามและมีค่าอย่างที่สุดเพียงชิ้นเดียว สิ่งนั้นคือเพชรสีน้ำเงินที่ประดับบนรัดเกล้าของพระแม่เจ้าที่จันทราคีรี ต่อให้นำทรัพย์สมบัติของที่นี่มารวมกัน ไม่อาจเทียบคุณค่ากับหยดน้ำพระแม่สมุทร ซึ่งมีความหมายเป็นเนื้อแท้ของสิ่งมีค่าชิ้นนั้น”

คีตะมองด้วยสายตายอมรับผิด เขามองไปยังทรัพย์สมบัติที่ดูละลานตา ก่อนพูดออกมาเบาๆ “เพชรสีน้ำเงินเม็ดนั้น แทนหัวใจของเจ้าหญิงด้วยใช่ไหม” คีตะตอบกลับมาด้วยความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง เขามองตาเจ้าหญิงเล็กน้อย จากนั้นเดินหายเข้าไปด้านใน ได้ยินอีกทีคือเสียงเขาหยิบเอาสิ่งที่ขวางทางโยนไปทางนั้นทีทางนี้ที เสียงถ้วยโถโอชามที่ทำด้วยทองคำดังกระทบกันวุ่นวายไปหมด

เจ้าหญิงมองตามเขาไปพร้อมกับส่ายหน้า คลายโทสะไปได้เกือบหมด เธออมยิ้มทั้งที่ยังฉิวอยู่ เขายั่วให้เธอโมโห แล้วตนเองก็ไปทำอะไรบ้าๆ เสียงดังน่ารำคาญอย่างนั้น

สักพักหนึ่ง เสียงค่อยเงียบไป เจ้าตัวคงเหนื่อยแล้วกระมัง หันไปมองอีกที ร่างสูงของเขาก็เดินมาถึงตัว ในมือทั้งสองข้างกำเหรียญทองคำมาเต็มมือ

“ดูนี่สิ ข้าว่าเจ้าหญิงต้องสนใจแน่”

เจ้าหญิงทำเป็นเบือนหน้าหนีอย่างไม่สนใจ คีตะปล่อยให้เหรียญส่วนใหญ่ตกลงพื้น เหลืออยู่ในมือสองอัน ใบหน้าเข้มได้รูปของเขายื่นเข้ามาใกล้ พยายามจะให้เธอมองให้ได้ เจ้าหญิงรู้สึกร้อนผ่าวที่แก้มทั้งสองข้าง เอื้อมมือมาหยิบเหรียญอันหนึ่งขึ้นมาดูอย่างเสียไม่ได้

“มีอะไร เหรียญธรรมดา” เธอพูดก่อนจะเห็นรายละเอียดที่อยู่หน้าเหรียญ ครั้นพิจารณาดูก็เริ่มเห็นอะไรบางอย่าง หน้าเหรียญเป็นรูปใบหน้าของกษัตริย์และราชินีซ้อนกันแบบหันข้าง เมื่อพลิกดูด้านหลังมีอักษรแบบสัตตคีรีนครเขียนบนลายรูปปรางค์เทวะ ที่ระลึกงานอภิเษก ฯ สองเมืองรวมเป็นหนึ่งเดียว

เจ้าหญิงพลิกดูด้านหน้าเหรียญอีกครั้ง รูปราชินีที่มองเห็นเต็มหน้าด้านข้างนั้น สวมอัญมณีรูปหยดน้ำเช่นเดียวกับอัญมณีเพียงหนึ่งเดียวของทักษิณายันนคร

“เจ้าไปได้มาจากตรงไหน” เธอถามกลับมา ขณะพยายามระงับความรู้สึกภายใน

คีตะมองเห็นสีหน้าของเจ้าหญิงซีดลง รู้สึกสงสารจับใจ เขาพาเธอเดินไปดูตรงหีบที่เก็บเหรียญพวกนี้ เขาเปิดหีบใบหนึ่งให้ดู และเปิดอีกใบใกล้กัน เหรียญทองคำแบบเดียวกันอยู่เต็มหีบทั้งสองใบ

เจ้าหญิงรู้สึกว่าตนเองกำลังถูกเหยียดหยามจากสัตตคีรีนคร ในสายตาของพวกเขา เธอดูไม่มีคุณค่าและไม่มีความหมาย ราวกับว่าตัวเธอและทักษิณายันนครคือสมบัติชิ้นหนึ่งของสัตตคีรีนคร รอแต่ว่าจะหยิบฉวยมาใช้เมื่อไหร่ ซึ่งก็เหมือนกับว่ากองทัพของสัตตคีรีนครจะบุกมายึดเมื่อไหร่ก็ย่อมได้ เหรียญทองคำที่ทำออกมาเป็นจำนวนมากมายขนาดนี้ หมายความว่าพวกเขาได้เตรียมการกำหนดชะตาชีวิตของเธอล่วงหน้าไปแล้ว

ที่ดูจะสร้างความเจ็บช้ำให้มากไปกว่านั้น ถัดเข้าไปได้แบ่งเป็นห้องๆหนึ่ง สำหรับของมีค่าชิ้นเยี่ยมที่ได้นำของเดิมมาแกะออกแล้วทำขึ้นมาใหม่ ให้เป็นเอกลักษณ์ของราชวงศ์กษัตริย์ของสัตตคีรีนคร สิ่งที่ตั้งโดดเด่นบนหิ้งสูงขึ้นไปจากชั้นวางของมีค่าชิ้นอื่น มงกุฎเพชรสีน้ำเงิน ที่ประกอบด้วยเพชรสีน้ำเงินรูปหยดน้ำ ขนาดแตกต่างกันข้างละสามเม็ด รวมเป็นหกเม็ด ในขณะที่ตรงกลางเว้นว่างไว้

ดูจากเพชรเม็ดกลางที่เว้นว่างเอาไว้…

เพชรสีน้ำเงินเม็ดกลางที่สัตตคีรีนครต้องการคือ หยดน้ำพระแม่สมุทร !

“นี่คือสถานะจริงที่ข้าควรจะรับรู้เอาไว้ใช่ไหม” เจ้าหญิงพึมพำกับตนเอง “ตลอดเวลาข้าถูกฟูมฟักปกป้องจากผู้คนที่พระราชวังศิลา ไม่มีใครกล่าวถึงชะตากรรมของเมืองที่ใกล้จะถูกกลืนจากอาณาจักรที่มีชัยเหนือดินแดนทั้งปวง แต่ละวันของข้าคือการออกไปเที่ยวเล่นตามพงไพร แวะเยี่ยมผู้คนตามกลุ่มบ้านต่างๆ ที่บรรดาผู้คนเหล่านั้นแม้บางคนจะสำเหนียกกับสิ่งเหล่านี้ หรือได้รับผลกระทบ แต่ความที่เขายังมีศรัทธา เชื่อมั่นในตัวข้า เชื่อมั่นในพระแม่เจ้าที่จะปกป้องทักษิณายันนครและจันทราคีรีให้อยู่รอดปลอดภัย พวกเขาจึงไม่แสดงความหวาดกลัวให้เห็น”

เจ้าหญิงหยุดครู่หนึ่ง นัยน์ตาเหม่อไปไกลกว่าประกายทรัพย์สมบัติในห้องมหาสมบัติ

“จนกระทั่งทุกสิ่งเข้ามาใกล้ตัวข้า จนไม่มีใครสามารถปิดบังได้ เรื่องร้ายเกิดขึ้นไม่หยุดหย่อน ข้าเริ่มสูญเสียคนที่รักไปทีละคน คงเหมือนกับอีกหลายครอบครัวภายใต้การปกป้องของพระแม่เจ้า พวกเขาต่างต้องสูญเสียคนรักไป”

“สัตตคีรีกลืนชีวิตบิดาของข้า และปล้นเอาความรื่นรมย์ในชีวิตมารดาไปจนหมดสิ้น” คีตะบอกความในใจออกมาบ้าง

เจ้าหญิงมองคีตะอย่างเข้าใจและเห็นใจ มีไม่กี่ครั้งที่คีตะจะเปิดเผยความทุกข์และเรื่องสะเทือนใจของตนเองให้ได้ยิน ปกติแล้วใบหน้าเขาจะอมด้วยรอยยิ้มน้อยๆ อยู่ตลอดเวลา จนบางครั้งเธออดที่จะแปลกใจไม่ได้ เหตุใดเขาจึงไม่มีความทุกข์อยู่กับตนเองเลย

“สองคราแล้วสินะ เจ้าอยู่กับข้าในเวลาที่หัวใจกำลังจะแตกสลาย ครั้งที่แล้วเจ้านำข้ากลับมาจากป่าลึก ในเวลาที่ไม่รู้สติหลังจากรู้ว่ากษัตริย์พ่อและพระมารดาจากไป ด้วยการถูกลอบวางยาพิษ เวลานั้นข้าคิดแต่เพียงว่าจะไปให้ไกลแสนไกล ไม่กลับมาให้ผู้ใดพบเห็น ขณะที่ข้าเกือบหมดกำลัง เจ้ายังมีแก่ใจพาคชสารไปนำตัวข้ากลับมา เจ้ารู้ไหม…ถึงบัดนี้ ข้ายังจดจำความรู้สึกที่เป็นเหมือนความฝันในวันนั้น ในความฝันอันยาวนาน ขณะที่ข้าหลับไปมิรู้วันคืน บางขณะข้ารู้สึกว่าตนเองอยู่บนหลังคชสาร นั่งพิงไหล่ของเจ้า และในความมืดที่เลือนลางนั้น ข้ามองเห็นเพียงสองแขนของเจ้าที่กันไม่ให้ตัวข้าตกลงไป”

“ความเศร้าครั้งนั้น เจ้าหญิงยังฟื้นคืนมาได้ วันข้างหน้าจะเป็นเช่นเดียวกัน ข้าจะเคียงข้างเจ้าหญิงเสมอ” คีตะกล่าวให้กำลังใจ

เจ้าหญิงสวมกอดเขาเบาๆ ใบหน้าข้างหนึ่งอิงที่ไหล่ น้ำตาอุ่นๆของเธอไหลรินลงมา อย่างที่เจ้าตัวไม่อาจสะกดกลั้นเอาไว้

เช้าวันหนึ่งอันแสนประหลาด
นักค้าวัตถุโบราณแปลกหน้า
สำรวจช่องเขาขาด
วางแผนเพื่อรู้ความลับ
จารึกโบราณของโลกียะ
เที่ยวป่า
ทีมสำรวจออกเดินทาง
ชายแปลกหน้าในความเลือนลาง
คัมภีร์อนันตภพเป็นจริง
เจ้าหญิงแห่งทักษิณายันนคร
พระแม่เจ้าบนจันทราคีรี
คีตะมิตรที่แสนดี
ทางลับเข้ามหาปราสาท
ความลับในปราสาท
ทางลอดใต้น้ำ
ความจริงที่น่าสะเทือนใจ
รัชทายาทนักรบ
งานเลี้ยงในท้องพระโรง
ดั่งนกในกรง
โลกียะส่งคนมาช่วย
พิธีเรียกดวงไฟ
ภาพฝัน
กลุ่มคนไม่น่าไว้วางใจ
เมืองโบราณใต้น้ำ
ความโหดร้ายในหุบเขาสัตตคีรี
ลูกน้องจอมทรยศ
ดร.วัลลภอยู่ในอันตราย
แม่เฒ่าผู้เฝ้าจันทราคีรี
ในสายตาของพระแม่เจ้า 
ห้องพิธีกรรม
หลงไปในอดีตกาล
ความตื่นเต้นของเจ้าหญิง
คำสัญญาของตรีศูล 
ล้วงความลับ
ภาพอนาคตอันน่าพิศวง  
เฝ้ามองจันทราคีรี
พิธีกรรมในคืนวันเพ็ญ
ตอนจบ

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook