บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

มนต์ผีเสื้อ
ตอน ทักษิณายันนคร สาวิตรี : เขียน

22…ภาพฝัน

งามมยุราพยายามลืมตาขึ้นมา มือข้างซ้ายพยายามแตะผนังด้านเดียวกันตามความเคยชิน เนื่องจากตามปกติเตียงนอนจะอยู่ชิดกับฝาไม้ด้านหนึ่ง

แทนการสัมผัสกับแผ่นไม้ กับผ้าห่มอุ่นๆที่น่าจะคลุมตัว กลับกลายเป็นผนังเย็นชื้น ซึ่งความเย็นนั้นค่อยแทรกผ่านผิวกายตั้งแต่แขนลำคอ แล้วด้านหลังดูจะนอนทับอะไรอยู่ด้วย

นี่เธอกำลังนอนอยู่ระหว่างการเดินทางใช่ไหม

ในประเทศอะไร แอฟริกา อินเดีย ตุรกี หรือในเต็นท์บนเทือกเขาเอเวอร์เรสต์

เธอพยายามถามเรียกความทรงจำให้กับตนเองซ้ำๆ แต่กลับไม่ได้คำตอบ แล้วเวลาก็ผ่านไปอีกสักพัก บรรยากาศรอบกายค่อยสว่างขึ้น ในที่สุดเธอก็ลืมตาขึ้นมา พบว่าแสงสว่างมาจากด้านปลายเท้า

ภาพแรกที่เห็นคือ เหนือศรีษะขึ้นไปเป็นเพิงหิน ด้านที่พยายามเอามือเอื้อมไปแตะเป็นผนังหิน ตอนนี้เธอกำลังนอนอยู่บนลานหินที่เอียงลงมา และดูเหมือนอีกประมาณสิบเมตรลาดขึ้นไป จะเป็นลานหินก่อนจะถึงหน้าผา แสงสว่างเกิดมาจากดวงอาทิตย์ยามเช้าที่ค่อยโผล่ขึ้นมาผ่านยอดไม้ที่ต้นอยู่ต่ำลงไปจากขอบหน้าผา

อีกแล้วหรือนี่ !

หญิงสาวขยับตัวจากท่านั่งเป็นยืน รู้สึกถึงน้ำหนักของเป้หนังที่ยังติดอยู่ที่หลัง ตรงนี้ลมเย็นๆพัดผ่านเข้ามาอย่างเป็นมิตร เป็นยามเช้าที่สดชื่นยิ่งนัก

นี่เธอคงเริ่มชินแล้วกระมัง ครั้งที่สองแล้วที่ตื่นขึ้นมายังสถานที่อันแปลกประหลาดแบบนี้ เมื่อตาสว่าง เธอปลดเป้ออกจากหลัง คลำดูของในนั้น พบว่ามีของจำเป็นอยู่ครบอย่างน่าพอใจ งามมยุราก้าวเดินขึ้นไปทางลานหินที่เผยให้เห็นท้องฟ้าที่ค่อยสว่างขึ้นอยู่ไกลๆ ลานโล่งตรงนี้มีลมปะทะแรงขึ้น

คงต้องรอให้ฟ้าสว่างกว่านี้สักนิด หมอกที่ดูสลัวคงจะค่อยจางไป และคงจะทำให้มองเห็นอะไรได้มากกว่านี้

งามมยุรายืนนิ่งหลับตาให้ตนเองเข้าสู่ภวังค์ ลมหนาวเริ่มต้นของฤดูกาลพัดเส้นผมสยายพริ้วไปตามแรง เธอบอกกับตนเองว่า มากกว่าความรู้สึกอื่นใดในตอนนี้ คือความปรารถนาที่อยู่ภายในใจ ไม่ว่าจะอย่างไร เธอจะต้องเดินไปให้ถึงจุดหมายปลายทางอันแสนพิเศษ การเดินทางที่ไม่เหมือนครั้งไหน เพราะไม่รู้จุดหมายที่แน่ชัด ไม่รู้ว่าทำไมและอะไร รู้สึกเพียงอย่างเดียวว่าจะต้องก้าวต่อไปเท่านั้น…

เธอถามกับตนเองว่า เป็นความรู้สึกต้องการชัยชนะจากการทำในสิ่งที่ท้าทายหรือไม่ เหมือนกับความพยายามจะปีนให้ถึงยอดเขาเอเวอร์เรสต์เมื่อปีที่แล้วไหม หรือเหมือนกับการอยู่ในสนามแข่งรถที่ต้องฝ่าความเร็วเพื่อไปสู่เส้นชัย

เธอตอบกับตนเองได้ทันทีว่า…ไม่

ความปรารถนาในครั้งนี้ดูเร้นลับ มันคล้ายกับคนที่ยังทำอะไรไม่สำเร็จอย่างที่ตั้งใจ ซึ่งความตั้งใจนั้นเป็นความปรารถนาอันแรงกล้า แล้วสิ่งเหล่านั้นก็ซ่อนเร้นอยู่ในจิตใต้สำนึก

ถ้าจะมีสิ่งที่คล้ายกัน เห็นจะเป็นการเก็บเกี่ยวสิ่งที่อยู่ระหว่างเส้นทางที่เดินไป ความงดงามความตื่นเต้นและการได้ประจักษ์กับความหมายที่ซ่อนเร้น

หญิงสาวลืมตาขึ้นมาเพื่อพร้อมที่จะเผชิญกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น ภาพของแผนที่แผ่นนั้นฉายอยู่ในสมอง ด้านนั้นจากเมื่อครู่หันปลายเท้าไปทางนั้นเป็นทิศตะวันออก ตรงหัวนอนเป็นทิศตะวันตก เพราะฉะนั้นเบื้องหน้าคือทิศใต้ ถ้าเดาไม่ผิด ตอนนี้เธอกำลังยืนอยู่บนหน้าผาแห่งหนึ่งของทิวเขาที่มียอดสูงเจ็ดยอด อันโอบล้อมสัตตคีรีนคร ที่บัดนี้ทุกสิ่งทุกอย่างดูจะกลบทับมหาอาณาจักรแห่งนี้ จนไม่เหลืออะไรให้เห็นถึงความรุ่งเรืองที่เคยมีมาในอดีต

ยังมีอีกแห่งหนึ่งที่กำลังรอคอย ถ้าหมอกที่ยังลอยแบบอ้อยอิ่งจางลงไป ที่ไกลลิบออกไปน่าจะเป็นที่ตั้งของทักษิณายันนคร สถานที่ตั้งของจันทราคีรี…ยอดเขาศักดิ์สิทธิ์

งามมยุราเดินกลับมาให้ความสนใจกับที่นอนเมื่อคืนนี้อีกครั้ง นี่สองคนนั้นจะว่าอย่างไร เมื่อตื่นขึ้นมาพบว่าเจ้านายหายไปแล้ว ว่าแต่เมื่อคืนนี้เป็นลุงทองสุกหรือเป็นใครกันแน่ ที่กลับมาตอนดึกพร้อมกับช้างตัวหนึ่ง ดูเหมือนจะมีคำพูดอะไรสักอย่างที่ตอนนี้กลืนหายไปจากความจำอย่างยากที่จะอธิบาย ด้วยความรู้สึกกึ่งฝันกึ่งจริง เธอได้ขึ้นไปนั่งในกูบบนหลังช้าง เพื่อจะไปที่ใดสักแห่ง…

แล้วที่แห่งนั้นก็คือที่นี่ !

คิดดูอีกที ชายกลางคนที่เดินเข้ามาหา จำได้ว่าน่าจะเป็นคนเดียวกับที่เคยเจอกับเขาคราวที่หลงป่าตอนที่เป็นเด็ก เป็นคนเก็บมะม่วงกับช่อกล้วยไม้สีเหลืองให้ก่อนพามาส่งบ้าน แล้วเขายังเป็นคนเดียวกับที่มาเจอเธอในตอนเช้าด้านหลังช่องเขาขาด ในเช้าของวันอันแสนประหลาดวันนั้น

นี่มันเรื่องอะไรกัน !

มันจะต้องมีอะไรมากกว่าที่จะให้เธอมานอนอยู่ตรงนี้แน่ บรรยากาศรอบตัวค่อยสว่างขึ้นจนเริ่มมองเห็นรายละเอียดของสิ่งต่าง ๆ ได้ชัดเจน เหมือนเป็นการฆ่าเวลา งามมยุราเปิดกระเป๋าเพื่อหยิบสิ่งของข้างในออกมาใช้ มีกล้องส่องทางไกล ไฟฉาย สมุดดินสอ ไฟแช็ค เสื้อผ้าหนึ่งชุด อาหารกระป๋อง แล้วสายตาก็เหลือบไปยังผนังหินอย่างไม่ได้ตั้งใจ

หืม…

แทบจะลืมทุกสิ่ง … เมื่อพบว่าบนผนังหินที่ยาวเกือบสามเมตรนี้ มีภาพสลักอยู่เต็มเกือบทั้งผนัง ด้วยความตื่นเต้นจนดูเหมือนจะทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ ความที่อยู่ใกล้เกินไปภาพบนผนังจึงไม่สามารถอธิบายอะไรได้ จนเมื่อกระทั่งเดินถอยไปอยู่ตรงริมหน้าผาตรงที่ยืนอยู่เมื่อสักครู่

ภาพสลักอันแสนงดงามที่อยู่ภายในเพิงผาแห่งนี้ เป็นภาพสลักนั้นมีขนาดเท่าตัวจริง ภาพของสตรีนางหนึ่ง บนศรีษะมีรัดเกล้าที่ประดับด้วยอัญมณีรูปหยดน้ำ ห่างกันสักสองสามก้าว ชายคนหนึ่งกำลังอ้าแขนรับหญิงสาวที่ใบหน้าเศร้าหมอง และกำลังจะโผเข้าไปหา ล้อมรอบตัวของคนทั้งคู่ คือสมรภูมิหลังสงครามที่มีผู้คนนอนตายกันเกลื่อนกลาด

งามมยุราขยับเข้าไปมองใกล้ๆ ดูเหมือนความโทมนัสจะค่อยแทรกเข้าไปภายในใจทีละน้อย พลางใช้มือลูบภาพสลักบนแผ่นหิน ปัดส่วนที่มีรอยดินกับเศษใบไม้ สิ่งที่คงเหลือก็คือริ้วรอยแห่งกาลเวลา…

ภาพสมรภูมิแห่งนี้ ชวนให้รู้สึกน่าเศร้าใจ แต่ความโหดร้ายดูจะกลบลงด้วยความนุ่มนวลในอากัปกิริยาของบุรุษร่างสูงในชุดนักรบ ในภาพไม่เปิดเผยใบหน้า มองเห็นเพียงด้านหลังกับเส้นผมสลวยที่ยาวปรกมาถึงต้นคอ ชายคนนี้สวมชุดเกราะนักรบก็จริงอยู่ แต่ไม่ว่าจะสังเกตอย่างไร กลับมองไม่เห็นอาวุธทั้งที่ควรจะเห็นติดกายหรือวางทิ้งอยู่ข้างตัว แล้วหญิงสาวในภาพนี้ดูราวกับจะเคลื่อนไหวเข้ามาหาเขาในทุกขณะ

งามมยุราทรุดตัวลงนั่ง มองภาพนั้นราวกับรอให้ภาพกลับมาเคลื่อนไหวได้อีกครั้ง

เธอผู้นี้คือเจ้าหญิงแห่งทักษิณายันนคร !

ส่วนบุรุษผู้นี้… งามมยุรารู้สึกว่าตนเองได้กำความลับสำคัญเอาไว้ แม้สภาพแวดล้อมและเรื่องราวในภาพชวนให้คิดว่าชายผู้นี้คือตรีศูล กษัตริย์ผู้เกรียงไกรแห่งสัตตคีรีนคร

แต่ทว่าภายในใจของงามมยุราไม่ได้คิดเช่นนั้น !

ไม่ใช่ด้วยภาพนิมิตใดมาคอยสะกิดใจ แต่จากความช่างสังเกตงานศิลปะ เพียงมองปราดเดียวก็รู้ว่าภาพสลักนี้มีหลายจุดที่น่าพิศวงและท้าทายต่อการตีความ อย่างแรกคือการยืนหันหลังของบุรุษผู้นี้ แทนที่ภาพจะถูกลดความสำคัญด้วยการไม่ให้เห็นหน้าชัดเจนเพราะจุดสนใจน่าจะอยู่ที่หญิงสาวที่กำลังเดินมาหาเขา แต่กลับกลายเป็นว่าจุดศูนย์กลางของภาพเมื่อดูที่สัดส่วนของภาพสลักแผ่นนี้ กลับเป็นที่ตัวเขา และหญิงสาวกลายเป็นองค์ประกอบรองลงไป ซึ่งแวบแรกที่สายตาได้พบกับภาพนี้ก็เป็นเช่นนี้

เธอครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็รื้อกระเป๋าหยิบเอาสมุดกับดินสอออกมา แล้วลงมือร่างภาพอย่างตั้งอกตั้งใจ นอกจากลายเส้นที่ขีดตวัดไปมา ในโลกนี้ดูจะไม่มีอย่างอื่น แสงแดดยามเช้าที่ส่องมากระทบก็ดูไม่สลักสำคัญ ไม่ว่าใครหรืออะไรจะเป็นเช่นใด ก็ไม่อาจแผ้วพานกล้ำกลายเข้ามาในความคิด

จากลายเส้นหลวม ๆ แล้วค่อยลงรายละเอียดเข้มขึ้นทีละจุดทีละมุม เวลาค่อยผ่านไปนานเท่าใด เจ้าตัวก็ดูจะไม่รู้ จนกระทั่งภาพลายเส้นที่แกะด้วยสายตาและความรู้สึกได้ปรากฏอยู่บนกระดาษ

อีกสักพักเธอจะนำภาพลายเส้นแผ่นนี้กลับมาพิจารณาให้ละเอียดอีกที แน่นอนว่าจะต้องหลังจากที่ภาพต้นฉบับนี้จะต้องไม่อยู่ในสายตา เธอเชื่อมั่นว่าวิธีการนี้เป็นวิธีการที่ดีที่สุดที่จะแกะความนัยของภาพนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด

ก่อนจะเดินมาจากบริเวณหน้าผาแห่งนั้น…

ภาพของปราสาทหนุมานและปรางค์เศียรเทวะผุดขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว

งามมยุราเดินกลับไปยืนตรงหน้าผาอย่างรวดเร็ว ราวกับว่าถ้าช้ากว่านี้ ทุกอย่างจะลบเลือนหายไป

อะไรกัน… ทำไมภาพที่เห็นภายในมโนภาพจึงชัดเจนนัก คล้ายกับเธอเพิ่งมองไปเมื่อครู่แล้วภาพนั้นยังติดตาอยู่ ต้องเป็นภาพฝันของเมื่อคืนนี้แน่นอน ความตกใจของการตื่นขึ้นมาแปลกสถานที่ ทำให้ลืมไปชั่วขณะ

เธอจำตำแหน่งที่ตั้งของมหาปราสาททั้งสองได้อย่างแม่นยำ ไม่เพียงเท่านั้น สภาพภูมิประเทศอื่นๆ ได้ปรากฏอยู่ในความทรงจำ แม่น้ำเทวามหานทีสายใหญ่ จากการไหลมารวมกันของแม่น้ำหัตถานทีที่ขุ่นข้นสีเหลืองอมน้ำตาล และแม่น้ำจักษุนทีที่ใสราวกับกระจก พระราชวังของสัตตคีรีนคร ถนนจากพระราชวังตัดผ่านเข้าตัวเมือง

เธอมองเห็นกระทั่งชาวเมืองที่เดินตามท้องถนน ม้าที่บรรทุกของเต็มหลัง วัวเทียมเกวียนที่บรรทุกของและมีคนนั่งอยู่บนนั้น

ภาพเหล่านี้เข้ามาหาตัวเธออย่างกระจ่างชัดได้อย่างไรกัน

งามมยุราพยายามเค้นความจำที่ยังไม่หมด

รูปปั้น… รูปเหมือนของตัวเธอ !  

เช้าวันหนึ่งอันแสนประหลาด
นักค้าวัตถุโบราณแปลกหน้า
สำรวจช่องเขาขาด
วางแผนเพื่อรู้ความลับ
จารึกโบราณของโลกียะ
เที่ยวป่า
ทีมสำรวจออกเดินทาง
ชายแปลกหน้าในความเลือนลาง
คัมภีร์อนันตภพเป็นจริง
เจ้าหญิงแห่งทักษิณายันนคร
พระแม่เจ้าบนจันทราคีรี
คีตะมิตรที่แสนดี
ทางลับเข้ามหาปราสาท
ความลับในปราสาท
ทางลอดใต้น้ำ
ความจริงที่น่าสะเทือนใจ
รัชทายาทนักรบ
งานเลี้ยงในท้องพระโรง
ดั่งนกในกรง
โลกียะส่งคนมาช่วย
พิธีเรียกดวงไฟ
ภาพฝัน
กลุ่มคนไม่น่าไว้วางใจ
เมืองโบราณใต้น้ำ
ความโหดร้ายในหุบเขาสัตตคีรี
ลูกน้องจอมทรยศ
ดร.วัลลภอยู่ในอันตราย
แม่เฒ่าผู้เฝ้าจันทราคีรี
ในสายตาของพระแม่เจ้า 
ห้องพิธีกรรม
หลงไปในอดีตกาล
ความตื่นเต้นของเจ้าหญิง
คำสัญญาของตรีศูล 
ล้วงความลับ
ภาพอนาคตอันน่าพิศวง  
เฝ้ามองจันทราคีรี
พิธีกรรมในคืนวันเพ็ญ
ตอนจบ

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook